หน้าหลัก / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๑๘ ยอมเธอแค่คนเดียว (๒)

แชร์

๑๘ ยอมเธอแค่คนเดียว (๒)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:45:55

“ไปได้ยังไง...อัญยังไม่บอกพี่เลยว่าเป็นอะไร” เขายังคงไม่ทราบว่าหล่อนไปโรงพยาบาลเพราะอะไร แล้วดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ยอมบอก ยังคงเลือกจะปิดเงียบเอาไว้เหมือนเดิม ทำให้ร่างหนายิ่งอยากรู้เข้าไปอีก แต่เขาก็มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าคงไม่ได้อันตรายหรือรุนแรงถึงชีวิต ดูจากหน้าตาที่ผ่องใสของเธอก็พอจะทราบแล้ว

            “ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ รีบไปสักทีเบื่อหน้าคุณจะแย่แล้ว ไม่ได้อยากเห็นหน้าไม่อยากคุย ถ้าจะให้ดีก็ไม่ต้องเจอกันอีก” ผลักเขาออกห่างก่อนจะไขกุญแจเพื่อเปิดเข้าห้องตัวเอง กลับได้ยินเสียงเว้าวอนของเขาทำให้ต้องชะงักมือ

            “แต่พี่อยากเจออัญ” บอกตามความรู้สึกจริง เขาไม่สนใจอีกต่อไปว่าจะโดนไล่หรือถูกเกลียด ต่อจากนี้จะไถ่โทษกับสิ่งที่เคยทำผิดพลาดให้หล่อนเจ็บปวด อยากคว้าร่างบางมากอดเอาไว้แต่ก็ไม่กล้าทำได้เพียงมองหญิงสาวอยู่แบบนั้น

            จนเธอทนไม่ไหวตรงเข้ามาทุบเขาด้วยความโกรธแค้น ไม่สนใจว่าเสียงของตัวเองจะดังรบกวนห้องข้างเคียงหรือเปล่า เพียงแค่อยากระบายความอัดอั้นที่ผ่านมา ให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าเธอก็ทนมาตลอดเหมือนกัน

            “คุณเป็นบ้าเหรอ หรือสมองกระทบกระเทือน ก่อนหน้านี้เกลียดฉันยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนแล้วทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ลืมเรื่องทั้งหมดไปแล้วเหรอ” คนตัวสูงยืนนิ่งเป็นหินให้เธอทุบ ก่อนที่หล่อนจะหมดแรงทิ้งแขนลงข้างลำตัว เงยหน้ามองเขาน้ำตาคลอเบ้าเจียนจะไหลแต่ก็กลั้นเอาไว้

            “ไม่ได้ลืม แต่เพราะรู้ความจริงต่างหาก...พี่รู้แล้วว่าอัญไม่ได้เต็มใจ” เขารู้แล้วว่าเธอเองก็เป็นเหยื่อ แล้วดูเหมือนตอนนี้หญิงสาวก็ไม่ทราบความจริงเช่นเดียวกัน เขาจึงได้เอ่ยเรื่องของบุคคลที่ตนเพิ่งให้ลูกน้องนำไปทิ้งไว้บนเกาะร้างสักแห่งหลังจัดการทำร้ายร่างกายจนอีกฝ่ายช้ำไปทั้งตัว

            อาจมองว่าเขาโหดไร้มนุษยธรรม ซึ่งก็เป็นความจริงตามนั้น...

            เขาไม่คิดจะมีเมตตากับคนที่เข้ามาทำลายความสัมพันธ์อยู่แล้ว

            “แล้วเรื่องของวินธา...อัญก็ไม่ได้ผิด” เพียงแค่เขาเกริ่นก็ทำให้ความรู้สึกในอดีตหลั่งไหลเข้ามา ทั้งรู้สึกอับอายต่อคนตรงหน้าจนเผลอตวาดใส่เขาเสียงดังเพื่อเป็นการปรามไม่ให้ชายหนุ่มเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก

            “หยุดพูดนะ!” เขารู้ว่ามันเป็นแผลในใจของเธอแต่เหมือนหญิงสาวจะไม่ทราบว่าทุกอย่างเป็นเพียงเรื่องลวง เขาจึงดึงมือเธอมากุมไว้ทั้งสองข้าง เน้นประโยคต่อไปที่จะทำให้เธอได้หลุดพ้นจากความทุกข์สักที

            “พี่ต้องพูดเพราะอัญยังไม่รู้ความจริง วันนั้นวินธาไม่ได้ทำอะไรอัญเพราะมันเมาจนหลับไป มันเลือกจะโกหกอัญเพราะอยากได้เงิน มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น อัญยังบริสุทธิ์...เป็นพี่เองที่ทำร้ายอัญ” ยอมรับความผิดทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว

            แต่เมื่อหล่อนได้ยินอย่างนั้นแววตาก็สั่นระริก ท่าทีอ่อนลงจากเมื่อครู่เป็นอย่างมาก ย้อนคิดถึงช่วงเวลาที่โดนบังคับขู่เข็ญจากวินธาก็นึกกลัวตัวสั่น แต่เมื่อเขาบอกเช่นนั้นคล้ายสิ่งที่ถูกกดทับในอกโดนยกออกไปจนหมดสิ้น

            “จริงเหรอคะ” ถามย้ำอีกรอบ

            “จริง” เขาพยักหน้าบอกหล่อน

            ร่างบางได้ยินอย่างนั้นก็ไม่อาจทนต่อความรู้สึกในใจไหว ดีใจจนปล่อยโฮออกมาทันที อารมณ์อ่อนไหวมากกว่าปกติเพราะฮอร์โมนโดยที่ร่างสูงก็รีบคว้าเธอเข้ามากอดเพื่อเป็นการปลอบ เข้าใจอัญชิสาเป็นอย่างยิ่งว่าต้องอยู่กับความรู้สึกผิดและหวาดระแวงมานานแค่ไหน

            “ฮือ” เสียงร้องไห้ยังคงดังก้องจนต้องรีบเม้มปากตัวเองแล้วยอมให้เขากอดแต่โดยดี

            “พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษ” ชายหนุ่มพึมพำคำนั้นซ้ำไปมาเพราะรู้ว่าตัวเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเหมือนกัน

            ถ้าเขาสืบทุกอย่างเร็วกว่านี้คงช่วยหญิงสาวให้หลุดพ้นได้ แต่ตอนกลับเลือกจะทำร้ายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นคนผิดยิ่งกว่าวินธาเสียอีก...

            ไม่รู้ว่าหยุดร้องไห้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้อีกทีเธอก็เข้ามาอยู่ในห้องของตัวเองโดยมีร่างสูงตามเข้ามาด้วย เขามองสำรวจไปทั่วห้องแล้วพบว่าขนาดค่อนข้างเล็กพอสมควร แต่ข้าวของจัดไว้เป็นระเบียบตามนิสัยของเธอ มุมห้องข้างซ้ายที่ติดกับตู้เสื้อผ้ามีโต๊ะสำหรับนั่งทำงานและโซฟาตัวเล็กที่ค่อนข้างนุ่ม เพิ่งรู้ว่าเธอถักเสื้อผ้าตุ๊กตาขาย

            ทั้งทำงานร้านส้มตำ ไหนจะขายน้ำเต้าหู้ตอนเช้าตรู่ ยังมีงานถักเสื้อผ้าขนาดเล็กอีก นึกทึ่งกับความสามารถในการหาเงินของเธอพอสมควร ก่อนนั่งลงบนโซฟาเล็กเพราะถูกเธอปรายตามองคล้ายจะสั่งให้เลิกเดินสำรวจไปทั่วห้องสักที เขาเดินสามก้าวจากหน้าห้องก็ถึงระเบียงแล้ว

            “น้ำค่ะ” ตาดวงยังแดงช้ำจากการร้องไห้แต่ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อครู่

            หลังจากทราบความจริงหล่อนก็ค่อนข้างโล่งอกพอสมควร ไม่คิดว่าตัวเองจะรอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกามาได้ ตอนนั้นน่าจะแอบดูคลิปว่ามีจริงหรือเปล่าจะได้หาวิธีโต้กลับ แต่พอมองย้อนกลับไปก็เข้าใจในทันทีเพราะเธอก็ยังเด็กจึงขาดความรอบคอบ ไม่ได้มองอะไรให้ถี่ถ้วนจนโดนหลอก

            “ห้อง...อยู่ได้เหรอ” ถึงห้องจะไม่ได้สกปรกและถูกจัดวางเป็นสัดส่วนแต่ก็อดจะถามไม่ได้

            บ้านที่เขาให้เธออยู่หลังใหญ่แล้วก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กลัวว่าหญิงสาวมาอยู่ที่นี่แล้วจะไม่ได้รับความสบายเท่าที่ควร เธอเห็นเขาถามอย่างนั้นก็ถอนหายใจก่อนมองชายหนุ่ม ยื่นแก้วไปตรงหน้าเขาขณะที่อีกฝ่ายก็รับไปแต่โดยดี

            “ก็อยู่มาหลายเดือนแล้ว”

            “ไปอยู่บ้านพี่ไหม พี่มีบ้าน...” เขาเอ่ยถึงบ้านหลังใหญ่ในเมืองหลวงที่ไม่เคยมีใครได้ย่างกรายเข้าไปหากไม่ใช่คนในครอบครัว ชายหนุ่มมั่นใจแล้วว่าจะเปิดตัวเธอในฐานะแม่ของลูก และอีกไม่นานจะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

            แต่ตอนนี้ขอแค่หล่อนยอมให้อภัยกันก่อน ซึ่งดูจะห่างไกลเหลือเกิน...

            “ไม่ค่ะ ฉันจะดวกจะอยู่ที่นี่ คุณดื่มน้ำหมดก็ออกไปได้แล้วฉันต้องการพักผ่อน” เขากำลังยกน้ำจะดื่มแต่เมื่อได้ยินหล่อนพูดอย่างนั้นก็ไม่กล้าดื่มสักหยด กลัวว่าตัวเองจะได้ออกจากห้องจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา

            “ตกลงเป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนบอกพี่ได้หรือเปล่า”

            “ฉันสบายดี ออกไปได้แล้ว” หงุดหงิดที่เขาไม่ยอมออกสักที จึงพูดไล่อย่างตรงไปตรงมา

            “น้ำยังไม่หมดเลย” ชูแก้วที่มีน้ำเหลือเต็มให้เธอดู เขาพยายามหาข้ออ้างจะอยู่ในห้องต่อไป เพราะยังมองหน้าหล่อนได้ไม่เต็มอิ่ม แต่หญิงสาวกลับเลือกจะคว้าแก้วน้ำในมือเขามาถือเอาไว้เสียเอง

            พรวด

            เดินไปที่ระเบียงแล้วเทน้ำออกจากแก้วจนหมด พร้อมชูให้ชายหนุ่มดูว่าตอนนี้ไม่มีน้ำเหลือในแก้วสักหยด ข้ออ้างของเขาที่จะอยู่ในห้องนี้ต่อไปจึงถูกปัดตกทันที สร้างความเสียดายแก่ประธานบริษัทเป็นอย่างมาก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status