สิงหราชติดบ่วง

สิงหราชติดบ่วง

last updateTerakhir Diperbarui : 2024-11-25
Oleh:  PunnyGOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
39Bab
1.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เพราะตกงาน จากสาวชาวกรุงจึงมาเป็นสาวชาวไร่... แถมเจ้านายยังเป็นผู้ชายที่ใฝ่ฝันและสร้างแผลใจให้ยามเด็ก วราลีจะทำอย่างไร ในเมื่อเคยช้ำรักจนไม่อยากข้องเกี่ยว แต่อีกใจ...ก็ยังแอบฝันถึงพี่ชายในวันวาน

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

วราลีกำลังตกงาน

เพราะพิษเศรษฐกิจตกต่ำทำให้บริษัทที่หญิงสาวทำงานอยู่ต้องคัดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก และเธอก็เป็นหนึ่งในพนักงานกลุ่มนั้น หญิงสาวได้รับจดหมายเลิกจ้างพร้อมเงินชดเชยไม่กี่เดือน ต้องเสียเวลามาเริ่มนับหนึ่งใหม่ หางานทำใหม่ เธอเป็นเพียงพนักงานบัญชีธรรมดา เรียบจบออกมาก็ได้งานจากบริษัทที่เคยฝึกงาน แต่พอทำได้ไม่นานก็ดันถูกเลิกจ้างเพราะบริษัทต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย ท่ามกลางเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ มีพนักงานหลายร้อยคนที่ถูกเลิกจ้างเช่นกัน บางคนคร่ำครวญ บางคนรวมตัวกันประท้วงบริษัท ส่วนวราลีเพียงเก็บข้าวของออกจากบริษัทเงียบๆ แล้วกลับบ้านไปค้นหางานตามอินเทอร์เน็ต เธออยากหางานใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะภาระผ่อนบ้านที่เพิ่งซื้อไม่ถึงปีกำลังรออยู่

หญิงสาวนั่งแท็กซี่มาจนถึงปากทางเข้าหมู่บ้านจัดสรรที่ตัวเองอาศัยอยู่ จ่ายเงินให้กับแท็กซี่ด้วยแววตาละห้อย เมื่อแบงก์ร้อยที่น้อยนิดในกระเป๋าปลิวไปอีกสองใบก่อนขนข้าวของลงจากรถแล้วเดินเข้าไปด้านใน บ้านสองชั้นขนาดสองห้องนอนสองห้องน้ำ มีห้องนั่งเล่น วราลีเพิ่งผ่อนไปได้ไม่ถึงครึ่งปี หากทำงานปกติก็คงจะผ่อนต่อไปได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนนี้เธอตกงาน ถึงแม้จะมีเงินชดเชย แต่ถ้ายังหางานทำไม่ได้ภายในเดือนสองเดือนนี้ต้องแย่แน่ๆ

หญิงสาววางข้าวของที่เก็บจากบริษัทวางไว้มุมหนึ่งของห้องเสร็จ ก็ขึ้นไปอาบน้ำชั้นบน หลังจากอาบน้ำจนรู้สึกสดชื่นแล้วก็เดินมาเปิดโน้ตบุ๊คบนโต๊ะทำงาน หย่อนก้นลงนั่ง สายตากวาดมองหน้าจอ ไล่หางานที่ตรงกับสายงาน พอเห็นว่าบริษัทไหนที่ประกาศรับพนักงานอยู่ก็ส่งเรซูเม่ไป เธอใช้เวลาไปกับหน้าจอหลายชั่วโมง พอเงยหน้าขึ้นจากจอ ท้องฟ้าก็มืดมิด เห็นว่าควรพักสายตาได้แล้วจึงลุกจากที่นั่งแล้วเดินไปหาอะไรกินในห้องครัว โทรศัพท์มือถือแผดเสียงดังลั่นอยู่ข้างโน๊ตบุ๊ค วราลีเดินกลับออกมาจากในครัวทั้งที่ปากยังคาบขนมปังแผ่นหนึ่ง พอมองชื่อปรากฏบนหน้าจอก็รีบดึงขนมปังออกจากปาก แล้วกดรับ

ว่าไงคะแม่

แม่เห็นบริษัทที่เราทำงานด้วยออกข่าวในทีวี ปลดพนักงานหลายร้อยคน...เสียงมารดาฟังดูเป็นห่วง นี่คงคิดว่าเธอได้รับผลกระทบด้วยสินะ ถึงได้รีบโทรมาน้ำเสียงร้อนรน

ใช่ค่ะ...แล้วหนูลีก็เป็นหนึ่งในนั้นหญิงสาวต่อท้ายประโยค มารดาเธอคิดไม่ผิดหรอก เธอโดนผลกระทบด้วย ถูกปลดไปพร้อมกับพนักงานอีกหลายร้อยคนนั้น

ตายจริง! แล้วหนูลีจะทำยังไง กลับบ้านเราไหมลูกระหว่างที่ยังหางานทำไม่ได้

ยังก่อนค่ะแม่ หนูลีเพิ่งกลับจากบริษัทมา ตอนนี้ก็นั่งหาบริษัทที่เปิดรับสมัครงานในอินเตอร์เน็ตอยู่ มีส่งเรซูเม่ไปสองสามที่ รอเขาตอบกลับก่อน ยังไงถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยว่ากัน

อืม ลองยื่นใบสมัครไปก่อน แต่ถ้ายังไม่ได้งานจริงๆ กลับบ้านเรา มาช่วยแม่ดูแลร้านก็ได้นะลูกนะ

ค่ะแม่หญิงสาวคุยกับมารดาอีกสองสามประโยคก่อนวางสาย ก่อนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นคลึงขมับตัวเองเบาๆ วราลีเป็นลูกคนเดียว บิดาเสียชีวิตไปตั้งแต่เธออายุได้ไม่กี่ขวบ มารดาที่เคยเป็นแม่บ้านพอขาดเสาหลักของครอบครัว จากที่เป็นแม่บ้านธรรมดา ก็ต้องหาลู่ทางทำมาหากิน โชคดีที่มีฝีมือทำกับข้าว สุดท้ายก็กลายเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง รสมือมารดาถูกปากลูกค้า หลายคนบอกปากต่อปาก ทำให้มีลูกค้าประจำมากมาย รายได้ก็มากขึ้นตาม ไม่กี่ปีนี้เลยพอมีเงินทุนซื้อตึกขนาดสองคูหาเพื่อเปิดร้านอาหาร

ความจริงฐานะทางบ้านวราลีก็ไม่ขัดสน ตลอดหลายปีที่ผ่านมากิจการร้านอาหารของครอบครัวก็เป็นไปด้วยดี เพียงแต่หญิงสาวอยากจะลองใช้ชีวิตเป็นพนักงานเงินเดือน อารมณ์คนรุ่นใหม่ อยากอยู่เมืองกรุงเพราะมันดูเจริญ และคิดว่าการได้มาทำงานที่กรุงเทพ จะหาเงินได้มากกว่าอยู่บ้านนอก พอมารดารู้ว่าเธอจะอยู่ทำงานที่กรุงเทพก็บอกจะซื้อคอนโด หรือบ้านที่กรุงเทพให้ แต่วราลีปฏิเสธ ตั้งมั่นว่าจะซื้อเอง ผ่อนเอง แล้วเป็นยังไง ผ่อนได้ไม่นานงานก็เข้าเธอเสียแล้ว

หลายวันต่อมา

หญิงสาวได้จดหมายตอบกลับจาก HR บริษัทหนึ่งที่เธอยื่นใบสมัครไป วันนี้จึงตื่นเช้าเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานด้วยเดรสสีครีมแล้วสวมสูทสีดำทับ เธอใส่รองเท้ารัดส้นสีดำ รวบผมไว้กลางหลัง แต่งหน้าอ่อนๆ เมื่อสำรวจตนเองหน้ากระจกคิดว่าเรียบร้อยดีก็เริ่มเดินทางออกจากบ้าน หญิงสาวโบกมือเรียกแท็กซี่ก่อนบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับ ระหว่างทางนึกทบทวนการตอบคำถามคร่าวๆ ไม่นานรถก็จอดเลียบข้างทาง เธอจ่ายค่าแท็กซี่ก่อนลงจากรถ ด้านหน้าเป็นบริษัทที่จะเข้าไปสัมภาษณ์งาน วราลีกระชับกระเป๋าตัวเองไว้แนบอกแล้วเริ่มเดินบนทางฟุตบาท อีกไม่กี่ก้าวก็จะเดินเข้าไปในบริษัท เธอหยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งเพราะฝนเพิ่งตกแล้วหยุดไปสักพัก ระหว่างทางสายฝนยังโปรยปราย แต่พอวราลีมาถึงหน้าบริษัทฝนก็หยุดตก นับเป็นนิมิตหมายอันดีจริงๆ

บรื้น!

เสียงรถแล่นผ่านหญิงสาวไป ทว่า ล้อที่กำลังวิ่งผ่านเหยียบแอ่งน้ำข้างถนน ด้วยความเร็วคงที่ น้ำจึงสาดกระจายกระเด็นใส่วราลีเต็ม ๆ

ว้าย!เธอยกมือขึ้นบังอัตโนมัติ ริมฝีปากเปล่งเสียงอุทานทันที ความรู้สึกเปียกชื้น ร่างกายเปียกปอนไปกว่าครึ่ง มองรถกระบะต้นเหตุที่ตอนนี้แล่นไปไกลด้วยอาการนิ่งอึ้ง หญิงสาวมองป้ายทะเบียนรถไม่ทัน แต่สายตาเหลือบไปเห็นตรงท้ายรถมีสติกเกอร์ตัวเบ่อเริ้มที่อ่านทันว่า ไร่ชานายสิงห์

เดรสสีครีมที่สวมใส่มาตอนนี้เปื้อนน้ำสกปรกเป็นด่างดวง ถึงแม้จะมีสูทสวมทับแต่ก็ไม่พ้น ผมที่รวบมัดไว้ด้านหลังเปียกน้ำจนหยดติ๋งๆ สภาพโดยรวมเรียกว่าดูไม่ได้ ทั้งอึ้ง ตะลึง โกรธ สุดท้ายก็ได้แต่ตัวยืนสั่นเป็นเจ้าเข้า รู้สึกโมโหจับใจ แต่เอาผิดใครก็ไม่ได้เพราะรถเจ้ากรรมขับหายไปไกลลิบแล้ว พอก้มดูนาฬิกาข้อมือ อีกสิบนาทีจะได้เวลาสอบสัมภาษณ์ เลื่อนสายตาลงมองสารรูปตัวเอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองฟ้า

ดูท่าเธอคงพลาดงานอีกแล้วสินะ...

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
39 Bab
บทนำ
วราลีกำลังตกงานเพราะพิษเศรษฐกิจตกต่ำทำให้บริษัทที่หญิงสาวทำงานอยู่ต้องคัดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก และเธอก็เป็นหนึ่งในพนักงานกลุ่มนั้น หญิงสาวได้รับจดหมายเลิกจ้างพร้อมเงินชดเชยไม่กี่เดือน ต้องเสียเวลามาเริ่มนับหนึ่งใหม่ หางานทำใหม่ เธอเป็นเพียงพนักงานบัญชีธรรมดา เรียบจบออกมาก็ได้งานจากบริษัทที่เคยฝึกงาน แต่พอทำได้ไม่นานก็ดันถูกเลิกจ้างเพราะบริษัทต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย ท่ามกลางเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ มีพนักงานหลายร้อยคนที่ถูกเลิกจ้างเช่นกัน บางคนคร่ำครวญ บางคนรวมตัวกันประท้วงบริษัท ส่วนวราลีเพียงเก็บข้าวของออกจากบริษัทเงียบๆ แล้วกลับบ้านไปค้นหางานตามอินเทอร์เน็ต เธออยากหางานใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะภาระผ่อนบ้านที่เพิ่งซื้อไม่ถึงปีกำลังรออยู่หญิงสาวนั่งแท็กซี่มาจนถึงปากทางเข้าหมู่บ้านจัดสรรที่ตัวเองอาศัยอยู่ จ่ายเงินให้กับแท็กซี่ด้วยแววตาละห้อย เมื่อแบงก์ร้อยที่น้อยนิดในกระเป๋าปลิวไปอีกสองใบก่อนขนข้าวของลงจากรถแล้วเดินเข้าไปด้านใน บ้านสองชั้นขนาดสองห้องนอนสองห้องน้ำ มีห้องนั่งเล่น วราลีเพิ่งผ่อนไปได้ไม่ถึงครึ่งปี หากทำงานปกติก็คงจะผ่อนต่อไปได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนนี้เธอตกงาน ถึงแม้จะมีเงินชดเ
Baca selengkapnya
บทที่ 1
พลาดจากงานแรกเพราะรถกระบะเฮงซวย หลายวันต่อมาก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีบริษัทไหนติดต่อมาอีก หญิงสาวนั่งๆ นอนๆ จนเบื่อ ระหว่างว่างงานก็ส่งใบสมัครไปหลายที่แต่ก็ยังไม่มีที่ไหนตอบกลับ“เฮ้อ”วราลีถอนหายใจรอบที่ร้อย วันหนึ่งเธอถอนหายใจทิ้งไปไม่รู้กี่ครั้ง สงสัยคงจะได้กลับไปช่วยแม่ดูแลร้านอาหาร งานที่เมืองกรุงช่างหายากหาเย็น ก็แน่ล่ะ อัตราพนักงานที่ว่างงานเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นของประชากรในกรุงเทพแน่ ๆ แล้วแต่ละบริษัทที่รับพนักงานก็รับแค่ไม่กี่คน การแข่งขันมันก็สูง นักการบัญชีธรรมดาอย่างเธอมันก็อยู่ยากหน่อยครืด ครืด ครืดโทรศัพท์ที่ตั้งระบบสั่นไว้เคลื่อนไหวบนโต๊ะ วราลีเดินไปหยิบ เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอเป็นเบอร์เพื่อนสนิทที่ตอนนี้เรียนต่ออยู่อีกซีกโลก“รับช้าจังยายลี มัวทำอะไร ฮึ”หญิงสาวขมวดคิ้วขณะเหลือบตามองนาฬิกาบนฝาผนัง จากเวลาทางนู้นก็คงจะดึกมากแล้ว แซนดี้ หรือ อาจารี บริรักษ์ เป็นเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ไปเรียนต่อที่อเมริกา อีกหลายเดือนกว่าจะกลับ รายนั้นเป็นทายาทเพียงคนเดียวของบริรักษ์กรุ๊ป เจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมทางภาคใต้ พวกเธอสองคนรู้จักกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย และเพราะนิสัยเข้ากัน
Baca selengkapnya
บทที่ 2
วราลีขีดๆ เขียนๆ ด้านข้าง โชคดีที่ไม่มีใครเดินผ่าน ถึงแม้รถราที่ขับผ่านบางคนจะมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ แต่ใครแคร์กันล่ะ ตอนนี้เธอขอระบายความโกรธก่อนก็แล้วกัน หญิงสาวใช้ขมิ้นขีดรถจนเหนื่อยหอบ พอความโมโหคลายลงก็รีบยัดส่วนที่เหลือใส่ถุง เหลียวซ้ายมองขวาอีกรอบ“เฮอะ โชคดีเท่าไรที่ฉันไม่เอากุญแจรถขูดให้” หญิงสาวพูดทิ้งท้ายก่อนตั้งท่าจะข้ามกลับไปอีกฝั่ง รีบชิ่งหนีก่อนที่เจ้าของรถจะมา“เฮ้ย! ทำไมรถเป็นแบบนี้วะ”เสียงผู้ชายดังขึ้นด้านหลัง ขณะที่วราลีกำลังรอข้ามถนน หญิงสาวสะดุ้งเฮือกภาวนาให้ถนนโล่งเธอจะได้รีบข้ามรีบเผ่นไปจากที่นี่เสียทีแต่ดูเหมือนช้าไป เมื่อเสียงทุ้มร้องเรียกด้านหลัง....“คุณ! คุณ!”วราลีค่อยๆ หันหน้าไป พยายามตีหน้านิ่ง หญิงสาวสบตากับผู้ชายตัวโต รูปร่างสูงใหญ่แต่งกายด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์สีซีด ผมสีดำยุ่งๆ ไม่เป็นทรง นัยน์ตาสีดำคมเข้ม คิ้วหนาเป็นปื้นรับกับดวงตา จมูกโด่งเป็นสัน ชายหนุ่มไว้หนวดไว้เคราเหมือนขุนโจรที่เธอเห็นในละคร ท่าทางเหมือนโจรผู้ร้าย วราลีรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่นึกไม่ออก และไม่ใช่เวลาที่จะมานึกด้วย เพราะเธอเพิ่งไปก่อวีรกรรมกับรถเขา
Baca selengkapnya
บทที่ 3
“พ่อเลี้ยงกลับมาแล้วหรือครับ”สิงหราชเปิดประตูรถก่อนก้าวลงมา ชายวัยกลางคนวิ่งเข้ามาต้อนรับ ชายหนุ่มเห็นท่าทางอีกฝ่ายก็บอกเสียงขัน“ถ้าฉันยังไม่กลับลุงมิ่งจะเห็นฉันยืนอยู่ตรงนี้เรอะ”“ฮ่าๆ นั่นสินะครับ” ชายที่ชื่อมิ่งหัวเราะผสมโรง ก่อนช่วยยกข้าวของที่อยู่ด้านหลังรถลง แล้วขนตรงไปยังเรือนไม้สักหลังใหญ่ เดินไปไม่กี่ก้าว เบื้องหน้าปรากฏสตรีวัยกลางคนสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวกำลังเดินลงบันไดมา สิงหราชเห็นก็ตรงเข้าไปประคอง“แม่ลงมาทำไม สิงห์กำลังจะขึ้นไปพอดี”“ก็แม่อยากลงมาดูนี่ เห็นสิงห์ไม่มาสักทีก็นึกเป็นห่วง ช่วงนี้หน้าฝนถนนหนทางอันตราย พอเห็นหน้าสิงห์ตอนนี้แม่ถึงได้เบาใจ มาห้ามแม่เดินลงบันได ทำเหมือนแม่แก่แข้งขาไม่ดีอยู่ได้” นาตยาตีไหล่ลูกชายเบาๆ ก่อนใช้สายตาสำรวจลูกชายด้วยความรัก สิงหราชคือความภูมิใจของหล่อนและครอบครัว นาตยานึกถึงสามีที่ล่วงลับ ลูกชายคนนี้ถอดแบบสามีมาทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งความขยัน เอาจริงเอาจัง ความมุ่งมั่นพัฒนามรดกตกทอดของวงศ์ตระกูล ทำให้มีไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในเชียงรายในวันนี้ ชีวิตนี้นาตยาไม่ขออะไรอีกแล้วนอกจากขอให้ลูกชายมีครอบครัวที่อบอุ่น ช่วยกันดูแลไร่ชาสิงหราช มีลูกมีหลาน
Baca selengkapnya
บทที่ 4
“ตกลงยังไงหนูลี ทำไมหนูจะไม่ไป...” เสียงมารดาเร่งเร้าเอาคำตอบ“หนูลี...ไปก็ได้ค่ะ” วราลีกัดฟันตอบ เพราะไม่อยากอธิบายอะไร การที่ต้องใช้สมองนึกรื้อฟื้นความหลังมันไม่ใช่สิ่งที่น่าพิสมัยสำหรับเธอ “แล้วจะให้หนูลีเปลี่ยนตั๋วเดินทางไปเชียงรายเลยใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะลูกรัก...ถึงที่นู้นโทรหาแม่ด้วยนะ อ๋อ เดี๋ยวแม่ส่งไลน์เบอร์โทรนาตยาให้นะหนูลี ถึงสนามบินก็โทรบอกน้านาต” น้ำเสียงมารดาดูสดใสเป็นพิเศษ“ค่ะแม่”“เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ สู้ๆ จ้ะ”วราลีรับคำ พลางทำหน้าแปลกๆ เมื่อได้ยินประโยคปิดท้ายของมารดา แต่เพราะตอนนี้เธอกำลังกังวลกับการเผชิญหน้ากับผู้ชายในความทรงจำเมื่อวัยเด็ก ทำให้ไม่ได้เก็บคำพูดมารดามาใส่ใจอีก มารดาบอกสู้ๆ ก็คงเป็นการส่งกำลังใจให้เธอกับการเริ่มต้นงานใหม่ หญิงสาวพูดคุยกับมารดาอีกสองสามประโยคก่อนวางสาย หันไปมองกระเป๋าเดินทางของตัวแล้วก็ถอนหายใจจากมนุษย์เงินเดือนจะไปเป็นสาวชาวไร่เอาเถอะ...ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศก็แล้วกันสนามบินแม่ฟ้าหลวง (เชียงราย)วราลีลากกระเป๋าเดินทางเดินออกจากสนามบินมายังจุดรอรถ หญิงสาวล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกางเกง เลื่อนจอดูเบอร์มือถือที่มารดาส่งไว้ในไลน์ แล้วกดโทรอ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
สิงหราชมองผู้หญิงที่ถือกระเป๋าใบโตลงจากรถด้วยสายตาเย็นชา ผู้หญิงคนนี้เขาเคยเจอที่กรุงเทพครั้งหนึ่งและไม่คิดว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ เมื่อหญิงสาวคือคนที่จะมาทำงานกับเขาในฐานะเลขาส่วนตัวคนอย่างสิงหราชจะต้องการเลขาไปทำไม ในเมื่อก็มีคนสนิทอย่าง พายัพ คอยเป็นมือขวา จัดการทุกอย่างให้ ผู้หญิงตัวเล็กท่าทางขี้โรคอย่างหล่อนจะช่วยอะไรเขาได้ ไม่รู้ว่ามารดาเขาคิดอะไรอยู่ แถมแม่คุณยังเป็นคนที่เคยก่อวีรกรรมทำร้ายรถสุดรักของเขา ตีหน้าซื่อใส่ว่าไม่รู้เรื่อง มารยาสาไถยคงจะเยอะพอดูที่จะมาเป็นเลขาก็อาจจะมีแผนจับเขาทำผัวก็ได้ ใครจะรู้!ชายหนุ่มเดินลงจากรถแล้วมองวราลีนิ่งๆ ฝ่ายวราลีก็มองเขาก่อนจะมองกระเป๋าใบโตของตัวเอง ท่าทางเหมือนรอให้เขาเข้าไปช่วยถือ สิงหราชยิ้มเยาะก่อนหมุนตัวเดินหนีไป ไม่สนใจเสียงที่ร้องเรียกตามหลัง“คุณ คุณ!”วราลีมองแผ่นหลังของผู้ชายหน้าหนวดที่เดินห่างไปเรื่อยๆ จะว่าเขาหูหนวกก็ไม่ใช่ เพราะเธอและเขาก็ยังพูดคุยกันอยู่ถึงจะแค่ไม่กี่ประโยค หรือเขาจะจำได้ว่าเธอคือเด็กผู้หญิงที่เคยตามตอแย แต่ดูจากท่าทาง คำพูดคำจาที่ดูเย็นชา แปลกหน้า วราลีก็คิดว่าสิงหราชคงจำไม่ได้ท่าทางไม่ชอบขี้หน้าที่เขาแสด
Baca selengkapnya
บทที่ 6
หญิงสาวได้แต่รับคำแล้วมองเจ้าของบ้านเดินออกจากห้องไป เธอเดินไปปิดประตู ลากกระเป๋ามาวางไว้ใกล้ตู้เสื้อผ้า ก่อนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงห้องพักหรูหรา เจ้าบ้านใจดี...ดีจนน่าตกใจ ทำเอาเธอไม่สบายใจเลยจริง ๆ วราลีนอนคิดเรื่อยเปื่อย ก่อนลุกขึ้นนั่งแล้วเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างกายขึ้นโทรหามารดา“ว่ายังไงจ๊ะหนูลี ถึงไร่แล้วเหรอลูก...”“ถึงได้สักพักแล้วค่ะแม่” วราลีตอบ “คือว่า...แม่คะ หนูลีอยากจะถามแม่อีกครั้ง ตกลง ให้หนูลีมาทำงานเป็นเลขาลูกชายน้านาต หรือทำอะไรกันแน่”“ทำไมถึงถามอย่างนั้นล่ะ ก็ต้องทำงานเป็นเลขาสิจ๊ะ...”“ไม่มีอะไรค่ะแม่ หนูลีคิดมากไปเอง”“อย่าคิดอะไรมากมายเลยลูก งานที่นู้นก็ลองทำก่อน ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านเรา แม่แค่อยากให้หนูลีได้พักผ่อนเลยให้หนูลีไปที่ไร่แทนที่จะกลับบ้านเรา ถือเสียว่าไปเที่ยวนะลูกนะ”“ค่ะแม่”“ดีมากจ้ะ ลองก่อน สู้สักตั้ง อย่าเพิ่งท้อนะจ๊ะ แม่จะคอยเป็นกองเชียร์ให้”“สู้? กองเชียร์?”“สู้กับงานใหม่ไงล่ะ แม่จะคอยเชียร์ให้หนูลีทำงานอย่างราบรื่น งั้นแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ แม่จะออกไปตลาดเสียหน่อย ไว้ค่อยคุยกัน...”“ดะ เดี๋ยวสิคะ แม่ แม่คะ!”วราลีมองหน้าจอที่ถูกกดตั
Baca selengkapnya
บทที่ 7
สิงหราชเดินไปยังรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ในโรงจอดรถ เป็นรถที่ใช้สำหรับเดินทางไปไร่ชา ชายหนุ่มเปิดประตูฝั่งคนขับก่อนเข้าไปนั่ง ฝ่ายวราลียืนมองไม่กล้าขึ้นรถ เขาสตาร์ทเครื่องยนต์ มองแม่คนตัวเล็กที่ยืนเซ่ออยู่ไม่มีท่าทีจะขึ้นรถก็ตะคอก“นี่! จะไปไหม ยืนบื้ออยู่ทำไม ได้เวลาทำงานแล้ว!”วราลีได้ยินก็ใบหน้างอง้ำ เกลียดน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากของเขาเสียจริง หญิงสาวเดินไปเปิดประตูอีกฝั่งแล้วขึ้นไปนั่ง ขณะที่กำลังจะปิดประตู รถก็กระชากตัวออกไป ด้วยความตกใจก็เผลอหวีดร้อง“ว๊าย!”“หุบปาก! จะกรีดร้องขึ้นมาทำไม แค่นี้ยังตกใจแล้วจะทำงานที่ไร่รอดหรือ ฮึ!”วราลียกมือปิดปากตัวเองทันที มองสิงหราชที่ตะคอกเธอโดยที่สายตาไม่ละจากถนนเลยสักนิด ในใจก็ร้องคร่ำครวญทำไมต้องส่งเธอกลับมาเจอผู้ชายคนนี้อีกนะ ผ่านมาสิบกว่าปี เขาเปลี่ยนไปมากเลยจริง ๆ ตอนนี้ทั้งดุร้าย ปากจัด ทำเหมือนจ้องจะกินหัวเธอตลอดเวลา!วราลีมองออกนอกรถเห็นไร่ชากว้างสุดลูกหูลูกตาก็รู้สึกตื่นเต้น ถึงแม้จะเคยมาเมื่อตอนยังเด็ก แต่เพราะตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจวิวสวย ๆ ในไร่ชาเท่าไร พอมาอีกครั้งตอนโตกลับให้ความรู้สึกอีกแบบ การได้ชื่นชมธรรมชาติทำให้เธอรู้สึกดีและมีพล
Baca selengkapnya
บทที่ 8
วราลียิ้มตามมารยาท พยักหน้าเบา ๆ เมื่อชายหนุ่มเดินจากไป เจ้านายหน้าโหดก็แค่นเสียงใส่“หึ มาทำงานวันแรกก็โปรยเสน่ห์ ตกลงนี่มาทำงานหรือมาหา...ผัว”“เอ๊ะ!” หญิงสาวเริ่มเก็บอารมณ์ไม่ไหว เมื่อเจอคำพูดร้ายกาจมาเกือบทั้งวัน ผู้ชายตรงหน้านี้ทำให้ความอดทนของเธอสั้น จนตอนนี้อยากจะตอบโต้“ทำไม พูดแทงใจล่ะสิ”“คุณสิงห์!”“หืม ทำไม ไม่พอใจเหรอ...ไม่พอใจก็ลาออกไปซะ”วราลีตั้งสติ นับหนึ่งถึงสิบในใจ เธอเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการยั่วโมโหให้เธอรีบลาออกแล้วไปจากไร่ เขาไม่ชอบเธอเธอรู้ และเธอก็เคยไปก่อวีรกรรมกับรถสุดที่รักของเขา หญิงสาวตั้งสติได้ข่มความโกรธแล้วบอกอีกฝ่ายเสียงอ่อนเชิงขอร้อง“คุณสิงห์...เรื่องที่ผ่านมา ฉันขอโทษ”“ขอโทษ ขอโทษเรื่องอะไร” สิงหราชแกล้งถาม ความจริงเขาไม่ใช่คนนิสัยคิดเล็กคิดน้อย เพียงแต่ไม่ชอบใจ เด็กเส้น ของมารดา มีที่ไหนทำร้ายรถของเจ้านายแต่ยังตีเนียนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมขอโทษ แล้วแบบนี้จะทำงานร่วมกันได้ยังไง เขายอมรับว่ามีอคติ ไม่เคยคิดอยากจะให้เจ้าหล่อนมาทำงานด้วย ก็ดูสิรูปร่างบอบบางแบบนี้มาทำงานที่ไร่จะไปได้รอดสักกี่น้ำ“ขอโทษที่เคยทำรถคุณเปื้อน ทำรถคุณเป็นรอย ขอโทษที่ทำเป็น
Baca selengkapnya
บทที่ 9
“เฮ้อ” วราลีเอนหลังพิงเก้าอี้พลางถอนหายใจด้วยความเซ็งแอ๊ด...เสียงประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หญิงสาวรูปร่างระหงก้าวเข้ามา เจ้าหล่อนสวมเดรสเปิดไหล่สีแดงเพลิง ตัดกับผิวขาวผ่อง ใบหน้ารูปไข่ล้อมกรอบด้วยผมสีน้ำตาลลอมทองเป็นลอน จมูกโด่ง ตาโต ดูออกว่าเป็นลูกครึ่ง“เอ๊ะ...” หญิงสาวหุ่นนางแบบทำท่าแปลกใจ ฝ่ายวราลีลุกขึ้นแล้วยิ้มตามมารยาทให้ ก่อนถาม“ไม่ทราบว่ามาติดต่อเรื่องอะไรคะ”“ฉันมาหาสิงห์ เธอเป็นใคร ลูกจ้างใหม่ของไร่?” ดีดี้ หรือ ดลฤดี หญิงสาวลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ ถามหญิงสาวที่อยู่หน้าห้องสิงหราชด้วยน้ำเสียงสงสัยแกมไม่พอใจ เมื่อหญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักสะดุดตา รูปร่างถึงแม้จะไม่อวบอิ่ม เซ็กซี่ ถึงแม้จะรู้ว่าแม่คนตัวเล็กนี่ไม่ใช่สเปกสิงหราช แต่ใครจะรู้อยู่ใกล้กัน เห็นหน้ากันทุกวันจะไม่หวั่นไหวดลฤดีคิดอย่างไม่พอใจ สิงหราชเป็นแฟนหนุ่มที่คบกันมาเกือบสองปี ดลฤดี เป็นดารามีชื่อเสียงพอสมควรคนหนึ่ง หญิงสาวดังจากบทนางร้าย ถึงแม้จะไม่ดังเท่านางเอก แต่ภาพพจน์สวย โฉบเฉี่ยว และเชื้อสายลูกครึ่งก็ทำให้มีงานเข้ามาตลอดไม่ขาดสาย แต่เพราะเป็นคนติดหรู ข้าวของเครื่องใช้จะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกซีซั่น
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status