แชร์

ค่ายผู้อพยพ

ผู้เขียน: l3oonm@
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-03 02:10:04

จินตงชุน แจ้งเรื่องที่พูดกับทหารที่พามาส่งเมื่อครู่กับเขา ก่อนที่เขาจะทำหน้าลำบากใจแล้วเดินนำพาสามพี่น้องไปยังด้านหลัง

ด้านหน้ามีกระโจมพักเรียงรายอยู่นับร้อยหลังเห็นจะได้ แต่ล้วนมีคนอยู่จนเต็มหมดแล้ว ส่วนมากก็เป็นพวกครอบครัวขุนนางระดับท้องถิ่น และพวกคหบดีผู้มั่งมีทั้งหลาย

เพียงแค่นี้รั่วซีก็เห็นถึงความต่างแล้ว คนพวกนี้แทบไม่ต้องเข้าไปแย่งอาหารกับชาวบ้านที่เหลือ เพราะมีสาวใช้คอยไปต่อแถวเอามาส่งให้ บางคนก็เต็มเสบียงอาหารมาเอง ด้วยไม่ต้องการกินรวมกับพวกชาวบ้าน

กว่าทหารจะนำสามพี่น้องมาถึง รั่วซีก็เหนื่อยหอบเสียแล้ว นางตงิดใจตั้งแต่เดินเลยกระโจมพักมา จนมาเห็นเนินดินที่ขุดให้คนเข้าไปหลบพักอยู่ด้านใน นางคิดเอาไว้แล้วว่า พวกนางจะต้องได้พักหลุมดินนี้เป็นแน่

“ขาดเหลือสิ่งใดก็มาบอกข้า แต่ว่า...ข้าคงไม่อาจช่วยได้มากนัก ที่นี่มีอาหารให้สองมื้อ มื้อเช้ายามเฉิน (07.00-08.59 น.) มื้อเย็นยามเซิน (15.00-16.59 น.) หากพวกเจ้าไปช้าก็คงต้องอดกิน”

“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ/ขอรับ”

“พวกเจ้าพี่น้องไม่มีเสื้อผ้าหรือสิ่งใดติดตัวมาด้วยเลยหรือ”

จินตงชุนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก็หดหู่ขึ้นมาทันที “ทหารแคว้นต้าเยี่ยเข้ามาเผาหมู่บ้าน ข้าน้อยพาน้องสาวน้องชายออกมาได้ก็นับว่าเคราะห์ดีแล้วขอรับ ครอบครัวล้วนตกตายหมด ข้าวของจะหยิบสิ่งใดติดมือมาได้” ใบหน้าของเขาหมองลง จนนายทหารอดสงสารไม่ได้

“เอาเถิด ทุกคนที่นี่ก็ล้วนพบเจอไม่ต่างจากเจ้า เห็นแก่ที่หัวหน้ากองมู่ฝากเจ้าไว้กับข้า เช่นนั้นก็ตามมา ข้าจะหาเสื้อผ้า ผ้าห่มให้พวกเจ้า”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ/ขอบคุณขอรับ” สามพี่น้องขอบคุณอย่างยินดี

จินตงชุนติดตามนายทหารไป ทิ้งให้รั่วซีและจินตงเฉิงเฝ้าที่พักเอาไว้ ด้วยกลัวว่าหากมีคนมาใหม่จะถูกแย่งไปเสียก่อน

“เข้าไปนั่งด้านในกัน” รั่วซีจูงมือน้องชายเข้าไปนั่งด้านใน

จินตงเฉิงก็ช่างรู้ความนัก เขาเอาแผ่นแป้งทอดออกมา จะฉีกแบ่งให้พี่สาวครึ่งหนึ่ง แต่เรี่ยวแรงที่เขามีมันฉีกไม่ออกหรือว่าแผ่นแป้งมันแข็งมากก็ไม่รู้

“น้องเล็กเด็กดี เจ้ากินเถิด พี่สาวไม่หิว...แต่เจ้าต้องค่อยๆ เคี้ยวก่อนที่จะกลืนเล่า” นางบีบแก้มเขาเบาๆ

“ขอรับ” จินตงเฉิงค่อยๆ กัดกินทีละนิดจนรั่วซีอมยิ้มมองเขากินอย่างเอ็นดู

“รอพี่ใหญ่มาก่อน พี่จะไปหาน้ำ ของกินเพิ่มมาให้เจ้า”

ที่พักของสามพี่น้องอยู่ติดกับป่าด้านหลัง นางคิดจะไปสำรวจว่ามีสิ่งใดที่พอจะนำมาประทังชีวิตได้บ้าง ยังดีที่นายทหารคนที่พามาส่ง เขาบอกเรื่องที่ด้านหลังมีแหล่งน้ำอยู่ สามารถเดินไปนำมากินมาอาบได้

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม จินตงชุนก็แบกถุงผ้าใบใหญ่เดินมุดเข้ามาหารั่วซีและจินตงเฉิง ในมือของเขายังประคองข้าวต้มมาอีกถ้วยหนึ่งด้วย

“เฉิงเออร์ เจ้ากินรองท้องก่อน”

“ประเดี๋ยวก่อน” รั่วซีร้องห้ามเสียงหลง

เมื่อนางเห็นถ้วยไม้ที่กระดำกระด่างมีเชื้อราดำขึ้นอยู่จนทั่ว ข้าวต้มด้านในก็ดูเหมือนจะเย็นชืดแล้ว กินเข้าไปมีหวัง... “พี่ใหญ่ท่านไปเอามาจากที่ใด ท่านรู้หรือไม่ หากน้องเล็กได้กินอาจจะอิ่มท้องหนึ่งมื้อ แต่เขาอาจจะท้องร่วงจนถึงขั้นตายเลยก็ได้”

“ทะ ทำไมเล่า” ในถ้วยเป็นเพียงข้าวต้มที่แทบจะไม่มีเมล็ดข้าว เขาต้องการให้น้องชายดื่มพร้อมกับแผ่นแป้งทอด มันจะช่วยให้อิ่มท้องเพิ่มขึ้น

“ท่านดูถ้วยไม้ใส่ข้าวต้มว่า สิ่งที่เห็นดำๆ มันคือสิ่งที่จะทำให้เกิดท้องร่วงได้ ท่านก็รู้ว่าหากเกิดท้องร่วงจะร้ายแรงเพียงใด ท่านเอามาจากที่ใด หากเป็นที่โรงครัว ก็ควรบอกให้แม่ครัวและชาวบ้านรู้เอาไว้”

“ข้าเอามาจากที่โรงครัว พี่จง นายทหารเมื่อครู่ที่พาข้าไปเอาเสื้อผ้า พาข้าไปขอมา มันเหลือเพียงเท่านี้”

“เช่นนั้น ท่านก็รีบนำความที่ข้าพูดไปบอกพี่จงเสียโดยด่วน ก่อนที่ในค่ายอพยพจะกลายเป็นโรคระบาด”

“ดะ ได้” สำหรับจินตงชุน โรคระบาดน่ากลัวพอๆ กับภัยสงครามเลย

ก่อนที่เขาจะออกไปยังหันกลับมาถามรั่วซีอีกครั้ง “หากเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าพูดเล่า”

“ท่านก็ถือชามข้าวต้มไปด้วย แล้วบอกให้เขาไปถามหมอสักคนก็ได้ ว่าสิ่งที่ข้าพูดจริงเท็จมากเพียงใด”

“ได้ ข้าจะรีบไปประเดี๋ยวนี้” เขาเร่งฝีเท้าหายออกไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานจินตงชุนก็เดินหน้าดำกลับมา “ไม่มีผู้ใดเชื่อข้า ทั้งยังกล่าวหาว่าข้ารังเกียจอาหารที่โรงทานทำอีกด้วย” เขานั่งลงข้างจินตงเฉิง แล้วถอนหายใจออกมา “ชาวบ้านที่ได้ยินก็พากันถ่มน้ำลายใส่ข้า บอกต่อไปนี้ไม่ให้ข้ากับพวกเจ้ามารับอาหารแล้ว พวกเขากินกันมาหลายวันยังไม่มีผู้ใดตายสักคน”

“ถือว่าพวกเราได้บอกไปแล้ว พวกเขาไม่รับน้ำใจก็ไม่เป็นไร พวกเราไปที่แม่น้ำด้านหลังเถิดพี่ใหญ่ พวกเราจะได้ล้างตัวกัน เฉิงเออร์ก็คงกระหายน้ำแล้ว”

“ไปเถิด” พอเห็นว่าน้องชายคนเล็กกระหายน้ำอย่างที่รั่วซีนางว่า เรื่องหงุดหงิดก็ถูกโยนทิ้งทันที

เดินออกมาจากหลุมดิน รั่วซีเหลือบไปเห็นหลุมดินที่อยู่ใกล้กันมีหญิงชราและเด็กหนุ่มหนึ่งคนอายุคงใกล้เคียงกับจินตงชุนกำลังก่อไฟอยู่ ด้านข้างของเขามีมีดพร้าวางอยู่ด้วย

“พี่ชาย ข้าขอยืมท่านได้หรือไม่เจ้าคะ”

เขาเงยหน้าขึ้นมามองรั่วซี แล้วก้มมองมีดที่อยู่ข้างตัว “เอาไปสิ พวกเจ้าจะเข้าป่าหรือ ด้านในไม่เหลือสิ่งใดให้กินแล้ว”

“ข้าเพียงพกไว้จะใช้ตัดไม้เท่านั้นเจ้าค่ะ”

“อืม” เขาส่งมีดให้นาง

สามพี่น้องเดินหายเข้าไปในชายป่า ท่ามกลางสายตาของคนที่สนใจไม่น้อย ด้วยเรื่องที่จินตงชุนไปพูดที่โรงทาน ไม่นานก็ถูกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง

บางคนก็ส่งสายตาดูแคลน บางคนก็ส่งสายตาเวทนา ด้วยคิดว่า เมื่อก่อนสามพี่น้องคงถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่ตอนนี้ทุกคนย่อมต้องเอาตัวรอด พวกเขาจะมารังเกียจอาหารที่มีอยู่น้อยนิดก็คงไม่ได้

ทั้งสามเดินมาไม่ไกลก็พบแม่น้ำตามที่นายทหารจงว่าเอาไว้จริงๆ ทั้งสามเดินขึ้นไปทางต้นน้ำให้ไกลอีกหน่อย รั่วซีนางเห็นว่าบริเวณที่พวกนางยืนอยู่มีชาวบ้านลงมาอาบน้ำและซักเสื้อผ้า คงไม่ดีหากนางจะใช้น้ำตรงนี้เพื่อดื่มกิน จินตงชุนเองก็เห็นด้วย ยอมเดินเหนื่อยอีกหน่อยจะได้ไม่ท้องร่วงอย่างที่น้องสาวว่า

ต้นน้ำที่ทั้งสามมาถึง แทบไม่มีชาวบ้านเดิมมาใช้น้ำตรงนี้ด้วย ในเมื่อมีน้ำใกล้ๆ ให้ใช้มากแล้ว จะต้องเดินให้เหนื่อยเพื่ออันใด

ทางต้นน้ำยังพอมีฝูงปลาให้เห็นอยู่บ้าง เมื่อล้างหน้าดื่มน้ำเรียบร้อยแล้วรั่วซีนางก็เริ่มสำรวจหาของกิน นางให้จินตงชุนตัดไม้ไผ่มาทำที่ใส่น้ำกลับไปกินที่ที่พัก และทำไม้แหลมเอาไว้เผื่อว่าจะใช้จับปลาได้

จินตงเฉิงถูกทิ้งให้อยู่กับจินตงชุน นางจึงเดินสำรวจได้อย่างสบายใจ อาจจะเป็นเพราะตัวนางยังพอเหลือความโชคดีอยู่บ้าง ด้านหน้ามีต้นมันสำปะหลังขึ้นอยู่ไม่น้อยเลย

“พี่ใหญ่ น้องเล็ก พวกท่านมาทางนี้ก่อนเร็วเข้า” นางร้องเรียกอย่างยินดี

ทั้งสองคิดว่าเกิดเรื่องขึ้นกับรั่วซีจึงได้รีบวิ่งมาดูอย่างรวดเร็ว พอเห็นรั่วซีกำลังก้มตัวลงขุดมันสำปะหลังขึ้นมา จินตงชุนก็ร้องลั่นและวิ่งเข้าไปดึงตัวน้องสาวเอาไว้

“น้องรอง เจ้าพวกนี้มันกินไม่ได้” หัวมันที่ถูกขุดขึ้นมาแม้จะมีหัวใหญ่น่ากิน แต่เขาก็รู้ดีว่ามันมีพิษไม่อาจนำมากินได้

“มันกินได้เชื่อข้า ท่านก่อไฟเป็นหรือไม่”

“เป็น เจ้าจะกินมันจริงหรือ ข้าว่า...มันจะตายเร็วกว่าที่เจ้ากินข้าวต้มที่ทิ้งไปเสียอีก”

“ท่านก่อไฟก่อน หากไม่เห็นด้วยตาท่านคงไม่เชื่อข้า”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สมรภูมิ โชคชะตา   พวกข้าผิดที่ไหน ผิดอย่างไร

    ตอนที่น้องสาวถูกทุบตีเขาก็ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ มานามนี้ยังจะด่าทอพวกเขาอีก “ก่อนหน้าเรื่องถ้วยใส่ข้าว ข้าเป็นคนพูดกับพวกท่านเองใช่หรือไม่ หรือมีผู้ใดกล้าพูดว่าไม่ใช่ข้า หึหึ...ข้ายังถูกพวกท่านถ่มน้ำลายใส่หน้า บอกว่าข้าสร้างความวุ่นวาย ไล่ให้ข้าไปหาของกินเอง ในเมื่อข้าหามาได้ เหตุใดต้องแย่งด้วย”“เช่นนั้น...พวกเจ้าก็พาพวกข้าไปหาหัวมันก็สิ้นเรื่อง” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมาอย่างหน้าหนา“ไปหาเอง!!! มันอยู่ในป่า หากไม่มีปัญญา ก็อดตายไปเลย!!!” รั่วซีจะเดินเข้าไปเก็บของของนาง แต่ถูกกลุ่มคนที่เริ่มไม่พอใจกับพูดของนางเข้ามาขวางเอาไว้ แล้วจะเริ่มลงมืออีกครั้ง“ปากดีนัก นังเด็กเวรนี่!!!” ชายวัยกลางคนเมื่อครู่ คว้าท่อนฟืนที่อยู่ใกล้มือหมายจะเข้ามาทุบตีรั่วซีแต่จินตงชุนที่ตาไว กระโดดเข้ามาปกป้องน้องสาวและน้องชายเอาไว้ จนเขาถูกตีเข้าที่กลางแผ่นหลังจนไม้ฟืนหักคามือของชายผู้นั้น “โอ๊ยยยย”“พี่ใหญ่/พี่ใหญ่”“มันจะมากเกินไปแล้ว!!!” รั่วซีคว้าไม้ฟืนที่หักครึ่ง พุ่งเข้าไปหาชายวัยกลางคน แต่ถูกเสียงตวาดก้องขัดขวางเอาไว้เสียก่อน“หยุด!!! หากไม่หยุดมือ...”เขายังพูดไม่ทันจบรั่วซีก็ฟาดไม้ใส่หัวของชายวัยกลา

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้ามีอาหารเหตุใดไม่แบ่งปัน

    มู่ฉินฉานหรี่ตามองตามแผ่นหลังของนางไปอย่างสงสัย ที่นางพูดเมื่อครู่ถึงวิธีการกินหัวเผือก นางย่อมเคยกินมันมาก่อนอย่างแน่นอน “เจ้ารู้ว่ามันกินได้ เจ้าเคยกินมันมาก่อน?” เขาเอ่ยถามจินตงชุน“เคยครั้งหนึ่งขอรับ ท่านแม่นำมาใส่ลงไปในแกงไก่ให้พวกข้ากิน แต่ซีซีนางแพ้ กินเข้าไปก็ผื่นขึ้นทั้งตัว หลังจากนั้นท่านแม่ก็ไม่เคยทำอีกเลยขอรับ”นายทหารจงยังต้องขมวดคิ้วเช่นกัน อาหารที่รั่วซีนางเอ่ยถึงเมื่อครู่ ไม่มีน้ำแกงไก่ใส่เผือกรวมอยู่ด้วย ยิ่งนางแพ้ตั้งแต่ครั้งแรกที่กิน เป็นไปไม่ได้เลยว่าอาหารอีกสองอย่างนางจะได้กินด้วย มู่ฉินฉานก็คิดเช่นนี้รั่วซีเมื่อกลับมาถึง นางก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่งล้อมวงกินอาหารร่วมกับพวกเขา แม้จะมีคนมาเพิ่มอีกสามท้อง แต่อาหารตรงหน้าก็ทำให้พวกเขากินได้อย่างเหลือเฟือ ทั้งยังเก็บปลาอีกครึ่งตัวเอาไปให้ท่านย่าของฟางอินด้วยก่อนจะกลับออกไป รั่วซีนางใช้ขี้เถ้าที่จินตงชุนเก็บเอาไว้ให้มาถูตามใบหน้าและส่วนที่โผล่ออกมานอกเสื้อผ้า ทั้งยังใช้แท่งถ่านเขียนคิ้วให้หนาขึ้นมู่ฉินฉาน นายทหารจงและฟางอิน ต่างตกตะลึง พวกเขานึกไม่ถึงว่านางใช้สองสิ่งก็เปลี่ยนให้ตัวนางกลายเป็นอีกคนไปได้แล้ว“เ

  • สมรภูมิ โชคชะตา   นับว่าข้ายังมีบุญเหลืออยู่

    รั่วซีปรายตามองเขาอย่างไม่เชื่อ “ท่านเห็นข้าจับเช่นใดก็เช่นนั้น” นางเดินไปแย่งผลท้อในมือของเขามาเก็บลงตะกร้า “หากอยากกินท่านต้องไปเก็บเอง” นางคงหลงลืมไปว่าครั้งหนึ่งเคยถูกเขาช่วยเหลือมาก่อน“พวกมันว่ายมาให้เจ้าจับง่ายๆ เลยหรือ”“อืม”“แล้วที่เจ้าบอกว่า โรคที่ชาวบ้านเป็นไม่ใช่โรคระบาด เจ้ารู้ได้อย่างไร” เขาเดินตามรั่วซีมาติดๆพอนางหันหลังกลับมาเพื่อพูดกับเขา จึงชนเข้ากับแผงอกของมู่ฉินฉานอย่างแรง จนนางต้องสูดปากด้วยความเจ็บ แผลเก่าก็ยังไม่ดีขึ้น ดูเหมือนจะได้แผลใหม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว“ท่านเดินเช่นใดของท่านกัน ต้องเดินติดข้าเพียงนี้เลยหรือ”“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะหันมา เจ็บมากหรือไม่ แล้วที่เจ้าถูกชาวบ้านทุบตีเป็นเช่นใดบ้าง”“เป็นข้าที่หาเรื่องใส่ตัวเอง ช่างเถิด ที่ท่านถามว่าข้ารู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่โรคระบาด ก่อนหน้านี้ข้าเห็นถ้วยใส่อาหารที่พี่ชายได้มาจากนายทหารจง ข้าก็บอกให้พี่ชายไปแจ้งกับเขาแล้ว ว่าถ้วยไม้ที่กระดำกระด่าง สีดำมันเป็นพิษอย่างหนึ่ง จะทำให้เกิดโรคท้องร่วงได้ หากนำมาใช้สม่ำเสมอ”เขามองนางอย่างค้นหา “เจ้าเป็นหมอหรือ”“ถ้าข้าเป็นหมอ ข้าคงรักษาชาวบ้านแทนตาเฒ่าที่ทำให้ข้าต้องถูกชาวบ้

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เสียงของนางไม่มีผู้ใดรับฟัง

    รั่วซีวิ่งไปก็ร้องตะโกนไปด้วย “มันไม่ใช่โรคระบาด เป็นเพียงโรคท้องร่วงเท่านั้น” นางหวังว่าเสียงอันดังของนางจะมีชาวบ้านเชื่อนางสักคนหากเขาออกเดินทางไปเสี่ยงตายตอนนี้ มิใช่ว่าจะยิ่งลำบากไปใหญ่หรือ มีชาวบ้านที่ผันตัวมาเป็นโจรออกปล้นชิง และไม่รู้ว่าประตูเมืองจะเปิดให้พวกเขาผ่านทางหรือไม่ความกังวลของรั่วซีมันเกิดขึ้นก่อนหน้าที่พวกนางจะตื่นนอนเสียอีก เมื่อครอบครัวขุนนางท้องถิ่น และคหบดีเริ่มทยอยออกจากค่ายผู้อพยพไปกดดันให้ทหารเปิดประตูเมืองกันจนเต็มหน้าประตูเมืองแล้วรั่วซีมาถึงกระโจมหมอ ด้านในมีผู้คนเต็มแน่นไปหมด หมอมีเพียงแค่สองคนที่ทำงานจนหัวหมุนไปหมด พอคนที่มีไข้และถ่ายจนเต็มตัวถูกหามเข้ามา หมอก็ร้องโวยวายออกมาทันที “รักษาไม่ได้แล้ว!!! พาออกไปเผาเลย มิเช่นนั้นผู้อื่นจะติดไปด้วย”นางรีบแทรกตัวเข้าไปเพื่อพูดกับท่านหมอ “มันไม่ใช่โรคระบาด มันคือโรคท้องร่วง เกิดจากถ้วยใส่อาหารและน้ำดื่มที่พวกเขาไม่ยอมต้มกินต่างหาก” นางตะโกนเข้าไปเสียงดังหมอเหมือนจะได้ยินที่นางพูด เขาหยุดและมองหาต้นเสียง พอเห็นว่าเป็นเพียงแม่นางน้อย เนื้อตัวมอมแมมก็ยกยิ้มเย็นที่มุมปาก “หากเจ้าเก่งจริงก็มารักษาเอง พวกเจ้าไปให

  • สมรภูมิ โชคชะตา   โรคท้องร่วงเกิดขึ้นแล้ว

    จินตงชุนก่อกองไฟเอาไว้ที่หน้าปากหลุมเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ด้านใน พวกเขาเก็บฟืนมาไว้มากพอที่จะใช้ได้ตลอดทั้งคืน รั่วซียังตั้งกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำจนเต็ม วางไฟข้างๆ กองไฟ จะได้มีน้ำอุ่นๆ เอาไว้ดื่มสามพี่น้องเหน็ดเหนื่อยและเสียขวัญมาตลอดทั้งวัน พอจัดเตรียมที่หลับนอนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็นอนชิดกันแล้วหลับทันที อากาศกลางคืนหนาวเย็นจนแม้แต่กองไฟก็ต้านไม่ไหว สามพี่น้องขดตัวกอดกันเอาไว้แน่น จินตงเฉิงที่นอนอยู่ตรงกลางจึงได้รับความอบอุ่นมากที่สุดก่อนฟ้าจะสว่าง รั่วซีที่ทนความหนาวไม่ไหว นางลุกขึ้นมาเติมฟืนใส่เข้าไปในกองไฟ และนำหัวมันที่เผาเอาไว้แล้ววางไว้ข้างกองไฟ พอดื่มน้ำร้อนเข้าไป ร่างกายก็เริ่มคลายความหนาวลงไปได้บ้างแล้ว นางจึงกลับไปล้มตัวลงนอนอีกครั้งพอฟ้าสว่าง ชาวบ้านแทบจะไม่มีเหลือให้ได้เห็น ด้วยต้องไปต่อแถวรอรับอาหาร จะเหลือก็เพียงคนชราและเด็กที่ยังไม่อาจช่วยเหลือตนเองได้ที่รออยู่ที่หลุมดินหญิงชรา ผู้เป็นย่าของเด็กหนุ่มก็เช่นกัน “ท่านยาย ท่านกล้ากินกับพวกข้าหรือไม่เจ้าคะ หากรอหลานชายท่านกลับมาก็ยังไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อใด” นางยื่นหัวมันที่อุ่นจนร้อนแล้วให้หญิงชรา“ขอบใจพวกเจ้ามาก เ

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้าจะฆ่าลูกข้าหรือไง!!!

    จินตงชุนไม่อาจขัดขวางน้องสาวได้ เขาจึงลงมือก่อไฟขึ้นมา ยังดีที่นายทหารจงให้ไต้จุดไฟกับเขามาด้วย จินตงเฉิงรีบช่วยหากิ่งไม้แห้งมากองเอาไว้ เมื่อได้ยินว่ามันกินได้ หัวมันตรงหน้ายังดูน่ากินกว่าแป้งทอดแข็งๆ เสียอีกรั่วซีขุดมันขึ้นมาได้จำนวนหนึ่ง นางก็รีบนำไปล้างน้ำระหว่างรอจินตงชุนก่อไฟ แต่เรื่องน่าแปลกก็เกิดขึ้นกับนางอีกครั้ง เมื่อฝูงปลาที่นางคิดว่ามันว่ายหนีกลับว่ายเข้ามาใกล้“เอ๊ะ!!!” นางยังเอื้อมมือไปจับมันได้อีกด้วย นางจับมาโยนขึ้นมาบนฝั่งได้เพียงสามตัว ฝูงปลาใหญ่ก็ว่ายหนีไปที่อื่นแล้ว “ประหลาด” แต่นางก็ให้ความสนใจเพียงครู่เดียว ก่อนจะร้องเรียกให้จินตงเฉิงนำมีดมาให้นางจินตงเฉิงมองปลาและพี่สาวสลับไปมาอย่างสงสัย ยิ่งเห็นนางลงมือผ่าท้องปลาอย่างชำนาญ ก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ “พี่หญิง ท่านทำเป็นด้วยหรือ ข้าไม่เคยเห็นท่านทำมาก่อน”“ทำไม่เป็นมิใช่จะทำไม่ได้ ตอนนี้พวกเราเหลือกันเพียงสามคนพี่น้อง ไม่มีท่านแม่ทำให้เหมือนเมื่อก่อน ข้าเอวก็ไม่อาจให้พี่ใหญ่ทำทุกสิ่งได้ทั้งหมด”จินตงเฉิงเงยหน้ามองพี่สาวอย่างมุ่งมั่น “ข้าจะช่วยพวกท่านด้วยขอรับ”“ดีมาก เจ้าไปหาไม้มา ข้าจะใช้เสียบปลาเอาไปย่าง เจ้าจะได

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status