เข้าสู่ระบบ212 1-2
ตอนที่ 405 แอบกลับมาประเทศจีน (1)
ณ เวลาเดียวกันในอีกซีกโลกหนึ่ง จู้หยานซึ่งอยู่ท่ามกลางดินแดนอันห่างไกลอย่างประเทศอังกฤษ เขาเองก็กำลังนั่งอ่านบทความเล็กๆเกี่ยวกับเรื่องทุนการศึกษาของหลินจิงซูอยู่เช่นกัน
เขาให้ความสนใจกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศของตนอยู่เสมอมา อีกทั้งยังมีความปรารถนาลึกๆที่อยากจะกลับประเทศจีนอยู่ตลอดเวลา
แต่ท้ายที่สุด ภายใต้อำนาจการดูแลอย่างเข้มงวดของย่า ที่ได้สั่งให้แม่บ้านซึ่งดูแลความเป็นอยู่ของจู้หยาน ตัดขาดการสื่อสารทุกทางที่จะสามารถเชื่อมต่อมาที่ประเทศจีนได้
กระทั่งข้อมูลในเรื่องที่อยู่อาศัย เบอร์ติดต่อรวมไปถึงช่องทางอื่นๆ ที่จะมีโอกาสได้เข้าถึงตัวหลินจิงซูนั้น ล้วนแต่ถูกสกัดกั้นไว้จนหมดสิ้น
แต่นับว่าโชคยังดีที่จู้หยานเป็นนักศึกษาชาวต่างชาติที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เขาจึงสามารถใช้สิทธิ์ขอสอบล่วงหน้าเพื่อที่จะสามารถจบภาคเรียนได้เร็วกว่ากำหนด และทุกการเคลื่อนไหวของเขาในครั้งนี้ ล้วนถูกเก็บเงียบเป็นความลับขั้นสุดยอด
ระหว่างนั่งรอขึ้นเครื่องบินอยู่ที่เกทในสนามบิน เขาก็อดนึกถึงวันวานดีๆที่เคยมีร่วมกับหลินจิงซูในอดีตไม่ได้ จู้หยาน ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาถึงกับต้องเผยรอยยิ้มออกมา
วันนี้ก็นับเป็นอีกหนึ่งวันที่หลินจิงซูยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่ที่โรงแรม
แม้ว่าสถานการณ์ทางบ้านของเธอในตอนนี้ จะไม่ได้ขาดแคลนเงินทองเหมือนเมื่อก่อนแล้ว อีกทั้งยังมีทรัพย์สินและโฉนดที่ดินซึ่งเริ่มวางแผนกว้านซื้อมาแล้วมากมาย แต่หลินจิงซูก็ยังคงทุ่มเทให้กับภาระหน้าที่ตรงหน้าอย่างเต็มร้อย เพื่อหมายทะยานสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกระดับ
นักเรียนนักศึกษาในยุคสมัยนี้โดยส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ พวกเขาย่อมไม่รู้ว่าสังคมความเป็นอยู่ของคนเหล่านั้นได้พัฒนาไปไกลกว่าประเทศจีนไม่รู้กี่ขุม
และนั่นก็คือเหตุผลให้เธอต้องพยายามปากกัดตีนถีบมาจวบจนถึงทุกวันนี้ ลองคิดดูสิว่า หากให้นักเรียนนักศึกษาเหล่านั้นได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่ต่างประเทศดูสักครั้ง จะเป็นการเปิดหูเปิดตาและวิสัยทัศน์ของพวกเขาให้กว้างไกลได้เพียงใด!
ดีไม่ดี สิ่งนี้อาจกลายมาเป็นเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ที่ปลูกฝังให้ผู้คนอยากพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองให้เจริญก้าวหน้าไปอีกระดับก็เป็นได้!
เอาให้ศิวิไลซ์เหนือกว่าประเทศอื่นๆไปเลย!
ในฐานะที่เป็นบุคคลผู้ข้ามผ่านกาลเวลาจากศตวรรษที่ 21 หลินจิงซูย่อมมีความคิดความอ่านที่ล้ำหน้ากว่าคนอื่นๆในที่แห่งนี้เป็นธรรมดา
ด้วยแนวคิดที่ล้ำสมัยอยู่เสมอนี่เอง ส่งผลให้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปีหลังจากที่เธอเข้ามาปฎิรูปโรงแรมแห่งนี้ ยอดการจองที่พักของไตรมาสนี้ก็ได้พุ่งทะยานเกิน200% อย่างรวดเร็ว!
หลินจิงซูขึ้นแท่นกลายมาเป็นผู้ประกอบการที่มีฝีมือโดดเด่น ซึ่งใครต่อใครก็พากันจับตามอง และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ เธอเป็นเพียงเด็กนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำไป!
เช้าวันรุ่งขึ้น ในวันนี้หลินจิงซูไม่ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเหมือนเช่นเคย
เนื่องจากวันนี้มีงานเทศกาลประจำปีของโรงแรม และเป็นจังหวะเดียวกับที่ทางโรงแรมกำลังเปิดรับสมัครพ่อครัวแผนกจัดเลี้ยงเพิ่มเติมพอดี จึงต้องมีการทดสอบทักษะด้านการทำอาหารของผู้เข้าสมัครเหล่านั้น
ในวันนี้หลินจิงซูมาในฐานะนักชิม เธอตระหนักดีว่าการจะยกระดับอาหารในโรงแรมให้น่าตื่นตาตื่นใจอีกครั้งนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างเอกลักษณ์พิเศษบางอย่างเพิ่มเติมเข้าไป
เป้าหมายต่อไปของโรงแรมคือการยกระดับขึ้นไปเป็นหกดาว
หากประสบความสำเร็จตามที่คิดไว้ ไม่เพียงชื่อเสียงของโรงแรมหลี่เจี่ยจะดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งประเทศเท่านั้น แต่ยังจะกลายมาเป็นจุดขายสำคัญสำหรับชาวต่างชาติที่กำลังจะหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในอนาคตอีกด้วย
เวลาเดียวกัน ในที่สุดจู้หยานก็เดินทางมาถึงตัวเมืองหลักหลังจากต้องนั่งรถโดยสารมาหลายชั่วโมง
เขาไม่ได้เดินทางกลับบ้านที่ชนบทผิงเฉิงเพื่อตามหาหลินจิงซูในทันที อาจเพราะความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการเดินทางมาเป็นระยะเวลานาน จู้หยานจึงต้องการเสาะหาที่สำหรับพักแรมสักคืนก่อน และนับว่าโชคยังเข้าข้างเขาที่ยังพอจะมีเงินหยวนจำนวนหนึ่งติดตัวมาบ้าง เขาจึงได้วานให้คนขับรถช่วยพาไปส่งที่โรงแรมหลี่เจี่ยซึ่งนับว่าใกล้ที่สุด
“พ่อหนุ่มน้อย ตัดสินใจถูกแล้วล่ะที่เลือกพักโรงแรมหลี่เจี่ย โรงแรมนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของมณฑลที่คนพื้นที่อย่างเราภูมิใจนำเสนอ ที่นั่นนอกจากจะมีภัตตาคารอาหารนานาชาติแบบบุฟเฟ่ต์คอยให้บริการแล้ว ยังมีบาร์เครื่องดื่มที่เลื่องชื่อไว้คอยต้อนรับแขกตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยนะ!”
จู้หยานแอบรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยหลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของคนขับ เขาคิดไม่ถึงจริงๆว่า ตนเพิ่งจะจากไปเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ทุกอย่างกลับพัฒนาไปมากมายถึงเพียงนี้
สถานที่แห่งนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้วจริงๆ
ครั้งแรกสุดที่เขาเคยมานั้น โรงแรมแห่งนี้ดูเหมือนจะดีแต่ชื่อ ทว่าความเป็นจริงก็แค่โรงแรมเก่าๆแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ครั้งนี้ความประทับใจแรกบังเกิดขึ้นตั้งแต่ได้ย่างเท้าก้าวลงจากรถโดยสารแล้ว จากประตูไม้เก่าบานใหญ่ที่ต้องมีคนคอยผลักให้เปิด ปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนกลายมาเป็นประตูบานเลื่อนทรงกลมอัตโนมัติ ที่ทั้งหรูหราและดูทันสมัยอย่างมาก
จู้หยานเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตรงเข้าสู่โถงล็อบบี้เพื่อทำการเช็คอิน ตบเท้าก้าวมาถึงด้านในก็ถูกกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอดึงดูดเข้าอย่างจัง
ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ตลอดการเดินทางบนเครื่องบินนับสิบชั่วโมง จวบจนกระทั่งนั่งคอพับหลับมาในรถโดยสารนั้น ท้องไส้ของเขายังคงว่างเปล่าไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยแม้แต่อย่างเดียว
พนักงานต้อนรับเชื้อเชิญจู้หยานเข้าไปยังโซนอาหารบุฟเฟ่ต์อย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกด้าน หลินจิงซูก็กำลังนั่งชิมอาหารจากพ่อครัวใหม่ที่กำลังยื่นใบสมัครอยู่แถวนั้นพอดี
เป็นเพราะจำนวนคนที่แน่หนา จึงได้บดบังสายตาของคนทั้งสองให้ไม่ทันสังเกตเเห็นกันและกัน
กระทั่งในเวลาที่หลินจิงซูหั่นสเต็กชิ้นหนึ่งเข้าปากชิม แล้วก็ถึงกับต้องขมวดคิ้วบ่นเสียงดังด้วยความไม่พอใจว่า
“ปรุงออกมาแบบนี้ เนื้อสเต็กดีๆก็เสียของหมดสิ! แม้แขกส่วนใหญ่จะชอบเนื้อที่สุกแบบเวลหรือเวลดันก็จริง แต่ที่ย่างออกมาบนจานนี้มันเรียกว่าสุกจนแข็ง! เคี้ยวทีกรามแทบค้าง! หมายเลข 14 ไม่ผ่าน!”
“ทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจว่า หากแขกที่มาเป็นต่างชาติ เนื้อที่ย่างจะต้องมีความสุกแบบมีเดียมแรร์เท่านั้น! ถ้าแค่นี้ยังไม่มีปัญญาจะทำได้ ก็เชิญออกไปจากที่นี่ได้เลย! จุดแข็งของโรงแรมหลี่เจี่ยคือทุกอย่างจะต้องสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเท่านั้น!”
แน่นอน ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงคุ้นหูเช่นนี้ จู้หยานก็ถึงกับทิ้งจานอาหารบนโต๊ะ แล้วรีบวิ่งเข้าไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ภาพฉากที่จู้หยานพบเห็นอยู่ตรงหน้าก็คือ ภาพที่หลินจิงซูกำลังทำตัวราวกับเป็นเจ้านายเหนือผู้คน นั่งชิมอาหารอยู่ท่ามกลางพวกเขาเหล่านั้น อีกทั้งยังให้คำแนะนำมากมายเกี่ยวกับเคล็ดลับการปรุงอาหารให้พ่อครัวเหล่านั้นฟังด้วย
“จิงซู!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







