เข้าสู่ระบบ“พันท้ายนรสิงห์”
“กวางตุ้งสูตรพริกกะเหรี่ยง”
“พันท้าย!”
“กวางตุ้ง!”
ออร่ากับอีฟเลือกเนื้อหมูสไลด์ หมูสามชั้น เบคอน ปลาหมึก ผัก เส้น วัตถุดิบที่จะนำไปปิ้งย่างครบเรียบร้อยมาตกม้าตายที่น้ำจิ้ม เถียงกันหน้าตั้งแต่ละคนอยากกินน้ำจิ้มแบรนด์โปรดตัวเอง ในชั้นขวดเล็กหมดเกลี้ยง เหลือแค่ขวดใหญ่ จะซื้อไปทั้งสองขวดก็กระไร ถูกพิยดาบ่นว่าสิ้นเปลือง ขี้เกียจฟัง สองสาวมองหน้ากันได้ข้อสรุปว่า...
“ยัน ยิง เยา ปั๊กกะเป้า ยิ้งงงงงงงงง ฉุบ!”
กรรไกรสอง ค้อนสอง อีฟค้างค้อนไว้ ออร่าออกกระดาษ ออร่าร้องกรี๊ด กระดาษชนะค้อน
“ไม่แฟร์เลย ใครสอนก็ไม่รู้ ค้อนสิควรชนะ ตีทีเดียวกระดาษขาด”
อีฟขี้แพ้ชวนตี วางน้ำจิ้มแบรนด์โปรดของตัวเองกลับเข้าชั้น เผอิญเหลือบไปเห็นพิยดากำลังมองหาพวกหล่อน “พี่พิม ทางนี้ รถเข็นหายไปไหน ไหนพี่พิมบอกว่าจะซื้อของเข้าบ้าน ให้อีฟกับพี่ออร่ามาเลือกของที่จะเอาไปทำกินเย็นวันนี้”
“พี่เปลี่ยนใจ ของใช้จุกจิกเยอะ ไว้รอมาซื้อวันหลังดีกว่า ห้างฯ กับบ้านใกล้กันแค่นี้ พี่ไม่อยากให้เพื่อนเหนื่อยมาช่วยพี่ถือของ”
“พี่พิมร้องไห้เหรอ อีฟว่าตาพี่แดง ก่อนออกจากบ้านยังปกติ”
น้องน้อยประจำกลุ่มอ่านภาษากายอยากกลับบ้านเต็มประดาของพิยดาไม่ออก ช่างสอดรู้สอดเห็นยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจะสิงร่างหญิงสาว
“เปล่านะ ก็ปกติดี อาจจะเผลอขยี้ตานิดหน่อยเลยแดง พี่หิวแล้ว อีฟกับพี่ออร่าก็น่าจะหิวเหมือนกัน เรารีบกลับกันเถอะนะ”
พิยดารีบคล้องแขนน้องน้อย ยิ้มกลบเกลื่อนไม่ให้อีฟท้วงรอบสอง
“อ๊ะๆๆ ยังกลับไม่ได้ เหลือโซจูของยายอีฟ กับเบียร์ของไอ้บลู หายหัวไปไหนของมัน เดี๋ยวหยิบซ้ำซ้อนกัน พิมเดินมาไม่สวนทางกับมันเหรอ”
ถามเพื่อนสนิทได้ความว่าเอาของไปเก็บหลังบ้าน ได้ยินผู้หญิงที่ตัวเองหลงรักบอกพ่อว่าไม่ได้รักไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย อกเดาะเป็นหมาหงอย ไม่ทันไรหายเศร้า กลัวพิยดาได้เข็นรถหนักๆ ขอไปตามหาและช่วยเข็น
“ไม่ค่ะ ไม่เห็น พี่บลูอาจจะไปเข้าห้องน้ำก็ได้”
จะเห็นได้อย่างไร ทิ้งห่างศรันย์ได้ก็เดินฉับๆ มารวมกลุ่มกับเพื่อน ดวงตาคู่อ่อนหวานกวาดมองรอบทิศทางกลัวเขาจะตามมาราวี ไม่อยากให้ศรันย์พูดจาบ้าๆ ต่อหน้ากลุ่มเพื่อน ไม่ต้องการอธิบายเรื่องราวในวันเก่าๆ ให้ใครฟัง เลิกกันแล้วก็ควรจะเลิกกันเลย จะรื้อฟื้นไปทำไม
“พี่ออร่า อีฟ กลับกันเถอะ โซจูกับเบียร์แวะซื้อเซเว่นก็ได้”
“เอ๊ะ” ออร่าจิ๊ปากรำคาญ
“มาถึงที่แล้วทั้งทีจะแวะเซเว่นให้เสียเวลาทำไม ไม่ต้องพูดมาก ชัท ยัวร์ เมาส์ อีฟ ลากแขนพี่มึงมา”
“ได้เลย”
ว่าง่ายก็คราวนี้ อีฟอยากซดโซจูพลางคีบตะเกียบกินปิ้งย่าง ลากแขนพิยดาตามหลังออร่าที่เข็นรถออกหน้าชวนคุยเรื่องอื่นไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้พิยดาหน้าเสียมากแค่ไหน ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าพิยดารบเร้าอยากกลับบ้านเพราะไม่อยากอยู่กับบลูตามลำพัง
ออร่าหงุดหงิด จะอะไรกันนักกันหนากับแค่ไอ้บลู รำคาญมันมากนักจะเอามือผลักหรือใช้เท้าเขี่ยมันออกไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องจิตตก เดินหนีมันมาไกลขนาดนี้ หรือออร่าควรจะปรามเพื่อนสนิท บอกให้มันโรคจิตให้น้อยๆ ลงหน่อย ไปตามติดพิยดามากน้องมันกลัว
บ่นให้เพื่อนเพลินๆ ออร่าหลุดปากส่งเสียงร้อง ฉิบหาย! ทันทีที่เลื่อนรถออกมาจากโซนอาหารสด ก็ชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่รีบร้อนเดินออกมาจากมุมลับตา
เขาอุทานเสียงเบา งอตัวเจ็บบริเวณหน้าขา
อย่าว่าแต่เสียงเลยที่คุ้นหู แค่เห็นเส้นผมจากด้านหลังก็จำได้ว่าใคร แน่นอนน่ะสิ ก็หล่อนถูกผู้ชายคนนี้ด่าที่บริษัททุกวันนี่นา! ฉิบหายของจริงก็งานนี้แหละเว้ยไอ้ออร่า!
“พี่ออร่าเข็นรถไม่ดูทางเลย ขอโทษนะคะ พวกเราไม่ได้ตั้งใจค่ะ เจ็บไหมคะ”
อีฟเข้าไปช่วยประคองชายหนุ่มรูปร่างดีแต่งตัวดี คนอะไรโคตรหล่อ โคตรเท่ กลิ่นตัวก็หอม อีฟตาหวานเยิ้ม ร่างกายกระชุ่มกระชวยได้แตะเนื้อต้องตัวคนหล่อ กำลังเคลิ้มๆ มือมารพุ่งจากไหนไม่รู้พุ่งมากระชากท่อนแขนกลับมา ออร่านั่นเอง โธ่... สาวผมสั้นหน้าตาน่ารักแถมยังโสดสนิท ทำหน้าบึ้งใส่สาวรุ่นพี่ ก่อนจะแปลกใจ เมื่อรุ่นพี่ที่ค่อนข้างแก่นเซี้ยวยกมือไหว้ชายหนุ่มหน้าตาดี อีฟไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เมื่อรุ่นพี่ไหว้ หล่อนยกมือไหว้ตาม
“ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ ออร่าไม่ได้ดูทางให้ดี ไม่ได้ตั้งใจจะเข็นรถไปชนคุณรัน เจ็บมากหรือเปล่าคะ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่เจ็บ ผมผิดที่เดินไม่ดูทาง”
“ขอโทษอีกครั้งนะคะ”
พนักงานใหม่ประจำบริษัทแฟชั่นอารานียกมือไหว้ลูกชายเจ้าของบริษัทอีกครั้ง เขาพูดจาดีไม่ใส่อารมณ์ ทำให้หญิงสาวหายใจหายคอโล่งขึ้น มองไปรอบๆ เขามาคนเดียว ไม่ได้มีเลขาฯ หรือผู้ติดตามโขยงใหญ่ตามภาพจำ
“คุณรัน... มา... ซื้อของเหรอคะ”
“ครับ”
ของในรถเข็น เนื้อหมูติดมัน น้ำจิ้มสุกี้ กวาดตามองแค่นี้ก็พอจะรู้ว่าสาวๆ จะทำอะไรกิน
“เมนูเย็นนี้น่าอร่อยนะครับ”
“อ๋อค่ะ ซื้อไปทำกินเอง กับเพื่อนอีก... สองสามคน” ออร่ายิ้มจนเหงือกจะแห้ง ในใจไล่ศรันย์ให้รีบไปเร็วๆ จะมาชวนคุยทำไม
“ให้ผมช่วยไหมครับ ผมซื้อของเสร็จแล้วกำลังจะกลับเหมือนกัน”
“ไม่เป็นไรค่ะ เบาๆ ออร่าเข็นไหว ขอบคุณนะคะที่มีน้ำใจ คุณรันตามสบายค่ะ ออร่าไม่รบกวนเวลา”
นักธุรกิจหนุ่มส่งยิ้มเป็นมิตรทักทายหญิงสาวผมสั้น หล่อนแสดงออกนอกหน้าว่าชอบเขา ขยับเข้าไปกอดแขนเพื่อนเขย่าแรงและมองมาที่เขา แจกรอยยิ้มสดใสตั้งใจจะทักทาย ทว่านายบลูช่างภาพฟรีแลนซ์ประจำสตูดิโอที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาโผล่มาทำลายบรรยากาศ
“บังเอิญจังเลยนะครับที่เจอกัน แต่ซื้อของแค่นิดๆ หน่อยๆ ซื้อในห้างฯ ตัวเองก็ได้มั้ง ไม่จำเป็นต้องถ่อสังขารมาไกลถึงที่นี่”
สองหนุ่มประจันหน้ากัน บุคลิกภาพและส่วนสูงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บลูเตี้ยกว่าเกือบสิบเซนติเมตร แต่งกายง่ายๆ ด้วยเสื้อยืด กางเกงยีนแนบเนื้อ มีโซ่สายเล็กห้อยกระเป๋าตังค์ตรงเอว
ศรันย์มาในมาดนักธุรกิจแบรนด์เนมทั้งตัว ใครก็เทียบเขาไม่ติด
“เคยได้ยินคำว่ากบในกะลาหรือเปล่า ถ้ามัวแต่ขลุกอยู่ในที่แคบๆ เดิมๆ แล้วพูดกรอกหูตัวเองทุกวันว่ากะลาของฉันสวยที่สุด จะเอาความคิดสดใหม่จากไหนมาปรับปรุงธุรกิจให้อยู่รอด มันไม่ใช่สไตล์ผม”
“ความคิดดี ดีมากๆ เลยค่ะคุณรัน ไอ้บลู มึงทำร้านเหล้า มึงยังไปกินเหล้าที่ร้านคนอื่นบ่อยๆ ไม่ได้ต่างกันเลย อย่าพูดขัดหูคุณรัน”
ออร่าพุ่งเข้ามาคว้าแขนเพื่อนสนิท อยู่ไม่สุข เอานิ้วมาแตะปากสั่งแกมขอร้องให้บลูหยุดหาเรื่องชายหนุ่ม กลัวจะพากันซวยไปหมด บลูทำหน้าเซ็ง ไม่อยากยืนแช่ตรงนี้ เหม็น! กลัวได้ต่อยขอบตาใครบางคน
“น้องพิมล่ะ โทรให้หน่อย กูเดินหาน้องไม่เจอ”
“โทรทำไมเล่า ก็ยืนอยู่ด้วยกัน อ้าว”
เหลียวหลังกลับ ว่างเปล่า ไม่มี เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช







