Share

ค่ายผู้อพยพ

Penulis: l3oonm@
last update Tanggal publikasi: 2026-03-03 02:10:04

จินตงชุน แจ้งเรื่องที่พูดกับทหารที่พามาส่งเมื่อครู่กับเขา ก่อนที่เขาจะทำหน้าลำบากใจแล้วเดินนำพาสามพี่น้องไปยังด้านหลัง

ด้านหน้ามีกระโจมพักเรียงรายอยู่นับร้อยหลังเห็นจะได้ แต่ล้วนมีคนอยู่จนเต็มหมดแล้ว ส่วนมากก็เป็นพวกครอบครัวขุนนางระดับท้องถิ่น และพวกคหบดีผู้มั่งมีทั้งหลาย

เพียงแค่นี้รั่วซีก็เห็นถึงความต่างแล้ว คนพวกนี้แทบไม่ต้องเข้าไปแย่งอาหารกับชาวบ้านที่เหลือ เพราะมีสาวใช้คอยไปต่อแถวเอามาส่งให้ บางคนก็เต็มเสบียงอาหารมาเอง ด้วยไม่ต้องการกินรวมกับพวกชาวบ้าน

กว่าทหารจะนำสามพี่น้องมาถึง รั่วซีก็เหนื่อยหอบเสียแล้ว นางตงิดใจตั้งแต่เดินเลยกระโจมพักมา จนมาเห็นเนินดินที่ขุดให้คนเข้าไปหลบพักอยู่ด้านใน นางคิดเอาไว้แล้วว่า พวกนางจะต้องได้พักหลุมดินนี้เป็นแน่

“ขาดเหลือสิ่งใดก็มาบอกข้า แต่ว่า...ข้าคงไม่อาจช่วยได้มากนัก ที่นี่มีอาหารให้สองมื้อ มื้อเช้ายามเฉิน (07.00-08.59 น.) มื้อเย็นยามเซิน (15.00-16.59 น.) หากพวกเจ้าไปช้าก็คงต้องอดกิน”

“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ/ขอรับ”

“พวกเจ้าพี่น้องไม่มีเสื้อผ้าหรือสิ่งใดติดตัวมาด้วยเลยหรือ”

จินตงชุนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก็หดหู่ขึ้นมาทันที “ทหารแคว้นต้าเยี่ยเข้ามาเผาหมู่บ้าน ข้าน้อยพาน้องสาวน้องชายออกมาได้ก็นับว่าเคราะห์ดีแล้วขอรับ ครอบครัวล้วนตกตายหมด ข้าวของจะหยิบสิ่งใดติดมือมาได้” ใบหน้าของเขาหมองลง จนนายทหารอดสงสารไม่ได้

“เอาเถิด ทุกคนที่นี่ก็ล้วนพบเจอไม่ต่างจากเจ้า เห็นแก่ที่หัวหน้ากองมู่ฝากเจ้าไว้กับข้า เช่นนั้นก็ตามมา ข้าจะหาเสื้อผ้า ผ้าห่มให้พวกเจ้า”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ/ขอบคุณขอรับ” สามพี่น้องขอบคุณอย่างยินดี

จินตงชุนติดตามนายทหารไป ทิ้งให้รั่วซีและจินตงเฉิงเฝ้าที่พักเอาไว้ ด้วยกลัวว่าหากมีคนมาใหม่จะถูกแย่งไปเสียก่อน

“เข้าไปนั่งด้านในกัน” รั่วซีจูงมือน้องชายเข้าไปนั่งด้านใน

จินตงเฉิงก็ช่างรู้ความนัก เขาเอาแผ่นแป้งทอดออกมา จะฉีกแบ่งให้พี่สาวครึ่งหนึ่ง แต่เรี่ยวแรงที่เขามีมันฉีกไม่ออกหรือว่าแผ่นแป้งมันแข็งมากก็ไม่รู้

“น้องเล็กเด็กดี เจ้ากินเถิด พี่สาวไม่หิว...แต่เจ้าต้องค่อยๆ เคี้ยวก่อนที่จะกลืนเล่า” นางบีบแก้มเขาเบาๆ

“ขอรับ” จินตงเฉิงค่อยๆ กัดกินทีละนิดจนรั่วซีอมยิ้มมองเขากินอย่างเอ็นดู

“รอพี่ใหญ่มาก่อน พี่จะไปหาน้ำ ของกินเพิ่มมาให้เจ้า”

ที่พักของสามพี่น้องอยู่ติดกับป่าด้านหลัง นางคิดจะไปสำรวจว่ามีสิ่งใดที่พอจะนำมาประทังชีวิตได้บ้าง ยังดีที่นายทหารคนที่พามาส่ง เขาบอกเรื่องที่ด้านหลังมีแหล่งน้ำอยู่ สามารถเดินไปนำมากินมาอาบได้

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม จินตงชุนก็แบกถุงผ้าใบใหญ่เดินมุดเข้ามาหารั่วซีและจินตงเฉิง ในมือของเขายังประคองข้าวต้มมาอีกถ้วยหนึ่งด้วย

“เฉิงเออร์ เจ้ากินรองท้องก่อน”

“ประเดี๋ยวก่อน” รั่วซีร้องห้ามเสียงหลง

เมื่อนางเห็นถ้วยไม้ที่กระดำกระด่างมีเชื้อราดำขึ้นอยู่จนทั่ว ข้าวต้มด้านในก็ดูเหมือนจะเย็นชืดแล้ว กินเข้าไปมีหวัง... “พี่ใหญ่ท่านไปเอามาจากที่ใด ท่านรู้หรือไม่ หากน้องเล็กได้กินอาจจะอิ่มท้องหนึ่งมื้อ แต่เขาอาจจะท้องร่วงจนถึงขั้นตายเลยก็ได้”

“ทะ ทำไมเล่า” ในถ้วยเป็นเพียงข้าวต้มที่แทบจะไม่มีเมล็ดข้าว เขาต้องการให้น้องชายดื่มพร้อมกับแผ่นแป้งทอด มันจะช่วยให้อิ่มท้องเพิ่มขึ้น

“ท่านดูถ้วยไม้ใส่ข้าวต้มว่า สิ่งที่เห็นดำๆ มันคือสิ่งที่จะทำให้เกิดท้องร่วงได้ ท่านก็รู้ว่าหากเกิดท้องร่วงจะร้ายแรงเพียงใด ท่านเอามาจากที่ใด หากเป็นที่โรงครัว ก็ควรบอกให้แม่ครัวและชาวบ้านรู้เอาไว้”

“ข้าเอามาจากที่โรงครัว พี่จง นายทหารเมื่อครู่ที่พาข้าไปเอาเสื้อผ้า พาข้าไปขอมา มันเหลือเพียงเท่านี้”

“เช่นนั้น ท่านก็รีบนำความที่ข้าพูดไปบอกพี่จงเสียโดยด่วน ก่อนที่ในค่ายอพยพจะกลายเป็นโรคระบาด”

“ดะ ได้” สำหรับจินตงชุน โรคระบาดน่ากลัวพอๆ กับภัยสงครามเลย

ก่อนที่เขาจะออกไปยังหันกลับมาถามรั่วซีอีกครั้ง “หากเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าพูดเล่า”

“ท่านก็ถือชามข้าวต้มไปด้วย แล้วบอกให้เขาไปถามหมอสักคนก็ได้ ว่าสิ่งที่ข้าพูดจริงเท็จมากเพียงใด”

“ได้ ข้าจะรีบไปประเดี๋ยวนี้” เขาเร่งฝีเท้าหายออกไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานจินตงชุนก็เดินหน้าดำกลับมา “ไม่มีผู้ใดเชื่อข้า ทั้งยังกล่าวหาว่าข้ารังเกียจอาหารที่โรงทานทำอีกด้วย” เขานั่งลงข้างจินตงเฉิง แล้วถอนหายใจออกมา “ชาวบ้านที่ได้ยินก็พากันถ่มน้ำลายใส่ข้า บอกต่อไปนี้ไม่ให้ข้ากับพวกเจ้ามารับอาหารแล้ว พวกเขากินกันมาหลายวันยังไม่มีผู้ใดตายสักคน”

“ถือว่าพวกเราได้บอกไปแล้ว พวกเขาไม่รับน้ำใจก็ไม่เป็นไร พวกเราไปที่แม่น้ำด้านหลังเถิดพี่ใหญ่ พวกเราจะได้ล้างตัวกัน เฉิงเออร์ก็คงกระหายน้ำแล้ว”

“ไปเถิด” พอเห็นว่าน้องชายคนเล็กกระหายน้ำอย่างที่รั่วซีนางว่า เรื่องหงุดหงิดก็ถูกโยนทิ้งทันที

เดินออกมาจากหลุมดิน รั่วซีเหลือบไปเห็นหลุมดินที่อยู่ใกล้กันมีหญิงชราและเด็กหนุ่มหนึ่งคนอายุคงใกล้เคียงกับจินตงชุนกำลังก่อไฟอยู่ ด้านข้างของเขามีมีดพร้าวางอยู่ด้วย

“พี่ชาย ข้าขอยืมท่านได้หรือไม่เจ้าคะ”

เขาเงยหน้าขึ้นมามองรั่วซี แล้วก้มมองมีดที่อยู่ข้างตัว “เอาไปสิ พวกเจ้าจะเข้าป่าหรือ ด้านในไม่เหลือสิ่งใดให้กินแล้ว”

“ข้าเพียงพกไว้จะใช้ตัดไม้เท่านั้นเจ้าค่ะ”

“อืม” เขาส่งมีดให้นาง

สามพี่น้องเดินหายเข้าไปในชายป่า ท่ามกลางสายตาของคนที่สนใจไม่น้อย ด้วยเรื่องที่จินตงชุนไปพูดที่โรงทาน ไม่นานก็ถูกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง

บางคนก็ส่งสายตาดูแคลน บางคนก็ส่งสายตาเวทนา ด้วยคิดว่า เมื่อก่อนสามพี่น้องคงถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่ตอนนี้ทุกคนย่อมต้องเอาตัวรอด พวกเขาจะมารังเกียจอาหารที่มีอยู่น้อยนิดก็คงไม่ได้

ทั้งสามเดินมาไม่ไกลก็พบแม่น้ำตามที่นายทหารจงว่าเอาไว้จริงๆ ทั้งสามเดินขึ้นไปทางต้นน้ำให้ไกลอีกหน่อย รั่วซีนางเห็นว่าบริเวณที่พวกนางยืนอยู่มีชาวบ้านลงมาอาบน้ำและซักเสื้อผ้า คงไม่ดีหากนางจะใช้น้ำตรงนี้เพื่อดื่มกิน จินตงชุนเองก็เห็นด้วย ยอมเดินเหนื่อยอีกหน่อยจะได้ไม่ท้องร่วงอย่างที่น้องสาวว่า

ต้นน้ำที่ทั้งสามมาถึง แทบไม่มีชาวบ้านเดิมมาใช้น้ำตรงนี้ด้วย ในเมื่อมีน้ำใกล้ๆ ให้ใช้มากแล้ว จะต้องเดินให้เหนื่อยเพื่ออันใด

ทางต้นน้ำยังพอมีฝูงปลาให้เห็นอยู่บ้าง เมื่อล้างหน้าดื่มน้ำเรียบร้อยแล้วรั่วซีนางก็เริ่มสำรวจหาของกิน นางให้จินตงชุนตัดไม้ไผ่มาทำที่ใส่น้ำกลับไปกินที่ที่พัก และทำไม้แหลมเอาไว้เผื่อว่าจะใช้จับปลาได้

จินตงเฉิงถูกทิ้งให้อยู่กับจินตงชุน นางจึงเดินสำรวจได้อย่างสบายใจ อาจจะเป็นเพราะตัวนางยังพอเหลือความโชคดีอยู่บ้าง ด้านหน้ามีต้นมันสำปะหลังขึ้นอยู่ไม่น้อยเลย

“พี่ใหญ่ น้องเล็ก พวกท่านมาทางนี้ก่อนเร็วเข้า” นางร้องเรียกอย่างยินดี

ทั้งสองคิดว่าเกิดเรื่องขึ้นกับรั่วซีจึงได้รีบวิ่งมาดูอย่างรวดเร็ว พอเห็นรั่วซีกำลังก้มตัวลงขุดมันสำปะหลังขึ้นมา จินตงชุนก็ร้องลั่นและวิ่งเข้าไปดึงตัวน้องสาวเอาไว้

“น้องรอง เจ้าพวกนี้มันกินไม่ได้” หัวมันที่ถูกขุดขึ้นมาแม้จะมีหัวใหญ่น่ากิน แต่เขาก็รู้ดีว่ามันมีพิษไม่อาจนำมากินได้

“มันกินได้เชื่อข้า ท่านก่อไฟเป็นหรือไม่”

“เป็น เจ้าจะกินมันจริงหรือ ข้าว่า...มันจะตายเร็วกว่าที่เจ้ากินข้าวต้มที่ทิ้งไปเสียอีก”

“ท่านก่อไฟก่อน หากไม่เห็นด้วยตาท่านคงไม่เชื่อข้า”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ตอนจบ

    รั่วซีตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในรถม้าโดยมีมู่ฉินฉานกอดเอาไว้ ด้านข้างของนางมีบุตรชายที่นอนอยู่ในห่อผ้าโดยไร้แม่นมทั้งสองติดตามมาด้วย“มู่ฉินฉาน ท่านทำบ้าอันใด!!!” รั่ววีตวาดเสียงดัง ทั้งยังทุบตีเขาอีกหลายที“เจ้าเสียงดังอันใด ลูกตกใจหมดแล้ว” มู่ฉินฉานรีบอุ้มเด็กทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม “ฮวนเออร์ ฮุ่ยเออร์ เด็กดี พวกเจ้าอยากไปอยู่กับพ่อใช่หรือไม่”“เหอะ ไม่รู้ว่าที่โรงหมอจะวุ่นวายมากเพียงใด” รั่วซีทำได้เพียงถอนหายใจออกมา แล้วรับบุตรชายทั้งสองมาป้อนนมให้พวกเขาที่โรงหมอวุ่นวายเช่นที่รั่วซีคิดจริง เมื่อคนหายไปหลายคนอีกทั้งยังเป็นทารกน้อยสองคน ที่ไม่สมควรเดินทางไกลอีกด้วย มู่ฉินฉานทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับเพื่อแจ้งเรื่องการเดินทางของเขา แม้แต่ใต้เท้ามู่และเสิ่นซื่อเองก็นึกโมโหบุตรชายตัวดี“ไม่รู้ว่ากลัวผู้ใดจะพรากเมียพรากบุตรไปจากเขาอีก ถึงได้กระทำการต่ำช้าเช่นนี้” เสิ่นซื่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมีโทสะ“ท่านพี่ แล้วหลานชายทั้งสองของข้าจะเกิดอันตรายหรือไม่เจ้าคะ” ฮูหยินหลิวกลัวว่าหลานชายจะเป็นอันใด“ซีซีนางเป็นหมอ บุตรชายนางจะเป็นอันใดได้อย่างไร” หมอหลิวนึกถึงมู่ฉินฉานก็แค้นใจ ไ

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ

    จินตงชุนและจินตงเฉิงเองก็นั่งอยู่ข้างเตียงช่วยเรียกรั่วซีอีกแรง แต่นางก็ยังคงหลับสนิทเช่นเดิม บุตรชายทั้งสองก็ร้องไห้อยู่นานกว่าจะพากันหลับด้วยความอ่อนเพลีย“มีหนทางหรือไม่ท่านหมอ” อาฟ่านเอ่ยถามขึ้นมาเสียงสั่น“คงได้แต่รอให้นางตื่นขึ้นมาเอง” หมอหลิวก็หมดหนทางที่จะช่วยแล้ว หมอจวงที่ถูกตามตัวมาช่วยตรวจก็ไม่อาจหาหนทางช่วยได้รั่วซีที่ทุกคนกำลังวุ่นวายเพราะการหลับไม่ตื่นของนาง ตอนนี้กำลังนั่งมองหน้าอาจารย์ลู่ ที่กำลังดื่มชาอย่างใจเย็น สถานที่แห่งนี้นางเคยเข้ามาแล้ว เมื่อครั้งที่วิญญาณของนางมาในมิติโบราณครั้งแรก“ท่านอาจารย์ ท่านดึงวิญญาณของข้ามา เพื่อให้ข้านั่งมองท่านดื่มชาหรือเจ้าคะ”อาจารย์ลู่วางแก้วชาลง “ข้าจะส่งเจ้ากลับมิติเดิมของเจ้า หน้าที่ของเจ้าในมิติโบราณจบสิ้นลงแล้ว”รั่วซีเลิกคิ้วขึ้นมอง “หืม...ท่านจะให้ข้าทิ้งบุตรชายที่ข้ายังไม่เคยเห็นหน้าเช่นนั้นหรือ” นางยื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ“ก่อนหน้าเป็นเจ้าที่เรียกร้องอยากจะกลับมิใช่หรือ”“แต่ตอนนั้นข้ายังไม่มีบุตรของตนเอง ข้าไม่กลับแล้วเจ้าค่ะ”“หึหึ ได้”“หืม...ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ”“แล้วเหตุใดต้องยากด้วยเล่า กลับไปได้แล้ว คงวุ่นวาย

  • สมรภูมิ โชคชะตา   คลอดแล้ว

    หมอหลิวได้แต่ถอนหายใจออกมา จะเร็วกว่านี้หนึ่งวันหรือช้ากว่านี้สักวันก็ไม่ได้เลย เขาลุกขึ้นเดินไปสั่งความด้านนอก “เตรียมห้องคลอด”มู่ฉินฉานได้ยินว่าเตรียมห้องคลอด เขาก็โยนต้นหนามที่อยู่ด้านหลังทิ้งแล้วลากตัวบ่าวที่กำลังวิ่งไปเตรียมของให้นำทางไปเรือนพักของรั่วซีความจริงก็แทบไม่ต้องใช้คนนำทางเลย เมื่อบ่าวมากกว่าครึ่ง ทั้งยังมีเสี่ยวจง อาฟ่านและอาเหิงอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซีแล้วมู่ฉินฉานเห็นอาฟ่านและอาเหิงยืนอย่างร้อนใจอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซี ก็เดินเข้าไปถีบทั้งสองคนละทีจนล้มกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปในเรือนพักของนางอย่างรวดเร็ว“หลีกไป!!!” เขาตวาดออกมาเสียงดัง เมื่อสาวใช้กำลังช่วยประคองรั่วซีเพื่อไปที่ห้องคลอด“เสียงดังเพื่ออันใด” รั่วซีได้แต่ถลึงตามองเขามู่ฉินฉานเดินไปช้อนตัวนางขึ้นอุ้ม “นำทาง” เขาเอ่ยกับสาวใช้ที่ตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว “รอให้เจ้าคลอดก่อนแล้วข้าจะมาจัดการเจ้าด้วย”“หึ ผู้ใดจะจัดการผู้ใดกันแน่” นางทุบไปที่แผงอกของเขา แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเสียเอง เมื่อท้องของนางบีบรัดแรงขึ้น “โอ๊ยยย” นางร้องออกมาเบาๆ“เจ็บมากหรือ” เขากระชับรั่ววีเข้ามากอดเอาไว้แน่น แล้

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แบกต้นหนามมาขอขมา

    อาฟ่านและอาเหิงสะดุ้งสุดตัว ต่างก็รีบส่ายหน้าพร้อมกัน เมื่อถูกคิดว่าเป็นบิดาของเด็กในท้องรั่วซี“ไม่ใช่ขอรับ”“หึหึ ข้ารู้ตัวว่าไหวมากน้อยเพียงใดเจ้าค่ะ ที่ข้าขอร้องให้ท่านช่วยจัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยหรือไม่เจ้าคะ”“ข้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าไปที่จวนก่อนเถิด ข้าคงต้องจัดหาหมอตำแยมาเพิ่มแล้วกระมัง” หมอจวงได้แต่ส่ายหน้า แล้วขึ้นรถม้าเพื่อนำทางรั่วซีไปที่พักของนางโรงหมอในเมืองหย่งเป่ยก็ไม่ต่างจากเมืองซิวเชียงนัก เมื่อรั่วซีนางต้องการโรงหมอที่อยู่ติดกับจวนพัก เพื่อสะดวกในการรักษาเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากหมอจวงทุกอย่างจึงง่ายขึ้น นางส่งจดหมายมาแจ้งเขาล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ทั้งสถานที่และคนที่ต้องการเรียนรู้จากนางก็พร้อมเรียบร้อยแล้ว ยังมีผู้ช่วยหมอที่อยู่ในเมืองตู่เป่ยและเมืองชุนเป่ยที่เดินทางมารอเรียนกับนางอีกด้วยทางโรงหมอนางไม่ต้องเข้าไปวุ่นวายมากนัก เมื่อมีหมอจวงคอยจัดการอยู่ รั่วซีนางจึงเปิดสอนวิชาการแพทย์ของนางที่จวนของนางเลยหมอหลิว เมื่อคำนวณแล้วว่ารั่วซีนางใกล้คลอด เขาก็ลางานในสำนักหมอหลวงโดยบอกว่าจะไปช่วยรั่วซีนางจัดตั้งโรงหมอที่เมืองหย่งเป่ย แล้วพาครอบครัวเดินทางไปหย่ง

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้าก็ตัดใจเสียเถิด

    เริ่มแรกโรงหมอเปิดทำการรักษาโดยไม่คิดเงิน เพื่อให้ชาวบ้านที่ไม่มีเงินมารักษาและเพื่อให้หมอต้วนได้มีโอกาสตรวจและรักษาจากตัวผู้ป่วยจริงถึงจะบอกว่าเป็นการรักษาโดยไม่คิดเงิน แต่หากชาวบ้านคนใดที่ต้องการจ่ายเงินค่ายาหรือค่ารักษา จะมีกล่องไม้ที่ตั้งเอาไว้เปิดรับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เงินส่วนนี้รั่วซีนางยกให้หมอต้วนทั้งหมด ลูกจ้างในร้านคนใดที่พอจะมีความสามารถด้านการแพทย์ นางก็สอนการแพทย์ให้พวกเขาด้วยเช่นกันรั่วซีนางส่งข่าวไปที่จวนตระกูลหลิวว่านางพักอยู่ที่เมืองซิวเชียง เพียงแค่หนเดียวเท่านั้น ข่าวจากเมืองหลวงที่ส่งมาถึงนางก็มีเพียงเรื่องจินตงเฉิงเข้าเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว แม้จะอยู่ในวัยยังไม่ถึงเจ็ดหนาว แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขา อาจารย์ในสำนักศึกษาก็รับเขาเอาไว้ทันที จินตงชุนเองก็เข้าเรียนในสำนักศึกษาเพื่อรอสอบจวี่เหรินในอีกหกเดือนข้างหน้าตระกูลหลิวใช้ชีวิตเช่นเดิม หมอหลิวก็เดินทางไปทำงานในสำนักหมอหลวงทุกวัน ฮูหยินหลิวก็เข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาและงานมงคลเช่นปกติ เมื่อพบเจอเสิ่นซื่อนางก็ไม่ได้ทำตัวเหินห่างหรือว่าแสดงอาการอันใดออกมาให้เสิ่นซื่อสงสัยเสิ่นซื่อเองก็ลองหยั่งเชิงฮูหยินหลิวอยู่บ่อยครั

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แต่นางคือภรรยาของข้า

    มู่ฉินฉานรู้แก่ใจว่าหมอหลิวคงรู้เรื่องของตนและรั่วซีแล้ว เขาคุกเข่าลงตรงหน้าของหมอหลิวเสียงดัง แผ่นหลังที่เคยยืดตรงยามนี้มันห่อเหี่ยวลงอย่างสิ้นหวัง“ก่อนหน้าข้าน้อยไม่รู้ความกระทำเรื่องไม่ดีลงไป ตอนนี้ทุกสิ่งอย่างล้วนได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ข้าน้อยไม่จำเป็นต้องหมั้นหมายกับคุณหนูเว่ย หวังว่าท่านหมอจะเมตตาข้าน้อยสักครั้งขอรับ ได้โปรดบอกข้าน้อยเถิดขอรับว่าซีซีนางอยู่ที่ใด”หมอหลิวหรี่ตามองมู่ฉินฉานที่ดูเหมือนว่าเขาสำนึกผิดแล้ว “ข้าเองก็ไม่รู้ว่านางไปที่ใด เจ้าก็รู้ว่าซีซีนางมีความปรารถนาต้องการสร้างโรงหมอ เผยแพร่ความรู้ของนางสร้างหมอทั่วแคว้นต้าหลี่ ข้าบอกได้เพียงว่านางเดินทางออกไปแล้ว”มู่ฉินฉานเงยหน้าขึ้นมองหมอหลิวเพื่อใคร่ครวญว่าสิ่งที่เขาพูดจริงเท็จเพียงใด แต่ก็เห็นเพียงแววตาที่เศร้าหมองของเขาเมื่อเอ่ยถึงรั่วซีเท่านั้น“นางเดินทางไปนานแล้วหรือยังขอรับ ไปทิศทางใด ได้โปรดบอกกล่าวข้าน้อยด้วยขอรับ”“นางเดินทางไปได้สามวันแล้ว ข้าเองก็ไม่แน่ใจทิศทางที่นางจะไป นางบอกเพียงจะส่งข่าวมา แต่ยามนี้ยังไม่มีสิ่งใดมาถึงข้า” เขาไม่บอกข้อเท็จจริงทั้งหมดให้มู่ฉินฉานรู้ เขาหลอกลวงรั่วซีมาเนิ่นนาน ท

  • สมรภูมิ โชคชะตา   สงครามสิ้นสุดแล้ว

    รองแม่ทัพเซี่ย รองแม่ทัพเสิ่นและมู่ฉินฉาน จึงได้บุกเข้าไปจับกุมตัวรองแม่ทัพและหัวหน้ากองของแคว้นต้าเยี่ยที่ยังเหลือชีวิตรอดมาเป็นเชลยแทน ส่วนทหารที่เหลือก็ให้เดินทางกลับไปที่แคว้นต้าเยี่ยของตนเอง หากยึดตัวเอาไว้เป็นเชลยต้องเปลืองเสบียงไม่น้อยแต่ทหารแคว้นต้าเยี่ยที่ถูกปล่อยตัวกลับคืนแคว้นไม่มีผู้ใด

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ช่างหาเรื่องเก่งโดยแท้

    รั่วซีนางฝังเสร็จ เก็บเข็มกลับเข้าที่เรียบร้อย นางก็ไล่เสี่ยวจงให้ลุกจากที่นอน แล้วลงไปนอนแทนเขา “พวกท่านออกไปก่อน ข้าอยากพัก”“เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” เสี่ยวจงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ตัวเขารู้สึกเบาราวกับขนนก นึกอยากจะลองวรยุทธ์ใช้แทบขาด แต่ติดที่รั่วซีนางนอนใบหน้าไร้สีเลือดอยู่บนเตียง“ไม่เป็นอั

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ท่านคือสหายของข้า

    หมอหลิวยิ้มส่ายหน้า เขายังคิดอยู่ว่านางจะยอมยกเนื้อที่หามาได้ทั้งหมดให้โรงครัวจริงหรือ “เจ้าไม่นำไปให้พี่ชายน้องชายของเจ้าหรือ”“ข้ามีกระต่ายกับไก่อย่างละสิบกว่าตัว เดิมก็คิดจะนำไปมอบให้อาจารย์หญิงและพี่ชายน้องชายอย่างละสิบตัวที่เหลือจะเก็บไว้กินกับท่านและพี่จง แต่ข้าถูกหัวหน้ากองมู่ปล้นไปแล้วอย่าง

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้าจะปกปิดสิ่งใดกับข้าหรือ

    ด้วยเห็นฝีมือของมู่ฉินฉานตั้งแต่ที่มาออกรบด้วยกันที่หย่งเป่ย ฝีมือของเขาดูจะล้ำหน้ามากกว่าผู้เป็นน้าเสียแล้ว อีกอย่างมู่ฉินฉานยังสามารถพาคนเข้าไปก่อกวนผ่านในค่ายหย่งเป่ยโดยไม่ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายหน แต่เหตุใดครั้งนี้ถึงได้ทำพลาดได้“นางฟื้น ท่านน้าจะได้รับคำตอบจากนางเองขอรับ”รองแม่ทัพเสิ่นไม่อาจง้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status