เข้าสู่ระบบเตชินยิ้มกับการตอกย้ำของเคนที่เหมือนจะแก้ตัวก่อนจะบอกให้ทุกคนกลับไปที่ห้องทำงาน
ทั้งสี่คนขึ้นลิฟต์กลับมาที่ห้องทำงานของเตชินเพราะเตโซเพียงแค่เข้าบริษัทมาร่วมประชุมบอร์ดบริหารเพื่อลงจากตำแหน่งและยกให้กันเตชินเท่านั้น ถึงอย่างไรเรื่องคดีก็สำคัญเกินกว่าจะแบ่งเวลามาที่บริษัททั้งตอนนี้น้องชายของเขาก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถความเป็นผู้นำได้แล้วจึงไว้วางใจอย่างไม่ลังเล และมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องเมื่อข่าวการมีชีวิตของเตโซถูกลือกันอย่างผิดเพี้ยนจากความจริงแต่กลับมีแต่คำพูดดีๆ และตลกขบขัน บ้างก็ว่าเตโซกำลังสอนงานเตชินบ้างก็ว่าทำไปก็เพราะให้เตชินได้ขึ้นตำแหน่งโดยไม่ให้ใครคัดค้านได้ คำพูดเหล่านั้นส่งต่อกันไปเรื่องมากขึ้นเมื่อได้เห็นเตโซเดินเข้าบริษัทพร้อมกับเตชิน
เมื่อทั้งสี่คนกลับมาถึงห้องทำงานของเตชินก็ตรงไปนั่งลงบนโซฟาทันทีเพื่อคุยเรื่องที่ค้าคางใจตั้งแต่เมื่อสามสี่วันก่อนที่เตชินบังคับให้เคนพาไปเจอเตโซก่อนกำหนดที่เคนตั้งใจไว้ ทันทีที่นั่งลงเตชินก็ถามออกไปทันทีด้วยความอยากรู้ความเป็นมากับการที่เตโซรอดมาได้อย่างดีใจ
“เรื่องเป็นมายังไงครับพี่โซ”
“ไม่นั่งพักให้หายเหนื่อยหรือไงเต”
“ไม่ครับ ผมรอถามหลายวันแล้ว”
ทั้งเคนและรินนราต่างยืนมองเจ้านายทั้งสองคนที่เริ่มบทสนทนากันทันทีอย่างเข้าใจในความรู้สึกของเตชินที่ร้อนใจถามออกไปทันทีเช่นนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นง่ายๆ สำหรับคนที่ถูกยิงสาหัสจนหยุดหายใจจะมีโอกาสฟื้นขึ้นมาได้อีก
“กลัวเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปตามตรงอย่างมองน้องชายออก
“ครับ ผมกลัว ผมมีพี่ชายคนเดียวนะครับ ได้โอกาสรอดชีวิตมาอีกครั้ง ล่าสุดก็มีคนไปยิงถึงบ้านที่ชานเมือง ผมก็ต้องกลัวเป็นปกติ แต่หลังจากนี้ผมคงไม่ปล่อยให้พี่ทำอะไรคนเดียวแล้ว ขนาดพฤกษ์ยังสาหัส ผมไม่ไว้ใจคนร้ายอย่างพวกมันหรอก” เตชินพูดออกไปรวดเดียวให้เตโซได้เข้าใจว่าเขารู้สึกเช่นไรมากกว่าคำว่า ‘กลัว’ ที่ทุกคนเข้าใจ แต่เขากลัวไปเสียทุกอย่างที่ไม่ใช่แค่ชีวิตของเตโซ
“ทำตัวเป็นเด็กไปได้” เตโซยิ้มให้กับน้องชายอย่างขอบคุณและดีใจ
“ผมมีพี่แค่คนเดียวยังไงล่ะครับ” เตชินย้ำอีกครั้งให้รู้ว่าเขามองพี่ชายสำคัญมากแค่ไหนจนกลัวเช่นนี้มั้งที่ไม่เคยกลัวอะไรมาก่อน
“รู้แล้วน่า พี่จะดูแลตัวเองให้ดี” เตโซพูดออกไปให้เตชินได้สบายใจแม้จะไม่ค่อยช่วยก็ตาม
“ต่อให้พี่ดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็ต้องมีพี่เคนกบพีี่พฤกษ์ดูแลอยู่ดี คนเลวยังไม่เข้าคุกผมไม่วางใจ” เตชินพูดเสียงห้วนเมื่อต้องนึกถึงศศินกับคณิน
“พี่ก็ไม่วางใจ สายของพฤกษ์เคยบอกว่าคณินคิดจะทำร้ายน้องดา แต่ศินห้ามเอาไว้ได้เลยยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น พี่ยังกังวลอยู่เพราะตอนนี้ฝั่งนั้นรู้แล้วว่าพี่ยังไม่ตาย” เตโซมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“พูดถึงเรื่องที่พี่รอดมา สรุปแล้วเป็นมายังไงครับ” เตชินเอ่ยถามออกไป
“หมอเจ้าของไข้เป็นอาของมุกพอดีน่ะ ตอนนั้นอาของมุกดึงพี่กลับมาได้แล้วพี่ฟื้นขึ้นมารอบหนึ่ง พี่ยังพอมีสติขอให้อาหมอปิดบังเรื่องพี่ หลังจากหมดสติไปอาหมอกังวลเรื่องพี่กับเตเลยบอกให้พราวมุกรู้ว่าพี่ยังมีชีวิต…” เตโซอธิบายอย่างรวบรัดกับการที่ตัวเองรอดกลับมาได้
“มุกรู้ตั้งแต่แรก” เตชินขมวดคิ้วถามกลับไป
“ใช่ และพอพี่ฟื้นพี่ก็ขอให้มุกเงียบไว้ก่อนจนวันที่เตกับมุกขึ้นไปเชียงใหม่พี่ตัดสินใจให้พฤกษ์ไปตามมุกกลับมาเพื่อบอกทุกอย่าง เพราะตอนนั้นคณินเข้าหาลุงเขยของมุกแล้ว พี่กังวลเรื่องเตกับดาก็เลยดึงมุกเข้ามาเกี่ยวด้วยแต่อย่าห่วงเลย พี่จะให้มุกคอยช่วยเรื่องที่พักและคอยเป็นหูเป็นตาให้เท่านั้น ศศินกับคณินไม่มีทางรู้แน่” เตโซตอบออกไปอย่างไม่ปิดบังใดๆ ทั้งสิ้นเมื่อตอนนี้ทำอย่างไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังอีกต่อไป
เพราะคนทั้งสองคนที่เขาพยายามปิดบังเพื่อความปลอดภัยมาตลอดรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว อีกทั้งเตโซคิดมาตลอดว่าหากตัวเองอยู่ในเงามืดคงจัดการได้ง่ายกว่านี้แต่ไม่คาดคิดเลยว่าการตัดสินใจของเตโซจะทำให้เกิดปัญหาของเตชินกับดาริกาและทำให้คนทั้งสองตัดสินใจตามหาความจริงกับเขาเช่นนี้หลังที่สาวเจ้าบังเอิญเห็นเขา
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







