เข้าสู่ระบบ113 2-2
ตอนที่ 225 แผนเสี่ยงพัง
อู๋ซิ่วเหลียนกลายเป็นตัวตลกท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะขบขันของคนเหล่านั้น ทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอสั่นสะท้านเกินควบคุม
ในที่สุดเธอก็เข้าใจเสียที!
ทำไมจู่ๆหลินชิงอี้ถึงอยากจะแต่งงานใหม่กับติงเสวี่ยเหม่ยนักหนา ถึงขนาดยอมขายเธอให้กับคนอื่นได้อย่างไม่ลังเล! เดิมทีเธอคิดว่าเป็นเพราะจู่ๆหลินชิงอี้ก็ตาสว่าง คิดกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี แต่ที่ไหนได้ ทั้งหมดที่เขาทำไปก็เพื่อทวงคืนบ้านริมน้ำที่กำลังจะถูกเวนคืนนั่นเอง!
แต่ที่น่าเจ็บใจยิ่งไปกว่านั้นก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องนี้ แต่เดิมโฉนดบ้านหลังนั้นควรจะตกเป็นของเธอในฐานะค่าสินสอด ฉะนั้นแล้ว เธอเองก็ควรมีสิทธิ์ได้เงินค่าเวนคืนเช่นกัน!
อู๋ซิ่วเหลียนไม่รอช้า รีบบึ่งตรงไปที่โรงเรียนของหลินจิงซูด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทาทันที
ป้าผางและคนอื่นๆเห็นเช่นนั้น ก็พากันหัวเราะคิกคักไม่หยุด
“ดูสิ ดูสิ ดูท่าจะโกรธมากเลยนะนั่น! ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ไม่แปลกหรอก ถ้าจู่ๆก็มีคนคีบเนื้อออกจากปาก เป็นฉัน ฉันก็หัวเสียเหมือนกัน!”
“แต่ผู้หญิงแบบนี้ก็สมควรโดนแล้วล่ะ ถ้าไม่จ้องจะฮุบกิจการชานมไข่มุกของจิงซูน้อยตั้งแต่แรก มีเหรอที่โฉนดบ้านตรงนั้นจะถูกเปลี่ยนมือน่ะ?”
…..
ภายในโรงเรียน
“นังเด็กเลว! ฉันก็คิดอยู่แล้วเชียว! ทำไมตอนนั้นแกถึงได้ยอมขายขาดทุนธุรกิจชานมไข่มุก! ที่แท้แกก็รู้เรื่องเวนคืนที่ดินตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ยล่ะ? แกถึงได้ฉกเอาบ้านหลังนั้นของฉันไป!?”
หลินจิงซูแสร้งตีหน้าใสซื่อไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
“นี่กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่เหรอ? อู๋ซิ่วเหลียน คุณเองต่างหากที่จ้องจะฮุบกิจการชานมไข่มุกของหนูก่อนไม่ใช่เหรอ? ถึงขนาดยอมเอาบ้านหลังนั้นมาแลกด้วยความเต็มใจ? แล้วจะมาพูดพล่อยๆแบบนี้ได้ยังไงกัน กล่าวหาว่าหนูไปฉกของคุณมา ถ้ายังขืนพูดจาใส่ร้ายกันแบบนี้อีกที หนูจะแจ้งความจับนะคะ”
ดวงตาของอู๋ซิ่วเหลียนเปลี่ยนสีคล้ายจะพ่นลูกไฟออกมาได้ วินาทีเดียวกันนั้น เธอก็ง้างมือตบหน้าหลินจิงซูด้วยแรงทั้งหมดที่มี!
หลินจิงซูยืนนิ่งอย่างไม่เกรงกลัว ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติก่อนหน้า เธอก็รู้จักอู๋ซิ่วเหลียนเป็นอย่างดี คนประเภทนี้ก็แค่พวกท่าดีทีเหลว เท่านั้นเลยจริงๆ!
เหมือนเช่นเคย เธอคว้าข้อมือหยุดอู๋ซิ่วเหลียนไว้ได้อย่างง่ายดาย โถมกำลังผลักร่างอีกฝ่ายจนล้มหน้าหงายลงกับพื้น
เนื่องจากสถานที่ตรงนี้เป็นสนามกีฬาใจกลางโรงเรียน ทำให้มีนักเรียนหลายต่อหลายคนเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ
อู๋ซิ่วเหลียนเองก็เช่นกัน อาศัยข้อได้เปรียบจากจุดนี้ ตวาดสวนขึ้นทันทีอย่างไม่เกรงกลัว
“นังเด็กสารเลว ถ้าแกไม่คืนบ้านหลังนั้นมาให้ฉัน แกจะไม่มีวันได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน!”
หลินจิงซูแสยะยิ้มมุมปากอย่างขบขัน เอ่ยตอบด้วยท่าทางสบายๆไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
“ขอบคุณนะคะที่กล้าเตือนหนู แต่กลับไปดูแลลูกสาวตัวเองก่อนเถอะค่ะ ชาตินี้ยังจะมีโอกาสได้เข้าเรียนกับเขาอีกรึเปล่าก็ไม่รู้!”
พูดจบเธอก็สะบัดมืออู๋ซิ่วเหลียนทิ้ง แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ก็ไม่วายทิ้งข้อคิดไว้ให้สั้นๆว่า
“คิดดูให้ดี ใครกันแน่ที่เป็นศัตรูของคุณในตอนนี้? แล้วใครกันที่มีชื่อเป็นเจ้าของโฉนดบ้านหลังนั้นก่อนหนู?”
อู๋ซิ่วเหลียนถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างสิ้นท่า เอาแต่กรีดร้องระเบิดอารมณ์ราวกับคนบ้า
หลินชิงอี้เพิ่งกลับมาจากหมู่บ้านติงเจี่ยด้วยสีหน้าอมทุกข์ เขาเดินตรงดิ่งไปที่ห้องนั่งเล่นโดยมีย่าอู๋นั่งคอยอยู่นานแล้ว ทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย เธอก็เร่งเร้าถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า
“เป็นยังไงบ้าง? เสวี่ยเหม่ยยอมแต่งงานกับลูกมั้ย?”
หลินชิงอี้หน้านิ่วคิ้วขมวดดู ใบหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก เอาแต่ส่ายหน้าไปขณะเอ่ยตอบ
“ดูท่าตอนนี้เธอจะหมดเยื่อใยกับผมแล้วจริงๆ แม้กระทั่งตาแก่ติงพยายามช่วยแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังหัวรั้นปฏิเสธ!”
“หึ! นังผู้หญิงไม่รักดี! ทั้งที่ชิงอี้ของฉันอุตส่าห์มีเมตตาให้แท้ๆ! แต่มันก็ยังโง่ปฏิเสธได้ลงคอ! หรือเป็นไปได้ไหมว่านังนั่นจะมีผู้ชายคนอื่นแล้ว?”
ย่าอู๋คาดเดาไปต่างๆนานา กระแทกไม้เท้ากับพื้นอย่างแรง แสดงท่าทีหงุดหงิดไม่พอใจออกมา
“หลินชิงอี้! ไอ้ชาติชั่ว!!!”
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูดังสนั่นลั่นแปดทิศ ทำลายบรรยากาศการสนทนาของสองแม่ลูกลงไม่เหลือชิ้นดี!
สิ่งที่สองแม่ลูกมองเห็นก็คือ อู๋ซิ่วเหลียนที่กำลังตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเขาทั้งคู่ด้วยท่าทีดุร้าย
“แกกับนังแก่นี่คิดจะยักยอกเงินค่าเวนคืนบ้าน แล้วเก็บไว้ใช้กันแค่สองคนใช่มั้ย?!”
อู๋ซิ่วเหลียนพกพาไฟโทสะที่อัดแน่นอยู่กลางอกมาด้วย เธอชี้หน้าด่ากราดคนทั้งสองต่อว่า
“เหตุผลที่แกอยากจะแต่งงานใหม่กับนั่งโง่นั่น ก็เพราะโฉนดบ้านติดริมแม่น้ำหลังนั้นใช่มั้ย? จะบอกอะไรให้เอาบุญ บ้านหลังนั้นมันเป็นของฉัน!!”
ได้ยินเช่นนั้น ทั้งคู่ต่างก็นิ่งอึ้งไปในทันที หลินชิงอี้และย่าอู๋ต่างหันมองหน้าสบตากันด้วยความประหลาดใจ
นี่เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?
“บ้านหลังนั้นแต่เดิมเป็นทรัพย์สินของฉันอยู่แล้ว! แกที่กำลังจะแต่งงานใหม่แล้วย้ายออกไปเกี่ยวอะไรด้วย? แล้วฉันได้เงินมาเมื่อไหร่ก็ไม่คิดจะเก็บไว้ใช้คนเดียวสักหน่อย! ฉันต้องแบ่งให้เสวี่ยเอ๋อร์หลานของฉันอยู่แล้ว!”
ย่าอู๋อดใจสั่นขวัญหายไม่ได้ ถ้าแม้กระทั่งอู๋ซิ่วเหลียนยังรู้เรื่องนี้ นั่นก็หมายความว่า…
ติงเสวี่ยเหม่ยก็อาจจะรู้เรื่องนี้แล้วเช่นกัน? และถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ แผนการทั้งหมดที่สู้อุตส่าห์วางไว้ จะไม่พังทลายลงหรอกหรือ?
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







