แชร์

๑๕ ปลดหินในใจ (๒)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:41:18

ไม่มีคำพูดใดเปล่งออกมาอีก คล้ายต้องการซึมซับบรรยากาศตรงนี้เอาไว้ให้นานที่สุด แล้วเขาก็เลือกจะโอบกอดร่างแบบบางสูดกลิ่นหอมจากร่างกายของหล่อน โดยไม่ได้ล่วงล้ำเอาแต่ใจเหมือนทุกครั้ง เธอเองก็กอบโกยความสุขจากชายหนุ่มเช่นเดียวกัน

            ราวกับว่ามันคือครั้งสุดท้ายที่จะได้รับจากเขา ต่อไปนี้อาจไม่มีโอกาสอีกแล้ว...

            “ฉันไปก่อนนะ” ล้างตัวเรียบร้อยก็มาสวมเสื้อผ้าครบชุด เธอเองก็เดินไปห้องนอนของตนแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นเดียวกัน ค่อยลงมาข้างล่างเพื่อรอส่งร่างสูง

            เขาเดินออกไปที่รถแต่ก็ไม่วายหันมาบอกหล่อน ทั้งที่ปกติไม่เป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ ทำให้คนมองนึกใจหายอยู่เหมือนกัน

            “เดินทางปลอดภัยนะคะ” สบตากันนิ่งคล้ายต้องการซึมซับภาพตรงหน้าให้มากที่สุด มือหนาทิ้งลงข้างลำตัวแล้วกำแน่นหักห้ามใจไม่ให้ยกขึ้นกอดร่างแบบบาง เขาทำเพียงแค่พยักหน้าให้หล่อนแล้วเดินไปขึ้นรถอย่างรวดเร็ว

            ปล่อยให้อัญชิสามองตามรถที่เคลื่อนออกไปไกล พร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นสาย

            และคำบอกลาที่ดังก้องในใจของเธอ...

            ปิดประตูแล้วลงกลอนเรียบร้อยก็เดินขึ้นชั้นบนเพื่อนำเครื่องตรวจครรภ์ออกมาใช้ เวลาเกือบห้านาทีถือว่านานในความรู้สึกเป็นอย่างมาก กว่าจะกล้าเปิดตาดูผลแล้วพบเครื่องหมายที่ทำให้ตกตะลึงจนเข่าอ่อนทรุดลงนั่งบนฝาชักโครกอย่างอ่อนแรง

            “ท้อง...อีกแล้ว” ในสมองมีเพียงความว่างเปล่า ยกมือขึ้นปิดใบหน้าพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลลงมาเป็นสาย ไม่คิดว่าตัวเองจะพลาดกับเรื่องนี้อีกครั้งทั้งที่เคยมีบทเรียนมาแล้วแต่ก็ไม่จำสักที ไหล่สั่นไหวกับเสียงร้องไห้ที่ดังก้อง

            “ฮือ”

            ตัดสินใจว่าจะไปจากเขา แต่ไม่คิดว่าจะมีอีกหนึ่งชีวิตถือกำเนิด เรื่องราวยิ่งยากกว่าเดิมจนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร

            บอกเขาแล้วเป็นเมียเก็บ หรือปิดทุกอย่างเอาไว้แล้วไปตามทางของตัวเอง อย่างไรก็ยังมีเงินพอจะเลี้ยงดูอีกหนึ่งชีวิต แต่แน่นอนว่าเธอต้องหางานทำเพิ่มเพราะนอกจากลูกในท้องยังมีรวิกานต์อีกคน ความคิดสับสนวุ่นวายตีกันในหัว

            แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจคือต้องออกจากบ้านหลังนี้...

            ตัดขาดจากเขาเร็วที่สุดเท่าไหร่ยิ่งดี ก็แค่ต้องเริ่มใหม่อีกครั้งแต่อย่างไรก็ได้เป็นอิสระ ดีกว่าอยู่ที่นี่แล้วต้องเป็นเมียเก็บของเขา

            วันเวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์งานของเขายังยุ่งเหมือนเดิม ชายหนุ่มไม่ได้ไปที่บ้านหลังนั้นอีกแต่รู้ดีว่าหญิงสาวคงกำลังรอคอยตนเหมือนเดิม หาที่อยู่ใหม่ของหล่อนได้แล้วพร้อมกับแม่บ้านที่จะคอยอยู่เป็นเพื่อนอัญชิสาไม่ให้เหงาจนเกินไป

            เขารู้ว่ามันผิดที่จะแต่งงานกับคนอื่นแต่ยังไม่ยอมปล่อยเธอไปเหมือนที่บอกไว้ในตอนแรก มาคิดทบทวนดูแล้วก็รู้ทันทีว่าตัวเองไม่อาจตัดใจปล่อยหล่อนไปได้จริงๆ

            “คุณหนึ่งครับ...คุณอัญออกจากบ้านไปแล้ว” คนสนิทเข้ามารายงานด้วยใบหน้าตื่นเพราะเพิ่งได้รับทราบจากคนของตัวเองที่เฝ้าอยู่หน้าบ้าน มีเพียงไม่กี่คนที่ทราบเรื่องของหล่อนแล้วปิดเป็นความลับไม่เคยแพร่งพรายสักครั้ง

            เขาได้ยินก็ชะงักเกือบลุกจากเก้าอี้ออกไปดูว่าหล่อนออกจากบ้านจริงหรือเปล่า แต่ทิฐิที่มีทำให้ต้องนั่งนิ่งกำมือแน่นแม้หัวใจจะสั่นไหวแค่ไหนก็ตาม

            “เอาอะไรไปบ้าง” ถามทั้งที่รู้ว่าในบ้านหลังนั้นไม่มีของสำคัญอะไรสักอย่าง แต่เขาแค่หวังให้เธอออกไปเดินเล่นข้างนอกแล้วคนของตัวเองอาจเข้าใจผิด

            “แค่เสื้อผ้าของเธอครับ” แต่คำตอบก็แน่ชัดอยู่แล้ว

            ธนนท์ปภพจึงไม่ถามอะไรอีก...

            “อือ” รับคำเสียงเบาแล้วไล่ให้อีกฝ่ายออกจากห้อง ส่วนตนก็ทำนิ่งเหมือนไม่สนใจ เปิดอ่านเอกสารแม้ว่าในหัวจะมีเพียงความว่างเปล่า ไม่สามารถอ่านเอกสารตรงหน้าได้ด้วยซ้ำ

            เธอหนีเขาไปอีกแล้ว...

            หนีไปเหมือนเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน...

            การทำงานของเขายังคงเหมือนเดิมทุกวัน ตารางแน่นตลอดเวลาจนนึกหงุดหงิดที่ไม่มีเวลาว่างให้ตัวเอง สัปดาห์หน้าต้องไปรับลูกชายที่โรงเรียนเพื่อกลับบ้าน แต่เขาไม่มีคำพูดใดจะบอกกับรวิกานต์หากกลับมาบ้านแล้วไม่พบมารดาเหมือนเดิม เขารู้ว่าลูกชายต้องเสียใจอย่างแน่นอน พาลนึกโกรธหล่อนที่หนีไปแล้วทิ้งลูกไว้กับเขา

            ผู้หญิงอะไรช่างไม่รักลูกเอาเสียเลย...

            คิดดังนั้นแล้วดื่มน้ำเมาอย่างรวดเร็ว ว่างช่วงเย็นจึงเลือกจะเข้าผับที่เขาถือหุ้นใหญ่สุดแต่ไม่ได้บริหารงานเพราะที่อยู่ในมือก็ล้นแล้ว ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับแววตาคมดุที่มองคนเดินผ่าน หญิงหลายคนอยากเข้ามาทำความรู้จักแต่เขาเลือกจะเมินเฉย ไม่ต้องการสานสัมพันธ์กับใครทั้งนั้นเพราะตอนนี้ตนเองไม่โสดแล้ว       

            เขากำลังจะแต่งงาน...

            ไม่รู้หมือนกันเหตุใดจึงตัดสินใจเช่นนั้นทั้งที่บิดาก็ไม่ได้บังคับ เพียงแค่อยากให้ลูกชาเยปิดใจเท่านั้น อาจเนื่องจากอยากใช้มันเป็นข้ออ้างในการออกห่างอัญชิสา รู้ว่าเรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้เมื่อตนไม่สามารถลืมบาดหมางระหว่างเราได้

            มันเป็นแผลใหญ่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้เลือกจะถอยออกมา แต่ก็ยังรักเกินกว่าจะกล้าปล่อยมือ ทำได้เพียงขังหล่อนไว้ในกรงเป็นแค่คนในความลับ

            “ชวนกูออกมาบ่อยเดี๋ยวเมียกูได้แดกหัวกูพอดี มีอะไรว่ามา” นั่งดื่มรอเพื่อนสักพักอีกฝ่ายก็เดินมาแตะไหล่จนต้องหันไปมอง ไตรเตชินเดินยิ้มมาแต่ไกลบอกได้เป็นอย่างดีว่าอารมณ์ดีมากแค่ไหน ต่างจากเขาที่นั่งอมทุกข์ไม่มีความสุขเลยสักนิด

            “ไม่เจอมึงนานเลยอยากเจอ” ตอบอย่างขอไปที มองอีกฝ่ายตาขวางแล้วหันกลับมาสนใจเครื่องดื่มในมือ นึกหงุดหงิดไปหมดทุกอย่างกระทั่งออร่าความสุขของเพื่อนก็ส่องสว่างจนแสบตา ต่างจากตัวเองที่เผชิญความทุกข์จากการเลือกและผลของการกระทำทั้งนั้น

            แต่เขาจะทำอะไรได้นอกจากยอมรับอย่างเดียว...

            “นานอะไร สองอาทิตย์ก่อนก็เพิ่งเจอกันไป หรือมึงคิดว่าเราต้องเจอกันทุกวันเหมือนตอนเรียนมัธยมเหรอวะ โตแล้วนะเว้ยแถมกูยังมีเมียมีลูกอีก เห็นใจคนมีครอบครัวด้วยนะครับ” ได้ยินแล้วก็ทุกข์มากกว่าเดิม ถอนหายใจเสียงหนักพลางมองน้ำสีอำพันแล้วดำดิ่งไปกับความคิด ร้อนผ่าวที่ขอบตาจนเกือบปล่อยน้ำตาให้รินไหล

            ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เหมือนว่าครั้งนี้จะสาหัสกว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งต้นเหตุคือผู้หญิงคนเดียวกัน อัญชิสามีอิทธิพลต่อใจของเขาเสมอ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status