เข้าสู่ระบบ57 1-2
ตอนที่ 112 เซ็นสัญญาเสร็จสิ้น
ในเมื่อติงเสวี่ยเหม่ยไม่คิดจะเชื่อกัน ต่อให้หลินยจิงซูอธิบายจนปากเปียกปากแฉะอย่างไร คนไม่เชื่อก็คือไม่เชื่ออยู่ดี
“แม่คะ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ว่าแต่ทำไมถึงยังยอมทำตามที่หนูบอกคะ?”
หลินจิงซูเอ่ยถามอีกฝ่ายบ้าง
ติงเสวี่ยเหม่ยระบายยิ้มจางๆ ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยติดประหม่าเล็กน้อย
“ลูกคงมีเหตุผลของลูกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะ? ต่อให้แม่คัดค้านไปก็คงเปล่าประโยชน์”
“แล้วแม่ไม่กลัวเหรอคะ บางทีหนูอาจจะตัดสินใจผิดไปก็ได้”
“แต่ในสถานการณ์แบบนี้ มันก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆไม่เลือกทางไหนเลยไม่ใช่เหรอจ๊ะ? ต่อให้ตัดสินใจผิดก็ตามทีเถอะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยพักหยุดชั่วคราว หันไปจ้องหน้าลูกสาวและพูดยิ้มๆว่า
“อีกอย่าง แม่เองก็ไม่ได้กลัวอะไรแล้ว สุดท้ายเงินทองก็แค่ของนอกกาย ตายไปก็เอาไปไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้น ลูกเองก็อย่ากดดันตัวเองให้มากล่ะ”
ได้ฟังคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยของผู้เป็นแม่ หลินจิงซูก็โน้มตัวเข้าสวมกอดกันเธอด้วยความซาบซึ้งใจ ความอบอุ่นที่มอบให้แก่กันได้ส่งตรงถึงจิตใจ เธอพูดทั้งน้ำตาที่เอ่อล้นเปื้อนหน้าว่า
“แม่คะ แม่ดีกับหนูจังเลยค่ะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยปาดเช็ดน้ำตาพลางจิ้มปลายจมูกลูกสาวด้วยความหมั่นเขี้ยว
“เด็กโง่ ถ้าแม่ไม่รักลูก แล้วใครกันที่จะรักลูกได้มากกว่า? ว่าแต่..แผนการต่อจากนี้ล่ะ?”
“ออกไปตั้งร้านกันเถอะค่ะ”
หลินจิงซูเตรียมเดินหน้าเริ่มแผนการต่อไป เธอพูดขึ้นว่า
“ตอนนี้นับเป็นฤกษ์ดีสำหรับการเปิดตัวชานมไข่มุกรสชาติใหม่แล้วค่ะ ได้เวลาทวงคืนลูกค้าเก่าๆจากหวังหลิวแล้ว!”
“แล้วพวกคนตระกูลหลินล่ะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
หลินจิงซูตอบกลับในทันที
“ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูเตรียมกับดักทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว จะเหลือก็แค่รอให้เหยื่อมาติดเบ็ดเท่านั้น!”
สองแม่ลูกช่วยกันเข็นรถเข็นออกมาตั้งร้านขายตามปกติ และด้วยกระแสการเปิดตัวชานมไข่มุกรสชาติใหม่ ชื่อเสียงด้านลบที่พวกเธอถูกโจมตีเมื่อวานนี่จึงแทบไม่มีผลกระทบต่อยอดขายเลย
เดิมทีหวังหลิวมั่นใจอย่างยิ่งว่า ในวันนี้เขาจะสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ลูกค้าเกือบทั้งหมดล้วนหันไปให้ความสนใจกับชานมรสชาติใหม่ของหลินจิงซูแทน
อู๋ซิ่วเหลียนและย่าอู๋ซ่อนตัวอยู่บริเวณร้านค้าข้างเคียง ซุ่มสังเกตการณ์ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำเพราะความตื่นเต้นเกินจะหักห้ามไว้ได้
พวกเธอกำลังวาดฝันจินตนาการถึงเงินก้อนโตที่กำลังจะหลั่งไหลเข้ากระเป๋าตนเอง
ย่าอู๋เฝ้ามองภาพฉากที่ติงเสวี่ยเหม่ยกำลังรับธนบัตรจากมือลูกค้า แล้วยัดใส่กระเป๋าคาดเอวใบโตของตนเองอย่างลวกๆ ภายในนั้นล้วนแต่อัดแน่นไปด้วยฟ่อนเงินปึกหนา! แทบจะในทันทีนั้น ดวงตาทั้งคู่ของหญิงชราก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวฉับพลันด้วยความอิจฉาริษยา เธอกัดฟันแน่นจนเสียดสีกันเสียงดังครืดคราดด้วยความโลภสุดขีด
“นังสุนัขตัวเมียกับลูกของมันจะโชคดีอะไรขนาดนี้! นี่เป็นกิจการที่ทำเงินได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ! รีบไปเอามันมาเป็นของเราเร็วๆเถอะ!”
อู๋ซิ่วเหลียนรีบพูดเสริมขึ้นทันที
“แม่คะ บอกตัวเองดีกว่ามั้ยคะ? ขอแค่แม่ยอมสละบ้านเน่าๆหลังนั้นทิ้งไป กิจการของพวกมันก็จะตกอยู่ในกำมือของเราทันที! และเมื่อเวลานั้นมาถึง อย่าว่าแต่บ้านซอมซ่อสกปรกแบบนั้นเลย ต่อให้เป็นบ้านสุดหรูใจกลางเมือง หรือจะเป็นบ้านพักตากอากาศริมทะเล เราก็มีปัญญาซื้อทั้งนั้นล่ะค่ะ!”
ทันทีที่พูดจบ ดวงตาของแม่สามีและลูกสะใภ้ต่างสว่างไสวไปด้วยความละโมบ พวกเธอทั้งคู่แทบอดใจรอให้ถึงเวลาปิดร้านไม่ไหว และทันทีที่เห็นหลินจิงซูตั้งป้ายปิดร้าน สองคนก็รีบวิ่งตรงดิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็วพร้อมกับโฉนดบ้านในมือ
นึกถึงมูลค่าของบ้านโทรมๆติดแม่น้ำหลังนี้ในอนาคต หลินจิงซูค่อนข้างมั่นใจ หากวันนั้นมาถึงเมื่อใด จะต้องเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นแน่นอน และเพื่อเตรียมการไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น เธอจึงได้เชิญจางหลานและสามีที่เป็นตำรวจมาร่วมโต๊ะทานข้าวด้วยกันในฐานะพยาน
ภายหลังที่ทุกคนมาถึง หลินจิงซูก็ขอให้ย่าอู๋นำโฉนดบ้านออกมา ทั้งสองฝ่ายเริ่มลงนามเซ็นสัญญาการโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อหน้าทุกคนบนโต๊ะอาหารแห่งนี้
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพแล้ว เวลานี้ก็เท่ากับว่าบ้านโทรมติดแม่น้ำหลังนั้นได้ตกเป็นของติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูโดยสมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนต่อมา สองแม่ลูกได้ทำการส่งมอบสูตรลับวิธีทำชานมไข่มุกและรถเข็นสำหรับขายของให้แก่คนทั้งคู่
เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายขอตัวกลับ จางหลานแอบกระตุกแขนเรียกหลินจิงซูออกมา เพื่อขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวอย่างเร่งด่วน
“แผนขายกิจการแลกกับบ้านโทรมๆหลังนั้นใครเป็นคนต้นคิด?”
“หนูเองค่ะ” หลินจิงซูยอมรับไปตามตรง
จางหลานได้ฟังแบบนั้นถึงกับต้องกระทืบเท้าด้วยความโมโหสุดขีด
“จิงซูน้อย! นี่โง่รึเปล่า? เราเพิ่งจะเอาธุรกิจที่สามารถทำเงินได้มหาศาลไปแลกกับบ้านซอมซ่อไร้ค่าหลังหนึ่งเท่านั้น! รู้ตัวมั้ยว่าทำบ้าอะไรลงไป?! แล้วต่อจากนี้เรากับแม่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อกันยังไง? ทีแรกป้าก็หลงคิดว่าแผนการไร้สาระแบบนี้แม่เราคงเป็นตัวตั้งตัวตี! ป้าตั้งใจว่าจะไปช่วยเกลี้ยกล่อมอีกแรง แต่ที่ไหนได้…”
จางหลานส่ายหัวอย่างจนปัญญาเช่นกัน เอกสารฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วินาทีที่ทั้งสองฝ่ายลงนามเซ็นสัญญาไปแล้ว และต่อให้พูดอะไรไปในตอนนี้ มันคงจะสายเกินแก้แล้ว…
“ป้าจางคะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ครั้งนี้หนูไม่ได้ขาดทุนอะไรเลย”
หลินจิงซูยิ้มตอบปราศจากทีท่าทุกข์ร้อนใจใดๆ
กลับเป็นจางหลานเสียมากกว่า ที่ดูร้อนใจเป็นพิเศษ เธอยังบ่นต่ออีกว่า
“เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ! บทจะโง่ก็โง่เอาดื้อๆแบบนี้! ตลอดเวลาที่ผ่าน ไม่ว่าเราจะหยิบจับอะไรก็มีแต่ประสบความสำเร็จไปซะหมด ทีแรกป้าก็คิดว่าเราเป็นเก่งมีความสามารถ แต่ตอนนี้ป้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เราน่ะเก่งจริงหรือว่าโชคช่วยกันแน่! ไม่ว่าจะมองมุมไหนป้าก็ไม่เข้าใจเอาซะเลย เราต้องการบ้านโทรมๆหลังนั้นไปทำอะไร? ถ้าอยากได้บ้านสักหลังจริงๆ ระดับป้าหาได้ดีกว่านั้นตั้งเยอะ! จะเอาสักกี่สิบหลังเดี๋ยวป้าจะหามาประเคนให้เลย!”
ได้ฟังเสียงบ่นที่ดุเด็ดเผ็ดร้อนของจางหลาน หลินจิงซูกลับไม่รู้สึกโมโหหงุดหงิดแต่อย่างใด เพราะเธอรู้ดีว่า อีกฝ่ายมีเจตนาดีและเป็นห่วงเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเธอแม่ลูกจริงๆ แต่ไม่ว่าอย่างไร ในส่วนของเหตุผลเธอขอปิดปากเงียบไม่พูดเสียดีกว่า เพราะต่อให้พูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อเธออยู่ดี
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







