Share

โอกาสเหมาะ ตอนปลาย

last update Last Updated: 2026-02-01 09:42:54

ความเดิมยังไม่ได้จัดการให้ผ่านพ้น ปัญหาใหม่ก็เข้ามารุมเร้าซ้อนทับเข้าจนได้

ใบหน้าคมคายซึ่งแต่เดิมขาวใสสะอาดสะอ้าน กลายเป็นแดงก่ำอย่างน่าวิตก คนที่มองเห็นในระยะประชิดจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“ข้าทับท้องใต้เท้าจนปวดมากหรือเจ้าคะ แย่แล้วยาต้มก็ยังไม่ได้ดื่มมัวแต่หาแบบก่อสร้างกันอยู่”

“มะ…ไม่เป็นไร เจ้าอยู่นิ่ง ๆ เดี๋ยวข้าอุ้มเจ้าลง ยกแขนสองข้างขึ้นข้าจะได้ใช้เกาะยึด”

ครั้นจะบอกไปตามตรงเขาก็กระดากปากยิ่งนัก จึงต้องบอกกล่าวกันทางอ้อมเช่นนี้

“เจ้าค่ะ”

คนป่วยดันกายขึ้นแล้วใช้สองมืออุ้มร่างอวบอิ่มพร้อมกับเสื้อคลุมตัวหนาไปวางตรงข้างฟูกที่นอนได้สำเร็จ

“ฟู่!!!”

ลมหายใจหอบใหญ่พ่นพรูออกด้วยความโล่งอก

สายตาแอบชำเลืองมองตัวการเจ้าปัญหา ที่ยามนี้ยังคงมีปัญหาไม่แปรเปลี่ยน เขาจึงรีบลุกขึ้นนั่งในท่าชันเช่าขึ้นหนึ่งข้าง สิ่งแปลกปลอมจะได้ไม่โผล่ออกมาให้อับอาย

“ล้วงดูข้างในตรงช่องเก็บของ ข้าจำได้ว่าใส่แบบไว้ในนั้น”

“เจอแล้วเจ้าค่ะ ข้า เอ่อ…ขอเอาไปดูที่กระโจมได้หรือไม่เจ้าคะ ก่อนหัวค่ำจะรีบนำกลับมาคืน”

นางต้องการแก้แบบจึงต้องปลีกออกไปจัดการในที่ส่วนตัว ต่อให้ไม่บอกคนผู้นี้คงดูออกว่าแบบถูกแก้ไข จึงไม่จำเป็นต้องอธิบายสิ่งใดให้มากความ

“อืม เอาไปเถิด หากดูไม่ทันค่อยเอามาคืนวันรุ่งขึ้น”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่ครึ่งชั่วยามข้าก็ดูเสร็จแล้ว”

“ตามใจ”

“ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ อย่าลืมดื่มยาแก้ปวดท้องให้หมด จะได้หายป่วย” 

กล่าวจบผู้มาเยือนก็รีบเดินจากไปทันที ไม่อยู่รอเก็บถ้วยยาต้มกลับไปเลยด้วยซ้ำ

หากไม่อยากดูแบบคงไม่ใจดีอาสาเอายามาให้อย่างแน่นอน!

“เหอะ! มันน่าน้อยใจยิ่งนัก เห็นแบบดีกว่าข้า”

เสียงบ่นพึมพำไล่หลัง แต่ใบหน้าเคร่มขรึมกลับผ่อนคลายมากกว่าทุกวัน ในที่สุดก็คลี่ยิ้มออกกว้างจนมองเห็นฟันสีขาวสะอาด

ฉีเหม่ยหลันรีบเดินกลับเข้าไปในกระโจมส่วนตัวที่พักร่วมกับน้องสาว เมื่อเห็นร่างเล็กนอนลืมตาแป๋วจ้องมองมาทางตน จึงชูกระดาษแผ่นสีน้ำตาลเพื่อเรียกสติคนเพิ่งตื่นนอน

“พี่ใหญ่หายไปที่ใดมา ท่านพ่อเดินมาถามหาท่านสองรอบแล้ว”

ฉีเฟยเฟิ่งเอ่ยถามพี่สาวด้วยน้ำเสียงงัวเงียเล็กน้อย ส่วนสาวใช้ข้างกายออกไปช่วยงานคนอื่น ๆ ในโรงครัว เพื่อเตรียมสำรับให้เจ้านายทั้งสอง

“ออกไปสำรวจพื้นที่ เฟิ่งเอ๋อร์ ข้ารู้สึกได้ว่าซูชิงโม่ระลึกชาติได้เช่นกัน”

“อย่างไรนะเจ้าคะ”

กายบางลุกขึ้นนั่งเตรียมพร้อมรับฟัง เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นปนหวาดระแวงของพี่สาว

“เจ้าดูแบบก่อสร้างแผ่นนี้ ซูชิงโม่เป็นคนขีดเขียนด้วยตนเอง” 

กระดาษสีน้ำตาลที่พี่สาวชูให้ดูในตอนแรก ถูกยื่นมาตรงหน้าผู้ร่วมรู้ชะตากรรม

“ข้าดูไม่รู้เรื่อง น่าเวียนหัวชะมัด สตรีวิปลาสผู้นั้นเก่งถึงเพียงนี้เลย นึกว่าเก่งแค่เพียงลมปาก”

ฉีเฟยเฟิ่งมองดูลายเส้นซึ่งตัดขนานกันหลายชั้นแล้วส่ายหัวไปมา ยิ่งมองยิ่งสับสนและตาลายจนปวดขมับตุบ ๆ ลายเส้นพวกนี้ช่วยให้ก่อสร้างสำเร็จได้แน่หรือ

“หากไม่ใช่ผู้ที่เรียนรู้ด้านนี้มาโดยตรง หรือคลุกคลีอยู่กับงานก่อสร้าง อย่างไรก็ไม่สามารถขีดเขียนหรือดูรู้เรื่องหรอก ข้าถึงบอกว่าซูชิงโม่ระลึกชาติได้เช่นกัน”

สองมือเร่งหยิบอุปกรณ์เขียนแบบออกจากถุงย่ามส่วนตัว ซึ่งนางเสาะหาตามร้านขายตำราและเครื่องเขียน แล้วนำมาประยุกต์จนสามารถใช้ทดแทนสิ่งของจากความทรงจำได้

ภาพที่ฉีเฟยเฟิ่งเห็นคือโฉมสะคราญ ซึ่งแต่เดิมเคยทำตัวไร้ประโยชน์ไปวัน ๆ กำลังตั้งหน้าตั้งตาวาดแบบก่อสร้างแผ่นใหม่ ลงในกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่

นิ้วเรียวตวัดไปมาอยู่กับแผ่นกระดาษ คล้ายกับคนเขียนตำราทั่ว ๆ ไป แต่กลับมองเพลินตายิ่งนัก

“พี่ใหญ่ท่านช่างเหมาะกับการขีดเขียนเช่นนี้ยิ่งนัก ยิ่งมองยิ่งน่าตกตะลึง”

“เกิดเป็นสตรีในดินแดนแห่งนี้ คงทำได้แค่ขีดเขียนอยู่เบื้องหลัง แต่หากเป็นที่ที่ข้าระลึกถึงสตรีสามารถเป็นนายช่างได้ ข้าเป็นหัวหน้าช่างที่คอยตรวจสอบการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามแบบที่เขียนขึ้นด้วยตนเอง”

“โห! เก่งมากพี่สาวข้า”

น้ำเสียงชื่นชมมาพร้อมประกายเทิดทูนในแววตา เรื่องเล่าจากพี่สาวยังคงฟังดูน่าเหลือเชื่อไม่ต่างจากวันแรกที่ได้ยิน

“ข้าจะเร่งเขียนแบบแผ่นใหม่ไปมอบให้ใต้เท้าซ่ง เขาจะเข้าร่วมประชุมกับเสนาบดีกรมโยธาในช่วงหัวค่ำ ข้าคงได้แต่คาดหวังให้ใต้เท้าเหลียนเปิดใจยอมรับแบบก่อสร้าง ที่ไม่เคยมีผู้ใดขีดเขียนในลักษณะนี้มาก่อน”

นางจะมอบแบบก่อสร้างแผ่นใหม่ให้คนผู้นั้นนำเข้าที่ประชุม ในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่จำเป็นต้องเก็บงำความสามารถอีกต่อไป

ในเมื่อซูชิงโม่กล้าเปิดเผยตัวตน นางก็จะเปิดเผยแล้วท้าชนให้รู้แพ้ชนะกันไปข้าง!

ขีดเขียนราวครึ่งชั่วยามตามที่กล่าวอ้างกับผู้หลักผู้ใหญ่ ฉีเหม่ยหลันก็วางมือจากการเขียนแบบตามความทรงจำ ซึ่งน่าเหลือเชื่อที่นางสามารถประยุกต์จากความทรงจำแล้ววาดออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว

“ข้าจะรีบนำไปให้ใต้เท้าซ่ง ออกไปด้วยกันหรือไม่” เสียงหวานหันไปถามน้องสาวที่กำลังนั่งจิบน้ำชาล้างปาก

“อือ ข้าไปด้วย เข้าเริ่มหิวอีกแล้ว ส่งแบบเสร็จพวกเราไปโรงครัวกันเถิดเจ้าค่ะ”

“ยังไม่ถึงมื้ออาหารแต่หิวแล้ว?”

พี่สาวเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างนึกเอ็นดู เพราะจำได้ว่านั่งกินสำรับยามเที่ยงพร้อมกันไปไม่นานมานี้

“แหะ แหะ ข้านอนหลับนานไปหน่อยเจ้าค่ะ อาหารมื้อกลางวันเลยย่อยหมดแล้ว”

กลิ่นซาลาเปานึ่งลอยมาแต่ไกล วันนี้นางต้องได้กินไม่ต่ำกว่าสามลูก ครั้นจะรอให้เสี่ยวหนิงเอามาให้ คงต้องรอช่วงหัวค่ำตามสำรับเย็น

สองสาวเดินตามกันมุ่งหน้าไปยังกระโจมของเสนาบดีฝ่ายขวา ฉีเหม่ยหลันให้ผู้คุ้มกันไปแจ้งเจ้าของกระโจม เรื่องการมาเยือนของนางกับน้องสาว แล้วยืนรออยู่ด้านนอกด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม เมื่อได้รับอนุญาตทั้งสองจึงเดินเข้าไปในกระโจมหลังใหญ่

“ข้าขีดเขียนแบบแผ่นนี้ขึ้นใหม่เจ้าค่ะ หากใต้เท้าพิจารณาแล้วเห็นชอบค่อยนำไปเสนอในที่ประชุม”

เจ้าของกระดาษแผ่นใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่ดวงตากำลังจ้องมองคนพิจารณาแบบก่อสร้างอย่างคาดหวัง

“หากไม่เห็นชอบเล่า”

คนพูดคลี่ม้วนกระดาษขนาดใหญ่ให้คลายตัวออก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เพียงชั่วครู่ก็รีบปรับให้เป็นปกติ

“ใต้เท้าลองพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน หากติดขัดตรงจุดไหนค่อยแจ้งข้า”

แค่เห็นสีหน้าตอนมองแบบของนาง เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าถูกยอมรับ แต่คนผู้นี้ชอบแสดงท่าทีเมินเฉย ทั้ง ๆ ที่ถูกใจ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status