เข้าสู่ระบบ205 2-2 ถึง 206 2-2
ตอนที่ 400 เล่นทีเผลอ
หลังจากหมดเรื่องแล้ว หลินจิงซูก็กลับไปยังหอพักตามปกติ เธอเตรียมตัวเข้านอนเพื่อรับการสอบครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้
วันรุ่งขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องสอบ หลินจิงซูได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งจนหลายคนต่างรู้สึกตื่นเต้นใจสั่นจนแทบทำข้อสอบไม่ได้
หวู่ฮ่าวชิงที่อยู่ในห้องสอบเดียวกัน เมื่อเห็นหลินจิงซูมาถึงก็แอบยิ้มออกมาเล็กน้อย และรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก
ทว่าจู่ๆก็มีเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทของหลินจิงซูคนหนึ่ง ได้กระตุกแขนเสื้อของเธอไว้เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยหวังจะใช้เส้นสายความสัมพันธ์ที่มีของตน ให้หลินจิงซูช่วยบอกคำตอบเพื่อเพิ่มคะแนนให้ตนสองสามข้อ ต้องยอมรับว่า คะแนนที่มากกว่าเพียงไม่กี่คะแนนนั้น ก็มากพอที่จะบดขยี้เพื่อนนิสิตอีกหลายชีวิตได้เลยทีเดียว
เห็นเพื่อนสนิททำพฤติกรรมไม่ซื่อเช่นนี้ หลินจิงซูก็ถึงกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทันที
หากมีเวลามาคิดเรื่องหยุมหยิมแบบนี้ได้ ก็ควรเอาเวลาที่ว่านี้ไปตั้งใจทำข้อสอบมากกว่าจะมาคิดหาวิธีโกงไม่ดีกว่าเหรอ?
หลินจิงซูไม่คิดปราณีเช่นกัน เธอหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะเพื่อนคนนั้น แล้วหยิบกระดาษคำตอบขึ้นมากาหัวแสดงสัญญาลักษณ์ว่าหมดสิทธิ์สอบทันที แต่กลับถูกอีกฝ่ายตวาดเสียงดังเกรี้ยวกราดใส่ว่า
“หลินจิงซู! มันจะมากเกินไปแล้วนะ! คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนกัน? ถือวิสาสะอะไรมาทำให้ฉันหมดสิทธิ์สอบแบบนี้?! เธอนั่นล่ะไสหัวออกไปซะ! อย่าคิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้นะ เดี๋ยวฉันจะแสดงให้เห็นเองว่า คนที่เก่งไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว! ทุนบ้าบออะไรนั่นฉันไม่เอาก็ได้!!”
ถูกอีกฝ่ายชี้หน้าตวาดใส่ด้วยความเกรี้ยวกราดเช่นนี้ หลินจิงซูได้แต่ขมวดคิ้วจ้องมองและเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาเล็กน้อย ดูท่าคนพวกนี้จะยังไม่เข้าใจในบริบทของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว
กับแค่เรื่องเล็กๆอย่างการเรียนยังต้องฉ้อโกง แล้วคนแบบนี้จะมีความสามารถอะไรเอาชีวิตตัวเองให้อยู่รอดในสังคมได้?
ขณะที่หลินจิงซูกำลังโน้มตัวเข้าใกล้เพื่อเทศนาสั่งสอนอีกฝ่ายต่อ แต่กลับถูกเพื่อนคนนั้นคว้ากระติกน้ำร้อนบนโต๊ะขึ้นมาสาดใส่หน้าของเธอโดยตรง!
วินาทีที่กระแสน้ำร้อนฉ่าได้สาดกระเซ็นเป็นสายนั้น หวู่ฮ่าวชิงได้พุ่งทะยานออกมาจากเก้าอี้อย่างไม่คิดชีวิต กระโจนเข้าสวมกอดร่างของหลินจิงซูไว้จนล้มกลิ้งลงไปหลายตลบ ทว่าน้ำร้อนสายนั้นกลับลวกเข้าที่ไหลจนชุ่มไปทั่วทั้งแผ่นหลังของหวู่ฮ่าวชิงแทน ด้วยอุณหภูมิที่สูงมากนั้น ได้สร้างความเจ็บปวดให้แก่เขาอย่างแสนสาหัส จนถึงกับหอบหายใจถี่พร้อมส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
หลินจิงซูเพิ่งได้สติตอบสนอง รีบจัดการพลิกร่างของหวู่ฮ่าวชิงเพื่อเปิดดูแผ่นหลังของเขาทันที
“ฮ่าวชิง! นายเป็นอะไรมากรึเปล่า? รีบถอดเสื้อให้ฉันดูแผลหน่อยเร็วเข้า!”
ตอนนี้หลินจิงซูไม่สนใจสิ่งรอบตัวเลยแม้แต่น้อย แม้เพื่อนสนิทคนนั้นจะเพิ่งได้สติ และพนมมือไหว้ขอโทษขอโพยอยู่ก็ตามที
ต้องมาเห็นหวู่ฮ่าวชิงได้รับบาดเจ็บเพราะตนเองแบบนี้ ไม่เพียงแค่เธอเท่านั้นที่ตระหนกตกใจ แต่ยังทำเอาเพื่อนๆนิสิตทั้งหมดที่กำลังทำข้อสอบอยู่ ถึงกับต้องวางทุกสิ่งทุกอย่างลง แล้วตรงเข้ามาช่วยเหลือด้วยความตระหนกตกใจไม่แพ้กัน
ในขณะที่หวู่ฮ่าวชิงกลับไม่ได้สนใจบาดแผลบนแผ่นหลังของตนเองเลยว่าจะสาหัสสากรรจ์แค่ไหน แต่เขากลับรีบลุกขึ้นดึงร่างของหลินจิงซูให้มาหลบอยู่ด้านหลังของตน เพื่อหลีกหนีจากเพื่อนนิสิตที่สาดน้ำร้อนใส่คนนั้น
เพราะหากหลินจิงซูเกิดถูกน้ำร้อนเดือดๆแบบนั้นลวกขึ้นมาจริงๆ บาดแผลผุผองเหล่านั้นก็จะต้องกลายเป็นรอยตำหนิบนร่างกายของเธอไปจนตาย!
หลังจากที่เหล่าคณาจารย์พากันวิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ สถานการณ์จึงค่อยๆสงบลงเป็นลำดับ เมื่อหวู่ฮ่าวชิงถอดเสื้อออกก็พบว่า ตลอดทั้งแผ่นหลังของเขาล้วนฉาบคลุมไปด้วยสีแดงฉาน พร้อมกับไอร้อนที่ยังระบายคลายตัวไม่เสร็จดี เห็นเพียงเท่านี้ หลินจิงซูก็คาดเดาได้ทันทีว่าน้ำนั้นร้อนขนาดไหน จึงรีบพาเขาออกไปโดยเร็ว
“น้ำเดือดขนาดนี้ แผ่นหลังของนายคงถูกลวกมากพอควร! รีบไปโรงพยาบาลกันก่อนดีกว่า ไม่งั้นอาการจะยิ่งแย่ไปกว่านี้แน่!”
หลินจิงซูไม่อยากเห็นหวู่ฮ่าวชิงต้องมาบาดเจ็บเพราะตนเองอีก และตอนนี้ผิวหนังทั่วแผ่นหลังของเขาก็เริ่มมีตุ่มพองเล็กๆผุดขึ้น พร้อมกับมีเลือดไหลซิบออกมาบ้างแล้ว
ระหว่างทางที่ส่งอีกฝ่ายไปโรงพยาบาลนั้น หลินจิงซูก็ได้หันไปมองหวู่ฮ่าวชิงเป็นระยะๆ ส่วนอีกฝ่ายก็ปั้นสีหน้าเจ็บปวดร้องครวญครางราวกับจะทนไม่ไหว เห็นแบบนี้จะไม่ให้เธอตำหนิได้อย่างไรกัน?
“ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ห๊ะพ่อพระเอก? เพื่อนคนนั้นโมโหฉันนายไม่เกี่ยวด้วยสักหน่อย ดูสิ แผลพุพองเริ่มลามไปถึงไหล่ซ้ายแล้วเนี่ย อาการหนักขนาดนี้ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะหายเจ็บ”
สัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่หลินจิงซูมีให้ตนเอง หวู่ฮ่าวชิงก็แอบยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ถึงจะรู้ดีว่าทักษะการป้องกันตัวของประธานไม่ได้ด้อยไปกว่าฉันเลย แต่นี่เป็นเหตุสุดวิสัย แล้วถ้าน้ำร้อนนั่นสาดโดนใบหน้าขึ้นมาล่ะ มีหวังสาวสวยอย่างประธานคงมีอันต้องเสียโฉมแน่ๆ”
“ให้หลังของฉันถูกน้ำร้อนลวก ก็ยังดีกว่าให้โดนใบหน้าของประธานจริงมั้ยล่ะ? เจ็บแค่นี้ก็นับว่าคุ้ม!”
พูดจบ หวู่ฮ่าวชิงก็หัวเราะเฮฮาตามประสาคนที่มีนิสัยร่าเริง ด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูจริงใจของเขา ทำเอาหลินจิงซูถึงกับประทับใจไม่น้อยทีเดียว เธอไม่คิดเลยว่า ชายหนุ่มที่ดูเฮฮาไม่จริงจังกับชีวิต มิหนำซ้ำยังดูโง่ๆอย่างหวู่ฮ่าวชิง เมื่อเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นมา เขาจะทำตัวได้สมเป็นสุภาพบุรุษ และสามารถปกป้องคนอื่นในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจได้
“ย่ะพ่อพระเอกสุดหล่อ! แต่ยังไงฉันก็ต้องขอบใจนายมากที่ช่วยเหลือกันในวันนี้ ถ้าไม่ได้นาย คงเป็นฉันที่ต้องถูกหามตัวส่งโรงพยาบาลแน่ๆ”
บรรยากาศความตึงเครียดที่เคยมีก่อนหน้าเริ่มคลี่คลายเบาบางลง เมื่อรถไปถึงโรงพยาบาล แพทย์ก็เข้าทำการตรวจและรักษาบาดแผลบนแผ่นหลังให้หวู่ฮ่าวชิง
แต่ถึงอย่างนั้น บาดแผลพุพองที่เกิดขึ้นกับหวู่ฮ่าวชิงก็ค่อนข้างรุนแรงกว่าที่หลินจิงซูคาดคิดไว้มากทีเดียว
เวลานี้ สายตาของหวู่ฮ่าวชิงที่จ้องมองมาทางเธอนั้น เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและทุกข์ใจซ่อนอยู่ในเบื้องลึก หลินจิงซูยังคงอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน พร้อมกุมมืออีกฝ่ายไว้แน่น
“ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาได้เลยนะ ฉันไม่ล้อนายหรอกน่า ในชีวิตของคนทุกคนก็ต้องมีวันแย่ๆกันบ้างล่ะ”
“นี่คุณหมอก็ทำแผลทายาให้แล้ว พักรักษาตัวอีกหน่อยคงกลับบ้านได้”
หวู่ฮ่าวชิงพยักหน้าตอบรับในสิ่งที่ได้ยิน
หลินจิงซูพยักหน้าตอบกลับด้วยความเศร้าใจเช่นกัน
“ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ไม่ใช่แค่ทำให้การสอบของนายต้องพังลงอย่างไม่เป็นท่า แต่ยังทำให้เพื่อนคนอื่นๆในห้องต้องขวัญกระเจิงเสียสมาธิอีกด้วยสิ”
“ตอนแรกฉันก็คิดว่า ทุนการศึกษาพวกนี้จะช่วยผลักดันให้ทุกคนมีกำลังใจในการพัฒนาตัวเอง แต่มันกลับกลายเป็นดาบสองคม ทำให้หลายต่อหลายคนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง แม้กระทั่งยอมข้ามเส้นศีลธรรมของตัวเอง นี่ถ้าฉันสามารถจัดการทุกอย่างได้ดีกว่านี้ ก็คงไม่เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับนาย”
จวบจนถึงตอนนี้ หวู่ฮ่าวชิงก็ไม่คิดตำหนิหลินจิงซูเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขายังคงรู้สึกชื่นชมกับการกระทำครั้งนี้ของเธอ
หากเป็นตัวเขาที่เห็นเพื่อนนิสิตกำลังโกงข้อสอบต่อหน้าต่อตา เขาก็คงตัดสินใจทำเช่นเดียวกับที่หลินจิงซูทำอย่างไม่ลังเลเช่นกัน และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การสอบเป็นเพียงเครื่องชี้วัดความรู้ของบุคคลนั้นๆอย่างเดียว แต่ไม่สามารถวัดระดับคุณธรรมในจิตใจของคนเราได้
กับเรื่องเล็กๆอย่างทุนการศึกษา ยังถึงขั้นยอมสูญเสียคุณธรรมในตัว ยอมแหกกฏเกณฑ์เพื่อคดโกงให้ได้มา ถึงแม้จะมีโอกาสได้ร่ำเรียนต่อพร้อมเงินทุนสนับสนุนอีกมากมายก็จริง แต่คนประเภทนี้ย่อมต้องกลายไปเป็นมะเร็งร้ายในสังคมสักวันหนึ่งอยู่ดี
วุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น กลับไม่สามารถยกระดับจิตใจความเป็นมนุษย์ให้สูงขึ้นตามไปด้วยเลย
“ประธาน หยุดโทษตัวเองได้แล้ว เรื่องนี้คนที่ผิดก็คือคนที่โกงต่างหาก อยากจะได้ทุนมากนักแล้วเป็นยังไงล่ะ? ตอนนี้ไม่ใช่แค่ถูกตัดสิทธิ์เรื่องทุนการศึกษา ดูท่าคงจะถูกทัณฑ์บนปัดตกคะแนนสอบทุกวิชาให้เป็นโมฆะไปด้วย”
“แต่ก็อย่างว่า มีผลประโยชน์ก้อนโตรออยู่ตรงหน้าแบบนี้ ใครบ้างจะไม่นึกโลภ ถ้าลองมองอีกมุม บางทีเพื่อนคนนั้นอาจจะคิดสั้นๆว่า ก็แค่ลองดูไม่เสียหายอะไร”
ทุกคำพูดที่หวู่ฮ่าวชิงสื่อสารออกมาล้วนชัดเจนและมีเหตุมีผล หลินจิงซูครุ่นคิดไตร่ตรองเรื่องนี้ในหัวอย่างจริงจังอีกครั้ง แม้ภายในใจลึกๆจะยังรู้สึกไม่เห็นด้วยก็ตามที
และในความเป็นจริง หลายสิ่งหลายอย่างก็เป็นไปอย่างที่เขาพูดเช่นกัน เพราะเพื่อนสนิทของเธอคนนี้ทำเรื่องที่ขัดกับนิสัยเดิมของตนเองอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโกงการสอบ หรือโกรธจนขาดสติถึงขั้นสาดน้ำร้อนใส่เธอ และที่ผ่านมา เธอคนนี้ก็ยังเป็นคนที่ขี้อายยิ่งกว่าอะไรดีเสียอีก ยากที่จะกล้าทำร้ายเธอกับหวู่ฮ่าวชิงอย่างแน่นอน
คงมีปัจจัยอื่นที่บีบให้เธอเดินมาถึงจุดนี้ก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาวะความตึงเครียดจากการเรียน สถานการณ์ภายในครอบครัวหรือเรื่องการเงินเป็นต้น
เมื่อกลับเข้ามหาวิทยาลัยไปก็พบว่า นิสิตหญิงคนนั้นไม่ได้ทำการสอบต่อ และถูกนำตัวไปที่ห้องทำงานของอธิการบดี เมื่อหลินจิงซูตามไปที่นั่น ก็ได้พบเพื่อนของเธอคนนั้นกำลังยืนร่ำไห้ตัวสั่นเทาอยู่ด้านมุมหนึ่งของห้อง ดูท่าคงจะเพิ่งถูกอธิการบดีลงโทษขั้นรุนแรงไปอย่างแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้น หลินจิงซูก็นับเป็นคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เธอย่อมมีสิทธิ์ที่จะเข้ายุ่งเกี่ยว
“จิงซู เธอมาก็ดี ทางโรงพยาบาลเพิ่งโทรมาแจ้งว่า อาการบาดเจ็บของหวู่ฮ่าวชิงค่อนข้างสาหัสมาก ฉันจะหารือกับพ่อแม่ของนิสิตคนนี้เรื่องค่าทำขวัญให้เอง ฝากบอกเขาด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง”
ทว่าหลินจิงซูกลับไม่ต้องการเช่นนั้น เธอไม่ต้องการขูดรีดค่าทำขวัญจากเพื่อนนิสิตคนนี้
หวู่ฮ่าวชิงมาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยกว่า และเชื่อเถิดว่า คนอย่างเขาไม่มีวันเรียกร้องเงินค่าทำขวัญอะไรพวกนี้จากเพื่อนนิสิตด้วยกันอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คงจะเป็นเรื่องการตัดสิทธิ์เธอคนนี้ไม่ให้สามารถสอบชิงทุนได้อีก และนั่นก็เป็นผลกรรมที่เธอควรต้องรับ
“หนูว่าไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องค่าทำขวัญจากเธอหรอกค่ะท่านอธิการบดี เอาเป็นว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้หนูยินดีที่จะรับผิดชอบทั้งหมดเองค่ะ ทางมหาวิทยาลัยแค่จัดการลงโทษไปตามระเบียบก็พอ”
“ฮ่าวชิงที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลได้ฝากมาบอกว่า เขาไม่ติดใจและไม่คิดดำเนินคดีอะไรทั้งนั้น เขาหวังเพียงแค่ว่าเพื่อนของเขาจะสำนึกในความผิดที่ตัวเองก่อขึ้นเท่านั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นิสิตหญิงที่ยืนร้องไห้ตัวสั่นเทาก็มีท่าทางดีขึ้นมาก
เธอไม่คิดไม่ฝันจริงๆว่า แท้จริงแล้วหลินจิงซูจะเป็นคนที่มีจิตใจดีถึงเพียงนี้ ไหนจะยังหวู่ฮ่าวชิงอีก ที่ปฏิเสธไม่ขอเรียกร้องค่าทำขวัญที่เป็นจำนวนเงินสูงลิ่วด้วย
สำหรับเด็กสาวบ้านนอกที่มาจากครอบครัวยากจนอย่างเธอ นี่นับเป็นการช่วยชีวิตครั้งใหญ่ก็ว่าได้!
เธอทั้งเครียดทั้งกดดันกับเรื่องการสอบชิงทุนมาเป็นเดือนๆแล้ว ยิ่งพยายามอ่านหนังสือมากเท่าไหร่ ดูเหมือนเนื้อหากลับยิ่งไม่เข้าหัวมากขึ้นเท่านั้น มิหนำซ้ำยังถูกทางบ้านส่งจดหมายมาเร่งเร้าให้เธอลาออกไปช่วยงานที่บ้านด้วย จึงยิ่งบีบคั้นให้เธอมีอาการวิตกจริตมากขึ้นไปอีก กระทั่งถึงวันนี้ ในวันที่มีการสอบครั้งสำคัญขึ้น ความอดทนของเธอพลันขาดผึงลง และได้พลั้งเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป…
คนที่ไม่เคยจนย่อมไม่มีทางรู้ คำว่า ‘ทุนการศึกษา’ นั้นสำคัญสำหรับคนอย่างพวกเธอมากเพียงใด…
“จริงเหรอประธาน! ทั้งประธานทั้งหวู่ฮ่าวชิงจะไม่เอาเรื่องฉันจริงๆใช่มั้ย?”
หลินจิงซูพยักหน้าพร้อมยืนยันคำเดิม
“จริงสิ ถึงฉันกับฮ่าวชิงจะไม่เอาเรื่อง แต่เธอก็ต้องรับผลจากการโกงครั้งนี้ ผลคะแนนในภาคเรียนนี้ทั้งหมดจะถูกปัดตกเป็นโมฆะ นี่คือราคาที่เธอต้องจ่ายในสิ่งที่ทำลงไป”
เพื่อนนิสิตหญิงคนนั้นรู้สึกซาบซึ้งใจในความเมตตาที่หลินจิงซูมอบให้ เพราะตัวเธอเองก็ไม่คิดว่าตนจะเสียสติถึงขั้นทำร้ายเพื่อนได้
และทันทีที่รู้ว่า แผ่นหลังของหวู่ฮ่าวชิงอาจจะต้องมีรอยแผลเป็นติดตัวไปจนตาย เพื่อนนิสิตสาวคนนั้นก็ถึงกับต้องหลั่งน้ำตาด้วยความเศร้าเสียใจอีกรอบ แต่ถึงแม้จะขอโทษอะไรในตอนนี้ ทุกอย่างก็คงสายเกินแก้แล้ว
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล





![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

