เข้าสู่ระบบ33 2-2
ตอนที่ 65 ชักชวนป้าผาง
สิ้นสุดมื้ออาหารเย็น หลินจิงซูก็ได้ทำการห่อซองยาสมุนไพรจีน จัดเตรียมไว้ให้เป็นชุดๆมอบให้แก่หลินชิงอี้
หลินชิงอี้เดินหิ้วถุงยาสมุนไพรจีนออกจากบ้านโทรมริมแม่น้ำไป
หลินจิงซูอาสาไปส่งหลินชิงอี้กลับบ้านตระกูลหลิน ระหว่างทางเธอได้ปั้นสีหน้าท่าทางอึดอัดใจอยู่หลายหน อ้าปากหลายต่อหลายครั้งคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่แล้วก็เงียบไป
หลินชิงอี้สังเกตเห็นมาระยะหนึ่งแล้ว เขาจึงชำเลืองมองผู้เป็นลูกสาวพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นว่า
“มีอะไรรึเปล่า?”
ทีแรกหลินจิงซูยังดูลังเล แต่ท้ายที่สุดก็พูดออกไปด้วยท่าทางเหนียมอาย
“พ่อคะ เอ่อ…หนูไม่รู้หรอกนะว่าทำไมป้ารองถึงต้องทำแบบนั้นด้วย แต่ยังไงพวกเราต่างก็ล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน กลับบ้านไปพ่อก็ควรเปิดอกคุยกับป้ารองดีๆ บางทีเธอน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง”
ได้ยินเช่นนั้น หลินชิงอี้ถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ จากนั้นไม่นานจึงได้ตอบกลับไปว่า
“จิงซู เดี๋ยวนี้แกมีเหตุมีผลขึ้นมากจริงๆ”
หลินจิงซูระบายยิ้มอ่อน
“พ่อคะ ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอคะ? มีอะไรก็ควรเปิดอกพูดคุยกัน”
หลินชิงอี้พยักหน้าเห็นด้วยอย่างมีความสุข
“แกพูดได้ถูกต้องแล้ว ฉันจะลองกลับไปคุยกับเธอดีๆดูก็แล้วกัน”
ได้ฟังคำตอบเช่นนั้น หลินจิงซูก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ จู่ๆอู๋ซิ่วเหลียนปฏิเสธที่จะไม่ไปเที่ยวในวินาทีสุดท้าย มีหวังแผนการจับชู้ของเธอคงต้องล่มอย่างไม่เป็นท่าแน่!
วันต่อมา หลินจิงซูเฝ้าสังเกตการณ์อยู่แถวสี่แยกตั้งแต่เช้าตรู่ รอคอยการมาถึงของเป้าหมายอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งได้เห็นหลินชิงอี้พาอู๋ซิ่วเหลียนและหลินเสวี่ยขึ้นรถสองแถวเพื่อเดินทางเข้าตัวเมือง
หลังจากที่ ‘เปิดอก’ คุยกันตลอดทั้งคืนเมื่อวานนี้ หลินชิงอี้กับอู๋ซิ่วเหลียนก็คืนดีกันในท้ายที่สุด
เมื่อหมากทุกตัวเดินไปตามกระดานที่วางไว้ หลินจิงซูก็วิ่งหน้าตั้งไปเคาะประตูบ้านป้าผางอย่างรวดเร็ว
เปิดประตูออกมา ป้าผางถึงกับประหลาดใจที่เห็นหลินจิงซูมาหาตั้งแต่หัววันแบบนี้
“จิงซูน้อย มาทำอะไรตั้งแต่ไก่โห่เหรอจ๊ะ?”
“ป้าผางคะ พอดีหนูได้ตั๋วเที่ยวรีสอร์ทสำหรับทั้งครอบครัวมาสองใบ ก็เลยอยากชวนป้าผางกับครอบครัวไปเที่ยวด้วยกันค่ะ! ไปด้วยกันมั้ยคะ?”
ทันทีที่เห็นชื่อรีสอร์ทบนตั๋วในมือของหลินจิงซู ป้าผางก็ถึงกับผงะตัวสั่นสะท้านไม่หยุด ลูกตาดำหดเล็กเท่ารูเข็มอย่างไม่อยากจะเชื่อ ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า
“จิงซูน้อย นี่มัน…นี่มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอจ๊ะ?”
“ป้าผางคะ ทั้งหนูทั้งป้าต่างก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน แบบนี้แล้วยังจะมีใครพิเศษกว่าป้าได้อีกเหรอคะ?”
หลินจิงซูยิงคำถามสวนกลับ
จู่ๆป้าผางก็ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในวงพนันของนักต้มตุ๋นในวันนั้น ปรากฏว่ามันก็จริงอย่างที่สาวน้อยคนนี้พูด
แต่ป้าผางก็ยังผลักตั๋วรีสอร์ทตรงหน้าออกห่าง ยิ้มตอบสาวน้อยด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจจริง
“ขอบใจมากนะจ๊ะจิงซูน้อย แต่ถ้าจะพูดให้ถูก คราวก่อนกลับเป็นหนูต่างหากที่ช่วยชีวิตป้าเอาไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะหนูในวันนั้น ก็คงไม่มีป้าผางในวันนี้เหมือนกัน ถ้าตั๋วอีกใบยังไม่ใกล้หมดอายุ หนูก็เก็บเอาไว้ใช้เที่ยวรอบหน้าอีกสิลูก”
ได้เห็นความจริงใจฉายปรากฏทั่วทั้งใบหน้าป้าผาง หลินจิงซูก็ยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ว่า ‘เธอเลือกไว้ใจถูกคนแล้วจริงๆ’ เธอยื่นตั๋วรีสอร์ทส่งให้ตรงหน้าอีกครั้ง และบอกกับป้าผางไปตามตรงว่า
“ป้าผางคะ ความจริงแล้วหนูมีเรื่องอยากจะขอให้ป้าช่วยน่ะค่ะ ถือซะว่าตั๋วนี่เป็นค่าตอบแทนก็แล้วกันนะคะ รับตั๋วใบนี้ไว้แล้วไปเที่ยวรีสอร์ทกับหนูนะคะ”
“หมายความว่ายังไงจ๊ะ?”
“หนูกำลังสงสัยว่าพ่อกับป้ารองจะเป็นชู้กัน”
ได้ฟังเพียงแค่นั้น ป้าผางก็เบิกตากว้างจนลูกตาแทบถลนหลุดออกมา เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากสาวน้อยตรงหน้าทันที
“จิงซูน้อย ห้ามพูดแบบนี้อีกเด็ดขาดเลยนะ!”
“ครั้งนี้ พ่อเลือกที่จะพาป้ารองกับลูกพี่ลูกน้องของหนูไปเที่ยวรีสอร์ท เพราะฉะนั้น หนูจะต้องรู้ให้ได้ว่า ความจริงมันคืออะไรกันแน่! แต่จะให้ไปคนเดียวก็ไม่กล้า หนูเลยอยากให้ป้าผางช่วยอีกแรง ตั๋วหนึ่งใบเป็นของป้าผางกับครอบครัว ส่วนอีกใบหนูจะชวนป้าฮวงกับป้าหลี่ไปเป็นกำลังเสริม มีกันสี่คนแบบนี้ หนูมั่นใจว่าจะต้องทำอะไรได้บ้างล่ะค่ะ!”
ป้าผางเริ่มลังเลไม่แน่ใจในแผนการเท่าไหร่นัก
“ป้าเข้าใจจุดประสงค์ของหนูนะ แต่เวลาที่ผู้หญิงอย่างเราจนมุมเนี่ย มันน่ากลัวนะจ๊ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนถูกจับได้ว่ามีชู้ เหตุการณ์แบบนั้นอาจเปลี่ยนคนๆหนึ่งให้กลายเป็นหมาบ้าได้เลยนะจ๊ะ แล้วป้าเองก็รู้จักป้ารองของหนูดี ถึงเวลานั้น มีหวังคงได้เปิดศึกกันวุ่นวายแน่นอน ป้าไม่ได้กลัวอะไรหรอก แค่กลัวจะพลั้งมือตบป้ารองของหนูจนเลือดตกยางออกเอาน่ะสิ เหตุการณ์คงจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น และที่สำคัญ ถ้าทุกคนรู้เรื่องระหว่างพ่อหนูกับป้ารองขึ้นมาจริงๆ ชีวิตแต่งงานของแม่หนูก็อาจจะต้องยุติลงด้วยนะจ๊ะ จิงซูน้อย แน่ใจนะว่าหนูได้ตัดสินใจมาดีแล้ว?”
หลินจิงซูพยักหน้าตอบอย่างเด็ดเดี่ยวว่า
“หนูเตรียมใจมาดีแล้วค่ะ! ถ้าต้องทนเห็นแม่ถูกปิดหูปิดตาให้อยู่แต่ในความมืดในห้องครัวแบบนั้น หนูขอให้ความจริงอันเจ็บปวดนี้ปลุกแม่ให้ตื่นขึ้นมายังดีกว่า!”
ทว่าป้าผางยังคงส่ายหัวเช่นเดิม
“หนูทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เมื่อพ่อแม่หนูหย่าขาดจากกัน คนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือตัวหนูเองนะ ครอบครัวที่ขาดเสาหลักไป ชีวิตความเป็นอยู่หลังจากนั้น…หนูพอจะนึกภาพออกใช่มั้ยจ๊ะ? อีกอย่าง แม่ของหนูก็คงไม่อยากให้เรื่องพรรค์นั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







