เข้าสู่ระบบ227 1-2
ตอนที่ 431 เนื้อสุกๆดิบๆแบบนี้ใครจะกล้ากิน?
จากประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ภายในระยะเวลาอันสั้น จู้หยานก็สามารถสรรค์สร้างสเต็กมีเดียมแรร์ที่สมบูรณ์แบบร้อนๆพร้อมเสริ์ฟ
หลังจากที่จู้หยานทำอาหารเสร็จสิ้น หลินจิงซูก็เรียกพ่อครัวและบริกรทั้งหลายให้มาลองชิมอาหารจานนี้เพื่อเป็นการตัดสิน สำหรับตัวหลินจิงซูเอง เธอค่อนข้างพึงพอใจกับผลงานชิ้นนี้ของจู้หยานไม่น้อย และเริ่มเห็นแววพ่อครัวของเขาปรากฏขึ้นบ้างแล้วเช่นกัน
แต่คงไม่ใช่กับบรรดาพ่อครัวและบริการอื่นๆ ที่ต่างพากันมุงดูสเต็กจานนี้ที่เต็มไปด้วยเลือดเปรอะเปื้อน ระหว่างลงมีดหั่นเนื้อ ยังมีน้ำเลือดสีแดงซึมไหลออกมาอย่างเห็นได้ชัด ใครต่อใครที่พบเห็นต่างก็ทำใจลำบากที่จะลองลิ้มชิมรสได้ลง
เนื่องด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรม ส่งผลให้ทุกคนรอบข้างต่างรู้สึกเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของหลินจิงซูจ้องมองมา พวกเขาต่างก็รู้สึกอึดอัดจนต้องเอ่ยปากออกมา
“เอ่อ…ประธานหลิน อย่าหาว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะครับ แต่จะให้แขกของโรงแรมเราทานสเต็กดิบๆแบบนี้จริงๆเหรอครับ? ไม่กลัวพวกเขาท้องเสียกันรึไง? ไม่ต้องชิมก็รู้แล้วว่า อาหารจานนี้ที่คนของคุณปรุงออกมามันต่ำกว่ามาตรฐานสุขอนามัยด้วยซ้ำ! ถ้าแขกกินเข้าไปแล้วเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ มีหวังโรงแรมของเราได้ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมหาศาลแน่ๆ!”
“หนูก็คิดเหมือนกันค่ะประธานหลิน ถ้าอาหารของโรงแรมเราทำให้แขกที่เข้าพักท้องเสียขึ้นมาจริงๆ มีหวังโรงแรมเราได้เสียชื่อแน่นอน!”
“ประธานหลิน ชื่อเสียงและความโด่งดังที่พวกเขาทุกคนช่วยกันสร้างขึ้นมา จะปล่อยให้พังยับเยินเพราะเนื้อไม่สุกจานนี้ไม่ได้นะครับ! ถึงจะอ้างว่าเป็นเมนูจากต่างประเทศอะไรก็ช่างเถอะ แต่ดิบจนเลือดไหลเยิ้มขนาดนี้ ผมคนหนึ่งที่ไม่ขอลองชิมครับ!”
หลังจากได้ฟังความคิดเห็นของคนเหล่านี้ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ หลินจิงซูส่ายหัวไปมาด้วยสีหน้าสงบนิ่งพร้อมกับก้าวเท้าขึ้นหน้า จากนั้น ประเดิมคว้าช้อนส้อมแทงไปที่เนื้อเสต็กชิ้นโตแล้วยัดเข้าปากท่ามกลางสายตาที่กำลังตกตะลึง จากนั้น จึงค่อยตัดสเต็กแต่ละชิ้นใส่ลงไปในจาน แจกจ่ายให้แก่บริกรและพ่อครัวทุกคนได้ลองชิมกันด้วนหน้า
“เอาล่ะ แทนที่จะพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อยแบบนี้ ทำไมไม่ลองชิมสเต็กสไตล์ตะวันตกแท้ๆดูสักคำล่ะ? ฉันเอาหัวเป็นประกันเลยว่าทุกคนจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน”
“ถึงแม้สเต็กชิ้นนี้จะถูกปรุงออกมาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ แต่เนื้อวัวมันนั้นต่างจากเนื้อหมู ที่ต้องปรุงสุกเท่านั้นจึงจะสามารถทานได้ เมื่อครู่ฉันเองก็เพิ่งชิมไป ต้องบอกเลยว่ารสชาติอร่อยมากจริงๆ ลองเปิดใจชิมกันดูสักคำ รับรองว่าทุกคนจะรู้สึกเหมือนกับได้เปิดโลกใหม่!”
ภายใต้เสียงรบเร้ายืนกรานของหลินจิงซูที่ต้องการให้ทุกคนได้ลองชิมอย่างน้อยก็สักคำ พวกเขาต่างก็เป็นเพียงลูกจ้าง มีหรือที่จะกล้าขัดคำสั่งไปมากกว่านี้? ส่งผลให้ในมือของทุกคนกำลังถือชิ้นสเต็กชุ่มเลือดบางๆคนละชิ้นไว้ ระหว่างที่หลายคนกำลังทำใจว่าจะต้องกระเดือกกลืนสเต็กชิ้นนั้น จู้หยานก็ยังคงอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างใจเย็นว่า แม้จะเห็นเป็นเลือดสด แต่ที่จริงแล้วเลือดนั้นได้รับการปรุงสุกผ่านอุณหภูมิที่ร้อนของไฟมาระดับหนึ่งแล้ว รับรองว่ากินได้ปลอดภัยแน่นอน
หากมองข้ามเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกได้สักนิด ทุกคนก็จะสามารถเข้าถึงแก่นแท้แห่งความอร่อยของเนื้อสเต็กได้
เฝ้าดูสีหน้าท่าทางผะอืดผะอมปนรังเกียจของทุกคนตรงหน้า จู้หยานกลับไม่ได้รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย เพราะในช่วงแรกๆที่เขาไปถึงประเทศอังกฤษ เขาเองก็เป็นชาวเอเชียคนหนึ่งที่รู้สึกว่า ตนเองคงไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการกินในต่างแดนได้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป จู้หยานก็ได้ค้นพบความจริงประการหนึ่งว่า อาหารโดยส่วนใหญ่ที่อังกฤษนั้น นอกเหนือจากแพนเค้กแห้งๆกับซุปถั่วจืดขืด หนทางหลุดพ้นเดียวจากสิ่งเหล่านั้นก็คือการกินสเต็ก และเมื่อได้ลองลิ้มเพียงแค่คำเดียว ทัศนคติของเขาที่มีต่ออาหารตะวันตกก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล
หลินจิงซูยืนมองสีหน้าท่าทางที่มั่นอกมั่นใจของจู้หยาน สำหรับวัฒนธรรมเรื่องอาหารนั้น เธอนับเป็นอีกหนึ่งคนที่เข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ในฐานะคนที่มาจากศตวรรษที่ 21 เธอย่อมคุ้นชินกับสเต็กยิ่งกว่าอะไรดี ขนาดเมนูทาท่าเนื้อดิบของฝรั่ง เธอก็ยังเคยลิ้มลองผ่านปากมาแล้วเช่นกัน นับประสาอะไรกับสเต็กมีเดียมแรร์เพียงแค่ชิ้นเดียวเล่า?
เห็นบรรดาพ่อครัวและบริกรทั้งหลายยังคงละล้าละลัง หลินจิงซูก็ไม่เสียเวลาพูดพล่ามใดๆ ใช้มือเปล่าหยิบเนื้อสเต็กอีกชิ้นเข้าปากไป เพื่อเป็นการตอกย้ำความเอร็ดอร่อยของมัน เห็นร่องรอยยินดีพอใจฉายผ่านใบหน้าของประธานโรงแรม ทุกคนในที่นั้นต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
จริงอยู่ที่ประธานหลินนับเป็นสตรีแกร่งที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า สุดท้ายเธอก็แค่สาวน้อยคนหนึ่งเท่านั้น แต่พวกเขา…พวกเขาที่เป็นถึงชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ มากไปด้วยประสบการณ์ในห้องครัวมานานหลายสิบปี ทว่าแท้ที่จริงกลับเป็นขี้ขลาดตาขาว กระทั่งสเต็กกึ่งสุกกึ่งดิบชิ้นเดียวก็ยังไม่กล้าลองด้วยซ้ำไป
ลองดูสักคำคงไม่เสียหายอะไร ดีไม่ดีอาจได้ค้นพบสิ่งแปลกใหม่ที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้!
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันอาหารสไตล์ตะวันตกยังเป็นจุดขายหลักของโรงแรมแห่งนี้อีกด้วย หากไม่รู้จักปรับตัวให้ทันโลกทันยุคสมัย สักวันหนึ่ง พ่อครัวแก่ๆหัวโบราณอย่างพวกเขาย่อมต้องจมหายไปตามกาลเวลา
นั่นหมายถึงว่า ถูกไล่ออก!
คิดได้เช่นนั้น ทุกคนจึงยอมกลั้นใจกระเดือกเนื้อสเต็กชิ้นนั้นเข้าปาก พร้อมขบเคี้ยวด้วยความรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทน บ้างถึงขั้นอยากจะอาเจียนออกมาก็มี แต่ช่างน่าแปลกนัก เมื่อเคี้ยวต่อเนื่องอยู่ครู่หนึ่ง กลิ่นคาวจากเนื้อวัวที่ควรจะมีก็กลับไม่มีแม้แต่ร่องรอย มิหนำซ้ำยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งมันปากเอร็ดอร่อย รสหวานและชุ่มฉ่ำของไขมันได้แตกซ่านเต็มช่องปาก
ทุกคนต่างก็ตาโตเป็นประกาย หันขวับจ้องมองไปทางจู้หยานอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นี่ทำได้ยังไงกัน? พ่อหนุ่ม ทำอะไรกับสเต็กชิ้นนี้กันแน่? ไม่เห็นว่าเธอจะใส่น้ำตาลลงไปเลย แต่ทำไมรสชาติถึงได้หวานกลมกล่อมแบบนี้ล่ะ?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







