หน้าหลัก / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๑๓ ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง (๓)

แชร์

๑๓ ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง (๓)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:38:57

ความตั้งใจของลูกสร้างรอยยิ้มแก่พ่อแม่ อาหารมื้อนั้นเต็มไปด้วยความสุข เป็นมื้อแรกที่ไร้ซึ่งการทะเลาะเบาะแว้ง เธอลอบมองเขาบ่อยครั้ง ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็เหลือบมองอัญชิสาเช่นเดียวกัน

            อบอุ่นหัวใจอย่างน่าประหลาดจนไม่อยากให้อาหารมื้อนี้จบลง...

            แต่เมื่อมีความสุขแล้ววันจากลาก็ต้องมาถึง “ผมไปแล้วนะแม่ เจอกันเดือนหน้านะ” ลูกชายสวมชุดสีขาวทรงเกียรติเพื่อกลับไปยังโรงเรียน คราวนี้ไม่มีน้ำตาและความอาลัยอาวรณ์เพราะรู้ว่าจะได้กลับมาหาแม่เดือนหน้า ต่างจากหล่อนที่ดวงตาแดงก่ำยังพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ถึงจะอยากร้องไห้แค่ไหนก็ตาม

            “ครับ” กระเป๋าถูกขนขึ้นรถเป็นที่เรียบร้อย

            “ตั้งใจเรียนนะรวิ” เธอย่อกายลงไปกอดลูกชายเอาไว้แนบอก ค่อยปล่อยเด็กชายเป็นอิสระแล้วยิ้มให้กัน

            “รับทราบครับผม” บอกเสียงดังฟังชัด เธอได้ยินก็ยิ้มกว้างแล้วลุกยืนก่อนโบกมือลาเมื่อรถยนต์คันหรูแล่นออกจากบ้าน

            เสียงหัวเราะหายไป มีเพียงความเงียบและอ้างว้างจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นมากอดตัวเองเอาไว้ เธอนั่งชันเข่าอยู่บนโซฟาด้วยแววตาว่างเปล่า น่าแปลกที่อารมณ์อ่อนไหวจนร้องไห้ตัวโยนทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องน่าเศร้าด้วยซ้ำ

            ความรู้สึกที่อ่อนไหวถาโถมจนหญิงสาวปล่อยน้ำตาไหลเป็นสาย นั่งอยู่เพียงลำพังแล้วนอนหลับอยู่ตรงนั้นจนท้องฟ้ามืดครึ้ม...

            ผ่านไปกว่าสัปดาห์ที่เธออยู่กับความเงียบหงัน ร่างสูงไม่ได้แวะเข้ามาที่บ้านอีกเลยเหมือนเขาหายเข้ากลีบเมฆโดยหล่อนก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มอยู่ที่ไหน เลือกจะนั่งถักผ้าพันคอไปเรื่อยพร้อมกับดูภาพยนตร์ที่ตัวเองชื่นชอบ

            แต่ความรู้สึกที่ได้รับตอนนี้มีเพียงความเหงาที่ทำให้หล่อนนึกอึดอัดจนต้องพรูลมหายใจเหนื่อยล้า

            “บ้านเงียบจัง...” มองรอบบ้านแล้วได้แต่พึมพำบอกตัวเอง

            เหงาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำตาไหลอีกครั้งจนต้องรีบปาดออก เห็นเวลาก็พบว่าต้องรับประทานอาหาร จึงวางของในมือลงเพื่อเข้าห้องครัวไปทำกับข้าวกิน แต่แค่ได้กลิ่นเนื้อก็เหม็นคาวจนต้องวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำจนแทบหมดไส้หมดพุง

            “อ้วก...” มีเพียงน้ำที่ไหลออกมาเพราะยังไม่ได้กินข้าวเช้า เธอเอาของเหลวออกมาจนหมดค่อยเดินไปล้างปากแล้วก้าวอย่างหมดแรงออกจากห้องน้ำ

            “เป็นอะไรอีกเนี่ย เครียดเกินไปหรือเปล่านะ” พึมพำเสียงเบากับตัวเอง ค่อยเดินไปหานมดื่มจึงค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เธอนึกสงสัยในอาการของตัวเองอยู่เหมือนกันแต่ก็เลือกจะปัดความคิดเหล่านั้นทิ้ง ก่อนเดินไปหยิบไข่มาต้มกินกับข้าวเปล่า

            เหมือนว่าเนื้อในตู้เย็นจะเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับตนไปแล้ว...

            การอยู่บ้านคนเดียวก็ไม่ได้แย่เสมอไป เพียงแต่เหงาจับใจจนบ่อยครั้งต้องมองไปที่ประตูแล้วภาวนาให้เขาเดินเข้ามา แม้ชายหนุ่มจะสร้างบาดแผลหรือความเจ็บปวดเอาไว้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุดท้ายก็ยังเป็นเขาอยู่ดีที่เธอรักหมดหัวใจ

            “กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงรถยนต์ดังขึ้นจึงรีบลุกไปหน้าบ้าน เธอส่งยิ้มให้เขาจนคนที่เดินเข้ามาถึงกับชะงัก กลืนน้ำลายหนืดลงคอพร้อมก้าวเข้ามาในบ้าน นั่งลงยังโซฟาที่ประจำแล้วมองผ้าพันคอสีครีมที่หล่อนกำลังถัก

            ไม่คิดว่าหญิงสาวจะถักสวยกับเขาเหมือนกัน...

            แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะตอนนี้สิ่งที่ชายหนุ่มกำลังเผชิญคือความจริงที่ทำให้ต้องมาหาหล่อน เพิ่งได้รับเอกสารช่วงเช้าหลังผ่านมาสองเดือน อาจดูเหมือนเป็นระยะเวลายาวนานแต่ความจริงช่างแสนสั้นเหลือเกิน

            ตั้งแต่วันที่ไปเที่ยวด้วยกันเขาก็พยายามเลี่ยงจะมาหาเธอที่บ้าน รู้ดีว่าจิตใจของตัวเองไม่ปกติ มันกำลังโอนอ่อนให้ผู้หญิงที่เคยทรยศกัน

            เขาไม่อยากรักเธอ...ไม่อยากกลับไปเจ็บปวดอีกแล้ว

            จึงพยายามทำงานและอยู่ติดบ้านจนน้องสาวนึกอยากให้พี่ชายมีธุระจะได้ออกไปข้างนอก ไม่ใช่อยู่เฝ้าเธอยามแฟนหนุ่มมาหา ทำตัวเป็นก้างขวางคอเหมือนอย่างทุกวัน เพราะไม่มีน้องคนไหนทราบว่าเขาเปิดบ้านพักแล้วซุกผู้หญิงเอาไว้

            “อือ” ตอบเสียงเบาแล้วมองตามแผ่นหลังบางที่เข้าครัวเพื่อนำน้ำเย็นมาเสิร์ฟ เธอทำทุกอย่างเหมือนเดิมแต่เขาเองที่เปลี่ยนไป

            นึกหงุดหงิดที่ตัวเองไม่อาจเกลียดคนตรงหน้าได้หมดหัวใจอย่างที่พยายามย้ำเตือนถึงความผิดของหล่อน บางทีเขาไม่ควรกลับมาเจอเธอแล้วสร้างความผูกพันทางร่างกาย จนตอนนี้ต้องมานั่งกุมขมับด้วยความเครียด

            “ผลออกแล้ว” เขานั่งนิ่งอยู่สักพักไม่แตะน้ำที่เธอวางไว้บนโต๊ะ ทราบในทันทีว่าอีกฝ่ายมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยจึงนั่งลงเยื้องกับเขา

            “คะ...” ไม่เข้าใจประโยคที่ชายหนุ่มเอ่ย

            กระทั่งเห็นเอกสารบางอย่างถูกยื่นมาตรงหน้า เธอจึงอ่านรายละเอียดพบว่ามันเป็นผลตรวจดีเอ็นเอที่เขาบอกให้รอมาตลอด ไม่คิดว่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้จนตัวเองยังนึกตกใจ แต่ผลก็เป็นไปตามความจริงซึ่งหล่อนทราบอยู่แล้ว

            รวิกานต์เป็นลูกของเขา...

            “ผลตรวจดีเอ็นเอออกแล้ว...รวิเป็นลูกของฉัน” พูดเสียงเบาแล้วมองดวงหน้าหวานคล้ายกำลังชั่งใจตัวเอง

            เขาควรจะรับผิดชอบแค่ลูกใช่ไหม แล้วปล่อยเธอไปดีกว่าขังเอาไว้แล้ววันหนึ่งถูกหล่อนแว้งกัด คนอย่างอัญชิสาเชื่อไม่ได้หรอก ผู้หญิงที่มีเพียงคำหลอกลวงและกล้าทรยศซึ่งหน้า เขาไม่มีทางไว้ใจเธออีกครั้งเป็นอันขาด

            “ค่ะ” ไม่รู้ว่าตัวเองควรตอบอะไรจึงบอกไปแค่นั้น

            เพราะเธอรู้แต่แรกว่าอย่างไรผลก็ต้องออกมาแบบนี้

            “ฉันจะรับผิดชอบเรื่องลูกทุกอย่าง เรื่องเรียนหรือเรื่องเงินฉันจะจัดการเอง เอาเอกสารสำคัญมาด้วยฉันจะไปจัดการเรื่องรับรองบุตร” หลักฐานเป็นประจักรเขาก็ต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกันกับสิ่งที่ทำลงไป ปล่อยให้หล่อนดูแลลูกคนเดียวมานานเกินไปแล้ว จึงต้องทำในส่วนของตัวเองบ้าง

            “ความจริงคุณไม่ต้อง...” เธอพยายามจะค้านกลัวว่าเขาไม่เต็มใจทำ กลับถูกประกาศิตของซาตานจนต้องปิดปากเงียบแล้วยอมให้สิทธิ์ต่อเขา ในฐานะที่ชายหนุ่มเป็นพ่อของลูก

            “เธอไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็น แค่ทำตามคำสั่งของฉันก็พอ” คนที่จิตใจอยู่ในช่วงอ่อนไหวทำเพียงแค่รับปากอีกฝ่ายไม่มีข้อโต้แย้ง เอกสารทุกอย่างเธอเตรียมมาด้วยไม่คิดว่าวันนี้จะได้ใช้ สบดวงตาคมนิ่งเหมือนต้องการล้วงลึกเข้าไปในความรู้สึกของเขา

            “ค่ะ”

            แต่กลับไม่ได้อะไร นอกจากความว่างเปล่าในแววตา เธอจึงเลือกจะนำเอกสารทั้งหมดส่งมอบแก่เขา

            อย่างไรธนนท์ปภพก็เป็นพ่อของลูก สถานะของเรามีเพียงเท่านั้น

            ไม่อาจพัฒนาเป็นสามีภรรยาได้...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status