เข้าสู่ระบบซางเลี่ยรุ่ยขับรถกลับบ้านอย่างรวดเร็วเดิมทีตั้งใจว่าจะอาบน้ำชำระร่างกายสักหน่อยคาดไม่ถึงว่าขณะที่เขากำลังจะกดรหัสเข้าคฤหาสน์ เสียงอ่อนหวานของสตรีผู้หนึ่งพลันเอ่ยเรียกเขาจากทางด้านหลัง“อารุ่ย!”ซางเลี่ยรุ่ยชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย หันหน้ากลับไปมองพลันเห็นฟู่ตานฉิงสวมชุดแฟชั่นสั่งตัด ย่างก้าวบนรองเท้าส้นสูงตรงเข้ามาหาเขา“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”ใบหน้าหล่อเหลาของซางเลี่ยรุ่ยเรียบเฉย ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายปฏิเสธผู้คนให้ถอยห่างออกไปริมฝีปากสีแดงสดของฟู่ตานฉิงคลี่ยิ้มชดช้อย “ฉันมารอคุณอยู่ที่นี่นานแล้วค่ะ”ซางเลี่ยรุ่ยขมวดคิ้วแน่น “มารอทำไม?”ฟู่ตานฉิงหยิบกล่องของขวัญกล่องหนึ่งมาจากทางด้านหลัง ยื่นส่งตรงหน้าเขาด้วยความตื่นเต้น“ฉันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เลยซื้อของขวัญมาฝากค่ะ”ซางเลี่ยรุ่ยไม่ได้สนใจเลยสักนิดเพียงเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย “ของขวัญอะไร”ฟู่ตานฉิงแย้มยิ้มหวาน “คุณลองเปิดดูก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอคะ?”ของขวัญชิ้นนี้เธอตั้งใจคัดสรรอย่างพิถีพิถันมาจากต่างประเทศเลยทีเดียวทั้งยังเอ่ยถามเรื่องความชอบของเขาจากคุณแม่และพี่สาวของเขามาโดยเฉพาะหากเขาได้เปิดออกดู จะต้องถู
ทันใดนั้นเขาก็กระชากร่างเธอเข้ามาประชิดตัวยื่นมือรวบโอบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้“คุณจะทำอะไรน่ะ? ปล่อยฉันนะ!”เวินหร่านรู้สึกเพียงว่าฟู่จิ่งเฉิงในเวลานี้ดูอันตรายเป็นพิเศษเธอจึงดิ้นรนขัดขืนอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยสัญชาตญาณทว่าสายตาของฟู่จิ่งเฉิงกลับฉายแววคลั่งไคล้ผิดปกติเขาพลันโน้มกายลงมา หมายจะประทับจูบลงบนริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเธอสมองของเวินหร่านว่างทึบไปชั่วขณะไม่อาจตั้งตัวหรือตอบสนองได้ทันเลยแม้แต่น้อยทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือกลับแผดร้องขึ้นมาในจังหวะนั้นพอดีเดิมทีฟู่จิ่งเฉิงตั้งใจจะไม่สนใจแต่หลังจากกวาดสายตามองชื่อสายเรียกเข้าบนหน้าจอ เขาก็ยอมปล่อยมือจากเวินหร่าน แล้วเดินไปรับสายที่ริมหน้าต่าง “มีอะไร?”“คุณชายรองครับ!”บอดี้การ์ดทางปลายสายเอ่ยขึ้นด้วยความพรั่นพรึง “คุณเวินฉีหนีไปแล้วครับ!”ฟู่จิ่งเฉิงเดือดดาลขึ้นมาทันที “ฉันไม่ได้สั่งให้พวกนายเฝ้าเธอไว้ให้ดีเหรอ? ปล่อยให้เธอหนีไปได้ยังไง?”บอดี้การ์ดรีบละล่ำละลักอธิบาย “พวกผมเฝ้าดูเธออย่างดีแล้วครับ แต่ผู้หญิงคนนี้มารยาเล่ห์เหลี่ยมเยอะ อยู่ดี ๆ ก็บอกว่ากินอาหารเป็นพิษจนปวดท้อง ยืนกรานจะให้พวกผมพาไปโรงพยาบาลให้ไ
เวินหร่านมองเขาด้วยความประหลาดใจหากฟังไม่ผิด นี่ฟู่จิ่งเฉิงกำลังเอ่ยขอโทษเธออยู่อย่างนั้นเหรอ?เธอไม่เคยคิดเลยจริง ๆ ว่าชาตินี้ยังจะมีโอกาสได้ยินคำขอโทษจากปากฟู่จิ่งเฉิง?ทว่าคำขอโทษที่มาช้าไปเช่นนี้ สำหรับเธอแล้วไม่อาจมีความหมายใด ๆ อีกต่อไป“ช่างมันเถอะค่ะ มันผ่านไปแล้ว!”เธอส่ายหน้าเบา ๆ ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องในอดีตขึ้นมาพูดอีกในเมื่อหย่าขาดจากกันแล้ว เรื่องราวในอดีตระหว่างเธอกับเขาก็ถือว่าพลิกผ่านไปแล้วเช่นกันยามนี้เวินหร่านเพียงต้องการก้าวเดินไปข้างหน้าเท่านั้นฟู่จิ่งเฉิงไม่ได้เฉลียวใจถึงความหมายนัยลึกซึ้งในคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อยเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถ้าอย่างนั้น... คุณอยากให้ผมทำยังไงต่อไป?”เวินหร่านชะงักไปอีกหนหลังจากนี้เขาจะทำอย่างไร มันเกี่ยวข้องอะไรกับเธอด้วยอย่างนั้นเหรอ?หากคำพูดนี้เกิดขึ้นยามที่พวกเขายังแต่งงานกันอยู่ แล้วเขาเอ่ยถามเธอด้วยความจริงใจ เธออาจจะรู้สึกดีใจก็ได้ในตอนนั้น เธอคงจะยอมมอบโอกาสให้เขา และเริ่มต้นใหม่อีกครั้งไปกับเขาทว่าในตอนนี้...ทุกสิ่งผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา สายน้ำไม่อาจไหลย้อนกลับเสียแล้ว“คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น
เวินหร่านลังเลอยู่ครู่หนึ่งท้ายที่สุดก็ยอมเปิดประตูให้เขาเดินตามเธอเข้าไปข้างในอย่างไรเสีย ชั้นนี้ก็ไม่ได้มีแค่ห้องเธอเพียงห้องเดียว หากปล่อยให้เพื่อนบ้านมาได้ยินเรื่องยื้อยุดฉุดกระชากระหว่างเธอกับฟู่จิ่งเฉิงคงดูไม่ดีนักนี่นับเป็นครั้งแรกที่ฟู่จิ่งเฉิงมายังที่พักของเวินหร่านหลังจากที่หย่าร้างกันทั้งอบอุ่น และเป็นระเบียบเรียบร้อยบานกระจกทรงสูงจรดพื้นตรงห้องรับแขก สามารถมองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองไปได้ครึ่งค่อนเมืองแม้พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางมากนัก ทว่ากลับมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน“นี่น่ะเหรอชีวิตแบบที่คุณต้องการ?”สายตาของฟู่จิ่งเฉิงจับจ้องเธออย่างลึกล้ำ น้ำเสียงแหบพร่าลงเล็กน้อยเวินหร่านยักคิ้วขึ้น “ใช่ ชีวิตแบบนี้ฉันรู้สึกว่ามันก็ไม่เลวเลย”ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีเขาอยู่ด้วยเธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวได้อย่างตามใจปรารถนา มีอิสระไม่ต้องคอยคลื่นไส้สะอิดสะเอียนกับเรื่องของเขากับพี่สาวอย่างเวินฉีตลอดทั้งวันอีกต่อไปและไม่ต้องดูสีหน้าคอยเอาใจคนตระกูลฟู่หรือคนตระกูลเวินอีกในบ้านหลังเล็ก ๆ แห่งนี้ เธอเพียงแค่ได้เป็นตัวของตัวเองก็พอแล้วฟู่จิ่งเฉิงเดินเข้าม
เวินหร่านกับหลีลี่ยืนรอเจียงจื่อหยวนขับรถมารับอยู่ที่ชั้นหนึ่งของบริษัททันใดนั้น รถเบนท์ลีย์คันหนึ่งก็แล่นมาจอดลงตรงหน้าพวกเธอกระจกหน้าต่างเบาะหลังค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาคุ้นตาของฟู่จิ่งเฉิง“ขึ้นรถ”ฟู่จิ่งเฉิงปรายสายตามองเธอ แล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหันเวินหร่านชะงักไปครู่หนึ่งเหตุผลที่เธอนัดเพื่อนสนิทออกมาทานอาหารกลางวันด้วยกัน ก็เพื่อที่จะหลบหน้าเขาแท้ ๆ นึกไม่ถึงว่าหลบพ้นในบริษัทมาได้แล้วสุดท้ายกลับมาเจอเขาเข้าอย่างจังที่หน้าประตูบริษัทเสียอย่างนั้น“ฉันนัดทานข้าวเที่ยงกับเพื่อนไว้แล้ว”เวินหร่านเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยประจวบเหมาะกับที่เจียงจื่อหยวนขับรถเข้ามาพอดีเวินหร่านและหลีลี่จึงเดินตรงเข้าไปแล้วก้าวขึ้นรถของเจียงจื่อหยวนฟู่จิ่งเฉิงมองดูเธอขึ้นรถชายอื่นแล่นลับไปต่อหน้าต่อตา ใบหน้าหล่อเหลาพลันบิดเบี้ยวทันทีภายในใจเกิดความอึดอัดแน่นอกขึ้นมาอย่างน่าประหลาดบรรยากาศอันตรายคุกคามรอบกายพวยพุ่งโหมกระหน่ำขึ้นมาอย่างระงับไว้ไม่อยู่...เวินหร่าน หลีลี่ และเจียงจื่อหยวนพากันไปที่ร้านหม้อไฟแห่งหนึ่งใกล้กับบริษัทเจียงจื่อหยวนคอยเอาอกเ
เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าอับอายขนาดนั้นเลยงั้นหรือ?การได้เข้ามาพัวพันติดสอยห้อยตามเขามันทำให้เธอนึกรังเกียจจนอยากจะหลบหนีขนาดนี้เชียวหรือ?ความรู้สึกหงุดหงิดขัดใจพวยพุ่งขึ้นมาในอกของซางเลี่ยรุ่ยเวินหร่านเม้มริมฝีปากอิ่มสีแดง “คุณเป็นถึงบอส คุณก็ไม่กลัวน่ะสิคะ! แต่ฉันเป็นแค่ผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง แค่คำครหาและน้ำลายของคนอื่นก็มากพอจะกดดันจนฉันจมน้ำตายได้แล้วล่ะค่ะ”ต่อให้ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาจะดำเนินมาถึงจุดนี้ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นเพราะซางเลี่ยรุ่ยที่เป็นฝ่ายรุกไล่ต้อนเธอก่อนแล้วอย่างไรเล่า?คนภายนอกพวกนั้นมีใครสักคนที่กล้าเอ่ยปากต่อว่าประณามเขาบ้างไหมล่ะ?ถึงเวลาก็คงมีแต่จะสาดโคลนทั้งหมดมาให้เธออยู่ฝ่ายเดียว!หัวคิ้วหนาของซางเลี่ยรุ่ยขมวดเข้าหากันแน่น “ใครกล้าทำให้คุณจมน้ำตาย ผมจะไล่คนนั้นออกเดี๋ยวนี้เลย”“คุณจะไล่พนักงานคนอื่น ๆ ออกทั้งหมดได้เหรอคะ? อีกอย่าง ถ้าคนอื่นเขาแอบนินทาลับหลัง คุณจะไปทำอะไรพวกเขาได้?”เวินหร่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงจนปัญญา “ถ้าคุณหวังดีกับฉันจริง ๆ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะคะ? อย่างน้อยฉันจะได้ทำงานอยู่ในบริษัทนี้ต่อไปได้อีกสักระยะ”ทันทีที
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ







