แชร์

๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๒)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:48:23

เตรียมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะห้องสำหรับเลี้ยงลูกหรือห้องนอนของบุตรชาย บ้านหลังใหญ่ที่กว้างเกินไปกำลังจะมีเสียงเด็กวิ่งเล่นและหัวเราะ ความสดชื่นกลับมาอีกครั้งจนบิดาเอ่ยปากว่าอาจกลับมาอยู่บ้านทำให้เขาดีใจเป็นอย่างยิ่ง

            เพราะตั้งแต่มารดาจากไป ท่านก็เสียใจจนไม่สามารถอยู่บ้านที่มีแต่ความทรงจำแสนสุขได้...

            “ถึงไหวพี่ก็เป็นห่วง อยากให้อัญพักผ่อนอยู่ในห้องมากกว่า ถือว่าทำเพื่อพี่เถอะนะ...ค่อยลงไปตอนเปิดร้านส้มตำก็ได้” พอเขาใช้เสียงหวานพูดกับเธอ หญิงสาวก็เลือกจะยอมแล้วพยักหน้าเชื่องช้า เอนกายลงนอนแล้วห่มผ้าคลุมกาย

            “ค่ะ”

            มองดูเธอจนพอใจเห็นว่าอีกฝ่ายหลับก็เดินไปทำน้ำเต้าหู้ที่มีส่วนผสมชัดเจน รสชาติไม่ต่างจากที่หล่อนทำ เมื่อมั่นใจก็นำไปใส่รถเข็น ส่วนปาท่องโก๋นวดแป้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเหลือแค่ทำเป็นคู่แล้วลงทอด ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเขาหรอก

            “ขายคนเดียวเหรอจ๊ะพ่อค้า” ลูกค้าเดินเข้ามาทักทาย เขาก็ยิ้มรับพลางพยักหน้า

            “ครับ เมียผมท้องน่ะครับไม่อยากให้ยืนนาน” ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งยามเอ่ยว่าเธอคือภรรยา

เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพียงแค่คิดถึงดวงหน้าสวยที่ตอนนี้หลับสนิทอยู่บนห้อง ความสุขหาได้ง่ายดายแต่เมื่อก่อนเขาเลือกจะผลักไสมันเอง

            “หายากนะเนี่ยคนรักเมีย” ชื่นชมร่างหนาที่เห็นบ่อยครั้งยามมาซื้อน้ำเต้าหู้ เป็นคนขยันและช่วยงานภรรยาทุกอย่าง ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าชีวิตคู่เป็นอย่างไร แต่เห็นแล้วก็มีความสุขไปกับคนทั้งคู่ด้วย หวังว่าความรักจะยาวนาน

            “ได้แล้วครับ ขอบคุณที่มาอุดหนุนครับ” เขาขายของโดยใช้รอยยิ้มการค้าจนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว  

            หญิงสาวหลายคนเข้ามาซื้อของกินเพราะอยากคุยกับพ่อค้า แต่เขาก็เว้นระยะชัดเจนพร้อมแสดงออกว่าตัวเองแต่งงานแล้ว เพิ่งนึกได้ว่าไม่มีแหวนแสดงสถานะจึงเริ่มคิดถึงการแต่งงาน แต่เขาไม่อยากเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ผู้เดียว จึงคิดจะถามหญิงสาวเช่นกันว่าต้องการงานแต่งแบบไหน

            ส่วนของเขาขอแค่มีหล่อนเป็นเจ้าสาวก็พอแล้ว...

            “จัดการต่อที” เหลือบไปเห็นสนิทของตัวเองเดินเข้ามา เขาจึงไม่รีรอที่จะเรียกใช้งาน

            “ครับคุณหนึ่ง” น้ำเต้าหู้เหลือไม่เยอะส่วนปาท่องโก๋หมดแล้ว

เจ้าตัวจึงรับคำเสียงหนักแน่นแล้วไปแทนที่ตำแหน่งของเขา ส่วนร่างสูงก็ถอดผ้ากันเปื้อนแล้วเช็ดมือด้วยใบหน้านิ่ง ไม่มีรอยยิ้มการค้าอีกต่อไป เพราะอย่างไรก็ไม่มีลูกค้าอยู่แล้ว

            ก้าวเข้ามาในห้องนอนของหล่อนเสียงเบา ปิดประตูลงเบามือไม่ให้รบกวนคนที่นอนหลับ ค่อยยกยิ้มเอ็นดูเธอแล้วก้าวไปล้างไม้ล้างมือพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาเริ่มง่วงและปวดหลังจนไม่อยากนอนบนพื้นอีกต่อไป

            “นอนหลับปุ๋ยเชียว...” มองใบหน้าหวานที่นอนหลับเหมือนเด็ก เห็นแล้วก็นึกเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง

            ร่างหนาขยับขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วยกมือขึ้นเกลี่ยตามกรอบหน้าสวย ปากหยักยกยิ้มมีความสุขเมื่อได้ใกล้ชิดกับหล่อน เป็นความสุขที่ไม่อยากให้หายไปเลยสักนิด

            หวังว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปอีกนานแสนนาน...

            “อื้อ มานอนกอดทำไม” คนที่หลับสนิทกลับรู้สึกตัวเมื่อมีคนเข้ามาโอบกอด

พอลืมตาก็พบร่างสูงที่ดึงหล่อนเข้ามากอดจนใบหน้าชิดกับอกกว้าง ได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน น่าฟังจนหล่อนยอมนอนนิ่งให้กอดแต่โดยดี

            “พี่ง่วงแล้วก็เหนื่อยนี่น่า” สูดกลิ่นหอมจากกลุ่มผมสวย เธอเองก็ยอมโดยดีไม่ขัดขืน

            “สายแล้ว ต้องลงไปเปิดร้าน...” คิดหาเหตุผลแต่เขาก็ตอบกลับทันที

            “พี่ให้คนอื่นจัดการเปิดเรียบร้อยแล้วไม่ต้องห่วง ตอนนี้ลูกค้าก็ทยอยมาเรื่อยๆ อัญนอนพักอย่ากังวลเลยนะครับ” พูดเสียงหวานแล้วเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร นอนนิ่งให้เขากอดอยู่อย่างนั้นพร้อมริมฝีปากที่ยกยิ้มขึ้นอย่างมีความสุข

            ไม่ใช่เพียงเขาที่ต้องการ เพราะเธอเองก็รักชายหนุ่มเช่นเดียวกัน...

            “กอดกันนะ...พี่อยากกอดอัญ” จบคำพูดนั้นหล่อนไม่ได้ตอบอะไร

            แต่เลือกจะโอบแขนรอบลำตัวหนาเพื่อบอกเขาว่าตัวเองก็ต้องการอีกฝ่ายเหมือนกัน เป็นความรักที่วันนี้แสดงออกได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะหัวใจของเราตรงกันแล้ว

            ปัจจัยภายนอกไม่มีอิทธิพลกับพวกเราอีกแล้ว...

            เด็กชายสวมชุดสีขาวในเครื่องแบบของโรงเรียนลากกระเป๋าลงมาจากอาคาร ยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อทราบว่าจะได้กลับบ้านพ่อ บอกเพื่อนตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเวลาเลิกเรียน โบกมือลากับทุกคนเพื่อแยกย้ายกลับบ้าน คิดว่าบิดาน่าจะมารอรับอยู่ข้างล่างจึงเดินลงมาไม่ได้คิดอะไร

            แต่ไม่นึกว่านอกจากพ่อจะมารับเหมือนทุกครั้งแล้ว คราวนี้กลับมีแม่มารับด้วย เด็กชายยิ้มกว้างแววตาเต็มไปด้วยความสุข ไม่เพียงแค่ลูกที่มีความสุขเพราะคนเป็นพ่อแม่ก็ยิ้มตามไปด้วย ยิ่งเห็นเด็กชายวิ่งเข้ามากอดแล้วตะโกนเรียกเสียงดังก็ทำให้พวกเขารู้ว่าที่ผ่านมาตนพลาดความอบอุ่นของครอบครัวไปได้อย่างไร

            ทั้งที่เป็นเพียงเรื่องธรรมดา แต่กลับมีคุณค่าในใจของเด็กน้อยเป็นอย่างมาก

            ภาพที่พ่อแม่มารับกลับบ้านจะกลายเป็นอีกความทรงจำแห่งความสุขของรวิกานต์แน่นอน

            “พ่อแม่!” เธอยิ้มกว้างแล้วกอดลูกชายไว้ ขณะที่คนเป็นพ่อรีบเดินไปเข็นกระเป๋าแล้วพากันกลับไปที่รถซึ่งจอดคอยอยู่ด้านหน้า หนูน้อยจับจูงมือแม่อีกข้างพร้อมกับจับมือพ่ออีกข้างโดยที่ตัวเองยืนอยู่ตรงกลาง

            “กลับบ้านกัน”

            “ครับ”

            พาหนะเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางคุ้นเคย เหมือนว่าการกลับมาอยู่ด้วยกันของบุพการีจะทำให้เด็กชายยิ้มกว้างกว่าเดิม กลายเป็นความสุขที่ทำให้หญิงสาวยิ้มออกเช่นเดียวกัน เธอรู้แล้วว่าตัวเองตัดสินใจไม่ผิดที่คิดสร้างครอบครัวกับเขา

            นอกจากเป็นพ่อที่ดีแล้ว ชายหนุ่มยังเป็นสามีที่ดีอีกด้วย...

            ระหว่างทางลูกชายก็ชวนคุยจนรถเต็มไปด้วยบทสนทนา เหมือนว่ารวิกานต์จะปรับตัวเข้ากับโรงเรียนเป็นอย่างดี ไม่มีร้องไห้หรืองอแงเลยสักครั้ง กิจกรรมก็เด่นเพราะเข้าทีมนักกีฬารักบี้ แล้วยังเข้าชมรมดนตรี การเรียนก็เป็นที่รักของคุณครูอีกต่างหาก เดินตามรอยของบิดาได้อย่างดี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status