เข้าสู่ระบบ“เช้านี้อากาศดี เหมาะแก่การชื่นชมดอกไม้จังเลยนะคะ”
ดอกกุหลาบหลากสีเบ่งบานเต็มสวนหลังคฤหาสน์อรัญรัตนา คุณนฤมล ภรรยาเจ้าของคฤหาสน์ตื่นเช้ามารับลมชมสวนตามกิจวัตร มีสกาวใจ แม่บ้านตาคมตามประกบทุกฝีก้าว คอยยื่นตะกร้ามาให้ทุกครั้งที่กรรไกรบรรจงตัดก้านกุหลาบ เตรียมนำไปจัดช่อดอกไม้มอบให้คนสำคัญ
“ความสุขของคนวัยฉัน แค่ได้ตื่นมาเห็นดอกไม้สวยๆ ก็มีความสุข” เพราะไม่มีหลานให้เลี้ยง จึงต้องเลี้ยงแมว ปลูกกุหลาบแก้เหงา
“ตัดเยอะนะคะ คุณนายจะจัดช่อดอกไม้ไปฝากใครเหรอคะ ให้ทาย คุณหนูพิมใช่ไหม เพราะจะว่าปักแจกันอย่างเดียวก็ไม่น่าจะใช่”
“สู่รู้นักนะแม่คุณ ยกเว้นรหัสตู้เซฟของฉันมั้งที่หล่อนไม่รู้”
“คุณนายพูดไปเรื่อย สกาวไม่อยากรู้หรอกค่ะ สกาวยังไม่อยากเก็บของออกจากบ้านไปหางานใหม่ อยู่ที่นี่สบายจะตาย นั่งๆ นอนๆ ดูซีรีส์ แทบไม่ได้ทำงาน ต่างประเทศหรูๆ ก็ได้ไป แค่คอยประจบคุณนายไปวันๆ ก็สบายไปทั้งชาติ”
“สักทีดีไหม” ยกมือขู่จะตี เพราะแสบซนอย่างนี้ไงถึงไม่มีแฟนกับเขาสักที อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ สามสิบกว่าปี
“อย่าค่ะ ผิวสกาวบอบบาง ตีนิดเดียวก็ชอกช้ำดำเขียว”
“น่าหมั่นไส้เกินหล่อนไม่มีแล้ว นิสัยซนเกินหญิง อย่างนี้จะหาสามีได้ไหม ตาสารัชอยากอุ้มหลาน ชาติไหนจะได้อุ้มจ๊ะแม่คุณ”
“จะมาเอาอะไรกับสกาว วันๆ อยู่แต่ในบ้านไม่ได้เจอใคร”
“คนสมัยนี้ไวไฟ เจอกันในเน็ตชอบพอกันสักพักตกลงปลงใจคบกันไปถึงแต่งงานมีออกเยอะแยะ ฉันแก่ปูนนี้ยังรู้เลย แม่สกาว เธออายุแค่นี้ทำไมจะหาแฟนไม่ได้ ที่ไม่มีเพราะไม่ยอมเปิดใจมากกว่า”
“สกาวไม่อยากคบคนในเน็ต อยู่แบบนี้ก็สบายดีนะคะ”
ไร้ผล คนไม่เคยมีแฟนไม่รู้สึกขาดและไม่กระตือรือร้นอยากมี
แสงอ่อนๆ ยามเช้ามาพร้อมสายลม สองสตรียืนเด่นท่ามกลางแปลงดอกไม้ มองพวกมันพลิ้วลู่ลมแววตาผ่อนคลาย ทว่าหากตั้งใจมองดีๆ จะสังเกตเห็นความกังวลภายในดวงตาหญิงวัยกลางคน
“แต่ฉันอยากให้เธอมีแฟน ฉันพูดจริงๆ ไม่ได้พูดเล่น ถ้าเธอคบใคร จะชวนมาทำงานด้วยกันที่นี่ก็ได้ แต่คนนั้นจะต้องเป็นคนซื่อสัตย์ ฉันไม่สบายใจทุกครั้งที่คนวัยเดียวกับเธอมีความคิดอยากครองตัวโสด ฉันกลัวหมดยุคฉัน แล้วพอพวกเธอแก่ตัว พวกเธอจะต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ตารันก็อีกคน ทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะต้องสืบทอดธุรกิจ แต่กลับไม่มีความคิดที่จะแต่งงานมีลูกมาสืบสกุล อยากให้จบที่รุ่นตัวเองงั้นเหรอ”
“สกาวว่าคุณรันไม่ได้ตั้งใจจะครองตัวโสดหรอกค่ะ คุณรันแค่ไม่ชอบถูกบังคับแล้วก็ยังไม่เจอคนถูกใจ” สกาวใจรักท่านไม่ต่างจากมารดาแท้ๆ เข้าใจความหวังดีที่ท่านมีต่อตนเองและคุณรันทายาทของท่าน
“คนแบบไหนล่ะ ที่จะทำให้ลูกชายฉันจะปักใจรักไปจนถึงขั้นแต่งงานกันได้”
ไม่ใช่เรื่องเงินทองเสมอไปที่ท่านกังวล แต่ท่านกลัวว่าหากตายไป ลูกชายที่ท่านรักนักรักหนาจะต้องมีชีวิตอยู่คนเดียว ในภายภาคหน้าหากมีปัญหาทางธุรกิจหรือมีปัญหาชีวิต อย่างน้อยๆ จะได้มีภรรยามีลูกๆ เคียงบ่าเคียงไหล่ถือเป็นกำลังใจที่ดี
“ก่อนที่ตารันจะกลับถึงบ้าน หนูพิมโทรมาฟ้องฉันว่าถูกตารันด่าไม่ไว้หน้าบนเครื่องบิน เธออายคนจะแย่ พ้นจากคนนี้ ฉันมองไม่เห็นคนไหนอีกแล้วที่พอจะแนะนำให้ตารันทำความรู้จัก ฉันกล้าพูดได้เลยว่าผู้หญิงทุกคนที่ฉันแนะนำ ล้วนแล้วแต่เพอร์เฟกต์ต์ไม่มีที่ติ”
“ไม่ใช่เพราะคุณหนูพวกนั้นไม่ดีหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะคุณรันต่อต้านคุณนายมากกว่า อุ๊ย ฟังก่อน” สาวใต้ตัวสูงหดตัวลงเหลือนิดเดียว ไม่กล้าสู้สายตาคมปานมีดของภรรยาเจ้าบ้าน
“คุณนายลองคิดย้อนกลับไปสิคะ ทำไมคุณรันถึงไม่ชอบผู้หญิงทุกคนที่คุณนายหาให้ ทั้งที่พวกเธอสวย เพอร์เฟกต์ต์ปานนั้น ไม่ใช่ว่าพวกเธอไม่ดี แต่สกาวว่าเป็นเพราะคุณนายมีเจตนาบังคับเกินไป ไม่ยอมยกอิสระให้คุณรันได้ตัดสินใจเอง คุณนายลองปล่อยๆ คุณรันบ้าง แนะนำเหมือนไม่แนะนำ ให้เดตแต่ไม่ให้คุณรันรู้ตัวว่าออกเดต ถ้าคุณรันได้คุยกับผู้หญิงสักคนแบบเป็นตัวของตัวเอง ผลลัพธ์อาจจะออกมาดีกว่าเดิมก็ได้นะคะ”
ที่สกาวใจพูดมีเหตุผล อย่างเมื่อคืนท่านบอกปากเปียกปากแฉะไม่ให้ลูกชายโหมงานหนักมันไม่ฟัง แต่พอพ่อพูดคำเดียวกลับรับปาก หรือแท้จริงแล้วไม่ได้เป็นที่ผู้หญิงพวกนั้นแต่เป็นเพราะท่าน ลูกคนนี้มันดื้อกับแม่คนเดียวงั้นเหรอ มันน่าฆ่าทิ้งนัก!
“เธอคิดว่าเป็นไปได้ไหม ที่ตารันอาจมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
“สกาวคิดว่าเป็นไปได้นะคะ แต่สกาวว่าคนที่คุณรันชอบไม่น่าจะอยู่ที่ไทยหรือที่ฮ่องกง เพราะไม่อย่างนั้น คุณนายกับท่านชานก็ต้องมีระแคะระคายกันบ้าง”
“มีอังกฤษอีกประเทศที่ช่วงนี้ตารันไปค่อนข้างบ่อย”
“หรือจะใช่คะ คุณรันชอบไปคนเดียว ทั้งที่ถ้าเรื่องงานต้องไปกับเลขาฯ”
“ว้าย! แม่สกาวใจ ทำไมเธอถึงผู้หญิงที่สวยและฉลาดอย่างนี้” ไม่ตัดมันแล้ว คุณนายวางกรรไกรในตะกร้าจูงแขนสกาวใจมานั่ง
“สัญญามาก่อนว่าจะไม่เอาเล่าต่อให้ตารันฟัง สัญญามาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะมองเธอด้วยสายตาแบบนี้ทั้งวัน”
“เหงื่อไหลถึงกลีบ อุ๊ย! สัญญาค่ะคุณนาย”
“ขยับมาใกล้ๆ เร็วเข้าสิ”
สกาวใจอยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วรีบขยับเข้ามาใกล้คุณนายอย่างว่องไว คุณนายกระซิบข้างหูสองสามคำเท่านั้นสกาวใจก็ยกมือทาบอก “อ๋อ เพราะอย่างนี้คุณนายถึงตัดดอกกุหลาบเยอะ จะจัดช่อดอกไม้ไปให้คุณหนูพิมและถือโอกาสล้วงความลับจากเธอ”
“ให้มันน้อยๆ หน่อย ล้วงความลับอะไรกัน เรียกว่าแลกเปลี่ยนความคิดดีกว่า จะได้รู้รูปลักษณ์เด็กคนนั้น”
“คุณนายของสกาวฉลาดแล้วก็เจ้าเล่ห์ที่สุดในโลกเลยค่ะ” คุณนฤมลเคลิ้มปรบมือตาม ก่อนจะหยุดปรบมือเมื่อคิดได้ว่ามันทะแม่งชอบกล ตกลงว่ายายสกาวใจชมหรือหลอกด่าท่านกันแน่
“คุยอะไรกันเหรอถึงมีกระซิบกระซาบกัน” ประมุขของบ้านเพิ่งออกมาสนามหญ้า
“ความลับค่ะคุณผู้ชาย” สกาวใจยังไม่หยุดหัวเราะ ลืมตัวพูดสอด ได้รับสายตาอาฆาตจากคุณนายรีบปิดปากสนิทก่อนถอยออกจากโต๊ะสนาม ให้ท่านทั้งสองได้รับลมตอนเช้าพลางชื่นชมสวนดอกกุหลาบ “ขอโทษค่ะ คุณนายกับคุณผู้ชายจะรับอะไรไหมคะ”
“ได้น้ำขิงร้อนๆ สักแก้วก็ดีเหมือนกัน ขอบใจมากนะ”
“ของฉันขอน้ำอุ่น แล้วก็อุปกรณ์จัดดอกไม้เอามาให้หมด”
คุณเขมราชเข้าใกล้ภรรยา หยิบดอกกุหลาบสวยสดราวกับตัดมาจากแปลงบ้านสวนเมืองนนท์มาชื่นชมภายหลังสกาวใจเข้าไปในบ้าน “แปลงที่บ้านสวนก็น่าจะออกดอกเยอะแล้วมั้ง คุณว่าไหม”
“ออกดอกเต็มแปลงแล้วค่ะ พี่นาทเพิ่งส่งรูปมาให้มลดู”
“อยากให้ถึงวันเกิดคุณแม่เร็วๆ ผมอยากไปเที่ยวบ้านสวน”
“ปีนี้พี่นาทพี่พันเตรียมลานร้องคาราโอเกะไว้ให้คุณเขม คนคีย์เพลงก็พร้อม รับรองว่าต้องสนุกมากกว่าปีก่อนๆ แน่นอน”
“ชอบพูดให้ผมตื่นเต้นอยู่เรื่อย” นักธุรกิจรุ่นใหญ่หัวเราะมีความสุข น้อยคนนักที่จะรู้ว่าท่านชอบร้องเพลง ไปเที่ยวบ้านเกิดภรรยาที่บ้านสวนในจังหวัดนนทบุรีทีไรก็มักจะร้องเพลงกับพันตรีคู่เขย
“มลอยากให้ลูกไปด้วย ปีที่แล้วไม่ยอมไปท่าเดียว”
“สงสัยตารันจะขี้เกียจฟังผมกับพี่พันร้องเพลง คุณลองชวนน้องเพชรกับหนูพราวสิ ถ้ามีเพื่อน ตารันอาจจะยอมไปก็ได้”
“น้องเพชรบอกว่าติดธุระ จะเข้าไปกราบคุณยายก่อนวันเกิด ไว้ใกล้ถึงวันมลจะลองชวนหนูพราว เผื่อหลานอยากไปกับน้าเขา”
“พูดถึงหลานแล้วคิดถึง วันนี้เราไปหาหลานดีไหม”
“ดีค่ะ มลขอจัดดอกไม้ก่อนแล้วจะโทรไปหาน้องเพชร”
“ดีครับ มา ผมช่วยจัดดีกว่าจะได้เสร็จเร็วๆ”
“คุณน่ะ น่ารักที่สุด” หยิกแก้มสามีหยอกล้อกันปานหนุ่มสาว
“คุณนาย คุณผู้ชาย อาหารเช้าพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ”
สกาวใจเข้าครัวช่วยแม่ทำอาหารค่อนข้างนาน เข้ามารายงานท่านทั้งสองที่เพิ่งจะช่วยกันจัดช่อดอกไม้ออกมาสวยสดงดงามไร้ที่ติ
“กำลังหิวพอดี ทำอะไรให้ฉันกับคุณเขมกินเหรอจ๊ะ”
“อย่าให้ตอบเลยค่ะ กลัวคุณนายจะฉีกอกสกาวเปล่าๆ”
“ข้าวต้มหมูสับใส่ไข่ ไส้กรอก ไข่ดาว ปิดท้ายด้วยชาหรือกาแฟ”
“ถูกต้องค่ะ คุณนายของสกาวฉลาดที่สุดในโลก”
“ย่ะ” กระแทกเสียงใส่แม่บ้านดีเด่น ทำงานมากว่าสิบปีไม่มีพัฒนาการในทางที่ดี ยายบุหงาแม่สกาวใจไม่ต่างกัน ทำอาหารไม่เป็น ถนัดสั่งจากร้านอาหารหน้าปากซอยมาตั้งโต๊ะให้พวกท่าน
“ไปดูลูกชายฉันซิ ตื่นหรือยัง ไม่เห็นลงมาข้างล่าง”
“คุณรันตื่นหรือยังคะ คุณนายให้มาเชิญไปรับอาหารเช้า”
ก๊อก ก๊อก! ไม่มีเสียงตอบกลับ ถอดใจจะกลับไปรายงาน บังเอิญได้ยินเสียงของหนักตกกระแทกพื้น ถือวิสาสะหมุนลูกบิดพุ่งตัวเข้าไปภายใน
“ว้าย! คุณรัน!” สกาวใจวิ่งเร็วเข้าไปคว้าตัวเจ้านายที่คว่ำหน้านอนบนพื้น วางมือแตะบนหน้าผากและซอกคอสัมผัสได้ถึงความร้อน
น้ำเพชรดูแลเด็กสาวที่เห็นหน้าค่าตามาตั้งแต่เล็กๆ ดีไปตามมาตรฐาน บิดผ้าชุบน้ำลากเช็ดไปตามเรือนร่างงดงามล้างเอาคราบเหนียวเหนอะหนะออกไป รับชุดกระโปรงไซซ์ใกล้เคียงกันจากหญิงพิการที่เดินขาปัดไปหยิบมาให้มาสวมใส่ให้หญิงสาวอายุอ่อนกว่าถึงสิบปีนอนไม่ได้สติยังสวย สมแล้วที่ผู้ชายพวกนั้นจะกระหายในเรือนร่างนี้ แพทย์สาวคว่ำหลังมือดูการแจ้งเตือนผ่านแอปเปิลวอตช์ มีรายการโอนเงินเข้ามาหนึ่งแสนบาท แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ดูแลพิยดาเสร็จแล้วน้ำเพชรเข้ามาทำแผลให้น้าพัดชาซึ่งส่วนมากจะเป็นรอยฟกช้ำ ไม่ได้มีแผลสดเลือดตกยางออกหนักเท่าลูกสาวผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีประตูห้องถูกเคาะตามด้วยเสียงน่าสงสาร“พี่เพชร พี่เพชรครับ ขอผมเข้าไปได้ไหมครับ...”ทนรำคาญน้องชายไม่ไหว ผละออกจากน้าพัดชาไปปลดล็อกกลอนประตูให้น้องชายได้เข้ามา “พิมเป็นยังไงบ้าง ฟื้นหรือยัง”“ยังไม่ฟื้น” ไม่ถงไม่ถามสักคำพิยดาเจ็บมากไหม พี่สาวทำงานเหนื่อยหรือเปล่า มันเมินหล่อน พุ่งพรวดวิ่งเร็วเป็นลิงปีนขึ้นเตียงไปคว้ามือนิ่มของพิยดาขึ้นมาแนบข
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล







