ANMELDENคุณเขมราชเข้าใจความหมายจากการขยิบตาเพียงครั้งเดียว
“เอาตามที่น้องเพชรพูดก็ได้ เรากลับด้วยกันก่อนดีกว่า ไว้ค่อยกลับมาใหม่ พักนี้คุณเวียนหัวบ่อยเกิดติดไข้สุขภาพจะแย่ลงนะครับ”
“แต่มลอยากอยู่กับลูก อยากให้ลูกตื่นมาเจอแม่คนแรก” ผู้สูงวัยทำเสียงเล็กใส่สามีเหมือนคนหนุ่มสาวงอนง้อกันมากกว่าคนแก่ น้ำเพชรกับอรรถพลมองหน้ากันก่อนเบือนหนีคนละทาง เข้าไม่ถึงคนมีความรัก ท้องไส้เคลื่อนไหวแปลกๆ
“กลับด้วยกันเถอะนะครับ เราวิดีโอคอลมาเยี่ยมก็ได้ คุณไม่อยากไปบ้านหนูพิมเหรอ จัดดอกไม้ช่วยกันตั้งนานทิ้งไว้ข้ามวันจะเหี่ยวเอานะ”
“อุ๊ย เกือบลืมไปเลยว่าเรากำลังจะไปบ้านหนูพิม ถ้าอย่างนั้นไว้ตอนเย็นค่อยมาใหม่ มลจะทำกับข้าวมาให้ลูกด้วย หนูพราวจ๋า บ๊ายบายคุณแม่เร็วลูก กลับไปนอนกลางวันบ้านคุณยาย ตอนเย็นค่อยหาคุณแม่”
หนูน้อยว่าง่าย ทำตัวน่ารักบอกลาน้ารันที่นอนหลับ ก่อนบอกลาน้าเอ็มอีกคน ทั้งสามคนออกจากห้องพักฟื้นโดยมีน้ำเพชรเดินมาส่ง
“ผู้หญิงชื่อพิมที่คุณน้าทั้งสองพูดถึง หมายถึงพิมพ์มาดา ลูกสาวคุณนายเจ้าของร้านเพชรเหรอคะ หรือพิม เด็กบ้านอัศวเมฆินทร์”
“ต้องเป็นลูกสาวคุณนายปิ่นสิจ๊ะ จะหมายถึงเด็กคนนั้นได้ยังไง”
เจ้าแม่วงการแฟชั่นแต่งหน้าแต่งตัวสวยศีรษะจรดปลายเท้า มองค้อนหลานสาวเชิงเอ็ดว่าถามไม่เข้าท่า เรื่องอะไรท่านจะต้องไปหาพิยดาถึงบ้าน ทั้งๆ ที่รู้กันดีว่าท่านไม่ชอบคนในบ้านอัศวเมฆินทร์
“นั่นสิคะ เพชรก็นึกอยู่ว่ามันแปลกๆ ไม่น่าจะใช่”
“หนูพิม ลูกสาวคุณนายปิ่นแพลนไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอก สมัครผ่านโรงเรียนสอนภาษาของตารันให้ช่วยเดินเอกสารกับเตรียมการทุกอย่าง ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาตารันต้องไปทำงานที่นั่น หนูพิมขออนุญาตแม่เดินทางไปไฟล์ทเดียวกัน ตั้งใจว่าจะให้ตารันพาไปตระเวนดูมหาวิทยาลัยกับอพาร์ทเม้นท์ที่จะเช่า พ่อแม่ฝ่ายนั้นฝากฝังให้ตารันช่วยดูแลน้อง แต่ตารันมันเป็นบ้า ฟาดงวงฟาดงาหาว่าผู้ใหญ่สองฝ่ายอยากจับคู่ พาลทำนิสัยแย่ด่าน้องเสียๆ หายๆ น้ากับแม่น้องค่อนข้างสนิทกัน กลัวจะมองหน้าไม่ติดเลยกะจะแวะไปหา”
“อย่างนี้นี่เอง โธ่... เจตนาโจ่งแจ้งเป็นใครก็มองออกค่ะ”
“อยากมองออกก็มองออกไป ยังไงก็โป๊ะแตกไปแล้ว” คุณนฤมลไม่อาย เชิดหน้าขึ้นสูง
“น้าไม่สบายใจ น้าควรทำยังไงตารันถึงจะแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวได้ เพราะอย่างนี้ไงน้าถึงอยากให้มันแต่งงาน”
“การแต่งงานไม่ใช่จุดหมายเสมอไปหรอกนะคะน้ามล ดูอย่างคู่เพชรสิ เพชรคบกับพี่ตุลย์มานานคิดว่าหนีกันไม่พ้นยังเลิกกันได้”
“อย่าเปรียบเทียบให้น้าท้อสิน้องเพชร ไม่ต้องถึงขั้นแต่งงานก็ได้ แฟนสักคนมันยังไม่มีเลย ขอให้มีในปีนี้เถอะจะผู้ชายผู้หญิงก็ให้มีสักคน น้าเปิดกว้าง ยอมรับลูกได้เสมอ”
“ตารันเนี่ยนะ น้ามลไปฟังใครมา”
“ตารันครบสามสิบสามแล้วนะน้องเพชร กะพริบตาทีเดียวก็สามสิบสี่ แต่ไม่เคยเปิดตัวว่าคบกับใคร น้าก็ต้องคิดไปเรื่อยสิ”
“ไม่มีทางค่ะ เพชรเอาหัวเป็นประกัน ชื่อเสียงเรื่องผู้หญิงเลื่องลืออย่างนั้นไม่มีทางเบี่ยงเบน น้ามลรออุ้มหลานได้เลย”
“เชอะ! หลานลูกกรอกเหรอน้องเพชร ไม่มีมาสักคน”
“โธ่ น้ามลก็ประชดเก่งเกินไป” คุณหมอสาวโคลงศีรษะในความปากจัดชอบประชดประชันของคุณน้าผู้หญิง ถ้าถามว่าศรันย์ได้นิสัยชอบเหวี่ยงมาจากใคร ตอบแบบไม่คิดได้เลยว่าล้วนถอดแบบมาจากแม่ “พูดถึงพิมคนนั้นแล้วมาพูดถึงพิมคนนี้บ้างดีกว่าค่ะ น้ามลเจอเธอแล้วใช่ไหมคะ เพชรมองจากมุมไกลไม่มั่นใจว่าได้คุยกันหรือเปล่า”
“เด็กพิมน่ะเหรอ คุยนิดหน่อย แค่ถามตามมารยาทว่ามาทำอะไรที่โรงพยาบาล แต่ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นไม่ค่อยอยากคุยกับน้ามากนัก เอาแต่ก้มหน้า สงบปากสงบคำ พอน้องเพชรมาถึงก็เดินหนีไปเลย น้าไม่อยากขุ่นเคืองใจไร้สาระ แต่พอเห็นหน้าคนบ้านนั้นก็อดหงุดหงิดไม่ได้”
“ก่อนหน้าที่น้ามลจะเจอเด็กคนนั้น เธอเพิ่งเข้าไปคุยกับอาจารย์หมอมาค่ะ อาจารย์หมอเรียกเข้าไปพูดคุยแนวทางรักษาคุณไกรสร”
“เขาเป็นอะไรเหรอน้องเพชร” ชื่อเพื่อนเก่าที่เคยคบหากันมาหลายสิบปี ทำให้คุณเขมราชหยุดเดินกะทันหันและหมุนตัวกลับมา อุ้งมือใหญ่อ่อนแรงคลายกุมข้อมือหลานสาวจนเกือบหลุดออกจากกัน
“หัวใจล้มเหลวค่ะ เด็กคนนั้นพามาส่งโรงพยาบาลกับคนงานอีกคน แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แค่ยังไม่ได้สติ อาจารย์หมอเรียกเด็กคนนั้นเข้ามาคุยด้วยและแนะนำให้รักษาท่านด้วยการผ่าตัดหัวใจเทียม แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดสูงมาก จะเอาปัญญาไหนมาจ่าย”
“หัวใจเทียม ค่าผ่าประมาณเท่าไหร่เหรอน้องเพชร”
“สูงมากกว่าสิบล้านค่ะน้าเขม แพง แต่เป็นวิธีเดียวจริงๆ เพราะอาจารย์หมอ เพชร กับหมอคนอื่นๆ รักษาท่านมาไม่รู้กี่ปี ทำมาหมดทุกหนทาง ซ้ำร้ายคุณไกรสรยังมีโรคภัยแทรกซ้อนมากมาย”
“เงินสิบล้านจะว่ามากก็มาก แต่ลูกสาวเขาอยู่จีน น่าจะมีเงินเก็บ”
“ไม่รู้สิคะ อาจารย์บารมีบอกเพชรว่าเคยคุยกับดุจเดือนแล้วเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้า แต่ดุจเดือนกลับเงียบไม่ตอบรับการรักษา ปล่อยให้พ่อตัวเองอาการทรุดหนัก ถ้าทำตั้งแต่ตอนนั้นก็คงไม่แย่ลงอย่างนี้”
“ชีวิตมนุษย์เราตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน เมื่อวานยังรวยอยู่เลยมาวันนี้กลับสิ้นเนื้อประดาตัว” คุณนฤมลปลงสังเวช มองเห็นถึงสัจธรรมของชีวิต “คุณเขมอยากแวะไปเยี่ยมเพื่อนเก่าสักหน่อยไหมคะ”
คุณเขมราชส่ายหน้าโดยไม่ทบทวน “ไม่ล่ะ เรากลับกันดีกว่า”
ท่านห่วงใยเพื่อนเก่า แต่ทิฐิในใจสูงเกินไปเลือกนิ่งเฉย จับมือหลานสาวเข้าไปรอในลิฟต์ อึดใจเดียวภรรยาตามเข้ามายืนข้างกัน
“คุณแม่ อย่าลืมมารับหนูพราวที่บ้านคุณตาคุณยายนะคะ”
“ได้จ้ะ หนูพราวอย่าดื้อนะลูก เป็นเด็กดีของคุณตาคุณยาย ตอนเย็นคุณแม่ไปรับ บ๊ายบาย” โบกมือลาลูกสาวสุดที่รักไม่นานประตูลิฟต์ปิดลง ย้อนกลับเข้ามาในห้องพักฟื้น ในนั้นน้องชายตัวแสบเอนตัวนอนเคาะแป้นพิมพ์ก๊อกแก๊กทำงานทั้งที่มีสายน้ำเกลือ
เจ้าน้องชายเข้าใจผิดว่าบิดามารดาย้อนกลับมาตลบผ้าห่มขึ้นคลุมถึงหน้าอกแกล้งหลับ น้ำเพชรสบตาชายหนุ่มรุ่นน้องยกนิ้วชี้มาชิดปากให้เงียบๆ เข้าไว้ จับหมอนอิงได้เข้ากระหน่ำตีขานายตัวแสบจนมันดึงผ้าลงโวยวาย
“โอ๊ย อย่าตีๆ โธ่ พี่เพชรนั่นเอง พอก่อน ผมป่วย ไม่มีแรงสู้”
คนป่วยป่วยจริงไม่ได้แกล้ง โก่งคอไอแค๊กๆ หมดสภาพ หมุนต้นคอมองรอบห้องตรวจดูให้แน่ใจอีกครั้งว่าบิดามารดามาด้วยหรือเปล่า แน่ใจว่ากลับไปแล้วถึงหัวเราะไม่มีเสียงทั้งที่หน้าตาซีดปานกระดาษ
“อย่ามาสำออย คนป่วยที่ไหนเขาลืมตาข้างหนึ่งมาส่งสัญญาณให้ช่วยไล่พ่อแม่กลับบ้านฮะ นิสัยเสียนะรัน พวกท่านเป็นห่วงรันจะแย่”
“พ่อไม่เท่าไหร่ แต่แม่นี่สิ พูดมาก พูดไม่หยุด ผมขี้เกียจฟัง อยากพักเงียบๆ พี่เพชรโทรไปบอกเลยนะไม่ต้องให้แม่ทำกับข้าวมาให้ผม กินขนมปังหมดอายุดีกว่ากินกับข้าวฝีมือแม่” แม่เขาทำอาหารไม่เป็น ยังงงอยู่เลย ทำไมหว่านเสน่ห์คุณพ่อหลงหัวปักหัวปำสามสิบกว่าปีไม่สร่างรัก
“ปากเหรอนั่น มิน่าล่ะสาวๆ ถึงวิ่งหนี” น้ำเพชรแยกเขี้ยว
“อย่าด่าคนป่วย” ทำตาอ้อน ยกแขนข้างที่มีสายน้ำเกลือขึ้นมาอวดพี่สาวคนสวย น้ำเพชรจะยกหมอนอิงมาตีอีกรอบถึงวางแขนลง
“อย่าดื้อ นอนไปเลย น้ำเกลือครบสิบกระปุกเมื่อไหร่ค่อยกลับบ้าน เอ็ม ฝากดูแลรันด้วยนะ ฉันต้องกลับไปทำงาน พยาบาลโทรตาม”
“ได้ครับ เชิญคุณเพชรตามสบาย” วางฟอร์มไม่สนใจรัวนิ้วพิมพ์งาน กระทั่งน้ำเพชรเปิดประตู เขามองแผ่นหลังบอบบางจนประตูปิดลง
คนป่วยทิ้งศีรษะลงบนหมอน เอียงคอมองสายตาสื่อรักจนน่าอาเจียนที่อรรถพลใช้มองตามน้ำเพชร ทำงานด้วยกันมานานกว่าสิบปีทำไมจะมองไม่ออกว่าเพื่อนสนิทกำลังคิดอะไร
“น่ารำคาญเสียจริง รออะไร ชอบก็จีบสิ ฉันไม่ได้ห้ามสักหน่อย”
“คุณรันหมายถึงอะไรครับ ผมไม่เข้าใจ”
“เออ! ไม่ชอบไฟเขียวก็ดี ช้ามากๆ ฉันจะเปิดไฟแดงใส่นาย”
“เรื่องอะไรผมจะยอมให้เปิด”
“รีบเคลียร์งาน ก่อนฉันจะเหม็นหน้าไม่ยอมให้นายจีบพี่เพชร”
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช







![มาเฟียเซ็กส์จัด [PWP] - (NC25+) #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)