เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา ลูเซียโน่ตื่นขึ้นมาก่อนอัญญาเหมือนดั่งเช่นทุกวัน เขามองร่างอวบอิ่มที่นอนหันหลังให้เขาอยู่ วงแขนแกร่งสอดใต้ลำคอระหง เขาเคลื่อนใบหน้าไปจุมพิตลงบนเรือนผมหญิงสาวอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งนานวันเข้าเขาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นชินกับการมีเธอในชีวิตแบบนี้ไปแล้ว เขากดจูบเรือนผมคนตัวเล็กอยู่เนิ่นนาน
ชายหนุ่มค่อยๆ ผละออกจากร่างผอมบางอย่างช้าๆ เขาลุกขึ้นนั่งและก้าวขาลงจากเตียง ก่อนที่จะก้มลงมองแก่นกายใหญ่ของตัวเองที่ชูชันกระตุกหงึกๆ อยู่กลางกาย น้ำกามเหนียวข้นแห้งเหือดติดอยู่บนท่อนเอ็นใหญ่ อีกทั้งยังเปียกอยู่บนที่นอนหลายจุด มือแกร่งยกขึ้นมาเสยผมตัวเองขึ้น ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนและเดินโทงเทงตรงไปยังห้องน้ำ
อัญญาตื่นสักพักหนึ่งแล้ว แต่เธอแค่ยังปิดเปลือกตาแสร้งทำเป็นว่าตัวเองยังหลับอยู่ เมื่อลูเซียโน่ลุกขึ้นไปจากที่นอนและหายเข้าไปในห้องน้ำ เธอจึงลืมตาขึ้นมา มือบางยกขึ้นมาจับหน้าอกตัวเองเบาๆ ใจดวงน้อยเต้นตุบๆ พร้อมกับความรู้สึกวูบไหวแปลกๆ เธอรับรู้การกระทำของชายหนุ่มทุกอย่าง หญิงสาวนอนครุ่นคิดจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงชายหนุ่มเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำและเดินออกไปจากห้องนอนอย่างเงียบๆ เมื่อลูเซียโน่ออกจากห้องไปเรียบร้อยแล้ว อัญญาจึงลืมตาและลุกขึ้นมานั่งมองประตูห้องนอนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่สับสนตีกันวุ่นวายอยู่ในสมองตัวเอง
ลูเซียโน่เดินออกมาจากห้องนอนด้วยท่าทางสง่างาม สาวใช้กับบอดี้การ์ดหลายคนยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องนอนตามปกติของพวกเขา
“หาข้าวให้เธอกินด้วย” เสียงทุ้มออกคำสั่งกับสาวใช้ที่ยืนอยู่หลายคน ซึ่งมีอาเกลกับโคลอี้ยืนอยู่ด้วย
“รับทราบค่ะนายท่าน” อาเกลก้มศีรษะพลางตอบกลับมาเฟียหนุ่ม
จากนั้นลูเซียโน่ก็ออกมาจากคฤหาสน์ทันที ขบวนรถหรูสีดำขับออกมาจากคฤหาสน์และมุ่งตรงไปยังกาสิโนที่อยู่ใกล้คฤหาสน์ที่สุด
ลูเซียโน่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่กาสิโน วันนี้ราฟาเอลไปที่กาสิโนอีกที่หนึ่งและไปลานประมูลลับต่อ ลูเซียโน่จึงเข้ามาที่กาสิโนอีกที่หนึ่งที่อยู่ใกล้คฤหาสน์ของเขา มาเฟียหนุ่มรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่าวันนี้จะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น สัญชาตญาณของเขามันรู้สึกขึ้นมาเอง ร่างกำยำนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะ ภายในห้องทำงานของกาสิโน
ในขณะที่เขากำลังใจจดใจจ่อกับงานอยู่ เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นมา มือแกร่งเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ เขาจึงกดรับสายและยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูทันที
‘ปล่อยตัวน้องสาวของเธอไปได้แล้ว’ ราฟาเอลเอ่ยขึ้นมาอย่างนิ่งเรียบผ่านโทรศัพท์
ลูเซียโน่ขมวดคิ้วเข้าหากันจนเกิดรอยย่น ทำไมอยู่ดีๆ ถึงบอกให้เขาปล่อยล่ะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น
“ให้กูปล่อยเลยเหรอ” เสียงของลูเซียนตอบกลับมาอย่างสงสัย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือเขารู้สึกใจหายแปลกๆ ภายในใจมันหน่วงไปหมด หน่วงแบบไม่ถูก
‘ใช่ ปล่อยเธอไปได้แล้ว….ครั้งนี้ปล่อยเธอไปจริงๆ’ พูดจบ ราฟาเอลก็กดวางสายไปทันที
ลูเซียโน่ค่อยๆ เลื่อนโทรศัพท์ที่แนบหูออกช้าๆ เขาวางโทรศัพท์บนโต๊ะและเอนกายกับพนักพิงเก้าอี้
ปล่อยเธอไป คำนี้ที่เขาได้ยินเมื่อครั้งที่แล้ว มันยังไม่รู้สึกใจหายมากเท่ากับครั้งนี้ ครั้งนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาจะเสียเธอไปจริงๆ แล้ว มันต่างกันมาก เพราะในครั้งที่แล้วเขาแค่รู้สึกว่าเขายังไม่อยากที่จะเสียของเล่นชิ้นนี้ไป มันเหมือนกับว่า…เขาเพียงแค่ยังสนุกอยู่ แต่ในตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว
“อะไรของมันวะ”
มาเฟียหนุ่มรู้สึกใจหายนิดๆ ทั้งๆ ที่เขารู้ว่าสักวันต้องปล่อยเธอไป แต่อย่างไรเขาก็ไม่คิดว่ามันจะไวขนาดนี้ แต่อีกใจหนึ่งเขาก็คิดว่าทางนี้มันคงดีแล้วล่ะ ดีกว่าจบปัญหาโดยการฆ่าเธอ เขาควรจะจบทุกอย่างได้แล้ว ก่อนที่เขาจะทำใจได้ยากมากกว่านี้ มือหนาเลื่อนไปกดปุ่มบนโทรศัพท์บ้านสีดำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน
“ริคิ เข้ามาหากูหน่อย” เสียงทุ้มจึงเอ่ยอย่างนิ่งเรียบ พูดจบ ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นจากปุ่มทันที
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดกัน จากนั้นประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดแง้มเข้ามา ริคิเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายด้วยร่างกำยำที่ยืนตัวตรงรอรับคำสั่งของเจ้านาย
“เอาเธอไปปล่อยได้แล้ว” ลูเซียโน่ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบพลางออกคำสั่งกับคนสนิท
“ที่ไหนครับนาย” ริคิเอ่ยถาม
“ในเมือง…ที่ไหนก็ได้ มึงคิดเอาเลย ไอ้ราฟาเอลมันออกคำสั่งมาแล้ว” มาเฟียหนุ่มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรต่อ เขารู้สึกสับสนอยู่ภายในสมองจนคิดอะไรไม่ออก
“ครับ” ริคิก้มศีรษะให้เจ้านายหนึ่งครั้ง ก่อนที่เขาหันหลังและเดินออกไปทันที
เมื่อลูกน้องออกไปจากห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว ลูเซียโน่หลับตาลงอย่างช้าๆ ทุกอย่างที่อยู่ในหัวเขาตอนนี้มันตีกันวุ่นวายไปหมด
ริคิกลับมาที่คฤหาสน์เพื่อทำตามคำสั่งของเจ้านาย เขาถือเสื้อผ้ามาชุดหนึ่งเพื่อให้สปายสาวใส่ ริคิเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอนของเจ้านาย
“โคลอี้” ริคิเอ่ยเรียกสาวใช้ที่ดูจะสนิทกับสปายสาวมากที่สุด
“คะ?” โคลอี้ที่ยืนก้มหน้าอยู่ในคราแรก เธอเงยหน้าขึ้นมามองคนสนิทของเจ้านาย
“เอาเสื้อผ้าไปให้คุณเอเลน่าเปลี่ยน เสร็จแล้วก็พาเธอลงไปด้านล่างด้วย” ชายหนุ่มญี่ปุ่นเอ่ยต่อ เขาได้รับคำสั่งจากเจ้านายมาแบบไหน เขาก็ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด นั่นแหละคือการทำงานของเขา มือแกร่งยื่นเสื้อผ้าในมือไปให้สาวใช้
“ค่ะ” โคลอี้จึงเอื้อมมือไปด้านหน้าเพื่อรับชุดมาถือเอาไว้ สาวใช้เดินไปยังหน้าประตูห้องนอนและเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องช้าๆ โคลอี้ชะเง้อหน้าเข้าไปดูว่าหญิงสาวในห้องกำลังทำอะไรอยู่
อัญญายืนอยู่กลางห้องด้วยร่างบอบบางที่สวมเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวปกปิดร่างกายของตัวเอง เนื่องจากสปายสาวเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธออาบน้ำได้เองโดยไม่มีเชือกหรืออะไรมาพันธนาการเธอเอาไว้ สาวใช้มองสำรวจร่างอรชรของสปายสาวที่อยู่ในผ้าขนหนูสีขาวเพียงผืนเดียว อัญญามองหน้าโคลอี้เช่นกัน
“มีอะไร” เสียงหวานของสปายสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ขออนุญาตเข้าไปนะคะ” โคลอี้ขออนุญาตสปายสาวก่อน ซึ่งอัญญาก็พยักหน้าตอบกลับไปเบาๆ โคลอี้จึงเดินเข้ามาในห้องนอน แล้วหันหลังกลับไปปิดประตูห้องนอนให้สนิท
“คุณริคิให้เอาเสื้อผ้ามาให้ เขาบอกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วให้ลงไปข้างล่างค่ะ” โคลอี้เดินไปหาอัญญาพร้อมกับยื่นเสื้อผ้าในมือให้สปายสาว
“ทำไม” ใบหน้าสวยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“คุณริคิไม่ได้บอกอะไรต่อค่ะ เขาบอกมาแค่นี้” สาวใช้ตอบกลับ
อัญญาเอื้อมมือไปรับเสื้อผ้ามาถือเอาไว้ โคลอี้ส่งยิ้มให้เธอหนึ่งครั้งแล้วหันหลังกลับ สาวใช้เดินออกไปจากห้องนอนทันที สปายสาวมองเสื้อผ้าในมืออยู่ชั่วครู่ จากนั้นเธอก็ถือชุดและเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อแต่งตัวทันที
อัญญาใช้เวลาแต่งตัวไม่นานสักเท่าไหร่ ร่างแบบบางสวมเสื้อยืดรัดรูปสีดำกับกางเกงขายาวสีเข้ากัน เธอก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำและเดินไปยังประตูห้องนอนต่อ ในขณะที่มือบางกำลังจะเปิดประตูห้อง เธอหันหน้ากลับมามองไปรอบๆ ห้องนอนอีกครั้ง เธอรู้สึกโหวงเหวงภายในใจแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร แต่เธอรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว หญิงสาวถอนหายใจออกเบาๆ หนึ่งครั้ง ใบหน้าสวยหันกลับมาแล้วมือบางก็เปิดประตูห้องนอนออกไปอย่างช้าๆ
“เดี๋ยวหนูพาลงไปข้างล่างนะคะ” โคลอี้พูดขึ้นมาทันทีที่สปายสาวเปิดประตูห้องออกมา
“อือ” อัญญาพยักหน้าให้สาวใช้เบาๆ โคลอี้ส่งยิ้มให้เธอ ก่อนที่สาวใช้จะเดินนำไป
อัญญาเดินตามโคลอี้ลงมาชั้นล่างพร้อมกับกวาดสายตามองสำรวจคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำดูทันสมัยทั้งหลัง จนแทบไม่เห็นเค้าโครงเดิมของคฤหาสน์แล้ว โคลอี้พาเธอเดินลงไปจนถึงชั้นล่างและพาเดินไปหน้าประตูของคฤหาสน์ที่มีริคิยืนรออยู่
“เชิญทางนี้ครับ” ริคิผายมือไปด้านนอกประตูคฤหาสน์เพื่อพาเธอไปยังลานจอดรถหรู
อัญญามองหน้าคนสนิทของลูเซียโน่ด้วยสายตานิ่งเรียบ แต่เธอไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา เธอทำหน้านิ่งๆ แล้วเดินไปยังทางที่ริคิบอกกล่าวเธอทันที
สองเดือนต่อมาลูเซียโน่อุ้มเด็กชายที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเขาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องน้ำภายในห้องนอนของเขา อาร์โนด์สวมชุดเด็กสีฟ้าดูตัวใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองเดือนที่แล้ว ลูเซียโน่จึงไม่ให้อัญญาอุ้มลูกเองเลยสักครั้ง เพราะเขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อย ร่างกำยำเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำสักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเคาะประตูน้ำพร้อมกับส่งเสียงเรียกหญิงสาว“ที่รัก…เป็นไงบ้าง” แต่ทว่าก็ไร้เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ ชายหนุ่มเคาะประตูห้องน้ำอีกครั้งและเอ่ยเรียกภรรยาต่อ“เอเลน่า”ทันใดนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ร่างผอมบางเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้านิ่งเรียบจนชายหนุ่มไม่สามารถเดาออก“เป็นไงบ้าง” เขาถามอัญญาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและดูมีความหวังอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวจึงค่อยๆ ยื่นที่ตรวจครรภ์ที่เธอเพิ่งตรวจในห้องน้ำเมื่อสักครู่นี้ไปให้ชายหนุ่มดู ใบหน้าหล่อเข้มปรากฏรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นขีดสีแดงสองขีดขึ้นบนที่ตรวจ“น้ำเชื้อพ่อมันดีจริงๆ เลย อาร์โนด์จะมีน้องแล้วนะลูก” ลูเซียโน่อุ้มเด็กน้อยเขย่าเบาๆ พลางบอกกล่าวกับลูกชายด้วยท่าทางดีอกดีใจ และเหมือนว่าเด็กทารกตัวน้อยเหมือนจะ
ในวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่คฤหาสน์ของมาเฟียหนุ่ม ร่างกำยำสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินโอบไหล่ภรรยาคนสวยที่สวมชุดเดรสสีขาวดูอ่อนโยนและน่าทะนุถนอม ตั้งแต่หลังวันที่แต่งงานกัน ชายหนุ่มก็ขอให้อัญญาแต่งตัวแบบนี้ เพราะเขาบอกว่าเธอสวยและดูน่ารักมากกว่าเวลาที่สวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงคู่กันมาและก้าวขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนก่อนถึงหน้าประตูของคฤหาสน์ มือแกร่งโอบไหล่หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าสาวใช้ พ่อบ้าน หัวหน้าแม่บ้านที่ยืนรอรับมาดามอย่างเป็นระเบียบ และต้อนรับมาดามอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็มีโคลอี้ยืนอยู่ข้างหัวหน้าแม่บ้านด้วย“กลับมาแล้วเหรอคะมาดาม…นายท่าน” พ่อบ้านเอ่ยทักทายขึ้นมา “ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการนะคะมาดาม” หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยต่อ“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการค่ะมาดาม” เสียงของสาวใช้คนอื่นพูดต่ออย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณทุกคนมากนะ” อัญญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีและอบอุ่นเช่นนี้จากคนอื่นมาก่อน เมื่อทุกคนพร้อมใจกันต้อนรับเธอด้วยใบหน้าที่สดใสและจริงใจเช่นนี้ มันทำให้อัญญารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกลูเซียโน่ลอ
เช้าวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญามาว่ายน้ำกันบนสระว่ายน้ำของโรงแรมหรูที่มองเห็นวิวทะเลได้รอบทิศทาง มาเฟียหนุ่มยังไม่ได้กลับไปทำงาน เพราะอยากดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุดอัญญาสวมชุดบิกินีสีดำผูกคอและหลัง ส่วนช่วงล่างก็สวมเพียงบิกินีตัวจิ๋วที่ผูกด้านข้างสะโพกกลมกลึงเอาไว้ทั้งสองข้าง แค่กระตุกปมทีเดียวก็หลุดออกหมดแล้ว เป็นครั้งแรกที่อัญญาสวมชุดว่ายน้ำให้ชายหนุ่มเห็น ลูเซียโน่จึงตาลุกวาวเป็นพิเศษ ชายหนุ่มท่อนบนเปลือยเปล่าเผยอกแกร่งกำยำ ท่อนล่างของชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำขาสั้นเท่านั้น เขานอนกอดร่างผอมบางที่เกยอยู่บนตัวของเขา พวกเขานอนมองสระว่ายน้ำที่มีพื้นหลังเป็นทะเลอยู่บนที่นอนข้างสระ “ไปว่ายน้ำกันไหม” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา “อือ” หญิงสาวจึงพยักหน้าให้เขาเบาๆจากนั้นทั้งสองคนก็ค่อยๆ เดินลงมายังสระว่ายน้ำพร้อมกัน จนกระทั่งตัวของชายหญิงทั้งสองคนลงไปในน้ำอย่างช้าๆ ลูเซียโน่ไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างของภรรยา เขาจึงเหมาสระว่ายน้ำแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งวัน และแน่นอนว่าแม้กระทั่งพนักงาน เขาก็ไม่ยอมให้เขามาเลยสักคนลูเซียโน่เลื่อนตัวมามองอัญญาในชุดบิกินีสุดเซ็กซี่ แค่ชายหนุ่มมองหญิงเพียงเ
เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น งานแต่งที่แสนเรียบง่ายของมาเฟียหนุ่มกับอดีตสปายสาวถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายริมหาดทรายสีขาว ที่มีพื้นหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามสะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ที่อยู่เหนือทะเลสะท้อนพื้นน้ำ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวโปร่งบางตั้งอยู่ตรงจุดที่ทะเลกับท้องฟ้าบรรจบกันพอดี เจ้าบ่าวสุดหล่อสวมชุดสูทดูสง่างามยืนจับมือกับหญิงสาวที่สวมชุดเจ้าสาวสีขาวสายเดี่ยวและเป็นกระโปรงผ้าสั้นเหนือเข่าที่มีบางเบาสบายสยายลงไปจนถึงพื้น คู่บ่าวสาวยืนจับมือกันอยู่ตรงกลางซุ้มดอกไม้โดยมีบาทหลวงที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา เสียงคลื่นซัดเบาๆ กระทบฝั่งดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาสำคัญ เจ้าบ่าวโน้มใบหน้าไปจูบเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนเท่าที่เจ้าบ่าวจะทำได้ทันทีที่พวกเขาแลกแหวนแทนใจให้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ามือแกร่งของมาเฟียหนุ่มก็แอบบีบเคล้นก้มงอนงามของเจ้าสาวอยู่ดีพิธีแต่งงานของลูเซียโน่กับอัญญาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นและเรียบง่าย แขกเหรื่อในงานมีเพียงแค่คนที่รู้จักกันเท่านั้น อีกทั้งยังมีบอดี้การ์ดร่างกำยำหลายสิบชีวิตที่ยืนหน้าตานิ่งเรียบอยู่รอบๆ งานแต่งของมาเฟียลูเซียโน่จูบหญิงสาวอ
“กลับมาแล้วเหรอครับ นายท่าน…มาดาม” เสียงของเอเตียนเอ่ยทักทาย เมื่อเจ้านายกับมาดามเดินเคียงข้างกันเข้ามาในคฤหาสน์“กลับมาแล้ว” ลูเซียโน่โอบไหล่แบบบางของอัญญาเอาไว้พลางตอบกลับพ่อบ้าน “นายท่านครับ…สาวใช้คนหนึ่งทำความสะอาดห้องเก็บสะสมของเก่าแก่ แล้วเผลอทำแจกันตกแตกครับ” พ่อบ้านบอกกล่าวกับเจ้านายต่อทันที“ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ใครทำงานพลาดก็ไล่ออกไปสิ” “ถึงขั้นไล่ออกเลยเหรอ” เสียงของอัญญาแทรกขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าสวยคมที่ขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าสาวใช้จะมีความผิดจริง แต่เธอคิดว่าการที่ถึงขึ้นไล่ออกมันรุนแรงเกินไป เธอเองก็เคยใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก เธอถึงรู้สึกเข้าอกเข้าใจคนที่ลำบากเหมือนกัน“เอ่อออ” ชายหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อย เขาไม่รู้จะตอบกลับอัญญาอย่างไรดี เพราะที่ผ่านมาเขาทำเช่นนี้มาตลอด“ฉันว่ามันเกินไปนะ คนเราก็มีผิดพลาดกันได้” เสียงแข็งกระด้างของอัญญาบอกกล่าวชายหนุ่มต่อ“งั้นที่รักคิดว่าเราควรจัดการยังไงดีล่ะ” มือแกร่งลูบไล้ไหล่แบบบางเบาๆ “ก็แค่หักเงินเดือนหรืออะไรก็ได้”“เอ่ออ…ถ้างั้นก็หักเงินเดือนเธอไปก่อน แล้วถ้าทำผิดอีกครั้งก็ค่อยไล่ออก” “ครับนายท่าน” พ่อบ้านก้มศีรษะเล็กน้อยเป็น
ลูเซียโน่กับอัญญาอยู่กินข้าวเย็นกับโลล่าที่ฟาร์ม ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาที่คฤหาสน์ อาร์โนด์หลับคาอกอัญญาไปตั้งแต่ตอนที่พวกเขากำลังขับรถออกมาจากฟาร์ม ลูเซียโน่ไม่ได้พาหญิงสาวค้างคืนที่บ้านไม้ เนื่องจากพรุ่งนี้เขามีประชุมกับกลุ่มเพื่อนต่อเมื่อกลับถึงคฤหาสน์ พี่เลี้ยงพาเด็กชายไปที่ห้องนอนของตัวเอง ส่วนลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่ห้องนอนของมาเฟียหนุ่ม พวกเขารีบอาบน้ำและเข้านอนกันทันที และในวันต่อมาพวกเขาก็ต้องรีบตื่น เพราะชายหนุ่มต้องไปทำงานที่กาสิโนก่อนในช่วงเช้า“ทำไมคุณถึงไม่ให้ฉันอยู่คฤหาสน์” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถคันหรูมุ่งตรงไปยังกาสิโน“ก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา” ลูเซียโน่หันมามองหน้าหญิงสาวพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่อยากอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว “แล้วก็ลากฉันไปนั้นไปนี้ตลอดแบบนี้เนี่ยนะ” “ผัวเมียก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาสิ” ชายหนุ่มตอบกลับ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นมา “ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” เสียงทุ้มบอกกล่าวหญิงสาว จากนั้นมือแกร่งล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับสายทันทีลูเซียโน่รับโทรศัพท์และคุยงานด้วยใบหน้านิ่งเรียบอยู่ตลอดทาง ม







