เข้าสู่ระบบเมื่อมาถึงเรือนนอนส่วนตัว หยางเฟยฮวาจึงหยิบดาวเทียมขนาดเล็กพกพา ซึ่งใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในมิติดวงดาวออกมาใช้ประโยชน์ ตัวเครื่องมีพลังงานแสงอาทิตย์ ที่กักเก็บไว้มากพอให้ใช้งานได้เป็นเดือน
ยามต้องการเรียกคืนก็แค่กดปุ่มสัญญาณตรงหน้าจอควบคุม ดาวเทียมเครื่องจิ๋วก็จะกลับมายังจุดเดิม เป็นเทคโนโลยีล้ำหน้าที่มีใช้เฉพาะในดาวจูปิเตอร์ ซึ่งนางพกพามาด้วยเพื่อใช้หาจุดจอดยานอวกาศ แต่ก็หมดโอกาสได้ใช้ประโยชน์ตรงส่วนนั้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเล็งพิกัดจุดรับสัญญาณ ใช้เครื่องมือพิเศษยิงดาวเทียมจิ๋วขึ้นไปลอยอยู่บนท้องฟ้า ในระดับความสูงที่มากพอต่อการส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่โดยรอบประมาณหนึ่งพันกิโลเมตร
เมื่อมีสัญญาณยืนยันจากเครื่องยิงพิเศษว่าติดตั้งดาวเทียมพกพาเสร็จสิ้น หยางเฟยฮวาจึงหยิบเอาโน้ตบุ๊คซึ่งมีพลังงานแสงอาทิตย์ในตัวเครื่องพร้อมใช้งาน ออกมาตรวจสอบพิกัดของค่ายทหารเมืองเฉิงตู ดวงตาเฉียบคมไล่ตรวจสอบเส้นทางไปเมืองเฉิงตูอย่างละเอียด
“ยังไม่มีฐานข้อมูลของเมืองเฉิงตู แต่ที่นั่นห่างจากเมืองหลวงไปทางทิศใต้ราว ๆ หนึ่งร้อยลี้หรือประมาณห้าสิบกิโลเมตร และมีค่ายทหารต้องตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่เป็นแนวทาง นี่ไง!เจอแล้วมีกำแพงสูง และมีทหารยืนเต็มแนวกำแพงที่นี่คงเป็นค่ายทหารอย่างแน่นอน”น้ำเสียงหวานพึมพำวิเคราะห์ข้อมูลอยู่เพียงลำพัง
ก๊อก! ก๊อก! ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูเรือนนอนดังขึ้น
“เชิญเจ้าค่ะ”เจ้าของเรือนตอบรับเพราะรู้ดีว่าผู้ใดมาเยือน
“ฮวาเอ๋อร์ทุกอย่างเรียบร้อยดี ข้าพร้อมเดินทางไปกับเจ้า ว่าแต่พวกเราจะใช้ม้าเร็วในการเดินทาง หรือค่อย ๆ ทะยานไป แต่ทั้งสองวิธีนี้ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าจะไปทันคืนนี้หรือไม่”
ท้ายเสียงเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด รองแม่ทัพหยางคู่แฝดเขาก็รู้จักและสนิทสนมอยู่ไม่น้อย จึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ยินข่าวร้ายของคนทั้งสอง
“ข้าจะพาท่านอาจารย์กระโดดไปเมืองเฉิงตูเจ้าค่ะ ท่านต้องผูกเชือกติดกับข้าตรงช่วงลำตัว”
“กระโดด!”น้ำเสียงตกใจเอ่ยขึ้นทันที จะมีผู้ใดสามารถกระโดดไกลถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
“เจ้าค่ะ กระโดดไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่กระโดดเพียงครั้งเดียว ครึ่งชั่วยามก็ถึงเมืองเฉิงตู”
“กระโดดเพียงครึ่งชั่วยาม!”
“ท่านอาจารย์ทุกอย่างที่ท่านเห็น คือตัวข้าผู้มาจากดินแดนอื่น ข้าไม่ได้คาดหวังให้ท่านเข้าใจเพียงแค่…”
“ข้าเข้าใจและรับได้ทุกเรื่อง ไปกันเถิดเอาเชือกมาผูกติดกันใช่หรือไม่ ข้าพร้อมกระโดดไปกับเจ้าแล้ว”
ร่างสูงเดินเข้ามาโอบกอดสตรีที่ตนมีใจไว้แนบอก นางจะเป็นอย่างไรหรือมาจากที่ใดเขาไม่สนใจทั้งนั้น ขอให้หยางเฟยฮวาคนนี้อยู่กับเขาอยู่สร้างครอบครัวไปด้วยกัน ขอแค่ได้มีโอกาสรักและดูแลกันก็พอ
“น่ารักที่สุด จบเรื่องร้าย ๆ ข้ามีรางวัลให้อย่างงาม”
“มีแค่รางวัลเดียวเท่านั้นที่ข้าต้องการ ข้าอยากมีเมีย อยากนอนกอดเมีย”สายตาคมกริบจ้องมองไปทั่วร่างอวบอัด เพื่อสื่อความหมายตรงไปตรงมา
“อ่า…ท่านก็เถรตรงเกินไป ท่านอาจารย์พอจะรู้พิกัดที่พักรองแม่ทัพทั้งสองหรือไม่เจ้าคะ ดูออกหรือไม่ ว่าอยู่ตรงจุดไหน ตรงสีแดงหรือสีเขียว”
เฟยฮวารีบเปลี่ยนเรื่องแล้วเลื่อนหน้าจอควบคุม ให้คนตัวสูงช่วยระบุตำแหน่งให้ชัดเจน จะได้ไม่กระโดดออกนอกเส้นทาง ความแม่นยำของตำแหน่งสามารถย่นระยะทางลงได้อีก
“อืมข้าขอนึกก่อน น่าจะตรงจุดนี้อยู่ใกล้แม่น้ำ”
สวีเยี่ยนหลงชี้จุดตามที่เขาเข้าใจ เนื่องจากเคยไปค่ายเฉิงตูอยู่บ่อยครั้ง จึงจดจำตำแหน่งได้แม่นยำ ถึงแม้จะมีคำถามเต็มไปหมด แต่เขารู้ดีว่ายามนี้ไม่ใช่เวลามาซักถามกัน
“ดีเลย ไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าได้พิกัดที่แน่นอนแล้ว”เฟยฮวาส่งสัญญาณภาพ เข้ามาใส่ไว้ในนาฬิกาข้อมือพลังงานแสงอาทิตย์ จะได้ดูพิกัดง่าย ๆ ระหว่างเดินทาง
เกือบ ๆ ครึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งสองก็เดินทางมาถึงหน้าเรือนพักของรองแม่ทัพหยางแห่งค่ายเฉิงตู ความรู้สึกแรกของสวีเยี่ยนหลงเมื่อถูกปลดเชือกออกให้เป็นอิสระ คือขาทั้งสองข้างทรงตัวแทบไม่อยู่ เขารีบวิ่งไปอาเจียนทันทีเพราะอาหารมื้อค่ำที่กินเข้าไป กำลังไหลขึ้นมาจุกที่ลำคอ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นมือขาวผ่องยื่นยาเม็ดเล็ก ๆ สีเหลืองมาให้
“แก้เวียนศีรษะเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ต้องเดินนำหน้าข้า เพราะที่เรือนของรองแม่ทัพ มีทหารยามเฝ้าอยู่หลายคน”
“อืม ขอบใจฮวาเอ๋อร์”
หลังจากกลืนยาเม็ดสีเหลืองลงไปเพียงชั่วครู่ คนหน้ามืดก็อาการดีขึ้นทันตาเห็น ยามนี้เขามั่นใจมากว่ารองแม่ทัพฝาแฝดตระกูลหยาง ต้องรอดชีวิตอย่างแน่นอน
สวีเยี่ยนหลงพาหยางเฟยฮวา เดินเข้าไปพูดคุยกับบุรุษรูปร่างกำยำผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังเดินไปเดินมาอยู่หน้าเรือนนอนของรองแม่ทัพทั้งสอง
“แม่ทัพอวี้ เจ้าแฝดเป็นอย่างไรบ้าง”
“คารวะท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ”
แม่ทัพประจำค่ายเฉิงตูรีบก้มหัวคำนับผู้เป็นนายใหญ่ เขาดีใจยิ่งนักที่มีผู้มาช่วยแบกรับความรู้สึกเสียใจ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า
“ข้าได้รับข่าวของรองแม่ทัพฝาแฝดตระกูลหยาง จึงรีบเร่งเดินทางมาที่ค่ายเฉิงตู ประจวบเหมาะที่วันนี้ออกมาปฏิบัติงานอยู่ไม่ไกลจากเมืองเฉิงตู จึงเดินทางมาถึงเร็ว ส่วนสตรีผู้นี้คือคุณหนูหยางเฟยฮวา น้องสาวผู้บาดเจ็บ นางเป็นหมอที่จะมาช่วยรักษาพี่ชาย”
“รองแม่ทัพทั้งสองเป็นตายเท่ากัน ท่านหมอที่พวกข้าเชิญมารักษาก็ส่ายหน้าว่าหมดหวังแล้ว พวกข้าหมดสิ้นทุกหนทาง หวังว่าคนตระกูลหยางจะเข้าใจ”
คนพูดยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนตระกูลหยางที่มาเยือน เพราะความรู้สึกคล้ายกำลังจะสูญเสียน้องชายคนสนิททั้งสอง ทำให้เขารู้สึกละอายแก่ใจที่ปกป้องคุ้มภัยผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้
“เจ้าค่ะ ข้าจะรักษาพี่ชายทั้งสองเอง ขอบพระคุณแม่ทัพอวี้ที่ดูแลพวกพี่ ๆ จนสุดความสามารถ พวกเราตระกูลหยางต่างก็ทำเพื่อแผ่นดินแคว้นเฮ่อ ไม่มีสิ่งใดติดใจหรืออยากเอาความต่อกัน”
“ขอบคุณที่เข้าใจพวกข้า”
แม่ทัพอวี้ไป่เหอเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน แม่ทัพหนุ่มตกอยู่ในอาการตะลึงงัน เพราะไม่เคยรู้เลยว่าน้องสาวของหนุ่ม ๆ ตระกูลหยาง จะมีใบหน้างดงามล่มเมืองถึงเพียงนี้
“ท่านอาจารย์ห้ามผู้ใดเข้ามาในเรือนรักษาเป็นอันเด็ดขาด”หยางเฟยฮวาต้องรีบเข้าไปรักษาคนด้วยวิธีของนาง จึงสั่งการรัดกุมไว้ก่อน
“อืมเจ้ารีบเข้าไปเถิด ข้าจะเฝ้าหน้าประตูให้เองรับรองไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไป หากต้องการความช่วยเหลือก็ตะโกนเรียกได้”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”ร่างอวบอิ่มรีบเดินเข้าไปดูอาการของพี่ชายฝาแฝดทันที และไม่ลืมปิดประตูลงดานอย่างแน่นหนา
“หยางเฟยฮวาเป็นคู่หมายของข้า เจ้าไม่ต้องคิดไปไกล อวี้ไป่เหอ
เสียงเข้ม ๆ เอ่ยกับผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งนับเป็นสหายสนิทผู้หนึ่ง ดูสายตาที่เจ้าหมอนี่มองว่าที่ฮูหยินของเขา มันน่าควักลูกตาออกมาเสียจริง
“ขอรับ ๆ ”
อวี้ไป่เหอรีบตอบรับทันที เพราะเกรงกลัวสายตาดุดันที่จ้องมองมา ถึงแม้คุณหนูหยางจะงดงามเพียงไรแต่นางมีเจ้าของแล้ว ซึ่งเจ้าของก็ดุเป็นที่หนึ่ง เขาจึงไม่กล้าคิดเป็นอื่นอีก
ในห้องรักษา…
หยางเฟยฮวาตรวจดูอาการบาดเจ็บของคนป่วยทั้งสองจนมั่นใจ จากนั้นจึงรีบฉีดยาสลายสารพัดพิษเข้าเส้นเลือดทันที ตามมาด้วยยาแก้ไข้ แก้อักเสบ ยารักษาบาดแผลชนิดเร่งด่วน รวมไปถึงลงมือเย็บแผลปริแยกขนาดใหญ่ตรงช่องท้อง
อุปกรณ์การรักษาทางการแพทย์ที่ทันสมัย ถูกนำออกมาจากมิติดวงดาว นางไม่ใช่หมอก็จริง แต่ด้วยตำแหน่งแม่ทัพหญิงที่มีโอกาสเสี่ยงตายอยู่ตลอดเวลา จึงสามารถรักษาบาดแผลทั้งเล็กและใหญ่ได้ด้วยตนเอง
บ่อยครั้งที่แม่ทัพหญิง ต้องเข้ารับการอบรมเรื่องการปฐมพยาบาล ทั้งเบื้องต้นและขั้นกลาง ต้องฝึกฝนเย็บบาดแผลทั้งน้อยและใหญ่มานับไม่ถ้วน นางก็เป็นพยาบาลผู้หนึ่งได้เลย
หากบาดแผลผู้ป่วยไม่กระทบกระเทือนอวัยวะสำคัญ ก็ถือว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ซึ่งโชคดียิ่งนักที่พี่ชายฝาแฝด ถูกคมดาบฟันลงลึกก็จริง แต่ไม่ถึงขั้นตัดขาดอวัยวะสำคัญ นางจึงสามารถรักษาบาดแผลของคนทั้งสองได้
การทำงานที่แข่งกับเวลาแห่งชีวิต ยิ่งเสริมประสิทธิภาพของมนุษย์ผู้ไร้ขีดจำกัดทางร่างกาย ยามเหนื่อยล้านางก็ดื่มวิตามินบำรุงร่างกาย ผ่านไปชั่วครู่ก็มีแรงเย็บแผลให้พี่ชายอีกคน จนแล้วเสร็จภายในเวลาไม่นาน
หยางเฟยฮวาเสียบต่อสายน้ำเกลือให้ผู้ป่วยด้วยความชำนาญ ไม่เพียงเท่านั้น ยังจำเป็นต้องให้เลือดผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน ซึ่งแน่นอนว่าเลือดที่ใช้ย่อมเป็นเลือดในคลังของมนุษย์กลายพันธุ์ เมื่อฟื้นขึ้นมาพี่ชายฝาแฝดคงแข็งแรงมากกว่าเดิมเป็นแน่
เมื่อเครื่องวัดชีพจรขนาดเล็ก ส่งสัญญาณว่าความดันและชีพจรผู้ป่วยทั้งสองกลับมาปกติ หยางเฟยฮวาจึงรีบเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างกลับสู่มิติดวงดาว
หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห
ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข
สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค
สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก
“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ
“นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห







