เข้าสู่ระบบ117 2-2
ตอนที่ 233 โฉนดบ้านที่หายไป(2)
บรึ้น~
หลังจากที่หลินชิงอี้และผู้เป็นแม่กระโดดขึ้นรถสองแถวจากไปแล้ว หม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานก็จ้องมองไปยังทิศทางที่รถสี่ล้อหมุนจนฝุ่นตลบคลุ้งออกไปไกลแล้ว ทันใดนั้น หม่าฟู่เฟิงก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยคาใจเล็กน้อย
“บ้านที่ไหนกันนะ?”
เฝ้าครุ่นคิดพิจารณาถึงพฤติกรรมอันน่าอัศจรรย์ใจของสองแม่ลูกตระกูลหลิน อะไรที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ก็กลับปรากฏให้เห็น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแย่งชิงโฉนดบ้านที่ว่ามาครอบครอง นี่แสดงให้เห็นแล้วว่า โฉนดบ้านหลังนั้นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
หลินจิงซูยืนมองอยู่ด้านหลัง เฝ้าสังเกตท่าทีของคนทั้งคู่อย่างใกล้ชิด ข่าวเรื่องเงินค่าเวนคืนที่ดินจะปล่อยให้รั่วไหลไปถึงหูของหมาป่าสองตัวนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะมั่นใจเถอะว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้ ย่อมมีแต่ปัญหาอย่างแน่นอน
หลินจิงซูนิ่งไม่แสดงท่าทีใดๆ เธอหมุนตัวกลับเข้าบ้านตามปกติ
…..
“แม่คะ พวกเราเก็บโฉนดบ้านไว้ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ”
เมื่อกลับมาถึง หลินจิงซูยังรู้สึกกังวลต่อพฤติกรรมที่บ้าดีเดือดของหลินชิงอี้ไม่หาย เธอรู้ดีกว่า พ่อสารเลวของเธอคนนี้ จะไม่มีวันยอมตัดใจง่ายๆจนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการไปครอบครองแน่!
“พรุ่งนี้หนูต้องไปโรงเรียนพอดี ตั้งใจจะว่าจะเอาโฉนดติดตัวไปด้วยเลย ฝากไว้ที่บ้านศาสตราจารย์หวังน่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว หนูค่อนข้างมั่นใจว่า พ่อจะต้องบุกมาที่นี่เพื่อขโมยโฉนดใบนี้ไปอีกแน่ๆ!”
ติงเสวี่ยเหม่ยได้ฟังเช่นนั้น เธอก็พยักหน้าเห็นด้วยทันทีเพราะรู้สึกว่าที่ลูกสาวพูดมานั้นมีเหตุผล หากยังขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปโดยไม่มีมาตรการป้องกันใดๆเลย สักวันโฉนดแผ่นนี้จะต้องถูกขโมยไปจริงๆแน่!
“ดีแล้วล่ะจ้ะ ฝากไว้ที่บ้านศาสตราจารย์หวังน่าจะปลอดภัยกว่าจริงๆ”
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น หลังจากที่หลินจิงซูอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว เธอก็รีบวิ่งไปที่ตู้ลับเพื่อเอาโฉนดทันที แต่ทว่าเมื่อเปิดตู้ออกมา เธอก็ถึงกับต้องตัวนิ่งแข็งฉับพลัน!
โฉนดบ้านที่ถูกวางไว้เป็นอย่างดีในตำแหน่งนั้น ตอนนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่า!
ไม่ว่าจะรื้อค้นดูทั่วทั้งตู้อย่างละเอียดแค่ไหนกลับไม่พบเห็นเลยแม้แต่น้อย เธอถึงกับร้องตะโกนลั่นออกไปด้วยความร้อนใจ
“แม่คะ! เห็นโฉนดบ้านของเรารึเปล่าคะ?!”
ติงเสวี่ยเหม่ยรีบวิ่งเข้ามาทันที และเมื่อเห็นหน้าผู้เป็นแม่ หลินจิงซูก็ร้องบอกพร้อมกับคู่คิ้วที่ขมวดแน่น
“โฉนดบ้านหายไปค่ะ!”
ก่อนที่จะเข้านอนเมื่อคืนนี้ สองแม่ลูกได้ช่วยกันตรวจดูเป็นอย่างดีแล้ว และยืนยันได้ว่าโฉนดบ้านได้ถูกเก็บไว้อย่างสมบูรณ์ในตู้ลับใบนี้
แต่เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา โฉนดบ้านฉบับนั้นกลับอันตรธานหายไปเสียแล้ว!
ใครเอาไปน่ะเหรอ? หึหึ…คำตอบย่อมจะชัดเจนอยู่แล้ว
“เอาโฉนดบ้านหลังนั้นคืนมา!!!”
หลินจิงซูถีบประตูบ้านของติงเสวี่ยหยานเปิดออก และบุกเข้าไปถึงเตียงนอนของคนทั้งคู่ทันที
หม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานที่กำลังนอนหลับฝันดีพลันสะดุ้งโหยงตื่นขึ้นฉับพลัน ดวงตาสองคู่สั่นระริกเลิ่กลั่กไปหมด ก่อนจะหยุดลงจ้องมองใบหน้าของหลินจิงซูในสภาพงุนงง
“นี่แกมาทำอะไรที่บ้านฉันตั้งแต่ไก่โห่แบบนี้ห๊ะ?!”
ทั่วทั้งใบหน้าของติงเสวี่ยหยานดั่งมีคำว่า ‘ไม่พอใจ’ ขีดเขียนอยู่เต็มไปหมด นังเด็กผีนี่นับวันจะยิ่งกำแหงมากขึ้นเรื่อยๆ! เดี๋ยวนี้ถึงขนาดถีบประตูบุกเข้ามาในบ้านแบบนี้เชียวเหรอ?!
“ฉันจะพูดอีกแค่ครั้งเดียว เอาโฉนดบ้านคืนมา!!”
ดวงตาคู่นั้นของหลินจิงซูเสมือนมีเปลวเพลิงลุกโหม พวกมันสองคนยังจะทำมาเป็นไขสืออีก!
“โฉนดบ้าบออะไรกัน? พวกเราไปขโมยโฉนดบ้านของแกมาตอนไหนห๊ะ?”
หม่าฟู่ฟิงพูดไปก็อ้าปากหาวไปด้วย ผมเผ้าฟูยุ่งเหยิงไม่ต่างจากฟางในเล้าไก่
“หลินจิงซู นี่แกจะมาถ่มน้ำลายใส่ร้ายพวกฉันทุกอย่างแบบนี้ไม่ได้นะ!”
ติงเสวี่ยเหม่ยที่วิ่งปรี่ตามเข้ามา ได้เห็นสีหน้าท่าทางของติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงที่ดูสับสนคล้ายปะติดปะต่อเรื่องราวยังไม่ได้ เธอจึงใช้แขนสะกิดหลินจิงซูพร้อมกับกระซิบว่า
“เป็นไปได้มั้ยว่าเมื่อคืนนี้พ่อของลูกแอบเข้ามาขโมยไป?”
เพราะปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า สีหน้าท่าทางของติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงในเวลานี้ ต่างก็ดูตื่นตระหนกและสับสนมากจริงๆ ราวกับคนที่เพิ่งตื่นนอนแล้วถูกยัดข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าไป คล้อยหลังครุ่นคิดพินิจตามอย่างรอบคอบแล้ว แนวโน้มที่จะเป็นหลินชิงอี้ก็เป็นไปได้สูงมากเช่นกัน
อาศัยความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอกับเฉินเฉวียนเย่ในตอนนี้ เชื่อเถอะว่าติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงต่างก็ต้องใจฝ่อเสียยิ่งกว่าเต่าคลาน และต่อให้ทั้งคู่จะปรารถนาอยากได้โฉนดบ้านหลังนั้นจริงๆ แต่ก็ไร้ซึ่งความกล้าเช่นกัน
“ถ้าให้มารู้ทีหลังว่าเป็นพวกคุณสองคนที่ขโมยไปจริงๆล่ะก็ หนูจะสั่งลูกพี่เฉินให้ตัดมือทิ้งซะ!!”
หลินจิงซูยืนชี้หน้าจ้องตาจับผิดคนทั้งสองอยู่เนิ่นนาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับไร้ซึ่งสัญญาณความผิดปกติใดๆฉายปรากฏให้เห็น
เวลานี้ เธอเองก็เริ่มจะไปโรงเรียนสายแล้วเช่นกัน ยิ่งใกล้ช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบนี้ เธอก็ยิ่งไม่ควรพลาดคาบเรียนสำคัญไป! เนื่องด้วยสถานการณ์ที่บีบบังคับ ทำให้เธอจำใจต้องล่าถอยออกไปชั่วคราวก่อน
หลินจิงซูไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปโรงเรียนให้ทัน ระหว่างนั้น เธอก็ครุ่นคิดเสาะหาวิธีที่จะเอาโฉนดบ้านกลับคืนมา
ถึงเวลาโรงเรียนเลิกในช่วงบ่าย จู้หยานก็ได้มายืนคอยหลินจิงซูอยู่ที่หน้าประตูรั้วโรงเรียน
สังเกตเห็นจู้หยานที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้นแต่ไกล หลินจิงซูที่มีสีหน้าอมทุกข์มาตลอดทั้งวัน ก็พลันปรากฏรอยยิ้มเล็กๆที่ริมฝีปากอย่างไม่รู้ตัว
“จู้หยาน นายจะกลับมาจากเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อไหร่?”
หลินจิงซูเดินเข้าไปทักทายตามประสา แม้ว่าทั้งคู่จะเพิ่งห่างกันไปเพียงแค่สองสามวันเท่านั้น แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนยาวนานหลายสัปดาห์
“คุณย่าขอร้องให้ฉันกลับไปอยู่บ้านตั้งหลายครั้งแล้ว ฉันคงอยู่ที่นี่ต่อได้อีกแค่สองสามวันเท่านั้นล่ะ”
สีหน้าท่าทางของจู้หยานยังคงสงบราบเรียบเช่นเคย
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)