เข้าสู่ระบบเจ็บแล้วจำคือคนเจ็บแล้วทนคือกระบือดังนั้นลู่เจาเจาคนนี้จะไม่ยอมเป็นกระบือเด็ดขาดรักคนผิดนางก็แค่เลือกคนใหม่บุรุษยังเลือกสตรีที่ดีมาเป็นภรรยาได้แล้วเหตุใดนางจะเลือกชายที่ดีสักคนมาเป็นสามีบ้างมิได้เล่า
ดูเพิ่มเติมจ้าวหลัวเฟยในวัยยี่สิบแปดปี ผ่านช่วงวัยคึกคะนองมาแล้ว ความหุนหันพลันแล่นในอดีตถูกหล่อหลอมด้วยเวลาและประสบการณ์จนเหลือเพียงความหนักแน่นมั่นคง อีกทั้งเขารอคอยมานานถึงเพียงนี้ จะให้รอเพิ่มอีกสักเล็กน้อยก็คงไม่ถึงกับขาดใจตาย ความรู้สึกที่เขาเก็บงำไว้ในใจ หากนับตามจริงก็ยาวนานถึงเจ็ดปีเต็ม เจ็ดปีของการเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ เจ็ดปีของการไม่กล้าเอื้อมมือเข้าไปแตะต้อง เพราะกลัวว่าสิ่งที่เขารักจะหายไปเขาอดทนมาได้ตลอด ดังนั้นจะให้ทนต่ออีกเพียงวันสองวันก็ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่ว่าความอดทนที่สะสมมานาน ย่อมมีวันที่มันเอ่อล้นขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว“เจาเจา”“เพคะ”“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว…เราเข้าหอเสียเลยเถอะ ข้าไม่ไหวจริง ๆ”“พี่เฟย!”น้ำเสียงตกใจปนขบขันของนางทำให้จ้าวหลัวเฟยอดยิ้มไม่ได้ เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยตนเองเล็กน้อย ราวกับรู้ตัวว่าพูดตรงเกินไป“ดุข้าด้วยเหตุใด พี่เฟยของเจ้าพูดจริงนะ ตั้งแต่รู้ว่าตนเองชอบเจ้า ตั้งแต่เจ้ามีอายุเพียงสิบสี่ปี จนได้เป็นคนรักและหมั้นหมายกัน ข้าไม่เคยแตะต้องสตรีอื่นเลย คิดดูเถิด…เจ็ดปีเชียวนะ เพราะข้าซื่อสัตย์ต่อเจ้าทั้งต่อหน้าและลับหลัง”คำพูดนั้นมิได้โอ้อวด หากแต่จริงใ
ตอนพิเศษหลังจากวันที่จ้าวหลัวเฟยขอลู่เจาเจาแต่งงาน ฤกษ์ยามมงคลก็ถูกเฟ้นหาอย่างพิถีพิถันโดยโหรหลวงและผู้รู้หลายฝ่าย จนในที่สุดก็ได้ฤกษ์ที่ดีที่สุดในอีกครึ่งปีต่อมา วันเวลาถูกกำหนดอย่างเหมาะสมทั้งฤกษ์ดาวและทิศทางลมฟ้า ราวกับสวรรค์เองก็รับรู้ถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคนทั้งสองแม้ฐานะของจ้าวหลัวเฟยจะมั่งคั่ง ทั้งยังดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจทางทหารไหนยังเป็นท่านชายสายเลือดสายตรงของเว่ยอ๋อง แต่เขากลับไม่เคยคิดบังคับให้ลู่เจาเจาหยุดทำในสิ่งที่นางรัก ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่หมอหญิงหลวง เจ้าของร้านยาสมุนไพรหลิงจิ่ว หรือแม้แต่งานประพันธ์ฉวนฉีที่นางทุ่มเทหัวใจ เขาล้วนสนับสนุนให้นางเดินหน้าต่อไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย“ขอเพียงเจ้ามีความสุข อยากทำสิ่งใดเจ้าก็ทำเถิด เจาเจา”สำหรับจ้าวหลัวเฟยแล้ว คำว่า ความสุขของนาง สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด หากลู่เจาเจามีความสุข เขาก็พร้อมเป็นแรงสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเสมอ และเขาไม่เคยรู้สึกอายแม้แต่น้อยที่จะกล่าวกับผู้คนว่า คู่หมั้นของตนคือหมอหลวงผู้มีฝีมือ นางรักษาผู้คนโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นหญิงคณิกาที่ถูกสังคมเหยียดหยาม หรือขอทานเร่ร่อนที่ไร้ผู้เหลียวแลมิห
ลู่เจาเจาเงยหน้าขึ้น สายตาแน่วแน่ขึ้น “หากท่านจริงใจ เจาเจาก็ยินดีเพคะ”จ้าวหลัวเฟยชะงักไป ราวกับไม่แน่ใจว่าตนได้ยินผิดหรือไม่“เจ้าหมายความว่า...?”“ก็หมายความอย่างที่พี่เฟยถามนั่นแหละเพคะ”หญิงสาวยิ้มบาง“เจาเจาให้โอกาสท่าน เป็นมากกว่าพี่ชาย”คำตอบนั้นชัดเจน หนักแน่น และไม่มีความลังเล โลกทั้งใบของจ้าวหลัวเฟยราวกับสว่างวาบในชั่วพริบตา ความยินดีเอ่อล้นจนเก็บไม่อยู่“เจ้า...เจ้าให้โอกาสข้าแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็...”“เพคะ”ลู่เจาเจาพยักหน้า “จากนี้พี่เฟยกับเจาเจา คือคนรักกัน”เพียงสิ้นคำ จ้าวหลัวเฟยก็ลุกพรวดขึ้นทันที“ท่านแม่! ท่านยาย! เจาเจาตอบตกลงแล้ว! นางยอมเป็นคนรักของข้าจ้าวหลัวเฟยแล้ว!”เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วคฤหาสน์ หญิงสาวหน้าแดงจัด“ท่าน…!”นางทั้งอายทั้งขำ แต่หัวใจกลับอุ่นวาบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พายุที่เคยโหมกระหน่ำในชีวิตนางได้ผ่านพ้นไปแล้วฟ้าหลังฝน สดใสกว่าที่เคยเป็นหลังจากนั้น ลู่เจาเจาพักฟื้นอยู่ที่คฤหาสน์ไป๋จนร่างกายหายดีโดยสมบูรณ์ สุขภาพของนางค่อย ๆ ฟื้นคืน รอยยิ้มกลับมา แววตาที่เคยหม่นหมองกลับสว่างขึ้นอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่นางต้องกลับไปทำงานที่สำนักหมอหลวง ไป๋เหล่าไ
ตอนที่ 34 || ตอนจบเพียงไม่กี่วันต่อมา ใต้เท้ามู่หรงเซียวก็ถูกเรียกตัวเข้าสอบสวนในคดีเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินกองทัพ ข่าวนี้สะเทือนไปทั่วราชสำนักของต้าหยวนอย่างรวดเร็ว ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆไม่นานนัก หมายจับก็ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ มู่หรงเซียวถูกปลดจากตำแหน่ง ยึดทรัพย์ และนำตัวไปประหารโดยไม่มีข้อยกเว้นพี่ชายของมู่หรงเยี่ยอีกสองคนก็ไม่รอดพ้นชะตาเดียวกัน ถูกปลดและเนรเทศออกจากเมืองหลวงในทันทีตระกูลที่เคยยิ่งใหญ่พังทลายลงภายในเวลาเพียงสิบกว่าวัน เร็วเสียจนผู้คนยังตั้งตัวไม่ทัน และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่มู่หรงเยี่ยจะถูกส่งตัวกลับถึงฉางอันเสียอีก กล่าวได้ว่า ต่อให้เขากลับไปถึงเมืองหลวง ก็ไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีตระกูลให้พึ่งพิง เหลือเพียงหนทางเดียว กลายเป็นคนไร้ที่อยู่ ใช้ชีวิตอย่างขอทานเร่ร่อนอยู่ตามข้างถนนส่วนลู่เพ่ยหนิง เมื่อรู้ว่าตนกำลังจะถูกขายเข้าหอคณิกา นางเลือกทางที่โหดร้ายกับตนเอง ยอมกินยาทำแท้งบุตรในครรภ์จากนั้นจึงยอมแต่งเป็นอนุภรรยาของพ่อค้าขายเนื้อเพื่อแลกกับการมีที่พึ่งพิง สกุลลู่และตระกูลจวงจึงตัดขาดจากนางโดยสิ้นเชิงไม่มีผู้ใดเหลียวแล ไม่มีผู้ใดยื่นมือช่วยสตรี












ความคิดเห็น