แชร์

๑๗ รู้สึกผิด (๓)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:45:01

กลับถึงบ้านก็เจอน้องชายที่ไม่ค่อยได้พบหน้าตรงเข้ามาทักโดยในมือของเขาถือขนมเอาไว้ กัดเข้าปากคำใหญ่แล้วมองหน้าธนนท์ปภพเหมือนต้องการจับผิด ไม่ค่อยมีเรื่องของพี่ใหญ่หลุดรอดมาถึงหูเขา กระทั่งช่วงนี้ที่เห็นการใช้ชีวิตของผู้นำครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป

            จากอยู่ติดบ้านไม่เคยไปนอนที่อื่นหรือไปกรุงเทพฯ ชีวิตก็เปลี่ยนกลายเป็นนอนข้างนอกบ่อยครั้ง ทั้งยังลงเมืองหลวงบ่อยจนผิดสังเกต จะสืบจากใครก็ไม่ได้เพราะคนของพี่เก็บความลับเก่ง ง้างปากอย่างไรก็คงไม่หลุดความจริงออกมา

            ทำให้เลือกจะถามอย่างล้อเลียนเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในบ้าน สีหน้าเหนื่อยล้าเหมือนมีเรื่องเครียดในใจ

            “ทำไมช่วงนี้พี่ไปกรุงเทพฯ บ่อยจังเลยครับ มีธุระอะไรเหรอ”

            “ธุระส่วนตัว” ตอบแล้วก็ตบไหล่น้อง แต่เหมือนว่ามนัสกรจะยังไม่ยอมปล่อยพี่ตัวเองให้หลุดรอดไปได้ ยังเลือกจะเซ้าซี้ถามเหมือนเดิมจนเขาหันมามองพลางถอนหายใจใส่น้องชาย คิดว่าถ้าไม่ยอมตอบก็คงไม่ถูกปล่อยให้เข้าบ้าน

            “บอกน้องนุ่งบ้างก็ได้ ผมอยากรู้ด้วย” กินขนมที่น้องสาวเป็นคนทำเข้าปากในคราวเดียว เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยพลางยิ้มกริ่มมองพี่ชายที่ทำหน้าเหม็นเบื่อ

            “ฉันจะลงทุนสร้างหอพักใกล้โรงเรียนเลยไปดูที่ทางเอาไว้ อีกอย่างพ่อก็มีที่ดินว่างหลายแห่งกะจะเอามาทำสนามกอล์ฟ นายว่างก็ไปช่วย...” พอพูดเรื่องงานก็ทำให้น้องชายยิ้มแหยะแล้วโบกมือไปมาเป็นการปฏิเสธ

            งานตอนนี้ก็กองท่วมหัวแล้วไม่อยากหางานเพิ่มอีก รู้ว่าถ้าคุยต่อไปพี่ชายต้องเอาเรื่องงานมาพูดเพื่อหลีกเลี่ยง ฉะนั้นทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงก่อนจะโดนหางเลขไปด้วย

            “ผมไม่ว่างเลยครับ งานผมเยอะ เชิญพี่หนึ่งตามสบายเลยดีกว่า” กำลังจะเดินหนีไปทางอื่นเพื่อไม่ให้ตัวเองได้งานเพิ่ม

            “อย่างนี้ตลอด...” พึมพำแล้วหัวเราะระอาปนเอ็นดูอีกฝ่าย ยังไม่ทันจะได้เดินขึ้นชั้นสองกลับมีคนเดินแกมวิ่งเข้ามารายงานบางอย่าง เขาจึงชะงักฝีเท้ายืนนิ่งรอฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เหนื่อยจากงานมาทั้งวันอยากขึ้นไปพักผ่อน

            “คุณหนึ่งครับ”

            “คุณอัญไปเข้าโรงพยาบาลครับ” เดินมากระซิบข้างหูเขาเสียงเบา กลัวว่ามนัสกรที่ยืนอยู่ไม่ไกลจะได้ยิน ใบหน้าที่เรียบเฉยฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อได้ยินอย่างนั้น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหญิงสาวจึงต้องเข้าโรงพยาบาล

            “พี่ไปก่อนนะ” หันไปบอกน้องอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปยังรถยนต์ที่จอดคอยท่าอยู่ด้านหน้า เพราะทราบดีว่าเจ้านายจะต้องรีบไปเมืองหลวงอย่างแน่นอน

            “อ้าว เพิ่งมาถึงไปไหนล่ะพี่ พี่หนึ่ง!” ตะโกนถามเสียงดังแต่เหมือนว่าตัวเองจะไม่ได้คำตอบ พอมองไปยังคนสนิทของอีกฝ่ายก็ได้รับรอยยิ้มกลับมาโดยไม่ยอมปริปากบอกความลับของเจ้านาย ยิ่งทำให้เซ็งมากกว่าเดิม

            คนที่นั่งบนรถรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก ใจเขาโบยบินไปถึงหยิงสาวแล้วแต่การจราจรยังไม่ออกจากตัวจังหวัดเลยด้วยซ้ำ พยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นกว่านี้แต่กลายเป็นว่ายิ่งร้อนรุ่มในอกมากกว่าเดิม ไม่เคยแสดงออกถึงความร้อนใจแต่คราวนี้อาการชัดเจนจนคนขับถึงกับเหลือบมองเจ้านาย

            ธนนท์ปภพเก็บอารมณ์เก่งเสมอ...ยกเว้นเรื่องของอัญชิสาที่เขาไม่สามารถเก็บอารมณ์ไว้ได้เลย

            “เร็วกว่านี้” เร่งคนขับทันที

            “เร็วที่สุดแล้วครับ” ตอบกลับเพราะตนก็ร้อนใจเช่นเดียวกัน

            เขาถอนหายใจเหนื่อยหน่ายจำต้องเอนกายพิงเบาะรถ มือหนากำเข้าหากันแน่นแล้วเลือกจะหลับตาไม่ให้มองถนน เผื่อใจจะเย็นลงบ้าง เขาให้คนเฝ้าที่หน้าโรงพยาบาลแล้วพบว่าหล่อนยังไม่ออกมา แต่ไม่รู้หญิงสาวไปแผนกไหนเพราะคนเยอะจึงคลาดกัน

            ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงรถยนต์ก็จอดลงที่หน้าโรงพยาบาลรัฐ เขาไม่รอช้ารีบวิ่งไปยังจุดที่เธออยู่ตามได้รับรายงานจากคนของตน หล่อนกำลังนั่งรอยาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว สายตากวาดไปทั่วบริเวณแล้วพบคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในโซนรอรับยาหลังกลับจากไปเข้าห้องน้ำ ไม่ทันสังเกตเห็นเขาด้วยซ้ำกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มตะโกนเรียกดัง

            “อัญ...อย่าเป็นอะไรนะ...อัญ!” ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างบางถูกเขาคว้าไว้แล้วถามเสียงตระหนก แต่คนตกใจมากกว่าคืออัญชิสาไม่คิดว่าเขาจะโผล่มาตรงหน้า เธอจึงทำได้เพียงแค่จ้องชายหนุ่มแววตาฉงน

            “เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงมาหาหมอ” เขาไม่ได้สนใจว่าหล่อนมีท่าทีตกใจ เลือกจะสำรวจตามร่างแบบบางว่ามีรอยขีดข่วนหรือเปล่า ทำไมเธอถึงต้องเข้าโรงพยาบาลแต่เมื่อเห็นว่าไม่มีรอยแผลก็พลอยทำให้โล่งอก เผลอถอนหายใจเสียงหนักจนลืมไปเสียสนิทว่าเขาคิดจะหลบหน้าเธอ

            แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่ทันแล้ว...

            พวกเขาตกเป็นเป้าสายตาของคนในโรงพยาบาลที่จ้องเป็นตาเดียว เหมือนกำลังดูละครสมจริงที่พระเอกสูงหล่อนางเอกก็น่ารักจิ้มลิ้ม น่าจะเป็นฉากกำลังง้องอนเพราะดูฝ่ายหญิงจะทำหน้าบึ้งส่วนผู้ชายดูจากแววตาน่าจะกำลังออดอ้อน ซึ่งขัดกับลุคปกติของเขา

            “คุณ...ปล่อย บอกให้ปล่อยไง” มือที่ตรึงไหล่ของเธอเอาไว้ไม่ยอมให้ไปไหนจนเธอต้องบอกให้ปล่อย อุตส่าห์ออกจากที่ตรงนั้นมาได้แล้วกลับถูกเขาตามหาตัวจนเจอ หล่อนกลัวว่าต้องกลับเข้าไปในกรงอีกครั้ง

            ซึ่งตนไม่เต็มใจจะเป็นเมียเก็บหรือภรรยาน้อยของใคร...

            “ตอบมาก่อนว่าเป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนหรือบาดเจ็บ มันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมาอยู่โรงพยาบาล ตอบพี่มาสิ” ไม่ว่าจะแววตาห่วงใย น้ำเสียงอ่อนโยนกับประโยคที่แสดงความเป็นห่วง ทำให้คนฟังหัวใจสั่นไหวต้องเมินไปทางอื่น

            คำเรียกแทนตัวเองว่าพี่...นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยิน

            “ไม่ใช่เรื่องของคุณ ปล่อย” พยายามขืนตัวออกแต่กลับถูกเขารั้งไว้เหมือนเดิมไม่ยอมปล่อย แถมยังเรียกชื่อหล่อนคล้ายต้องการให้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอไม่เต็มใจและไม่มีทางจะบอกเขาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นอันขาด

            หากชายหนุ่มรู้เรื่องลูกในท้องจะต้องพาหล่อนกลับไปขังไว้ในบ้าน แค่คิดก็กังวลจนต้องพยายามผลักเขาออก

            “อัญชิสา” เรียกเสียงเว้าวอน ปล่อยไหล่บางเป็นอิสระแต่เลื่อนมากุมมือเธอเอาไว้แทน ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น อยากไล่เขาให้ออกห่างแต่มีสายตาหลายคู่จ้องมอง จึงไม่ต้องการทำตัวเหมือนนางเอกละครหลังข่าว

            “คุณอัญชิสาเชิญรับยาที่ห้องเบอร์หกค่ะ” นึกหงุดหงิดที่รอยาเกือบสามสิบนาทีแต่ไม่เรียก เพิ่งมาเรียกตอนอยู่กับเขา แล้วชายหนุ่มก็ไวเหลือเกิน ปล่อยมือเธอก่อนเร่งเดินไปยังหน้าเคาน์เตอร์ยาพร้อมบอกสถานะของตัวเองจนเธอเข้าไปห้ามแทบไม่ทัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status