เข้าสู่ระบบ53 1-2
ตอนที่ 104 การตอบโต้
ระหว่างที่หวังหลิวกับหลีหลี่ช่วยกันเก็บของเสร็จแล้ว และกำลังจะลากรถเข็นจากไปนั้น หลินจิงซูก็จงใจเดินตัดหน้าเข้าขวางทางคนทั้งสองไว้
หวังหลิวผู้เคยนอบน้อมถ่อมตนในอดีตไม่มีหลงเหลือให้เห็นอีกต่อไป เขาปั้นหน้าเหี้ยมเกรียมสบถใส่หลินจิงซูด้วยความรำคาญว่า
“มีอะไรอีก?”
แม้หวังหลิวจะเป็นชายวัยกลางคนที่ไม่ได้สูงหรือดูแข็งแกร่งอะไร แต่ตัวเขาที่ทำงานหนักมาเกือบทั้งชีวิต ย่อมต้องมีพละกำลังอยู่ไม่น้อย และก็มากพอที่จะกำราบติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูได้ด้วยตัวคนเดียว อีกอย่าง คนที่กล้าทรยศหักหลังสองแม่ลูกคู่นี้ได้อย่างไม่ไยดี มีหรือที่เขายังจะหวาดกลัวสิ่งใดอีก?
หลินจิงซูหัวเราะคิกคักแล้วพูดขึ้นว่า
“คุณหวังหลิว ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมคนอย่างคุณถึงประสบความล้มเหลวในธุรกิจมาตลอดชีวิต”
ถูกหลินจิงซูพูดจี้ปมขยี้จุดเจ็บอย่างรุนแรงเช่นนี้ ใบหน้าของหวังหลิวก็เริ่มบิดเบี้ยวอัปลักษณ์เกินควบคุม เขากัดฟันพยายามสะกดอารมณ์และพูดตอบโต้กลับไปว่า
“นังหนู เลิกพูดจาไร้สาระแบบตัวเอกในหนังได้แล้ว! ฉันจะแสดงให้แกได้เห็นว่า ธุรกิจครั้งนี้ของฉันจะประสบความสำเร็จได้ขนาดไหน!”
หลิวจิงซูยังคงหัวเราะคิกคักเหมือนเดิม
“ไม่หรอกค่ะ ก่อนจะเริ่มทำธุรกิจ คุณควรหัดเป็นคนให้ได้ก่อน!”
“นี่แก!!!”
หวังหลิวเตรียมยกกำปั้นขึ้นชกใส่หลินจิงซูอย่างไม่มีลังเล แต่เสี้ยวอึดใจเดียวกัน หลีหลี่กลับวิ่งเข้ามาห้ามปรามเอาไว้ได้ทัน
“พอแล้ว! พี่หลิวหยุดเถอะ! เธอยังเป็นเด็ก ทำไมถึงต้องรังแกกันด้วยล่ะ? อีกอย่าง เรื่องที่เธอพูดมามันก็จริง…”
หลีหลี่ถูกแทรกขัดจังหวะขึ้นทันควัน เป็นหวังหลิวที่ตวาดสวนโต้มาอย่างรวดเร็ว
“เลิกพูดจาเหมือนคนขี้แพ้ซะที! เดี๋ยวนี้กล้ามีปากมีเสียงกับฉันแล้วเหรอ?”
แม้เขาจะพ่นคำด่าตะคอกใส่เช่นนี้ แต่ทว่าแขนข้างนั้นของหวังหลิวก็ยังถูกหลีหลี่บีบจับไว้แน่น และท้ายที่สุด เขาก็ยอมล่าถอยไปแต่โดยดี ไม่หาเรื่องก่อปัญหาให้กับหลินจิงซูอีกต่อไป
ประกายตาสีดำสนิทคู่นั้นของหลินจิงซูยิ่งทวีความมืดทมิฬลง เธอค่อยๆเลื่อนเก็บคมมีดที่เร้นซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อจนเลือนหายไป
เธอใจเย็นมาโดยตลอด จนกระทั่งพบเห็นภาพฉากที่ติงเสวี่ยเหม่ยถูกหวังหลิวผลักไสจนล้มกระแทกพื้น วินาทีนั้นเองที่หลินจิงซูนึกอยากจะฆ่าเขาขึ้นมาจริงๆ!
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงจงใจเลือกใช้คำพูดที่ยั่วโมโหหวังหลิว เพราะเธอต้องการให้อีกฝ่ายเกิดบัดดาลโทสะพุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายตนเอง เธอจะได้ใช้ข้ออ้างเรื่องการป้องกันตัว ลงมือฆ่าเขาได้โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
แต่น่าเสียดายจริงๆที่หลีหลี่เข้ามาขวางไว้ก่อน
เดิมที หลินจิงซูตั้งใจไว้ว่าจะปล่อยให้อีกฝ่ายกระโดดโลดเต้นไปสักวันสองวันก่อน จากนั้นจึงค่อยลงมือปิดฉาก แต่ในเมื่อมันกล้าลงมือกับติงเสวี่ยเหม่ยขนาดนี้ เกรงว่าคงจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป…
ติงเสวี่ยเหม่ยมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของที่ร้าน จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าเมื่อครู่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องตะโกนของหลีหลี่ ที่กำลังห้ามปรามหวังหลิวไม่ให้ลงมือ เธอถึงกับใจหายวาบ และด้วยความตื่นตระหนก จึงรีบวิ่งออกไปกระชากแขนหลินจิงซูกลับสู่อ้อมกอดของเธอ
“เคร้ง…”
เสียงโลหะแข็งตกกระทบพื้นดังกังวานก้อง มันคือมีดเล่มนั้นที่ซุกซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของหลินจิงซู และเวลานี้ มันก็ตกอยู่ที่ปลายเท้าของติงเสวี่ยเหม่ยพอดิบพอดี
ติงเสวี่ยเหม่ยถึงกับยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจสุดขีด ทันทีที่ได้สติ เธอรีบก้มลงเก็บมีดเล่มนั้นขึ้นมาจากพื้นไปซ่อนไว้ด้านหลังของตน ราวกับกลัวว่าจะมีใครบังเอิญมาพบเห็นเข้า
“ซูซู นี่ลูกคิดจะ…”
ติงเสวี่ยเหม่ยเหลียวซ้ายแลขวาอยู่หลายรอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครสัญจรผ่านไปมา ก่อนจะเริ่มส่งเสียงพูดอีกครั้ง
“นี่ลูกคิดจะทำอะไรกันแน่? รู้มั้ยว่าถ้าพลั้งมือขึ้นมาจริงๆ อนาคตของลูกจะเป็นยังไง!!”
หากแผนการฆ่าเมื่อครู่ประสบความสำเร็จด้วยดี อนาคตที่เหลือของหลินจิงซูย่อมต้องดับสูญไปชั่วชีวิต แต่หากถูกอีกฝ่ายจับได้ ตัวเธอเองก็อาจถูกหวังหลิวทำร้ายถึงตายได้!
หลินจิงซูปั้นหน้าเรียบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มันไม่ควรผลักแม่แบบนั้น คนอย่างมันสมควรตายแล้ว”
ได้เห็นทัศนคติแนวคิดเช่นนี้ของลูกสาวตนเอง ติงเสวี่ยเหม่ยถึงกับสะพรึงกลัวเกินบรรยาย เธอรีบสวมกอดหลินจิงซูไว้ และตบแผ่นหลังของเธออย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม
“แม่ปลอดภัยดีแล้ว! แม่ปลอดภัยดีลูก! ไม่ต้องห่วงนะ!”
“แม่ก็เหมือนกัน ไม่ต้องกังวลอะไรหรอก คนอย่างมันปากเก่งได้อีกไม่นานแน่”
น้ำเสียงที่หลินจิงซูเปล่งออกมานั้น นิ่งเรียบปราศจากอารมณ์ใดๆเจือปน
“ซูซู นี่ลูกยังคิดจะ…”
ติงเสวี่ยเหม่ยอดเป็นห่วงลูกสาวคนนี้เป็นไม่ได้จริงๆ เธอรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธไปมา
“ไม่ ไม่นะ ไม่ได้เด็ดขาด! ลูกห้ามทำเรื่องแบบนี้อีกเข้าใจมั้ย? คนอย่างนั้นไม่คุ้มค่าที่ลูกจะเอาอนาคตทั้งชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงด้วยเลย!”
หลินจิงซูระบายยิ้มอ่อน
“ไม่หรอกค่ะแม่ หนูไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว เมื่อกี้ก็แค่…หน้ามืดน่ะ แต่ตอนนี้หนูเป็นปกติดีแล้วค่ะ”
หลินจิงซูตระหนักถึงปัญหาทางจิตในส่วนนี้ของตนเองดี เพราะเธอก็เฝ้าสังเกตตัวเองมาพักใหญ่แล้ว เมื่อใดก็ตามที่ได้ยินหรือได้เห็นใครทำร้ายติงเสวี่ยเหม่ย เธอมักจะสูญเสียความสามารถในการควบคุมอารมณ์ไปชั่วขณะ และอาจพลาดพลั้งทำอะไรไปโดยไม่ตั้งใจได้ ต้นเหตุทั้งหมดอาจเป็นเพราะปมปัญหา และบาดแผลมากมายภายในใจ ที่ถูกสลักทิ้งไว้ในชีวิตก่อนหน้า ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลกระทบด้านปฏิกริยาตอบสนองต่อความเครียดในชีวิตปัจจุบันของเธอ
ระหว่างกลับเข้าบ้าน ติงเสวี่ยเหม่ยเป็นกังวลเหลือเกินว่า หลินจิงซูจะพลั้งเผลอทำอะไรโง่ๆอย่างเมื่อครู่อีก เธอจึงเดินโอบกอดลูกสาวขณะเข็นรถเข็นเข้าบ้านอย่างระแวดระวัง
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







