เข้าสู่ระบบ113 1-2
ตอนที่ 224 บุญมีแต่กรรมบังแท้ๆ
ติงเสวี่ยเหม่ยตอบสนองต่อสิ่งที่ได้ยินในทันที วินาทีนั้น ทุกอย่างก็ถูกไขให้กระจ่างแจ้งฉับพลัน
ที่แท้จุดประสงค์ของหลินชิงอี้ก็คือบ้านเก่าหลังนั้นนี่เอง! อีกแง่มุมหนึ่ง เมื่อลองคิดใคร่ครวญแทนอีกฝ่าย เธอก็อดรู้สึกเจ็บใจแทนเขาไม่ได้เช่นกัน
ของที่ควรจะเป็นของเรา กลับถูกคนอื่นแย่งชิงไปในวินาทีสุดท้าย…
คงรู้สึกทรมานใจจนแทบคลั่ง!
“ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่น่าแปลก…”
แต่แล้วจู่ๆติงเสวี่ยเหม่ยก็คล้ายจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอรีบเปลี่ยนประเด็นทันที
“แต่เดี๋ยวก่อนนะ แล้วทำไมลูกทำเหมือนรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า บ้านหลังนั้นจะต้องถูกเวนคืน? แม่ยังจำตอนนั้นได้ ลูกถึงกับยอมขายรถเข็นและสูตรชานมไข่มุกเพื่อแลกกับบ้านโทรมๆหลังเดียว หรือเป็นไปได้ไหมว่า…ทั้งหมดนี้ลูกได้คิดการไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว? ซูซู นี่ลูกทำได้ยังไง? ”
สำหรับเรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะไม่ว่าหลินจิงซูจะอธิบายอย่างไร ติงเสวี่ยเหม่ยก็ไม่มีทางเชื่ออยู่ดีว่า ลูกสาวตัวเองที่อยู่ตรงหน้านี้จะเป็นคนมาจากโลกอนาคต
“อย่าว่าไปนะแม่ บางทีหนูอาจจะมาจากโลกอนาคต แล้วก็มีพลังเหนือธรรมชาติที่สามารถทำนายอนาคตได้จริงๆ! ครั้งนี้ถือว่าหนูโชคดีมากกว่าที่เลือกเดิมพันถูก! เพราะก่อนหน้านี้หนูเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่า วันหนึ่งที่ดินของบ้านหลังนั้นจะถูกเวนคืนแบบนี้! สงสัยสวรรค์คงจะเห็นใจพวกเราล่ะค่ะ”
หลินจิงซูเล่าไปพลาง ทำเป็นรู้สึกทึ่งในตัวเองไปพลาง
ได้ฟังคำอธิบายเหล่านั้น ติงเสวี่ยเหม่ยก็พยักหน้าเป็นอันเข้าใจ ตอนแรก เธอก็ตื่นตกใจอย่างมาก จนถึงขนาดฉุกคิดว่ามีเรื่องเหนือธรรมชาติจริงๆ แต่ปรากฏว่าลูกสาวของเธอก็แค่โชคดีเท่านั้นเอง
อย่างว่าล่ะ ลูกสาวของฉันจะมาจากโลกอนาคตได้ยังไงกัน? สมองของฉันท่าจะเพี้ยนไปเอง!
ในเมื่อติงเสวี่ยเหม่ยทราบเรื่องทุกอย่างหมดแล้ว หลินจิงซูก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องกังวลเรื่องการแต่งงานใหม่อีกต่อไป
เดิมที เธอค่อนข้างจะไม่เชื่อใจในตัวติงเสวี่ยเหม่ยเท่าไหร่นัก เพราะอย่างนั้น ก็เลยต้องจำใจประกาศร่วมมือกับอู๋ซิ่วเหลียนเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นได้ ตัดภาพมาในตอนนี้ ดูท่าเธอจะกังวลมากจนเกินไปเสียเอง
แต่ถึงอย่างนั้น หลินจิงซูย่อมรู้ดีว่า คนอย่างหลินชิงอี้และย่าอู๋จะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไปโดยง่าย หากพวกเขาไม่สามารถทวงโฉนดที่ดินกลับคืนไปได้ด้วยวิธีนี้ ระดับความรุนแรงก็น่าจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
หากผ่านพ้นช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปได้เมื่อไหร่ เธอจะต้องพาติงเสวี่ยเหม่ยลี้ภัย หนีออกไปกลบดานที่อื่นสักพัก จะปล่อยให้สัตว์นรกพวกนี้ทำร้ายเธอไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
….
ทางฝั่งบ้านตระกูลหลิน
เนื่องจากหลินชิงอี้ต้องรับหน้าที่เกลี้ยกล่อมให้ติงเสวี่ยเหม่ยยอมกลับมา ดังนั้น หน้าที่เกลี้ยกล่อมอู๋ซิ่วเหลียนจึงต้องตกเป็นของย่าอู๋และลูกสาวของเธอเอง
“เสวี่ยเอ๋อร์ ดูแม่ของแกสิว่าเห็นแก่ตัวขนาดไหน! ต่อให้ไม่ชอบคุณฉางเป็นการส่วนตัว แต่ก็ควรคำนึงถึงอนาคตของลูกสาวตัวเองก่อนจริงมั้ย? ย่าล่ะรู้สึกเห็นใจแทนแกจริงๆที่เกิดมามีแม่แบบนี้!”
วิธีการเกลี้ยกล่อมของย่าอู๋ก็ง่ายมาก เพียงแค่ใช้ไม้เท้าบวกกับ ‘ความจริงใจ’ ที่มีให้ต่อกัน
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หากมีใครสักคนกล่าวหาว่าร้ายอู๋ซิ่วเหลียน หลินเสวี่ยจะเป็นคนแรกที่กระโดดเข้ามายืนเคียงข้าง และช่วยเหลือผู้เป็นแม่อย่างไม่ลังเล
แต่ไม่ใช่สำหรับคราวนี้ เพราะมันเกี่ยวพันไปถึงอนาคตของเธอโดยตรง อย่าว่าแต่ออกตัวปกป้องเลย หลินเสวี่ยแทบจะมีแนวคิดไม่ต่างจากย่าอู๋เลยแม้แต่น้อย
ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่ของเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อตัวเธอได้ แล้วทำไมครั้งนี้ถึงจะทำไม่ได้ล่ะ? และที่สำคัญที่สุด เรื่องราวในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางชีวิตในอนาคตของเธอโดยตรงอีกด้วย!
ยิ่งไปกว่านั้น หลินเสวี่ยยังได้ยินจากปากย่าอู๋ด้วยว่า ตระกูลของคุณฉางเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวย หากมองข้ามเรื่องหน้าตาที่แสนอัปลักษณ์ของอีกฝ่ายไปได้ ทุกอย่างล้วนเหลือแต่ข้อดี!
แต่จนแล้วจดรอด ยังมีเรื่องหนึ่งที่หลินเสวี่ยไม่เข้าใจอยู่ดี แม่ของเธอรักลุงมากขนาดนี้เชียวเหรอ? ถึงกับยอมทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ลุงกับติงเสวี่ยเหม่ยได้กลับมารักกันอีก โดยที่ไม่สนว่าอนาคตต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรงั้นเหรอ??
เห็นหลินเสวี่ยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ราวกับกำลังฝันหวานถึงอนาคตที่ไร้ขีดจำกัดของตนเองอยู่ ย่าอู๋ก็ตระหนักได้ทันทีว่า ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องเสียแรงเกลี้ยกล่อมอู๋ซิ่วเหลียนอีกต่อไปแล้ว เพราะหน้าที่ตรงนั้น หลานสาวของเธอคนนี้จะรับช่วงต่อเอง!
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนอย่างราบรื่น สถานการณ์ในตอนนี้กำลังเดินหน้าไปในแบบที่สองแม่ลูกตระกูลหลินคาดหวังไว้!
ในวันถัดมา อู๋ซิ่วเหลียนก็วางแผนจะเดินทางไปที่โรงเรียน เพื่อขอคำปรึกษาจากหลินจิงซูอย่างเร่งด่วนที่สุด แต่ระหว่างทางกลับเผชิญพบกับป้าผางและกลุ่มมนุษย์ป้าจอมนินทาอีกครั้ง
พบเจอศัตรูบนทางแคบอีกแล้ว!
“รู้ข่าวรึยัง? ทางรัฐบาลออกประกาศเวนคืนที่ดินในเขตมณฑลของเราแล้วนะ! บ้านทุกหลังที่อยู่ติดริมแม่น้ำกำลังจะถูกเวนคืน! ฉันได้ยินว่าเงินชดเชยต่อหลังนี่จำนวนมหาศาลเลยล่ะ!”
“สวรรค์! ใครมีบ้านตรงนั้นไม่รวยตายเลยเหรอเนี่ย!? อนิจจา ทำไมตระกูลของฉันถึงไม่มีโฉนดที่ดินแถวแม่น้ำบ้างเลยนะ!”
“….”
“เมื่อกี้พวกแกพูดว่าอะไรนะ?!”
ทันใดนั้นเอง อู๋ซิ่วเหลียวก็ร้องตะโกนถามเสียงหลง ขัดจังหวะการสนทนาขึ้นจนทุกคนต่างก็เงียบลง
“อ้าวๆ ซิ่วเหลียนเองเหรอจ๊ะ? ถ้าฉันจำไม่ผิด สินสอดที่เธอได้ตอนแต่งงาน รู้สึกว่าจะเป็นโฉนดบ้านติดแม่น้ำหลังหนึ่งไม่ใช่เหรอ? แต่น่าเสียดายนะ ที่โฉนดบ้านหลังนั้นถูกขายต่อให้จิงซูน้อยไปแล้ว? บุญมีแต่กรรมบังแท้ๆ!”
ป้าผางจ้องหน้าเธอ พร้อมระบายยิ้มอย่างขบขัน
“อุ๊ย น่าสงสารจังเลย คนมันไม่มีโชคอ่ะเนอะ ทำอะไรก็ไม่รวย! ฮ่าฮ่าฮ่า…”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







