Masukคุณเขมราชเข้าใจความหมายจากการขยิบตาเพียงครั้งเดียว
“เอาตามที่น้องเพชรพูดก็ได้ เรากลับด้วยกันก่อนดีกว่า ไว้ค่อยกลับมาใหม่ พักนี้คุณเวียนหัวบ่อยเกิดติดไข้สุขภาพจะแย่ลงนะครับ”
“แต่มลอยากอยู่กับลูก อยากให้ลูกตื่นมาเจอแม่คนแรก” ผู้สูงวัยทำเสียงเล็กใส่สามีเหมือนคนหนุ่มสาวงอนง้อกันมากกว่าคนแก่ น้ำเพชรกับอรรถพลมองหน้ากันก่อนเบือนหนีคนละทาง เข้าไม่ถึงคนมีความรัก ท้องไส้เคลื่อนไหวแปลกๆ
“กลับด้วยกันเถอะนะครับ เราวิดีโอคอลมาเยี่ยมก็ได้ คุณไม่อยากไปบ้านหนูพิมเหรอ จัดดอกไม้ช่วยกันตั้งนานทิ้งไว้ข้ามวันจะเหี่ยวเอานะ”
“อุ๊ย เกือบลืมไปเลยว่าเรากำลังจะไปบ้านหนูพิม ถ้าอย่างนั้นไว้ตอนเย็นค่อยมาใหม่ มลจะทำกับข้าวมาให้ลูกด้วย หนูพราวจ๋า บ๊ายบายคุณแม่เร็วลูก กลับไปนอนกลางวันบ้านคุณยาย ตอนเย็นค่อยหาคุณแม่”
หนูน้อยว่าง่าย ทำตัวน่ารักบอกลาน้ารันที่นอนหลับ ก่อนบอกลาน้าเอ็มอีกคน ทั้งสามคนออกจากห้องพักฟื้นโดยมีน้ำเพชรเดินมาส่ง
“ผู้หญิงชื่อพิมที่คุณน้าทั้งสองพูดถึง หมายถึงพิมพ์มาดา ลูกสาวคุณนายเจ้าของร้านเพชรเหรอคะ หรือพิม เด็กบ้านอัศวเมฆินทร์”
“ต้องเป็นลูกสาวคุณนายปิ่นสิจ๊ะ จะหมายถึงเด็กคนนั้นได้ยังไง”
เจ้าแม่วงการแฟชั่นแต่งหน้าแต่งตัวสวยศีรษะจรดปลายเท้า มองค้อนหลานสาวเชิงเอ็ดว่าถามไม่เข้าท่า เรื่องอะไรท่านจะต้องไปหาพิยดาถึงบ้าน ทั้งๆ ที่รู้กันดีว่าท่านไม่ชอบคนในบ้านอัศวเมฆินทร์
“นั่นสิคะ เพชรก็นึกอยู่ว่ามันแปลกๆ ไม่น่าจะใช่”
“หนูพิม ลูกสาวคุณนายปิ่นแพลนไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอก สมัครผ่านโรงเรียนสอนภาษาของตารันให้ช่วยเดินเอกสารกับเตรียมการทุกอย่าง ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาตารันต้องไปทำงานที่นั่น หนูพิมขออนุญาตแม่เดินทางไปไฟล์ทเดียวกัน ตั้งใจว่าจะให้ตารันพาไปตระเวนดูมหาวิทยาลัยกับอพาร์ทเม้นท์ที่จะเช่า พ่อแม่ฝ่ายนั้นฝากฝังให้ตารันช่วยดูแลน้อง แต่ตารันมันเป็นบ้า ฟาดงวงฟาดงาหาว่าผู้ใหญ่สองฝ่ายอยากจับคู่ พาลทำนิสัยแย่ด่าน้องเสียๆ หายๆ น้ากับแม่น้องค่อนข้างสนิทกัน กลัวจะมองหน้าไม่ติดเลยกะจะแวะไปหา”
“อย่างนี้นี่เอง โธ่... เจตนาโจ่งแจ้งเป็นใครก็มองออกค่ะ”
“อยากมองออกก็มองออกไป ยังไงก็โป๊ะแตกไปแล้ว” คุณนฤมลไม่อาย เชิดหน้าขึ้นสูง
“น้าไม่สบายใจ น้าควรทำยังไงตารันถึงจะแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวได้ เพราะอย่างนี้ไงน้าถึงอยากให้มันแต่งงาน”
“การแต่งงานไม่ใช่จุดหมายเสมอไปหรอกนะคะน้ามล ดูอย่างคู่เพชรสิ เพชรคบกับพี่ตุลย์มานานคิดว่าหนีกันไม่พ้นยังเลิกกันได้”
“อย่าเปรียบเทียบให้น้าท้อสิน้องเพชร ไม่ต้องถึงขั้นแต่งงานก็ได้ แฟนสักคนมันยังไม่มีเลย ขอให้มีในปีนี้เถอะจะผู้ชายผู้หญิงก็ให้มีสักคน น้าเปิดกว้าง ยอมรับลูกได้เสมอ”
“ตารันเนี่ยนะ น้ามลไปฟังใครมา”
“ตารันครบสามสิบสามแล้วนะน้องเพชร กะพริบตาทีเดียวก็สามสิบสี่ แต่ไม่เคยเปิดตัวว่าคบกับใคร น้าก็ต้องคิดไปเรื่อยสิ”
“ไม่มีทางค่ะ เพชรเอาหัวเป็นประกัน ชื่อเสียงเรื่องผู้หญิงเลื่องลืออย่างนั้นไม่มีทางเบี่ยงเบน น้ามลรออุ้มหลานได้เลย”
“เชอะ! หลานลูกกรอกเหรอน้องเพชร ไม่มีมาสักคน”
“โธ่ น้ามลก็ประชดเก่งเกินไป” คุณหมอสาวโคลงศีรษะในความปากจัดชอบประชดประชันของคุณน้าผู้หญิง ถ้าถามว่าศรันย์ได้นิสัยชอบเหวี่ยงมาจากใคร ตอบแบบไม่คิดได้เลยว่าล้วนถอดแบบมาจากแม่ “พูดถึงพิมคนนั้นแล้วมาพูดถึงพิมคนนี้บ้างดีกว่าค่ะ น้ามลเจอเธอแล้วใช่ไหมคะ เพชรมองจากมุมไกลไม่มั่นใจว่าได้คุยกันหรือเปล่า”
“เด็กพิมน่ะเหรอ คุยนิดหน่อย แค่ถามตามมารยาทว่ามาทำอะไรที่โรงพยาบาล แต่ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นไม่ค่อยอยากคุยกับน้ามากนัก เอาแต่ก้มหน้า สงบปากสงบคำ พอน้องเพชรมาถึงก็เดินหนีไปเลย น้าไม่อยากขุ่นเคืองใจไร้สาระ แต่พอเห็นหน้าคนบ้านนั้นก็อดหงุดหงิดไม่ได้”
“ก่อนหน้าที่น้ามลจะเจอเด็กคนนั้น เธอเพิ่งเข้าไปคุยกับอาจารย์หมอมาค่ะ อาจารย์หมอเรียกเข้าไปพูดคุยแนวทางรักษาคุณไกรสร”
“เขาเป็นอะไรเหรอน้องเพชร” ชื่อเพื่อนเก่าที่เคยคบหากันมาหลายสิบปี ทำให้คุณเขมราชหยุดเดินกะทันหันและหมุนตัวกลับมา อุ้งมือใหญ่อ่อนแรงคลายกุมข้อมือหลานสาวจนเกือบหลุดออกจากกัน
“หัวใจล้มเหลวค่ะ เด็กคนนั้นพามาส่งโรงพยาบาลกับคนงานอีกคน แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แค่ยังไม่ได้สติ อาจารย์หมอเรียกเด็กคนนั้นเข้ามาคุยด้วยและแนะนำให้รักษาท่านด้วยการผ่าตัดหัวใจเทียม แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดสูงมาก จะเอาปัญญาไหนมาจ่าย”
“หัวใจเทียม ค่าผ่าประมาณเท่าไหร่เหรอน้องเพชร”
“สูงมากกว่าสิบล้านค่ะน้าเขม แพง แต่เป็นวิธีเดียวจริงๆ เพราะอาจารย์หมอ เพชร กับหมอคนอื่นๆ รักษาท่านมาไม่รู้กี่ปี ทำมาหมดทุกหนทาง ซ้ำร้ายคุณไกรสรยังมีโรคภัยแทรกซ้อนมากมาย”
“เงินสิบล้านจะว่ามากก็มาก แต่ลูกสาวเขาอยู่จีน น่าจะมีเงินเก็บ”
“ไม่รู้สิคะ อาจารย์บารมีบอกเพชรว่าเคยคุยกับดุจเดือนแล้วเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้า แต่ดุจเดือนกลับเงียบไม่ตอบรับการรักษา ปล่อยให้พ่อตัวเองอาการทรุดหนัก ถ้าทำตั้งแต่ตอนนั้นก็คงไม่แย่ลงอย่างนี้”
“ชีวิตมนุษย์เราตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน เมื่อวานยังรวยอยู่เลยมาวันนี้กลับสิ้นเนื้อประดาตัว” คุณนฤมลปลงสังเวช มองเห็นถึงสัจธรรมของชีวิต “คุณเขมอยากแวะไปเยี่ยมเพื่อนเก่าสักหน่อยไหมคะ”
คุณเขมราชส่ายหน้าโดยไม่ทบทวน “ไม่ล่ะ เรากลับกันดีกว่า”
ท่านห่วงใยเพื่อนเก่า แต่ทิฐิในใจสูงเกินไปเลือกนิ่งเฉย จับมือหลานสาวเข้าไปรอในลิฟต์ อึดใจเดียวภรรยาตามเข้ามายืนข้างกัน
“คุณแม่ อย่าลืมมารับหนูพราวที่บ้านคุณตาคุณยายนะคะ”
“ได้จ้ะ หนูพราวอย่าดื้อนะลูก เป็นเด็กดีของคุณตาคุณยาย ตอนเย็นคุณแม่ไปรับ บ๊ายบาย” โบกมือลาลูกสาวสุดที่รักไม่นานประตูลิฟต์ปิดลง ย้อนกลับเข้ามาในห้องพักฟื้น ในนั้นน้องชายตัวแสบเอนตัวนอนเคาะแป้นพิมพ์ก๊อกแก๊กทำงานทั้งที่มีสายน้ำเกลือ
เจ้าน้องชายเข้าใจผิดว่าบิดามารดาย้อนกลับมาตลบผ้าห่มขึ้นคลุมถึงหน้าอกแกล้งหลับ น้ำเพชรสบตาชายหนุ่มรุ่นน้องยกนิ้วชี้มาชิดปากให้เงียบๆ เข้าไว้ จับหมอนอิงได้เข้ากระหน่ำตีขานายตัวแสบจนมันดึงผ้าลงโวยวาย
“โอ๊ย อย่าตีๆ โธ่ พี่เพชรนั่นเอง พอก่อน ผมป่วย ไม่มีแรงสู้”
คนป่วยป่วยจริงไม่ได้แกล้ง โก่งคอไอแค๊กๆ หมดสภาพ หมุนต้นคอมองรอบห้องตรวจดูให้แน่ใจอีกครั้งว่าบิดามารดามาด้วยหรือเปล่า แน่ใจว่ากลับไปแล้วถึงหัวเราะไม่มีเสียงทั้งที่หน้าตาซีดปานกระดาษ
“อย่ามาสำออย คนป่วยที่ไหนเขาลืมตาข้างหนึ่งมาส่งสัญญาณให้ช่วยไล่พ่อแม่กลับบ้านฮะ นิสัยเสียนะรัน พวกท่านเป็นห่วงรันจะแย่”
“พ่อไม่เท่าไหร่ แต่แม่นี่สิ พูดมาก พูดไม่หยุด ผมขี้เกียจฟัง อยากพักเงียบๆ พี่เพชรโทรไปบอกเลยนะไม่ต้องให้แม่ทำกับข้าวมาให้ผม กินขนมปังหมดอายุดีกว่ากินกับข้าวฝีมือแม่” แม่เขาทำอาหารไม่เป็น ยังงงอยู่เลย ทำไมหว่านเสน่ห์คุณพ่อหลงหัวปักหัวปำสามสิบกว่าปีไม่สร่างรัก
“ปากเหรอนั่น มิน่าล่ะสาวๆ ถึงวิ่งหนี” น้ำเพชรแยกเขี้ยว
“อย่าด่าคนป่วย” ทำตาอ้อน ยกแขนข้างที่มีสายน้ำเกลือขึ้นมาอวดพี่สาวคนสวย น้ำเพชรจะยกหมอนอิงมาตีอีกรอบถึงวางแขนลง
“อย่าดื้อ นอนไปเลย น้ำเกลือครบสิบกระปุกเมื่อไหร่ค่อยกลับบ้าน เอ็ม ฝากดูแลรันด้วยนะ ฉันต้องกลับไปทำงาน พยาบาลโทรตาม”
“ได้ครับ เชิญคุณเพชรตามสบาย” วางฟอร์มไม่สนใจรัวนิ้วพิมพ์งาน กระทั่งน้ำเพชรเปิดประตู เขามองแผ่นหลังบอบบางจนประตูปิดลง
คนป่วยทิ้งศีรษะลงบนหมอน เอียงคอมองสายตาสื่อรักจนน่าอาเจียนที่อรรถพลใช้มองตามน้ำเพชร ทำงานด้วยกันมานานกว่าสิบปีทำไมจะมองไม่ออกว่าเพื่อนสนิทกำลังคิดอะไร
“น่ารำคาญเสียจริง รออะไร ชอบก็จีบสิ ฉันไม่ได้ห้ามสักหน่อย”
“คุณรันหมายถึงอะไรครับ ผมไม่เข้าใจ”
“เออ! ไม่ชอบไฟเขียวก็ดี ช้ามากๆ ฉันจะเปิดไฟแดงใส่นาย”
“เรื่องอะไรผมจะยอมให้เปิด”
“รีบเคลียร์งาน ก่อนฉันจะเหม็นหน้าไม่ยอมให้นายจีบพี่เพชร”
- Special -รักยาวนานตราบเท่ามีลมหายใจ“ป๊ะ ม๊ะ”เสียงเล็กใสมาจากเด็กชาย มือป้อมเล็กคู่นั้นยื่นออกมาเรียกให้แม่มาอุ้ม ย่ามลรู้งาน เบี่ยงเบนความสนใจพาหลานชายไปเล่นกับเอเดน สะบัดมือไล่ลูกๆ ให้ไปพักผ่อนกันตามสบาย ส่วนหลานชายท่านจะช่วยดูแลเอง ป๊ะ ม๊ะน้องภามส่งยิ้มให้กัน น่ากลัวเหลือเกินว่าคุณย่าจะอยากให้น้องริรินมาเกิดเร็วกว่าที่คุยกันไว้“ป่านนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวคงจะเข้าห้องหอกันแล้วนะคะ”พิยดาชวนสามีคุย ปลดต่างหูเพชรเม็ดน่ารักออกทีละข้างจัดเก็บใส่กล่องเรียบร้อย“ได้ยินบ่นว่าเหนื่อย ลุ้นตามคู่เราขาจะแข็ง เพิ่งจะขอตัวไปพัก”เขาอยู่ที่ริมระเบียง ชมพลุชุดสามที่จุดสว่างไสวทั่วทั้งท้องฟ้า ราวกับเจ้าภาพต้องการกระจายข่าวให้คนทั้งเกาะฮ่องกงรู้ว่ามีพิธีวิวาห์เกิดขึ้น ถึงแม้จะจัดงานเป็นการส่วนตัว แต่ทุกคนสามารถร่วมยินดีได้จากการออกมาดูความสวยงามของพลุหลากสี“คืนเข้าหอจะได้พักไหมเถอะ” ย่นจมูกให้สามีในทางทะเล้นถึงพี่สาวจะมีลูกชายโตจนเดินได้ แต่คืนแต่งงานทั้งทีก็ต้องมีบ้าง“ถ้าเป็นคืนแต่งงานของเรา พิมจะอยากพักที่หมายความว่าพักจริงๆ หรือเปล่าคะ”พลุจบลง ศรันย์ดึงปิดผ้าม่านกลับมายืนซ้อนแผ่นหลังบอบบาง ช่
ตอนพิเศษEP.6 สวนสนุกตันตันแลนด์“คุณเฟื่อง สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์คุณภพค่ะ” ยม พี่เลี้ยงใจดีของคุณหนูกัปตันคุณหนูกราฟนำมือถือที่แผดเสียงดังมาส่งให้เจ้านายถึงในห้องครัว ช่วงสายวันนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณเฟื่องเข้าครัวทำอาหารกลางวันให้สามี และลูกชายกินด้วยตัวเอง“เจ้าของเครื่องไปไหนคะ ไม่อยู่แถวนั้นเหรอ”“ไม่อยู่แถวนี้ค่ะ แต่ถึงเอาไปให้ ก็น่าจะไม่สะดวกรับเอง”พบพิรุธบางอย่างที่ทำให้เฟื่องลดาอยากหักก้านมะยมมารูดไว้รอตีพ่อของลูกฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน ไม่ใช่ว่าแอบพาลูกออกไปเกลือกดินกลิ้งโคลนเหมือนที่แล้วๆ มาหรอกนะ“มาม๊า”เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนสนิทสามี ลูกชายก็ยื่นหน้าข้ามกรอบหน้าต่างมาทักทาย“ไปทำอะไรตรงนั้นลูก ไม่เข้าบ้านมาหาคุณแม่”“น้องตันหิวน้ำค้าบ”ตาหนูน้อยวัยสามขวบครึ่งยิงฟันยิ้มน่ารัก“เอาน้ำเปล่าหรือน้ำส้มครับ คุณแม่คั้นส้มไว้สดๆ เลย”“น้ำอัดลมไม่ได้เหรอค้าบ”“ได้ค่ะ แต่บอกคุณแม่ก่อนนะ คุณพ่อพาเล่นอะไรครับ”“เล่นนี่ค้าบ...”เลิกซ่อนหลังหน้าต่าง ยกท่อนแขนเล็กสองข้างขึ้นอวดโคลนที่พอกเต็มแขนจนแห้ง“ป๊ะป๋า”“ป๊ะป๋าค้าบ”ตาหนูน้อยวิ่งเร็วกลับมาหาป๊ะป๋าภพ หุ้นส่วนรายใหญ่ของสวนส
ตอนพิเศษEP.3 จนกว่ารักจะผลิบานไม่ใช่แค่ครั้งเดียว พิยดาเจอเขาติดต่อกันถึงสามครั้งในรอบสามเดือนหล่อนบีบมือให้หยุดคิดเข้าข้างตัวเอง แค่ความบังเอิญเท่านั้น ไม่ใช่ความตั้งใจ เขาไม่ได้จะกลับมาหาตามคำสัญญาที่เคยพูดไว้แล้วก็จริงตามนั้น เมื่อรู้ข่าววงในมาว่าเขาลงทุนทำโรงเรียนสอนภาษาตามหัวเมืองใหญ่ที่บังเอิญเจอเขาในร้านกาแฟแห่งนั้นบ่อย ก็เพราะเขาพักโรงแรมละแวกนั้นอุตส่าห์เผื่อใจไว้ แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดีหลังจากนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่ในร้านกาแฟหรือไม่ พิยดาไม่เคยมองเข้าไปในร้านเลยสักครั้งให้เขากับหล่อนไม่ได้พบเจอหรือพูดคุยกันแต่แรก อาจจะช่วยไม่อึดอัดเท่าบังเอิญสบตากันเบื้องหลังความจริงที่พิยดาไม่เคยรู้ การคุยโทรศัพท์ทุกครั้ง เขาแค่แกล้งเก๊กทำหน้าเข้มไปอย่างนั้น ในสายไม่ได้คุยกับใคร เขามักจะคอยแอบมองอยู่เสมอว่าหล่อนจะเดินผ่านหน้าร้านไปตอนไหนไม่ใช่ว่าไม่อยากเข้าไปหา แต่เข้าไปครั้งไหนก็ถูกเมินเสมอ จึงไม่มีความกล้ามากพอจะเข้าไป เขาเต็มใจพาตัวเองมาวนเวียนอยู่ในกิจวัตรประจำวันของหล่อน เพื่อให้คนที่เขารักไม่ลืมว่ามีเขาอยู่ตรงนี้ ขอแค่หล่อนหันหลังกลับมาก็จะเจอเขาผ่านการใช้ชีวิตตามใจตัวเองมามาก เค
ตอนพิเศษEP.1 อดีตถึงปัจจุบันไม่ง่ายเลย กับการให้โอกาสชายคนที่ฝากรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้กลางใจ เก้าปีที่เลิกกัน ผ่านการเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหนเขาไม่เคยรู้ ขณะที่หล่อนสูญเสียจิตวิญญาณ นอนเหมือนผีตายซากอยู่โรงพยาบาล เสียใจกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เขากลับสนุกสนานกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ โร้ดทริป กิน เที่ยวกับกลุ่มเพื่อนมีผู้หญิงแปลกๆ มาคอมเมนต์ กดหัวใจให้เขาทุกโพสต์ และเขาก็กดหัวใจให้ทางนั้นบอกตัวเองให้พอ เลิกส่องชีวิตเขาได้แล้ว แต่ยิ่งห้ามหัวใจก็ยิ่งทำในสิ่งตรงข้าม สืบส่องชีวิตเขาเก็บมาเจ็บอยู่คนเดียวออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน ถูกเค้นถามว่าท้องกับใคร ไม่เคยคิดจะบอก ยอมเจ็บคนเดียว ให้เวลาเยียวยาหัวใจ จะท้องตอนไหน ท้องกับใคร ในเมื่อลูกไม่อยู่กับหล่อน ก็ไม่สำคัญอีกแล้วเป็นช่วงปิดเทอมที่บีบหัวใจ พิยดาไม่ออกจากอาณาเขตบ้านแม้แต่ก้าวเดียว ไม่อยากกินอะไร ไม่อยากได้อะไร จากเด็กสาวหน้าตาน่ารัก หล่อนปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนมองหาความสดใสจากคนในกระจกไม่เจอ หายใจทิ้งให้ปฏิทินที่เปลี่ยนผ่านจากวันสู่อีกวัน ติดอยู่กึ่งกลางระหว่างความรู้สึกอยากและไม่อยากอยู่ต่อเงินน้อยนิดที่รวบรวมไว้เพื่อจะ
บทส่งท้ายบทสรุปความรัก“ผมต้นครับ ต้นตระกูล ธนโชติทรัพย์”“หนึ่งในชายที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ซึ่งสร้างความเสียหายให้คุณพิยดา คุณศรันย์ และครอบครัวของทั้งสองฝ่าย” “ในวันนั้นผมทำไปเพราะความคึกคะนอง ไม่ได้มีวุฒิภาวะมากเท่าในปัจจุบัน ผมละอายในความผิด หนีไปเรียนเมืองนอก เรียนจบก็อาศัยอยู่ที่นั่นมาจนถึงเดือนที่แล้วที่กลับไทย เพราะคุณพ่อและน้องชายป่วย” “ผมอยากใช้พื้นที่นี้ กราบขอโทษน้องพิม ที่ทำให้น้องเสียหาย ได้รับผลกระทบทางใจจากเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนั้น...”“ผมยินดีชดใช้ความผิดทุกอย่าง จะจับผมเข้าคุกก็ได้ เพื่อแสดงเจตนาว่าผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ แต่หนึ่งสิ่งที่ผมสามารถยืนยันได้ คืนนั้น น้องพิมไม่ได้ถูกล่วงเกินจากผม หรือจากใครทั้งนั้น” “คลิปภาพถูกตัดออกไปเกือบครึ่ง เปิดไปไม่ถึงช่วงที่มีคนตามมาช่วยเหลือน้อง ก่อนจะพาน้องที่บาดเจ็บสาหัสไปส่งโรงพยาบาล...”“เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ ผมขออนุญาตเผยแพร่คลิปนั้นอีกครั้ง โดยไม่ตัดทอนใดๆ ออก ยกเว้นการเบลอภาพบางส่วนเพื่อปกป้องเกียรติลูกผู้หญิง” “การเปิดเผยคลิปครั้งนี้ได้รับการอนุญาตจากคุณศรันย์ สามีของผู้เสียหาย และตัวผู้เ
บทที่27จากไปไม่มีวันหวนคืนห้องเสื้ออารานีครึกครื้นมากกว่าทุกวัน แม่มลหน้าชื่นตาบานนำชุดแต่งงานที่ท่านภูมิใจนำเสนอ ไม่เคยวางขายที่ไหนมาก่อน ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบและตัดเย็บโดยท่านมาให้ลูกสะใภ้ได้ลองสวมการเตรียมงานแต่งดำเนินไปเรียบง่าย ไม่ได้ไปจัดในโรงแรม เจ้าสาวต้องการจัดงานเล็กๆ ในสวนหย่อมหน้าบ้าน เชิญแขกมาไม่มากจึงใช้เวลาไม่นาน ปัญหาใหญ่น่าจะเป็นชุดแต่งงาน ลองชุดไทยสำหรับงานหมั้นช่วงเช้าไปแล้ว แต่เพราะครรภ์เข้าสู่เดือนที่สามทำให้เจ้าสาวกังวลชุดจะรัดแน่นเกินไป จึงเปลี่ยนมาสวมชุดเจ้าสาวสีขาว ซึ่งจะใส่ชุดไหนแม่มลก็ทำตาหวานใส่เสมอ เอ็นดูลูกสะใภ้สุดหัวใจ“ไอ้หน้าเหม็นข้างนอกเห็นพิมใส่ชุดนี้ รับรองว่ากรี๊ดสลบ”คอนเฟิร์มโดยแม่มล แม่ถอดเฝือกขาออกแล้ว ยังเดินลงน้ำหนักเท้าไม่ได้ แต่แม่ก็ขยันเดินเหลือเกินถึงขั้นที่พิยดาไปเอาวีลแชร์มาให้นั่ง“วันงาน เกล้าผมไหมลูก คุณแม่หาแบบทรงผมมาเยอะมาก ส่งไปเม้าท์มอยกับน้องอีฟ น้องอีฟบอกเย็นวันนี้จะมาลองทำให้น้องพิมที่บ้าน หน้าน้องอีฟก็อาสาจะแต่งให้เอง คุณแม่ว่าน้องพิมแต่งแบบไหนก็สวย โทนเกาหลีน่ารักๆ ไม่ต้องแต่งเข้มมาก เผยผิวสดใส รับรองขึ้นกล้อง ส่วนช่างขอ
บทที่14ความลับที่ซ่อนไว้เสียงแก้วแตกดังขึ้นมาจากห้องนอนชายสูงวัยในช่วงหัวค่ำวันต่อมา พิยดาวางมือจากการคัดแยกเสื้อผ้าราเมศวร์กับดุจเดือนไว้ขาย ไปดูท่านถึงในห้องนอน เพื่อพบว่าสุดท้ายแล้ว ความดีก็เปลี่ยนแปลงทัศนคติของใครไม่ได้ เนื้อในของคุณไกรสรยังคงเป็นประมุขใหญ่ของคฤหาสน์อัศวเมฆินทร์ ผู้ปกครองอาณ
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแข
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮื
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่







