แชร์

มิตรภาพ ตอนต้น

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:43:24

บรรยากาศในกระโจมเสนาบดีฝ่ายขวามีเพียงเสียงคลี่ม้วนกระดาษให้คลายตัว และเสียงลมหายใจของคนทั้งสาม ซ่งจือหานพิจารณาแบบร่างในมือด้วยใจเป็นกลาง เขาต้องยอมรับว่าฉีเหม่ยหลันเขียนแบบออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

“ข้าจะไม่ถามว่าเจ้าไปเรียนรู้มาจากที่ใด ข้ายอมรับแบบแผ่นนี้และจะอธิบายให้ใต้เท้าเหลียนฟังเอง อยากให้บอกกล่าวคนขีดเขียนหรือไม่”

“บอกว่าใต้เท้าเป็นคนเขียนร่วมกับข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”

ดวงหน้านวลผุดผ่องเพราะแต่งแต้มมาใหม่เงยขึ้นร้องขอ นางไม่อยากรับความดีความชอบที่มาพร้อมการจับผิดสักเท่าไหร่ แต่ยังอยากประกาศให้ศัตรูรู้เช่นกันว่านางรู้ทัน!

“ตามนั้น เจ้าวางใจได้ไม่มีผู้ใดมาเพ่งเล็งเจ้าอย่างแน่นอน นาน ๆ บุตรีของศิษย์พี่จะทำตัวมีประโยชน์ ข้าย่อมสนับสนุนหลานสาวในทางที่ถูกที่ควร”

“ขอบคุณเจ้าค่ะที่เมตตา เช่นนั้นข้ากับน้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”

“พวกเจ้าจะไปที่ใดกัน”

เขามองเห็นริมฝีปากแต่งแต้มสีสันให้เข้มขึ้น ดวงหน้าก็ผัดแป้งมาใหม่ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้ จะได้ส่งผู้คุ้มกันจากจวนเสนาบดีไปเพิ่ม

“ไปโรงครัวเจ้าค่ะ ข้าหิวอยากกินซาลาเปานึ่งใหม่ ๆ กลิ่นหอมลอยมาจากโรงครัวจนรอมื้ออาหารค่ำไม่ไหว”

ฉีเฟยเฟิ่งซึ่งยืนเงียบมานานเป็นผู้ตอบคำถามแทนพี่สาว สายตายังคอยลอบสังเกตท่าทีของบุรุษหน้าเคร่งอย่างที่เคยกล่าวกับสาวใช้

“ให้ผู้คุ้มกันตามไปด้วย ที่นี่มีโจรป่าเข้ามาฉุดลากสตรี พวกเจ้าต้องระวังตัวให้ดี”

“โจรป่า/โจรป่า” สองสาวเอ่ยถามพร้อม ๆ กันด้วยสีหน้าตื่นตกใจ

“ใต้เท้าเหลียนเพิ่งเล่าให้ข้าฟัง บิดาของพวกเจ้าก็ยังไม่รู้เลยปล่อยให้บุตรสาวเดินไปเดินมาอย่างอิสระ”

“พี่ใหญ่ข้ากลัว”

ฉีเฟยเฟิ่งกอดรัดต้นแขนพี่สาวด้วยท่าทีหวาดหวั่น

คำว่าโจรป่านางนึกไปถึงชายฉกรรจ์ตัวใหญ่หนวดเครารุงรัง เดินถือดาบมาฉุดคร่าเหยื่อสาว ๆ แค่คิดขนกายก็ลุกชันไปทั้งตัว

“เราให้ผู้คุ้มกันตามติด คงไม่มีสิ่งใดต้องกังวลกระมัง”

ถึงจะกล่าวออกไปเช่นนั้น แต่ความหวาดกลัวในใจกลับมีมากกว่าดวงหน้าหวานจึงแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน

“ข้าว่างยังไม่ถึงยามเข้าประชุม อยากให้เดินไปข่มขวัญโจรป่าหรือไม่”

เสนาบดีผู้ทำตัวว่างงาน กล่าวเสนอตนอย่างมีน้ำใจ ทั้ง ๆ ที่ผู้ช่วยคนสนิทกำลังรอคอยให้เขา ไปช่วยตรวจดูสภาพพื้นที่ก่อสร้างเพิ่มเติม

“ดีเหมือนกันนะพี่ใหญ่ ให้ใต้เท้าซ่งเดินไปด้วยรับรองได้ว่าโจรป่าไม่กล้าเข้าใกล้ หน้าบึ้งขนาดนั้นมองเห็นระยะไกลก็เผ่นหนีแทบไม่ทัน”

คนน้องออกความคิดเห็นด้วยเสียงที่พยายามพูดให้เบาลง แต่เพราะกระโจมแห่งนี้ไม่ได้กว้างขวางสักเท่าไหร่ ทุกคนจึงได้ยินทุกคำกล่าว

“อะ…แฮ่ม! ข้าได้ยิน”

คนถูกนินทาในระยะประชิด กระแอมไอเสียงดังให้คนพูดรู้ตัว ไม่อย่างนั้นคงต้องอดทนฟังอีกหลายประโยค

“อ่า…ข้าหมายถึงท่านมีใบหน้าที่น่าเกรงขามมากเจ้าค่ะ ไม่ได้หมายความเป็นอื่น”

ฉีเฟยเฟิ่งก้มหัวลงแล้วรีบอธิบาย แต่มุมปากกลับแอบอมยิ้มด้วยท่าทีขบขัน เพราะนางตั้งใจพูดให้คนหน้าบึ้งได้ยิน

“แล้วไป ว่าอย่างไรอยากให้เดินไปส่งหรือไม่”

“เช่นนั้นคงต้องรบกวนให้ใต้เท้าเดินไปส่งที่โรงครัวแล้วเจ้าค่ะ”

คนพี่ก็นึกหวาดกลัวไม่ต่างจากคนน้อง เลยร้องขอให้คนหน้านิ่งเดินไปด้วย หากโจรป่ากำลังแอบดูอยู่จะได้รีบเผ่นหนีให้ไว

เสนาบดีฝ่ายขวาเดินตามไปส่งหลานสาวต่างแซ่ถึงโรงครัว เพราะมีเป้าหมายในการสอดส่องดูแลเรื่องความปลอดภัย ตลอดระยะเวลาพักค้างแรมในฐานก่อสร้าง อย่างต่ำ ๆ ก็สองเดือนขึ้นไป

สายตาคมกริบจ้องมองไปรอบ ๆ บริเวณ ด้วยความรู้สึกเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย ต่อให้มีผู้คุ้มกันแต่ใช่ว่าจะปลอดภัยหายห่วง เพราะมีหลายจุดที่เป็นมุมอับและเป็นมุมแบ่งแยกสำหรับสตรี โดยเฉพาะสถานที่ลับยามต้องการปลดทุกข์

สอดส่องสักพักสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหลานชายต่างศักดิ์ กรามแกร่งขบกัดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ เหตุใดจึงเดินมาพบเจอกันอย่างประจวบเหมาะถึงเพียงนี้

เมื่อหันมามองคนข้างกาย ก็พบว่าทั้งสองรีบเดินเข้าไปหาของกินในโรงครัว โดยไม่สนใจบอกกล่าวกันสักคำ ใช้งานเสร็จก็ถูกทิ้งอย่างไร้ค่า!

สองขาเตรียมก้าวเดินตามเข้าไปในโรงครัว แต่เสียงของผู้ช่วยคนสนิทเรียกรั้งไว้เสียก่อน

“ใต้เท้าข้าเดินตามหาตั้งนานมาอยู่ที่โรงครัวนี่เอง พวกเราต้องรีบไปสำรวจพื้นที่ก่อนเข้าร่วมประชุมค่ำนี้นะขอรับ”

“อืม ไปยืนรอคุณหนูฉีอย่างใกล้ชิด ห้ามปล่อยให้อยู่กับบุรุษตามลำพังเด็ดขาด”

งานในหน้าที่ย่อมสำคัญไม่ต่างกัน ก่อนเดินจากไปจึงหันไปบอกกล่าวผู้คุ้มกันจากจวนข้าง ๆ ทั้งสองคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“อย่างไรนะขอรับใต้เท้า อะ…อ้าวเดินไปนู่นแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่เห็นรีบ หิวข้าวหรืออย่างไรจึงเดินมาที่โรงครัว”

ฉินเซียวรีบเดินตามร่างสูงใหญ่ไปทันที พร้อมกับบ่นพึมพำอย่างไม่เข้าใจไปตลอดทาง

เขาไม่ได้อยู่ด้วยครึ่งวันจึงไม่เข้าใจในคำสั่ง แต่ผู้คุ้มกันสองคนที่เดินตามมาข้างหลังรับรู้และเข้าใจดี จึงรีบเดินตามเข้าไปในโรงครัวทันที

สองสาวจากจวนตระกูลฉี รีบก้าวเดินเข้าไปหาสาวใช้คนสนิทด้วยสีหน้าเบิกบานใจ เพราะเสี่ยวหนิงกำลังยกถาดซาลาเปาลงจากเตา

แต่เสียงที่ดังจากทางด้านหลัง ทำให้อารมณ์อยากอาหารหดหายไปมากกว่าครึ่ง

“ตะกละ! ยังไม่ถึงมื้ออาหารค่ำด้วยซ้ำ แต่กลับมายืนน้ำลายยืดอยู่หน้าเตา”

ซูชิงโม่เดินมากับสาวใช้ นางใช้สายตาเย้ยหยันจ้องมองศัตรูคู่แค้นอย่างไม่ปิดบัง

“ตบเลยดีไหมพี่ใหญ่”

ฉีเฟยเฟิ่งพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดังตามปกติ พวกนางยืนอยู่นิ่ง ๆ แท้ ๆ แต่กลับถูกด่าว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย เห็นทีว่าความสุภาพคงไม่จำเป็นสำหรับสตรีผู้นี้

“เหอะ นึกว่าคนน้องจะนิสัยแตกต่าง ที่ไหนได้เถื่อนไม่แพ้กัน”

“เออ! กับพวกตอแหลคงไม่จำเป็นต้องสุภาพนักหรอก”

เสียงเล็ก ๆ ตะเบ็งเพิ่มเสียงขึ้นตามแรงอารมณ์ ที่กำลังเดือดปุดถึงขีดสุดเลยก็ว่าได้

หรือที่ผ่านมาพี่สาวของนาง ต้องเผชิญกับคำกล่าวเช่นนี้มานานแสนนาน เลยต้องแสดงท่าทีร้ายกาจเพื่อปกป้องตนเอง!

“นี่เจ้า!”

“คุณหนูฉี เกิดเรื่องใดกันหรือ”

สือป๋อเหวินรีบก้าวเดินให้เร็วกว่าสหายสูงศักดิ์ แล้วมาหยุดยืนอยู่ข้างกายสตรีที่เขาแอบมองอยู่ตลอด ตั้งแต่ร่ำเรียนด้วยกันที่สำนักศึกษาหลวง

เมื่อเห็นนางกำลังต่อปากต่อคำกับสตรีอีกคน จึงรีบเดินเข้ามาช่วยเหลือ เผื่อสักวันนางจะมองเห็นน้ำใจกันบ้าง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status