เข้าสู่ระบบ“หลังจากนี้ไปบริษัทก็ต้องพึ่งเตแล้วนะ เตอยากบริหารจัดการในแบบของเตก็ทำได้ตามสบายเพราะตอนนี้ประธานบริษัทคือเตแล้ว ส่วนพี่ก็ยังเป็นคนคอยให้คำปรึกษามาร่วมประชุมตามปกติอย่างที่บอกในที่ประชุม ไม่ต้องคิดมากเรื่องที่พี่ลงจากประธานส่งต่อให้เตตอนนี้ ยังไงก็มีวันนี้อยู่ดี”
เตโซเห็นสีหน้าของน้องชายจึงยกยิ้มแล้วพูดออกไปเพื่อเตือนให้เตชินได้รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวไม่ได้เป็นรองประธานบริษัทที่คอยรับคำสั่งจากเขาแล้ว ในตอนนี้สามารถตัดสินใจเองได้ทั้งหมดและจะต้องดูแลพนักงานทั้งบริษัทและเครือของบริษัททั้งหมด จะให้อารมณ์นำก่อนสติไม่ได้เมื่อตอนนี้กลายเป็นผู้นำของทุกคนแล้ว
“ขอบคุณนะครับ แต่พี่กลับมาแล้วทำไมต้องลงจากตำแหน่งตอนนี้ เรื่องคดีให้ผมช่วยพี่บ้างก็ได้ ยังไงพี่กลับมาแบบนี้แล้วผมคงไม่ยอมให้พี่เป็นอะไรไปอีก ไดมอนด์วรากุลพาณิชเป็นพี่ที่สร้างมันมากับมือมาตั้งแต่พี่ยังเรียนอยู่ตั้งแต่พ่อเสีย แล้วมันก็ยังไม่ถึงเวลาพี่ไม่น่ารีบลงจากตำแหน่ง” เตชินร่ายยาวให้เหตุผลที่เขาตั้งใจจะพูดกับเตโซเป็นทุนเดิมอยู่แล้วตั้งแต่ในที่ประชุม
“เต ที่พี่สร้างที่นี่มาไม่ใช่สร้างเพื่อตัวพี่แต่พี่ทำมันเพื่อยกให้เต พี่แค่สานต่อจากพ่อด้วยความจำเป็น ยังไงพี่ก็แก่ลงทุกวันนะเตยิ่งมีเรื่องที่ไม่คาดคิดตลอดด้วย” เตโซหยุดเดินแล้วหันไปพูดกับเตชินด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พูดเป็นตาเฒ่าไปได้ เพิ่งจะสามสิบกว่าเองพูดอะไรแบบนั้นกันครับ ที่ผมไม่เห็นด้วยก็เพราะพี่ยังมีเวลาอีกมากกับบริษัท” เตชินพูดออกไปด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ผุดขึ้นมาบ้างกับคำพูดของพี่ชายและบอกให้เตโซได้รู้ว่าเขาก็ไม่ได้หวังจะขึ้นเป็นประธานบริษัทถ้ายังไม่ถึงเวลาเช่นนี้
“พี่ว่ามันถึงเวลาแล้วนะกับเสลาที่พี่ไม่อยู่แต่เตทำมันได้ดีมาตลอด เรื่องที่พนักงานส่งของขโมยเพชรลูกค้าประจำก็จัดการได้ดีทั้งที่ตัวเองไปคุยงานที่เชียงใหม่ถึงจะเป็นดาที่รับหน้าจนเจ็บตัวแต่เตรับมือให้ลูกค้าไม่โวยวายได้ และที่สำคัญที่พี่ทำทุกอย่างก็เพื่อเตมาตลอดไม่ใช่เพิ่งมาทำเสียหน่อย อย่าคิดมากหรือรู้สึกผิดที่ได้ขึ้นเป็นประธานบริษัทด้วยความคิดที่ว่าไม่ได้ทำอะไรเลย” เตโซพูดออกไปให้น้องชายได้เข้าใจว่าเขาเห็นความเป็นผู้นำของเตชินตลอดเวลาที่เขาไม่อยู่จนทางบริษัทไม่มีปัญหา
แม้ในช่วงแรกจะวุ่นวายจากการที่มีข่าวของเขาเสียชีวิตในตอนนั้นเคนก็ได้บอกว่าเตชินทำงานหนักวิ่งวุ่นจัดการงานที่ค้างคาในส่วนของเตโซเอาไว้ให้เสร็จตามแผนที่วางไว้และยังงานในส่วนของตัวเอง ทั้งยังมีเรื่องของดาริกาที่จะต้องเข้าไปฝึกงานตามระบบการศึกษาหากแต่แท้จริงแล้วเขาส่งให้เคนจัดการเรื่องให้ดาริกาเข้าไปเรียนรู้งานในฐานะภรรยาของน้องชาย ถึงแม้ว่าจะให้เคนเป็นคนจัดการแต่ความจริงก็ใช้เตชินเป็นคนจัดการอยู่ดีก็ทำมันได้ดีจนเตโซภูมิใจและไว้วางใจที่จะให้เตชินดูแลบริษัทต่อจากเขา
ยิ่งไปกว่านั้นงานเลี้ยงวันเกิดของจิรันเตชินก็ทำได้ดีสนทนากับจิรันจนผ่านไปด้วยดีอย่างราบรื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่เขากังวลรองจากเรื่องของดาริกากับเตชินทันทีที่ฟื้นตัวจนออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
“ฟังคุณโซเถอะครับคุณเต” เคนสำทับคนเป็นเจ้านายให้เตชินได้สบายใจ
“พี่ก็เหมือนกัน แกล้งมาทำเป็นชอบดาให้ผมหัววุ่น แค่ไอ้ศินก็จะบ้าแล้ว” เตชินตึงใส่เคนอย่างไม่จริงจังมากนัก
“ก็คุณโซสั่งนิครับ อีกอย่างคุณโซเป็นห่วงคุณเตกับคุณดาอยากให้ทั้งสองคนอยู่ในสายตามากกว่าก็เลยต้องกระตุ้นด้วยวิธีนี้น่ะครับ” เคนตอบอย่างรู้สึกผิด
“พูดจริงๆ นะคะ คุณเตเกือบคลั่งเลย ตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกคะเห็นหัวเสียสั่งงานฉันไม่หยุดไปเป็นอาทิตย์เลย” รินนรารีบสำทับเจ้านายให้คนทั้งสองได้รู้ว่าผลกระทบอยู่ที่ใครที่ทำให้เตชินหึงหวงดาริกาจากผู้ชายทั้งสองคนอย่างเคนกับศศิน
“ตอนนี้หายห่วงครับ ผมไม่ได้รู้สึกอะไรใดๆ ทั้งสิ้นกับคุณหนูเลยนอกจากมองว่าเป็นคุณผู้หญิงของที่นี่ครับ” เคนยิ้มก่อนจะย้ำอีกที
“รู้แล้วครับตอนนี้ ไปครับ กลับห้องทำงานก่อนผมอยากถามเรื่องที่พี่รอดมาได้ยังไงแล้วปิดบัง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ วันนั้นก็ไม่ได้พูดละเอียดนอกจากเรื่องเมื่อหกปีก่อน”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







