เข้าสู่ระบบ35 1-2
ตอนที่ 68
หลินชิงอี้ตระหนักดีว่า เวลานี้มีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างได้! เขาจึงก้าวเท้าเดินขึ้นหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง
ตอนนี้เขายังมีโอกาสเหลืออยู่ ตราบใดที่สามารถเสนอผลประโยชน์ให้แก่ป้าผางและคนอื่นๆได้ โอกาสที่จะเก็บรักษาความลับนี้ต่อไปก็ยังพอมีหนทางอยู่
สำหรับหลินจิงซูแล้ว เขามั่นใจว่าจะสามารถจัดการได้ไม่ยาก เพราะถึงอย่างไร เธอก็เป็นลูกสาวแท้ๆของเขา ย่อมต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขาที่เป็นพ่ออย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการหย่าร้างน่ะเหรอ? หลินชิงอี้ไม่เชื่ออย่างสุดหัวใจว่า สาวน้อยคนนี้จะกล้ายอมให้เขาหย่ากับติงเสวี่ยเหม่ยแน่!
หลังจากครุ่นคิดใคร่ครวญทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหันไปบอกกับป้าผางและคนอื่นๆว่า
“นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของเรา คนนอกไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่มย่าม! ฉันขอคุยกับจิงซูเป็นการส่วนตัว!”
จากนั้นเขาก็ฉุดดึงลากร่างของหลินจิงซูออกไปยืนระหว่างขั้นบันไดในทางหนีไฟ ทั้งสองฝ่ายยืนประจันหน้ากัน แล้วหลิงชิงอี้ก็พูดตรงเข้าประเด็นทันที
“จิงซู พ่อรู้ตัวว่าทำผิดไปแล้ว แต่พ่อยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเอง พ่อจะไม่กลับไปสานสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะไม่ควรกับป้ารองของลูกอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือว่าอนาคต! ลูกเองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่า ป้ารองเป็นแค่หญิงม่ายสามีตายคนหนึ่งเท่านั้น เธอไม่เคยยุ่งกับผู้ชายมานานหลายปี ก็อาจมีบางครั้งที่พลั้งเผลอทำตัวผิดรูปผิดรอยยั่วยวนพ่อบ้าง ให้อภัยผู้หญิงแบบนั้นเถอะนะลูก จิงซู ยกโทษให้พ่อจะได้มั้ย?”
ปฏิกิริยาของหลินชิงอี้ที่ปฏิบัติต่อลูกสาวเวลานี้ดูอ่อนโยนขึ้นถนัดตา กระทั่งสรรพนามคำเรียกยังฟังดูไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก
“มนุษย์ทุกคนล้วนเคยทำผิดพลาดนะลูก อีกอย่าง พ่อเองก็ถูกเธอยั่วยวนใส่มาตลอด ใจจริงพ่อไม่เคยคิดทำเรื่องสกปรกแบบนั้นมาก่อนเลย จะไม่ยกโทษให้พ่อสักครั้งเลยเหรอจิงซู?”
ได้ฟังคำแก้ตัวที่น่ารังเกียจของอีกฝ่าย หลินจิงซูถึงกับต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการระงับท้องไส้ไม่ให้ปั่นป่วนจนอาเจียนออกมา เธอปั้นหน้าเศร้าสะเทือนใจพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“พ่อคะ เรื่องเลยเถิดมาไกลถึงขนาดนี้ มันเกินกว่าคำว่าให้อภัยแล้วค่ะ พ่อจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นยังไงคะ?”
หลินชิงอี้คิดไปเองว่า ลูกสาวของเขาคงจะเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องของป้าผางกับคนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ด้วยมากกว่า เขาจึงตอบกลับไปว่า
“ไม่ต้องห่วง พ่อสามารถจัดการเรื่องป้าผางกับคนอื่นๆได้แน่ ขอเพียงให้ผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆกับคนพวกนั้น พวกมันก็น่าจะหุบปากเงียบกันทุกคนนั่นล่ะ”
ตัวเขาในเวลานี้ เสมือนได้สูญเสียความสามารถในการคิดอ่านไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่า เหตุใดป้าผางและเพื่อนข้างบ้านคนอื่นๆจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ เหตุใดจึงเคาะประตูได้ถูกห้อง และตรงกับจังหวะที่เขากับอู๋ซิ่วเหลียนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันพอดี…
หลินจิงซูพึมพำขึ้นว่า
“ถ้าคุณแม่รู้ว่าพ่อทำแบบนี้ แม่จะเสียใจมากแค่ไหน…”
“พ่อจะทำทุกอย่างเพื่อชดใช้ให้แม่เอง พ่อให้สัญญาว่า ต่อจากนี้ไปจะใจดีกับลูกและแม่ของลูกให้มากกว่านี้เป็นสองเท่า!”
หลินชิงอี้พยายามพูดจาเกลี้ยกล่อม และป้อนคำหวานให้สาวน้อยตรงหน้า
แต่จู่ๆ หลินจิงซูก็แสยะยิ้มเยาะ พร้อมกับหัวเราะคิกคักออกมา
“คิดไม่ถึงเลยนะคะ ว่าพ่อจะยังกล้าพูดจาแบบนี้ออกมาได้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่หนูต้องการ”
ได้ยินประโยคคำพูดที่ฟังดูไม่เข้าพวกคล้ายฉีกอารมณ์ไปจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง หลินชิงอี้ก็เริ่มเอะใจและตระหนักได้ว่า สีหน้าท่าทางของบุตรสาวผิดแปลกไปจากเดิมเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาก็ถึงกับแข็งกระด้างขึ้นมาทันที
“แล้วแกอยากได้อะไร?”
“ก็อยากให้พ่อหย่ากับแม่ยังไงล่ะคะ”
“แก! นี่แกรู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังพูดอะไรอยู่?!”
ดวงตาทั้งสองของหลินชิงอี้เบิกกว้าง จ้องมองสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าราวกับกำลังเห็นภาพหลอน
“นี่แกยังจะพูดเรื่องพรรค์นี้อีกเหรอ! ยังไม่เลิกเพ้อฝันอีกรึไง!”
“หย่ากับแม่ของหนู ทุกอย่างจะได้จบ”
หลินจิงซูเค้นเสียงเย็นยะเยือกเน้นเสียงชนิดคำต่อคำ
หลินชิงอี้ตวาดลั่นตอบโต้กลับไป
“แก…แกมันบ้าไปแล้ว! แกคิดเหรอว่าแม่ของแกจะยินยอมเห็นพ้องด้วย?”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวหนูจะทำให้แม่เห็นพ้องด้วยเอง”
หลินจิงซูตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆไร้ซึ่งข้อกังวลใดๆ
เมื่อได้ยินคำพูดคำจาเช่นนี้จากปากหลินจิงซู เส้นเลือดสีเขียวทึบบนหน้าผากของหลินชิงอี้ ก็ถึงกับปูดโปนปรากกฏเด่นชัดออกมา เขาร้องตะโกนก่นด่าสาปแช่งด้วยความโมโห
“แก! นังเด็กอกตัญญู! ฉันให้แกเกิดมาเพื่อเป็นเด็กดีที่รู้จักบุญคุณพ่อแม่! ไม่ใช่ให้มาทำเรื่องชั่วๆแบบนี้! หึ หึ แกคาดหวังอะไรกับการหย่าของฉันกับแม่แกในครั้งนี้กันแน่? แกคิดว่า ถ้าไม่มีฉันสักคน พวกแกสองแม่ลูกจะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างงั้นเรอะ? อย่างพวกแกสองคนจะมีปัญญาทนอยู่ไปได้สักกี่วันกันเชียว?”
พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็เริ่มแสดงสีหน้าเหยียดหยามเหน็บแนม แสยะยิ้มพร้อมกับพูดต่อว่า
“เศษเงินที่แม่ของแกได้มาจากการส่งอาหาร คิดเหรอว่าจะพอจ่ายค่าเล่าเรียนของแกได้? อยากให้ฉันหย่ากับแม่ของแก ก็คงไม่ต่างอะไรจากการหาเรื่องฆ่าตัวตายหรอกนะ! ก่อนจะพูดอะไรออกมาเคยหัดใช้สมองคิดไตร่ตรองก่อนบ้างมั้ย? นังเด็กโง่!”
“แน่นอนว่าหนูก็ต้องคิดไตร่ตรองมาดีแล้ว ถ้าจะพูดถึงเรื่องการหย่าร้าง ก็จำเป็นจะต้องพูดถึงการแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาด้วย รวมไปถึงกรรมสิทธิ์ภายในบ้านที่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมดอีก พ่อคงไม่คิดว่าหลังหย่าแล้วหนูกับแม่จะจากไปมือเปล่าหรอกนะคะ?”
สีหน้าท่าทางของหลินจิงซูเวลานี้ ดูเหมือนจะเย็นชาเฉยเมยจากเดิมมาก
หลินชิงอี้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน ราวกับว่ากำลังได้ฟังเรื่องตลกอยู่
“แล้วแกคิดว่ามันจะเป็นไปได้อย่างนั้นเหรอ?”
“พ่อคงไม่อยากให้หลินเสวี่ยต้องกลายเป็นเด็กมีปัญหาหรอกนะคะ ที่ต้องถูกเพื่อนนักเรียนรุมประณามแล้วก็ล้อเลียนว่า มีแม่เป็นหญิงแพศยายั่วยวนผัวชาวบ้านไปทั่ว? แล้วก็เลิกคิดได้เลยว่า คนอย่างพ่อจะสามารถหาวิธีปิดปากป้าผางกับคนอื่นๆได้สนิท ไม่สิ ไม่สิ อาจจะได้แต่ต้องถามว่ากี่วัน? เพราะฉะนั้น ทางออกเดียวที่พ่อเหลืออยู่ในตอนนี้ก็คือ หย่ากับแม่ของหนูซะ อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ยังพอกู้คืนศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของพ่อกลับคืนมาได้บ้าง จริงมั้ยคะ? ทำตามคำแนะนำของหนูดีกว่าถ้ายังอยากจะได้เลื่อนตำแหน่งอยู่”
หลินชิงอี้ถึงกับยืนอ้ำอึ้ง เขาจ้องมองใบหน้าของลูกสาวตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับว่าสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้เป็นใครสักคนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







