LOGINในเวลาต่อมาสวีเยี่ยนหลงก็อุ้มหยางเฟยฮวา ทะยานเคลื่อนที่ผ่านหลังคาแต่ละจวน จนกลับถึงตระกูลหยางอย่างปลอดภัย ทั้งสองถอดหนวดเคราปลอมออกจนเกลี้ยง แล้วรีบเดินตรงไปที่ห้องโถงของจวน เพราะรู้ดีว่ามีคนกำลังรอคอยอยู่
“ท่านแม่ทัพได้เรื่องหรือไม่ขอรับ”
หยางจิ้งถงรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ เพื่อเข้าไปสอบถามผู้บังคับบัญชาในเรื่องที่เข้าไปสอดแนม สายตาก็เหลือบไปมองบุตรสาวที่แต่งกายด้วยอาภรณ์บุรุษด้วยความชื่นชม ยามนี้ในห้องโถงมีเพียงเขาและหยางเป่ยหนาน ที่ยังรอคอยฟังข่าวอยู่ ส่วนหยางฮูหยินกลับเรือนไปพักผ่อนแล้ว
“อ๋องห้าเฮ่อไท่หมิง สั่งซื้ออาวุธเถื่อนจากตระกูลหลัน แล้วลักลอบส่งออกไปยังชายแดนแคว้นเฉียว ระหว่างทางจะแวะพักของที่เมืองเฉิงตู เมืองที่รองแม่ทัพหยางฝาแฝดไปประจำการที่ค่ายทหาร ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปทางทิศใต้เพียงหนึ่งร้อยลี้เท่านั้น (ราว ๆ ห้าสิบกิโลเมตร) พวกมันทำงานภายใต้จมูกของกองทัพหลวงมานานมากแล้ว แต่ข้าพึ่งสืบรู้ต้นตอ”
แม่ทัพใหญ่ของแคว้น เล่าด้วยความเจ็บแค้นใจที่ถูกลูบคม อ๋องห้าเฮ่อไท่หมิงไม่ใช่บุรุษที่ดี เขาระวังคนผู้นี้มาโดยตลอด แต่เขาไม่เคยสืบรู้ถึงผู้ร่วมขบวนการชั่วนี้เลยสักครั้ง
“พวกเราก็ไม่เคยวางใจท่านอ๋องห้าผู้นี้มาแต่ไหนแต่ไร แต่ไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะหันไปสมคบคิดกับตระกูลคหบดีขนาดกลาง เพื่อตบตาพวกเราได้อย่างแนบเนียน”
หยางจิ้งถงออกความคิดเห็น และนึกเป็นห่วงบุตรชายฝาแฝดที่พึ่งย้ายไปประจำการที่เมืองเฉิงตู หากมีการย้ายอาวุธเถื่อนไปพักเพื่อรอส่งไปชายแดน แสดงว่าต้องมีผู้ก่อการร้ายประจำการอยู่ที่เมืองเฉิงตูอย่างแน่นอน
“วันนัดหมายคือเดือนหน้า ซึ่งตรงกับวันจัดเลี้ยงเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพ ของเฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้ พวกมันต้องการสร้างความวุ่นวายในงานเลี้ยง เพื่อให้กองทัพในเมืองหลวง และหน่วยราชองครักษ์วุ่นวาย จนลืมระมัดระวังกองกำลัง ที่ทำหน้าที่จัดส่งอาวุธเถื่อนไปยังชายแดนทิศใต้”
หยางเฟยฮวานั่งอยู่เงียบ ๆ รอฟังแม่ทัพใหญ่ปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่าง ให้บิดากับพี่ชายรับรู้ด้วยความสนใจ อาวุธเถื่อนที่ท่านแม่ทัพกล่าวถึงมีสิ่งใดบ้าง นางก็ยังไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด เพราะอ๋องห้ากล่าวเพียงสั้น ๆ หลันลี่จินก็เข้าใจตรงกัน
ในขณะที่กำลังนั่งฟังด้วยความตั้งใจ หูซึ่งไวต่อสัมผัสกว่าคนอื่น ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบมุ่งตรงมาทางห้องโถง เฟยฮวาจึงส่งสัญญาณมือให้ท่านแม่ทัพหยุดพูดสักครู่ และเขาก็เข้าใจในสิ่งที่นางต้องการสื่อสารได้เป็นอย่างดี
“นายท่าน ขออภัยท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ ที่ข้าน้อยบังอาจเข้ามารบกวน เมื่อสักครู่มีม้าเร็วจากค่ายทหารเมืองเฉิงตู มาส่งจดหมายด่วนขอรับ ข้าน้อยจำได้ว่าเป็นเมืองที่คุณชายฝาแฝดไปประจำการ จึงรีบมาแจ้งเรื่องทันที เผื่อมีเหตุด่วนเหตุร้าย”
“พ่อบ้านรีบนำจดหมายมาให้ข้าเร็วเข้า”
รองแม่ทัพหยางจิ้งถงหัวใจกระตุกรุนแรง เมื่อรู้ว่ามีข่าวส่งมาจากเมืองเฉิงตู หากไม่มีเรื่องด่วนหรือเหตุร้าย ไม่มีทางเลยที่ม้าเร็วจะมาส่งข่าวให้รับรู้เช่นนี้
“จดหมายขอรับนายท่าน”พ่อบ้านเสิ่นชีหวางรีบนำจดหมายยื่นให้เจ้านาย แล้วถอยออกไปยืนรอรับคำสั่งอยู่ห่าง ๆ
หยางจิ้งถงรีบเปิดจดหมายอ่านด้วยหัวใจที่เต้นแรง สายตาคมกล้ากวาดมองไปทั่วกระดาษแผ่นเล็ก ทั้งยังภาวนาให้สิ่งที่เขากำลังเป็นกังวลอยู่ในใจ เป็นเพียงความคิดลบ ๆ ที่ผ่านพ้นไปก็เท่านั้น
“เจ้ารองกับเจ้าสามถูกลอบทำร้ายปางตาย ท่านแม่ทัพขอรับ หยางจิ้งเหว่ย กับหยางจิ้งหวัง ถูกพิษร้ายและถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสตรงช่องท้อง แม่ทัพเมืองเฉิงตูเกรงว่าทั้งสองคนจะมีชีวิตไม่พ้นค่ำคืนนี้!”
ผู้นำตระกูลหยางอ่านจดหมายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่ฟังออกชัดเจน ถึงแม้จะอยากร้องไห้มากเพียงไร แต่เขาต้องอดทนรายงานเรื่องราวให้ผู้บังคับบัญชาฟังให้เข้าใจ
มือที่ปกป้องแว่นแคว้นมาหลายสิบปี กำจดหมายไว้แน่นจนยับยู่ยี่ จิตใจของหยางจิ้งถงเต็มไปด้วยความรู้สึกตกใจ เสียใจ และสิ้นหวังมากที่สุดในชีวิต
เมืองเฉิงตูเป็นเมืองขนาดใหญ่ ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปทางทิศใต้ประมาณหนึ่งร้อยลี้ ถึงแม้จะเร่งรีบเดินทางด้วยม้าเร็วตั้งแต่ตอนนี้ อย่างไรเสียก็ต้องใช้เวลาถึงสองวัน กว่าจะเดินทางไปถึงค่ายทหารแห่งนั้น หากเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่า เขากับครอบครัวหมดโอกาสร่ำลาบุตรชายฝาแฝดเป็นครั้งสุดท้าย ต้องจากลากันไกลแสนไกล
เคล้ง!!!!
“ท่านพี่! ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ”
“ฮูหยิน/ท่านแม่”
ทั้งสามีและบุตรสาวบุตรชาย ต่างรีบเข้าไปประคองหยางฮูหยิน ซึ่งกำลังเดินถือกาน้ำชาเข้ามาในห้องโถง คราแรกหยางฮูหยินกลับเข้าเรือนนอนไปแล้ว แต่นางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลก ๆ จึงเดินออกจากเรือนมาหาสามี กับบุตรทั้งสองที่ห้องโถงของจวน ทว่ากลับได้ยินข่าวร้ายเกี่ยวกับบุตรชายฝาแฝด จึงตกใจปล่อยให้กาน้ำชาในมือร่วงตกแตก
“ท่านแม่หายใจเข้าลึก ๆ ท่านมองหน้าข้าหยางเฟยฮวาผู้นี้ จะพาพี่รองกับพี่สามกลับมาอย่างปลอดภัย คงต้องพึ่งท่านให้ช่วยพูดกับท่านพ่อและพี่ใหญ่ เพื่อขออนุญาตให้ข้าออกเดินทางประเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องห่วงข้าจะพาท่านแม่ทัพใหญ่ไปด้วย จะได้เข้าออกค่ายทหารได้โดยไม่มีผู้ใดขัดขวาง”
เฟยฮวาพยักหน้าให้คนตัวสูงที่เดินเข้ามาใกล้ ตั้งแต่เห็นนางประคองหยางฮูหยินไว้ในอ้อมกอด ส่วนสองพ่อลูกตระกูลหยาง ต่างก็ขยับออกห่างไปเล็กน้อย ตามคำสั่งของหยางเฟยฮวา
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ท่านแม่ปลอดภัยดีเจ้าค่ะ พวกท่านอย่าพึ่งมามุง ประเดี๋ยวท่านแม่จะหายใจลำบาก”
หยางเฟยฮวา เป็นคนแรกที่เข้าถึงตัวหยางฮูหยิน นางรีบกระซิบบอกกล่าวคำมั่นสัญญาข้างหูมารดา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนระดับสูงสุด เทคโนโลยีบางอย่างในมิติ คงถึงคราต้องนำออกมาใช้งานบ้างแล้ว ประกอบกับพลังขาในการกระโดดไกลขั้นสูงสุด ของมนุษย์กลายพันธุ์ระดับเอส หยางเฟยฮวาสามารถเดินทางในระยะร้อยลี้ โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามหรืออาจจะน้อยกว่านั้น
“ฮวาเอ๋อร์ ขอบใจเจ้ามาก แต่เจ้าต้องระมัดระวังตัวเองให้ดี แม่รักเจ้าไม่ต่างจากพี่ชายทั้งสามคนเลย แต่แม่สิ้นหวังไร้หนทางที่จะพาพี่ ๆ ของเจ้ากลับมา มองเห็นทางออกเดียวคือเจ้า ผู้ที่เคยพาแม่กลับมาแล้วครั้งหนึ่ง”มือที่ปกติอบอุ่นเริ่มเย็นลง เพราะความกังวลในหัวใจ สตรีวัยกลางคนที่ไม่ค่อยแข็งแรง เริ่มมีอาการใกล้หมดสติเต็มที
“ท่านแม่ตั้งสติแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ พี่รองกับพี่สามต้องปลอดภัย ท่านต้องดูแลหัวใจและร่างกายของตนเองให้ดี รอวันที่พวกพี่ ๆ หายเป็นปกตินะเจ้าคะ ข้ามีท่านแม่ทัพใหญ่ร่วมเดินทางไปด้วย รับรองได้ว่าปลอดภัยหายห่วง”
“แม่เชื่อเจ้า ขอบใจที่เตือนสติแม่ ฮวาเอ๋อร์ แม่รักลูกและเป็นห่วงลูกมากเช่นกัน”
หยางฮูหยินเชื่อในคำกล่าวของบุตรสาวทุกอย่าง เพราะนางเคยสัมผัสด้วยตนเอง หากบุตรชายฝาแฝดได้รับการถอนพิษด้วยวิธีเดียวกัน คงจะมีโอกาสรอดชีวิตสูง
ส่วนเรื่องความปลอดภัยของบุตรสาว เมื่อได้ยินว่าแม่ทัพใหญ่สวีเยี่ยนหลง บุรุษผู้มีวรยุทธ์สูงกว่าผู้ใดในแคว้นเฮ่อ ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หยางฮูหยินจึงเบาใจลงมากกว่าครึ่ง นางจึงค่อย ๆ สูดอากาศหายใจเข้าลึก ๆ ตามที่บุตรสาวแนะนำ
“ข้ารู้เจ้าค่ะ ข้าก็รักท่านแม่ ท่านพ่อ กับพี่ ๆ ทุกคนเช่นกัน ข้าสัญญาว่าจะรีบกลับมาอย่างปลอดภัย”บุตรสาวคนเดียวกอบกุมมือของมารดาเพื่อให้คำมั่นสัญญาต่อกัน
“ท่านอาจารย์ สะดวกเดินทางไปกับข้าหรือไม่เจ้าคะ หากไม่สะดวก ท่านแค่มอบป้ายสัญลักษณ์ผ่านทางเข้าออกค่ายทหารให้ข้าก็พอเจ้าค่ะ ข้าจะได้เข้าออกค่ายทหารเมืองเฉิงตูได้โดยไม่ผิดกฎของแคว้น”
อดีตแม่ทัพหญิงผู้มีนิสัยรอบคอบ ไม่ลืมขอป้ายผ่านทางเข้าออกค่ายทหารเมืองเฉิงตู จากแม่ทัพใหญ่ของแคว้นเฮ่อ ในกรณีที่นางต้องออกเดินทางเพียงลำพัง
“ข้าจะไปด้วย แต่ขอสั่งการบางเรื่องกับท่านอาก่อน”
“เจ้าค่ะ ข้าจะไปรอที่เรือน ข้าจำเป็นต้องกลับไปเตรียมการบางอย่าง ที่ไม่สามารถเปิดเผยในที่นี้ได้”
เสียงหวานกระซิบข้างหูบุรุษที่นางไว้ใจ และวางใจมากที่สุด หากไม่นับรวมบิดากับพี่ชาย ที่ยังไม่รู้ว่านางมีความสามารถหลายอย่าง
“เจ้ารีบไปเถิดข้าจะจัดการทุกอย่างให้เอง เสร็จแล้วจะรีบตามไปที่เรือน”
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ให้ท่านแม่กับท่านแม่ทัพ บอกกล่าวข้อมูลคร่าว ๆ ให้รับรู้นะเจ้าคะ ข้าต้องรีบกลับเรือนไปเตรียมตัว”
กล่าวจบคุณหนูของจวน ก็เร่งรีบเดินกลับเรือนนอนของตนเองทันที ปล่อยให้แม่ทัพใหญ่กับมารดา เป็นผู้อธิบายให้บิดาและพี่ชายเข้าใจ
หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห
ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข
สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค
สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก
“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ
“นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห







