เข้าสู่ระบบ“ที่ผ่านมา...คุณโกหกลินเรื่องไหนบ้างคะ”
น้ำเสียงสั่นเอ่ยถามเขาออกไป สีหน้าแววตาเธอดูเศร้ากว่าปกติ
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเธอ ฉันแค่ไม่อยากให้เธอรู้สึกแย่”
ธีรติพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็นไม่ใส่อารมณ์ใด ๆ
“เลิกพูดแบบนี้สักทีค่ะ ลินไม่อยากฟัง ที่คุณเลือกที่จะโกหกลินนั่นเพราะคุณคิดมาดีแล้ว คุณจะบอกว่าตัวเองไม่ตั้งใจได้ยังไงคะ”
ดวงตากลมเคล้าคลอไปด้วยของเหลวสีใส หญิงสาวเริ่มใส่อารมณ์ในการพูดคุยกับเขา
“ใจเย็น ๆ ก่อนสิ”
คนร่างสูงเริ่มเห็นว่าหญิงสาวคนเดิมของเขากลับมาแล้ว แอบดีใจถึงแม้ว่าจะต้องเจอกับความปากร้ายของเธอ
“แต่ความจริงแล้วคุณจะไปไหนทำอะไรกับใครนั่นมันก็เรื่องของคุณ ลินไม่มีสิทธิ์ไปโกรธคุณนี่คะ...ยังไงเราก็เป็นแค่คู่นอนกัน !”
หญิงสาวเอ่ยกับเขาด้วยสีหน้าประชดพร้อมเน้นเสียงประโยคสุดท้าย
“ทำไมต้องพูดจาประชดประชันด้วยเนี่ย”
ร่างสูงคิ้วขมวดเข้าหากันและเอ่ยเสียงดุกับเธอ
“ลินไม่ได้ประชดค่ะ ลินพูดความจริง... ต่อไปนี้คุณจะไปไหนทำอะไรกับใครก็เรื่องของคุณเลยค่ะ ในเมื่อเราไม่ใช่เจ้าของซึ่งกันและกันเพราะฉะนั้นทั้งคุณและลินมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ ลินจะไปไหนมาไหน จะไปนอนกับใครก็หวังว่าคุณจะเข้าใจลินนะคะ !”
เจ้าของใบหน้าเล็กเอ่ยอย่างเอาเรื่อง หญิงสาวใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลทำเอาคนตัวสูงเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูดก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที
“นลิน !”
คนร่างสูงตวาดเสียงแข็งออกไป สีหน้าที่แดงก่ำแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจในสิ่งที่เธอพูด
“แล้วลินพูดผิดตรงไหนคะ ลินไม่รู้ว่าตอนนี้ลินเป็นอะไรในชีวิตคุณ ลินไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปวางไว้ที่ตรงไหน จะมีสิทธิ์ไปหึงหวงคุณมากแค่ไหน ลินไม่รู้เลยค่ะ”
ใบหน้าเล็กฉายแววน้อยใจ ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ
ชายหนุ่มร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นไปนั่งลงข้างเธอพร้อมดึงเธอเข้ามากอด
“ก็บอกมาตลอดว่าเธอคือเมียฉัน ส่วนฉันเป็นผัวเธอ แล้วแบบนี้ยังไม่ชัดเจนพอหรือไง ทุกวันนี้คนที่ฉันอยู่ด้วยและแคร์มากที่สุดคือใคร ฉันเคยสนใจคนอื่นมากกว่าเธอเหรอ แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้นมันไม่มีอะไรไปมากกว่าที่เธอรู้เลย เธอก็แค่ผู้หญิงที่พ่อฉันอยากให้คบหา แต่ใช่ว่าฉันจะเลือกผู้หญิงคนนั้นสักหน่อย ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ฉันว่า...ฉันคงได้ขับรถไปรับเธอถึงภูเก็ตแน่ ๆ”
ร่างสูงผละกอดออกแล้วจ้องหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้เธอดูเหมือนกำลังจะร้องไห้ ดวงตากลมเอ่อล้นไปด้วยน้ำสีใส มือเล็กทุบไปที่อกแน่นเบา ๆ เมื่อเขาแซวเธอเรื่องขับรถหนี
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคนเก่ง”
พอชายหนุ่มพูดประโยคนี้ออกไปยิ่งทำให้เขื่อนน้ำตาของนลินพังทลายลงมา
“ฮือออ”
ร่างสูงแอบหัวเราะเธอที่บางทีก็ชอบทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต
เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขาตระหนักว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญกับเขาแค่ไหน ธีรติไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดกับเรื่องไหนอีกแล้ว เขาเลือกที่จะไม่พูดเรื่องการแต่งงานออกไปเพราะผมคิดว่าสามารถยุติเรื่องนี้ได้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายไปมากกว่านี้ และแน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมให้มีงานแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจของตนแน่ ๆ
สุดท้ายทั้งคู่ก็ปรับความเข้าใจกัน หญิงสาวยอมให้อภัยเขาอีกครั้ง แต่เธอไม่ยอมปล่อยผ่านผู้หญิงคนนี้ไปแน่นอน ผ่านมาหลายวันหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะรักกันดี ไม่มีเรื่องมือที่สามเข้ามากวนใจ แต่ในขณะที่ทั้งคู่ออกมาช็อบปิงเดินเลือกซื้อของแบรนด์เนมกันอยู่นั้น ก็บังเอิญเจอหยาดพิรุณเข้าพอดี
หยาดพิรุณแสดงสีหน้าตกใจเมื่อบังเอิญเจอทั้งสองคนมาด้วยกัน เธอมองใบหน้าของนลินด้วยสีหน้าอิจฉา และเมื่อชายหนุ่มหันมาเจอหญิงสาวก็รู้สึกแปลกใจ
“หวัดดีค่ะพี่เธียร์ บังเอิญจังเลยนะคะ”
หยาดพิรุณเดินเข้ามาเอ่ยทักชายหนุ่ม
นลินรีบหันขวับไปมองด้วยสายตาพิฆาตทันที ถ้าเกิดไม่เกรงใจว่าตอนนี้อยู่ในห้างมีหวังผู้หญิงคนนี้โดนเธอตบอีกรอบเป็นแน่
“หวัดดีครับน้องฟ้า”
ชายหนุ่มตอบกลับไปตามมารยาท
“พี่เธียร์มาซื้อกระเป๋าเหมือนกันเหรอคะ”
หญิงสาวยังคงพูดคุยกับชายหนุ่มอย่างสนิทสนมโดยไม่ได้สนใจนลินและไม่คิดจะเอ่ยทักเธอ
“พี่พานลินมาซื้อของน่ะ”
ร่างสูงตอบกลับไปพร้อมหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โดยที่เธอยืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงจ้องมองสองคนนั้นอยู่
“พี่เธียร์พอจะมีเวลาว่างไหมคะ ช่วยฟ้าเลือกสีกระเป๋าได้ไหมคะ ฟ้าเลือกไม่ถูกเลยค่ะ”
หญิงสาวทำหน้าออดอ้อนพร้อมมองไปที่กระเป๋าที่วางอยู่
ชายหนุ่มมีสีหน้าเลิ่กลั่กเมื่อสถานการณ์ตอนนี้เริ่มจะมาคุ เขาหันมามองนลินพบว่าเธอกำลังจ้องมองน้ำฟ้าด้วยสีหน้าโกรธเคือง ความรู้สึกของหญิงสาวแสดงผ่านสีหน้าอย่างชัดเจน ชายหนุ่มเองก็กลัวว่าเธอจะมีเรื่องกับน้ำฟ้า
“นะคะพี่เธียร์...น้าา”
หยาดพิรุณเดินเข้ามากอดแขนอย่างหน้าไม่อาย พร้อมทำน้ำเสียงออดอ้อน จนตอนนี้พนักงานในร้านต่างจ้องมองมาที่หญิงสาวทั้งคู่
“ช่วยน้องสาวเลือกหน่อยนนะ..นะ...นะ...นะ”
หยาดพิรุณหงายการ์ดน้องสาวเข้าไปเพื่อที่จะให้ทุกคนไม่มองว่าเธอมาเป็นมือที่สามของพวกเขา ร่างสูงเองก็ปฏิเสธเธอไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องเดินตามเธอไป
ลินลดากำหมัดแน่นพร้อมความรู้สึกที่เดือดขั้นสุด เธอไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิงคนนั้นตรงนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทนไปได้นานสักแค่ไหน เมื่อเห็นว่าคนของเธอไม่ได้ปฏิเสธผู้หญิงคนนั้นออกไป ยิ่งทำให้หญิงสาวหัวเสียยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข




![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


