ANMELDENตอนที่
8
กาแฟที่ขมกว่าเดิม
ความเงียบเชียบภายในรถสปอร์ตคันหรูที่มุ่งหน้ากลับจากโรงพยาบาลนั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงพายุ อนาวินนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังถนนเบื้องหน้า มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน รังสีความโกรธแผ่ซ่านออกมาจนณิชาภาที่นั่งตัวลีบติดประตูรถรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
เมื่อถึงบ้านพักส่วนตัว อนาวินไม่ได้ดับเครื่องยนต์ด้วยความนุ่มนวลอย่างเคย เขาเปิดประตูรถแล้วเดินอ้อมมาฉุดกระชากแขนของณิชาภาให้ลงมาอย่างไม่เบามือ
“คุณวินน์ ฉันเจ็บนะคะ” ณิชาภาประท้วงพลางพยายามแกะมือหนาออก
“เจ็บสิดี จะได้จำใส่สมองไว้ว่าคำสั่งของฉันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น” เขาตวาดเสียงต่ำลึก ก่อนจะลากเธอขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ตรงดิ่งไปยังห้องนอนกว้างขวางของเขาที่เธอไม่เคยได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไป
อนาวินเหวี่ยงร่างบางลงบนพื้นพรมปลายเตียงอย่างแรง แม้จะไม่เจ็บเท่าคอนกรีต แต่มันก็ทำให้ณิชาภาเสียหลักจนต้องขย่มมือพยุงตัวเองไว้ เขาถอดสูทนอกโยนทิ้งลงบนเก้าอี้อย่างไม่ใยดี ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดด้วยท่าทางคุกคาม
“คุณจะทำอะไรคะ” เธอถามเสียงสั่น พลางค่อยๆ ถอยร่นหนีจนหลังชนกับขอบเตียง
“ทำโทษไง” อนาวินย่างสามขุมเข้ามาหา
“เธอหนีออกไปในเวลาทำงาน ทำให้ฉันเสียเวลาตามหา และยังทำตัวอ่อนแอคุกเข่าอ้อนวอนคนอย่างฉันที่โรงพยาบาล ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเกลียดความอ่อนแอของเธอที่สุด”
เขาก้มลงคว้าไหล่เธอให้ลุกขึ้น “ไปที่ห้องน้ำ วันนี้ฉันขี้เกียจอาบน้ำเอง เธอต้องเป็นคนจัดการให้ฉัน”
ณิชาภาเบิกตากว้าง ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอายและสับสน
“ไม่ค่ะฉันเป็นเลขา ไม่ใช่คนใช้ในห้องน้ำ คุณจะบ้าหรือไงคุณวินน์”
“ฉันไม่ได้ถามความเห็นเธอณิชาภา อย่าลืมว่าชีวิตพ่อเธออยู่ในกำมือฉัน แค่สั่งให้คนใช้คนหนึ่งมาถูหลังให้เจ้านาย มันคงไม่ตายหรอกมั้ง หรือว่าเธออยากจะให้ฉันลงโทษด้วยวิธีอื่นที่มันลึกซึ้งกว่านี้” สายตาเขาหลุบมองริมฝีปากบางอย่างมีความหมาย จนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนี
“คนอ่อนแออย่างฉันมันไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้ว” ณิชาภาพูดจาประชดอนาวินแต่มีหรือคนอย่างเขาจะสนใจคำประชดของเธอ
ภายในห้องน้ำกว้างขวางที่กรุด้วยหินอ่อนสีดำสนิท ไอน้ำอุ่นๆ เริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว อนาวินถอดเชิ้ตออกเผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อกำยำที่ดูสมบูรณ์แบบราวกับรูปสลัก เขาเดินไปนั่งลงที่ขอบอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่พลางปรายตามองณิชาภาที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงหน้าประตู
“จะยืนบื้อทำไม มาเริ่มงานของเธอซะสิ”
ณิชาภากำมือแน่น เธอรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติจนถึงที่สุด
“คุณวินน์คะ ขอร้องล่ะค่ะ อย่าทำแบบนี้เลย ฉันยอมให้คุณหักเงินเดือน หรือทำงานเพิ่มเป็นสองเท่าก็ได้ แต่อย่าให้ฉันต้องทำอะไรแบบนี้เลยนะคะ”
“ห้าปีก่อนเธอยังเคยบอกว่าอยากดูแลฉันไปตลอดชีวิตไม่ใช่หรือไง” เขาแค่นยิ้มร้าย
“ตอนนี้ฉันเปิดโอกาสให้แล้วไง หรือว่าความกตัญญูที่เธอมีให้พ่อมันมีค่าไม่พอที่จะยอมแลกกับเรื่องแค่นี้”
คำพูดเสียดสีนั้นทำให้ณิชาภาน้ำตาคลอ เธอจำใจเดินเข้าไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กและฟองน้ำมาถือไว้ มือของเธอสั่นเทาขณะที่ค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสที่ไหล่กว้างของเขา แต่พอปลายนิ้วสัมผัสกับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าว เธอก็เผลอชักมือกลับด้วยความตกใจ
“ทำไมสัมผัสของฉันมันน่ารังเกียจนักหรือไง” อนาวินหันมาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วกระชากแรงๆ จนร่างของเธอเสียหลักพรวดเข้าไปในอ่างอาบน้ำที่บรรจุน้ำไว้ครึ่งหนึ่ง
ซ่า!
น้ำอุ่นกระจายเต็มพื้นที่ เสื้อสูทลำลองสีครีมที่เขาเพิ่งซื้อให้เธอเปียกโชกแนบไปกับสรีระ ณิชาภาพยายามจะลุกขึ้นหนี แต่อนาวินกลับใช้แขนแกร่งโอบรัดเอวเธอไว้แน่น กักขังเธอไว้ระหว่างท่อนแขนและขอบอ่าง
“ปล่อยนะคุณวินน์ คุณมันบ้าไปแล้ว” เธอพยายามดิ้นรน ยื้อยุดฉุดกระชากกับเขาจนน้ำในอ่างกระฉอกออกมานองพื้น
“ดิ้นเข้าไปสิณิชายิ่งเธอดิ้น ฉันยิ่งอยากเห็นว่าเธอจะไปได้ไกลแค่ไหน” เขาหัวเราะในลำคอ แววตาที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความสนุกที่ได้เห็นเหยื่อตัวน้อยดิ้นรนอยู่ในกำมือ
ในจังหวะที่ณิชาภากำลังจะหลุดจากพันธนาการ อนาวินกลับเปลี่ยนท่าทีทันควัน เขาปล่อยมือจากเอวเธอแล้วเปลี่ยนมาเป็นประคองใบหน้าหวานไว้อย่างเบามือ แววตาที่เคยแข็งกร้าววาวโรจน์กลับเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยและอ่อนโยนจนน่าใจหาย
“ณิชา” เสียงทุ้มแหบพร่าเรียกชื่อเล่นของเธอ
“เธอรู้ไหมว่าห้าปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยนอนหลับได้สนิทเลยสักคืน”
ณิชาภาชะงักไป ความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความมึนงง
“คุณพูดอะไรนะคะ”
“พี่คิดถึงณิชา” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดผิวแก้มที่เปียกชื้น
“ที่ฉันต้องร้ายใส่เธอ ที่ฉันต้องบังคับเธอมาอยู่ที่นี่เพราะฉันทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอยืนอยู่ข้างคนอื่น ฉันอยากจะขอโทษเรื่องเมื่อห้าปีก่อน แต่ฉันมันเป็นคนขลาดเกินกว่าจะพูดคำนั้นออกไป”
นิ้วหัวแม่มือของเขาเกลี่ยไล้ไปตามริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา
“ฉันยังรักเธอเสมอนะณิชาภา ทุกสิ่งที่ฉันทำ แม้แต่วันนี้ที่โรงพยาบาล ฉันก็แค่กลัวว่าความรักของฉันจะทำให้เธอต้องเดือดร้อนเหมือนครั้งก่อน”
คำสารภาพนั้นราวกับมนต์สะกด ณิชาภารู้สึกเหมือนหัวใจที่เคยตายด้านไปแล้วเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาที่รินไหลออกมาไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นความโหยหาที่ซ่อนลึกอยู่ในใจเบื้องลึก เธอมองเข้าไปในดวงตาของเขา เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนั้นและเห็นความเจ็บปวดที่ดูเหมือนจะเป็นของจริง
“คุณวินน์พูดจริงเหรอคะ” เธอถามเสียงแผ่ว พลางเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของเขาอย่างลืมตัว
อนาวินหยักยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะโน้มลงประทับจูบเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ
“จริงสิฉันไม่เคยลืมวันเวลาของเราเลยสักวินาทีเดียว”
ทว่าในขณะที่ณิชาภากำลังจะยอมพ่ายแพ้ต่อคำหวานนั้น เธอกลับเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของเขาในกระจกห้องน้ำมุมปากของอนาวินหยักยิ้มขึ้นเพียงเสี้ยววินาที เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่สามารถปั่นหัวเหยื่อได้สำเร็จ แววตาที่ดูเศร้าเมื่อครู่กลับฉายแววผู้เหนือกว่าอย่างชัดเจน
เขากำลังโกหก เขาแค่กำลังใช้ความรู้สึกเก่าๆ มาเป็นเครื่องมือเพื่อกำราบเธอให้เชื่อง
ณิชาภาผลักอกเขาออกเต็มแรงด้วยความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยก เธอรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำในสภาพเปียกปอนไปทั้งตัว
“คุณมันปิศาจคุณวินน์” เธอพูดเสียงสั่นเครือ
“คุณใช้แม้กระทั่งความรักมาปั่นหัวคนอื่นเพื่อให้ได้ดั่งใจ คุณไม่ได้รักฉันหรอก คุณแค่สนุกที่ได้เห็นฉันเป็นคนโง่”
อนาวินลุกขึ้นยืนตาม ท่าทางอ่อนโยนหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่ เขากอดอกมองเธอด้วยสายตาเย็นชาเหมือนเดิม
“ก็นึกว่าจะโง่ได้นานกว่านี้ซะอีก แต่ก็ถือว่าก้าวหน้าขึ้นนะณิชาภา อย่างน้อยเธอก็เริ่มจะแยกออกแล้วว่าอันไหนคือละคร อันไหนคือเรื่องจริง”
“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่”
“ต้องการให้เธอรู้ไงว่าอย่ามาเล่นเกมความรู้สึกกับคนอย่างฉัน” เขาเดินเข้าไปใกล้จนเธอต้องถอยหลังไปจนติดกำแพง
“คำหวานพวกนั้นฉันเก็บไว้ใช้กับคนที่มีประโยชน์เท่านั้น และตอนนี้เธอก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ฉันต้องกำราบให้หายพยศ”
อนาวินเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาคลุมไหล่ให้เธอด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะห่วงใยแต่กลับให้ความรู้สึกหนาวเหน็บ
“ไปเปลี่ยนชุดซะ แล้วลงไปชงกาแฟมาให้ฉันที่ห้องทำงานเอาแบบขมที่สุด ขมเหมือนความจริงที่เธอเพิ่งได้รับรู้เมื่อกี้”
ณิชาภาเดินออกจากห้องนอนของเขาด้วยร่างกายที่สั่นเทา ใจหนึ่งเธอก็เจ็บปวดจนแทบจะขาดใจแต่อีกใจหนึ่งกลับสับสนอย่างรุนแรง ท่าทางที่เขาแสดงออกเมื่อครู่ สายตาที่สั่นไหวและคำพูดที่แหบพร่านั้น มันจะปลอมไปเสียทั้งหมดจริงๆ หรือหรือเขากำลังสวมหน้ากากซ้อนหน้ากากเพื่อป้องกันไม่ให้เธอเห็นจุดอ่อนของเขา
กาแฟที่เธอต้องชงในเช้านี้ คงจะขมขื่นกว่าทุกวันที่เคยผ่านมา และความสัมพันธ์ของเขากับเธอก็เริ่มจะพร่าเลือนจนแยกไม่ออกแล้วว่า กลิ่นอายในรอยอดีตที่โชยมานั้น คือน้ำหอมที่แสนหวานหรือคือยาพิษที่เขากำลังป้อนให้เธอทีละนิดจนตายใจ
ตอนที่8กาแฟที่ขมกว่าเดิมความเงียบเชียบภายในรถสปอร์ตคันหรูที่มุ่งหน้ากลับจากโรงพยาบาลนั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงพายุ อนาวินนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังถนนเบื้องหน้า มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน รังสีความโกรธแผ่ซ่านออกมาจนณิชาภาที่นั่งตัวลีบติดประตูรถรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจเมื่อถึงบ้านพักส่วนตัว อนาวินไม่ได้ดับเครื่องยนต์ด้วยความนุ่มนวลอย่างเคย เขาเปิดประตูรถแล้วเดินอ้อมมาฉุดกระชากแขนของณิชาภาให้ลงมาอย่างไม่เบามือ“คุณวินน์ ฉันเจ็บนะคะ” ณิชาภาประท้วงพลางพยายามแกะมือหนาออก“เจ็บสิดี จะได้จำใส่สมองไว้ว่าคำสั่งของฉันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น” เขาตวาดเสียงต่ำลึก ก่อนจะลากเธอขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ตรงดิ่งไปยังห้องนอนกว้างขวางของเขาที่เธอไม่เคยได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไปอนาวินเหวี่ยงร่างบางลงบนพื้นพรมปลายเตียงอย่างแรง แม้จะไม่เจ็บเท่าคอนกรีต แต่มันก็ทำให้ณิชาภาเสียหลักจนต้องขย่มมือพยุงตัวเองไว้ เขาถอดสูทนอกโยนทิ้งลงบนเก้าอี้อย่างไม่ใยดี ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดด้วยท่าทางคุกคาม“คุณจะทำอะไรคะ” เธอถามเสียงสั่น พลางค่อยๆ ถอยร่นหนีจนหลังชน
ตอนที่7กลิ่นอายในรอยอดีตณิชาภาลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอไม่ได้ตอบโต้ทำเพียงเก็บรวบรวมงานวางไว้บนโต๊ะเขาอย่างเรียบร้อย ก่อนจะขอตัวออกมาด้วยท่าทางอ่อนเพลีย แต่อยู่ๆ แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าก็ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว เธอรีบเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอทันทีชื่อ ‘ป้ามาลี’ แม่บ้านเก่าแก่ที่คอยดูแลพ่อของเธอที่โรงพยาบาลปรากฏขึ้น“คุณหนูเดียร์คะ” เสียงปลายสายสั่นเครือ“เมื่อช่วงตีสามคุณท่านเกิดอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหันไปหนึ่งครั้งค่ะ ทีมหมอรีบทำ CPR จนหัวใจกลับมาเต้นแล้ว ตอนนี้คุณท่านปลอดภัยดี แต่อาการยังทรงตัว ป้าตกใจมากเลยต้องรีบโทรหาคุณหนู”คำว่าหัวใจหยุดเต้นเหมือนค้อนปอนด์ที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอก ณิชาภาหน้าซีดเผือด แม้ป้ามาลีจะย้ำว่าตอนนี้คุณหมอช่วยจนอาการดีขึ้นแล้ว แต่ความกลัวที่เกาะกินใจทำให้เธอไม่สามารถนั่งรอเฉยๆ ได้อีกต่อไปเธอเหลือบมองไปที่ห้องทำงานชั้นบน ไฟยังคงสลัวแต่อนาวินคงจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วหลังจากการกวนประสาทเธอมาทั้งคืน ณิชาภารู้ดีว่าถ้าเธอไปขออนุญาตเขาตรงๆ ในตอนนี้ เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่ และอาจจะพาลโกรธจนสั่งระงับค่ารักษาพ่อไปเสียดื้อๆ‘
ตอนที่7กลิ่นอายในรอยอดีตภายในห้องอาหารที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก แสงไฟสีวอร์มไวท์จากโคมไฟระย้าเหนือโต๊ะหินอ่อนช่วยขับเน้นให้บรรยากาศดูนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด กลิ่นหอมละมุนของน้ำซุปต้มจืดเต้าหู้หมูสับคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นอายของบ้านที่อนาวินไม่ได้สัมผัสมานานนับแต่เขาย้ายออกมาอยู่เพียงลำพัง“พี่ณิชาเชื่อไหมคะ ที่มหาวิทยาลัยมีแต่คนถามถึงพี่ณิชา ทุกคนยังจำรุ่นพี่ดาวคณะที่สวยและเรียนเก่งที่สุดได้แม่นเลยค่ะ” อันนาประคองแก้มตัวเองพลางเจื้อยแจ้วไม่หยุด สายตาที่มองณิชาภาเต็มไปด้วยความชื่นชมณิชาภายิ้มละไม มือบางตักเต้าหู้หมูสับชิ้นพอดีคำวางลงในถ้วยของอันนาอย่างอ่อนโยน“อันนาก็พูดเกินไปค่ะ พี่หายไปตั้งห้าปี ใครจะไปจำได้ล่ะคะ”“จำได้สิคะ โดยเฉพาะเพื่อนผู้ชายของอันนาสายรหัสพี่ณิชาเนี่ยบ่นคิดถึงกันระงม”เคร้ง!!!เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องราคาแพงดังขึ้นขัดจังหวะ อนาวินที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันที เขาเขี่ยผักในจานไปมาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์“กินข้าวก็กินไปอันนา จะขุดคุ้ยเรื่องสมัยพระเจ้าเหาทำไม รำคาญหู” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดนั้นทำให้สองสาว
ตอนที่6เสียงสะท้อนจากหัวใจ“ไอ้วินน์ นี่แกกล้าลำเลิกบุญคุณกับฉันเหรอ” คุณอนันต์ลุกขึ้นยืน ตัวสั่นด้วยความโกรธคุณหญิงนิศาผู้เป็นมารดา รีบเข้ามาห้ามทัพด้วยใบหน้าวิตกกังวล“วินน์ ยอมพ่อเขาเถอะนะลูก รินลดาเขาก็เพิ่งมาฟ้องแม่ว่าวินน์ปกป้องเด็กคนนั้นจนทำร้ายน้ำใจเขา วินน์แต่งงานกับรินลดาไปเรื่องก็จบนะลูก เชื่อแม่นะ”อนาวินหันไปมองแม่ด้วยสายตาผิดหวัง “งานใหญ่ของคุณแม่คือการใช้ลูกชายตัวเองเป็นเครื่องมือทางการเมืองงั้นเหรอครับ ตลอดห้าปีที่ผ่านมาผมยอมเป็นหุ่นเชิดให้พวกคุณมานานพอแล้ว จากนี้ไปผมจะฟังแค่เสียงในหัวใจของผมเองเท่านั้น”“ถ้าแกไม่เลิกกับมัน ฉันจะตัดแกออกจากตระกูล” คุณอนันต์คำราม“เชิญครับพ่อ ตัดผมออกไปเลย แต่ระวังไว้หน่อยนะครับ ว่าอัศวนนท์ที่ไม่มีผมจะเหลือซากอยู่ได้กี่เดือน”ที่หน้าประตูบ้าน อันนาน้องสาวคนเล็กของบ้านวิ่งกระหืดกระหอบออกมาหาพี่ชายที่กำลังจะก้าวขึ้นรถสปอร์ตด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธ“พี่วินน์! พี่วินน์คะ รออันนาก่อน”“อันนาพี่ไม่มีอารมณ์จะคุย” อนาวินสตาร์ทรถเครื่องยนต์คำรามดังสนั่น“ไม่! อันนาจะไปด้วย” เธอรีบกระโดดขึ้นไปนั่งเบาะข้างๆ ทันที “ไม่!!! อันนาจะไปด้วย”
ตอนที่6เสียงสะท้อนจากหัวใจบรรยากาศภายในรถตู้ลีมูซีนระหว่างทางกลับบ้านพักส่วนตัวเต็มไปด้วยความเงียบที่ชวนให้ใจสั่น ณิชาภาในชุดเดรสลูกไม้สีขาวสะอาดตานั่งตัวลีบติดประตูรถ เธอรู้สึกไม่คุ้นชินกับสัมผัสของเนื้อผ้าชั้นเลิศที่แนบไปกับผิวพรรณ ขณะที่อนาวินนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างๆ สายตาคมกริบของเขาแสร้งทำเป็นจดจ้องไอแพดในมือ ทว่าแสงไฟจากถนนที่สาดกระทบใบหน้าเขายามรถเคลื่อนผ่าน กลับสะท้อนให้เห็นสายตาที่วูบไหวอย่างปิดไม่มิด ทว่าความตึงเครียดบางอย่างกลับจางลงไปบ้างหลังจากเหตุการณ์ที่ห้างสรรพสินค้า ณิชาภานั่งนิ่งอยู่เบาะข้างอนาวิน มือบางกำสายกระเป๋าแน่น ขณะที่สายตาเหลือบมองถุงเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูมากมายที่วางกองอยู่เบาะหลังเมื่อรถจอดสนิทหน้าบ้านพัก อนาวินก้าวลงจากรถก่อนตามความเคยชิน“ลงมาได้แล้ว หรือจะรอให้ฉันอุ้มลง” อนาวิน เอ่ยเสียงดุ แต่ดวงตาคมกริบกลับไม่ได้มีความฉุนเฉียวเหมือนคำพูด“เปล่าค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับเสื้อผ้า” ณิชาภาเปิดประตูลงจากรถ พยายามจะขนถุงกระดาษเหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่อนาวินกลับเดินอ้อมมาแย่งไปถือไว้เสียเอง“อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกผู้อ่อนหวาน ถือไม่หมดหรอก เดินเข้าไปข้างในไป” เขาสั
ตอนที่5หน้ากากที่เริ่มปริร้าวพนักงานสาวรับคำสั่งอย่างขยันขันแข็ง ก่อนจะหันไปเชิญณิชาภาเข้าไปในห้องลองเสื้อด้วยท่าทางนอบน้อม ณิชาภาทำท่าจะอ้าปากค้านแต่สายตาคมดุของอนาวินก็ปรามไว้เสียก่อน“ไปลองซะ อย่าให้ฉันต้องเดินเข้าไปเปลี่ยนให้เธอเอง” เมื่อณิชาภาเดินหายไป อคิราห์ที่ยืนกอดอกลอบยิ้มอยู่ก็นิ่งไม่ไหวอีกต่อไป เขาแสร้งทำเป็นตรวจเช็กตารางงานในมือถือพลางเอ่ยขึ้นลอยๆ “แหม่...คุณวินน์ครับ ชุดสีขาวตัวนั้นมันรุ่นลิมิเต็ดเลยนะครับ แถมราคานี่ ถ้านับเป็นค่าแรงเลขา คุณณิชาต้องทำงานให้คุณวินน์ไปอีกกี่สิบปีกันนะ” “ฉันไม่ได้ถามความเห็นนายอาคิ” อนาวินตอบเสียงเข้ม ขยับปกเสื้อเชิ้ตตัวเองแก้เขิน “ฉันก็แค่ ไม่อยากให้ใครมองว่าเลขาของฉันไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ก็เท่านั้น” “อ๋อ!!! อย่างนั้นเหรอครับ” อคิราห์ลากเสียงยาว “แต่เท่าที่ผมจำได้ ตอนประชุมบอร์ดผู้บริหารเมื่อเดือนก่อน คุณรินลดาก็ใส่ชุดแบรนด์นี้มา คุณวินน์ไม่เห็นปรายตาพิจารณาเนื้อผ้าละเอียดขนาดนี้เลยนะครับ” “อาคิ ถ้านายยังไม่อยากไปตรวจไซต์งานที่แม่ฮ่องสอนตอนหน้าฝน ก็หุบปากของนายซะ” อนาวินสะบัดเสียงใส่เลขาคนสนิท







