ログイン"มันหมดยุคสมัยแล้วครับพ่อที่จะมาคลุมถุงชน" "มันไม่ใช่เรื่องคลุมถุงชนนะลูก มันเป็นเรื่องความเหมาะสม พ่อไม่สนใจว่าลูกจะมีใครอยู่ แต่ผู้หญิงที่พ่อจะรับเข้ามาเป็นสะใภ้ในบ้าน ก็คือเธอคนนี้" "ถ้าพ่อชอบ..พ่อก็แต่งงานเองสิครับจะไปยากอะไร" พอคำนี้ออกจากปากของลูกชาย ที่รักซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลถึงกับตวัดสายตามองไปที่ผู้เป็นสามี "หาเรื่องให้พ่อหัวแตกแล้วไหมล่ะ" ไทเกอร์ก็มองไปที่ภรรยาเช่นกัน "ผมไม่อยากพูดกับพ่อเรื่องนี้แล้วครับ..ไร้สาระสิ้นดี" ว่าแล้วสิบทิศก็ยันกายลุกขึ้นจากโซฟาสุดหรู "ก็ได้..ถ้าลูกเห็นว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ พ่ออุตส่าห์เสนอให้ลูกก่อนนะ ลูกไม่ต้องการงั้นพ่อจะยกให้เข็มทิศ แล้วกัน" "คุณ!" ที่รักใช้สายตาแบบไม่พอใจกับคำพูดของสามี เธอเคยปรามหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้เอาลูกทั้งสองมาเปรียบเทียบ หรือถ้าคนนี้ไม่รับก็จะโยนให้คนนั้น
もっと見るกลางดึกคืนนั้น ราเมศขยับแว่นสายตาด้วยความล้า สายตาคมกริบของชายวัยสี่สิบสามจดจ่ออยู่ที่บรรทัดเดิมของสัญญามานานนับห้านาที กลิ่นกาแฟเย็นชืดเริ่มจางหายเมื่อความหอมละมุนแสนคุ้นเคยโชยมาจากทางประตู... กลิ่นเฉพาะตัวของเด็กสาวที่เขาเฝ้าถนอมเลี้ยงดูมากับมือ
"จะยืนซุ่มอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม แพรว" เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเรียบเฉยเสียจนดูเหมือนเย็นชา แต่มือที่ถือปากกาอยู่กลับกำแน่นขึ้นเล็กน้อย "คุณพ่อเนี่ย... หูดีอย่างกับแมวเลยนะคะ" ประตูไม้ถูกผลักเข้ามาทันที พร้อมกับร่างเล็กที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางร่าเริง แพรวพรรณในวัยสิบแปดฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มแบบเดิมที่เขาเห็นมาสิบปี แต่ตอนนี้มันกลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก "พ่อบอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาทำงานห้ามรบกวน แล้วนี่มันเที่ยงคืนแล้ว ทำไมยังไม่ไปนอน" "ก็หนูตื่นเต้นนี่คะ" เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเขา "พรุ่งนี้ต้องไปมอบตัวมหาลัยแล้วนะคะ คุณพ่อลืมหรือเปล่า" "ไม่ลืม ลุงสมหมายเขาก็เตรียมรถไว้แล้ว เธอควรไปนอนได้ละ" "คุณพ่อช่วยดูนี่ก่อนสิคะหนูเพิ่งลองชุดนักศึกษา... อยากให้คุณพ่อช่วยดูหน่อยว่ามันโอเคไหม หรือต้องเอาเข้าอีกนิด" "กระจกในห้องเธอก็มี จะมาให้พ่อดูทำไม" "กระจกมันพูดไม่ได้นี่คะ อีกอย่าง... หนูอยากแต่งให้คนที่บ้านดู ไม่ได้แต่งให้กระจกดูสักหน่อย" คำพูดที่ดูเหมือนจะซื่อแต่แฝงนัยบางอย่างทำให้ราเมศชะงัก เขาเงยหน้าสบตากับเด็กสาวที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ แววตาของแพรวพรรณในตอนนี้ไม่มีเค้าลางของเด็กแปดขวบที่เคยวิ่งมาเกาะขาเขาอีกต่อไป มันมีความท้าทาย... และความดื้อรั้นที่เขาเริ่มจะรับมือยากขึ้นทุกที "ไร้สาระไปนอนซะ พรุ่งนี้พ่อมีประชุมแต่เช้า" "ประชุมอีกแล้วเหรอคะตอนประถมคุณพ่อก็ไป มัธยมคุณพ่อก็ไป... หรือเพราะหนูโตแล้ว คุณพ่อเลยกะจะเขี่ยทิ้งตามหน้าที่ในพินัยกรรมให้จบๆ ไปคะ?" "แพรวพรรณ เธอโตแล้วนะ เลิกทำตัวประชดประชันเหมือนเด็กเรียกร้องความสนใจได้แล้ว" แพรวพรรณเม้มปากแน่นจนห่อเลือด ความน้อยใจพลุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอก ยิ่งเขาพยายามขีดเส้นแบ่งในฐานะผู้ปกครองมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอยากจะข้ามเส้นนั้นไปให้รู้แล้วรู้รอด "หนูไม่ได้เรียกร้องความสนใจ...หนูแค่... อยากให้คุณพ่อดูชุดจริงๆ นะคะ" มือเล็กเลื่อนไปปลดกระดุมชุดนอนเม็ดบนออกช้าๆ ต่อหน้าต่อตาเขา "เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเธอ!" ราเมศผุดลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระแทกโต๊ะ ใบหน้าหนุ่มใหญ่ที่เคยนิ่งสงบฉายแววตื่นตระหนก เขารีบคว้าข้อมือเล็กไว้ก่อนที่เธอจะทำอะไรไปมากกว่านั้น "หยุดเดี๋ยวนี้นะแพรวพรรณ" "ก็หนูใส่ชุดนักศึกษาไว้ข้างในไงคะ!" แพรวพรรณตะโกนสวนกลับพร้อมกับสะบัดข้อมือออก เธอถอดชุดนอนตัวโคร่งออก เผยให้เห็นชุดนักศึกษาสีขาวพอดีตัวกับกระโปรงทรงสอบที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมา ราเมศยืนนิ่งภาพตรงหน้าคือหญิงสาวสะพรั่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำว่าเด็กในปกครอง "สั้นไป..." "สั้นตรงไหนคะ นี่หนูเลือกยาวที่สุดในร้านมาแล้วนะ" แพรวพรรณเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "หรือที่คุณพ่อบอกว่าสั้น... เพราะคุณพ่อไม่กล้ามองหนูตรงๆ กันแน่" "พ่อบอกว่าสั้นก็คือสั้นไปเปลี่ยนซะ... หรือถ้าจะใส่แค่นี้ ก็ไปหาผ้าถุงมาใส่ทับซะ ไม่อย่างนั้นพ่อไม่ให้เธอออกจากบ้าน" "คุณพ่อหัวโบราณ" "พ่อเป็นผู้ดูแลเธอ พ่อมีสิทธิ์สั่ง" "สิทธิ์ของผู้ดูแล...คุณพ่อหวงหนูเพราะหน้าที่ หรือหวงเพราะ ความรู้สึกส่วนตัว ของผู้ชายคนหนึ่งกันแน่คะ" "แพรวพรรณ! อย่ามาลามปามกับพ่อ!" "ทำไมคะ หรือหนูพูดถูก 2ปีมานี้คุณพ่อแทบไม่ยอมกอดหนู ไม่ยอมแตะตัว แม้แต่จะสบตายังไม่ทำเลย... กลัวอะไรคะ กลัวว่าถ้ามองหนูนานๆ แล้วจะลืมไปว่าหนูเป็นลูกเพื่อนงั้นเหรอ?" "หุบปาก..." ราเมศกัดฟัน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นจนสั่น "หนูรักคุณพ่อ..." "พ่อบอกให้หยุดพูด!" "รักแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชาย! ไม่ใช่รักแบบพ่อลูกในนาม!" สิ้นเสียงตะโกน ราเมศพุ่งเข้าประชิดตัวทันที มือแกร่งบีบต้นแขนเธอแน่นจนแพรวพรรณนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เขาดันร่างเล็กลงไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาที่เคยเยือกเย็นบัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ... และบางสิ่งที่เขากดทับมันไว้มานานปี "ฟังนะแพรวพรรณ...พ่อแม่เธออุตส่าห์ทำพินัยกรรมฝากฝังเธอไว้กับพ่อ... เพราะเขาไว้ใจว่าฉันจะดูแลเธอให้เติบโตไปเจอสิ่งที่ดี ไปเจอผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันที่พร้อมจะดูแลเธอ... ไม่ใช่ให้มาทำตัวแก่แดดแก่ลม คิดเรื่องบัดสีกับคนรุ่นพ่อที่เขาไว้ใจให้ดูแลเธอแบบนี้!" "เรื่องบัดสีเหรอคะ ความรักของหนูมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอคะ" "มันเป็นไปไม่ได้!" "ทำไมจะไม่ได้! เราไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน พ่อแม่หนูไม่อยู่แล้ว... และคุณพ่อก็ไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของหนูด้วยซ้ำ!" "พ่ออายุสี่สิบสาม! ฉันแก่กว่าเธอตั้งเท่าไหร่" "หนูไม่สน!" "แต่พ่อสนเธอยังเด็ก เธอเพิ่งสิบแปด พรุ่งนี้เธอจะเข้ามหาลัย เธอจะได้เจอคนอีกมากมายที่หนุ่มกว่า ดีกว่า และเอาใจเก่งกว่าคนแก่อย่างฉัน... ถึงตอนนั้นเธอก็จะลืมความรู้สึกเพ้อเจ้อนี่ไปเอง!" "หนูไม่มีวันลืม...แล้วคุณพ่อล่ะคะ... กล้าสาบานไหม ว่าที่หัวใจเต้นแรงขนาดนี้... มันเป็นเพราะโกรธหนูอย่างเดียว?" ราเมศตัวแข็งทื่อ มือเล็กๆ ของเธอลูบไล้แผ่วเบาที่อกเสื้อ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปสัมผัสสันกรามแกร่งที่ขบแน่น "คุณพ่อคะ..." เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นอ้อนวอนแผ่วเบา "มองหนู... มองหนูแพรวในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง... แค่ครั้งเดียว..." ในห้องทำงานที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้ง ราเมศจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น กลิ่นกายหอมกรุ่นและความนุ่มนิ่มที่อยู่ใต้ฝ่ามือทำให้สติที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีพังทลายลง เขาค่อยๆ โน้มหน้าลงไปช้าๆ... ราวกับต้องมนต์แพรวพรรณหลับตาพริ้ม รอคอยสัมผัสที่เธอโหยหามาทั้งชีวิตปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียน ลมหายใจเป่ารดริมฝีปากแต่แล้ว พลั่ก ราเมศผลักเธอออกเต็มแรงจนเซไปกระแทกกับเก้าอี้ เขาหันหลังให้เธอทันที "ออกไป..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาจนแทบคุมไม่อยู่ แพรวพรรณลืมตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นไหวนั้น "คุณพ่อ..." "ฉันบอกให้ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้! ก่อนที่ฉันจะ... จะขังเธอไว้ในห้องนี้ไม่ให้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันอีก!" เด็กสาวปาดน้ำตาออกจากแก้ม ลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เธอไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้... ตรงกันข้าม "หนูจะไปนอนก็ได้ค่ะ" เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ปกติที่สุด "แต่คุณพ่อระวังไว้นะคะ... ว่าชุดนักศึกษาชุดนี้ กระดุมมันแกะยากมาก... ถ้าไม่มีคนช่วยแกะ หนูคงต้องใส่ชุดนี้นอนไปทั้งคืน" ทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายเสร็จ แพรวพรรณก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ราเมศยืนกำหมัดแน่นอยู่ในความมืดสลัว เขาเดินโซซัดโซเซไปที่บาร์ริมห้อง คว้าขวดบรั่นดีมารินใส่แก้วแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวเพื่อดับความร้อนรุ่มที่กำลังเผาไหม้ความยับยั้งชั่งใจของเขา ภาพเรียวขาขาวผ่องกับแววตายั่วยวนนั่นยังติดตา "บ้าเอ๊ย..." เขาสบถออกมาพร้อมเหวี่ยงแก้วลงพื้นจนแตกกระจายหญิงสาวได้แต่นั่งจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์..ซึ่งตอนนี้มีแค่รูปลูกชายที่ปรากฏอยู่ เพราะมันเป็นรูปพักหน้าจอมือเรียวรีบยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากใบหน้า เธอคิดถึงพวกเขาทั้งสองมาก ร้องไห้อยู่แบบนั้นเพียงไม่นานก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่ทานหลังอาหารเช้าวันต่อมา.."ยี่สิบกว่าสาย!??" ตื่นมาก็รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู สายจากสามีโทรมายี่สิบกว่าสาย ละอองดาวนึกตำหนิตัวเองที่ไม่ได้เปิดเสียงไว้ ถ้าไม่งั้นคงจะได้คุยกับเขาแล้ว หญิงสาวรีบโทรกลับไป แต่เหมือนปลายสายจะปิดเครื่อง ..เขาโกรธหรือเปล่าที่เราไม่ได้รับโทรศัพท์ ละอองดาวทำอะไรไม่ได้แล้ว เธอก็เลยเดินเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำก่อนออกไปทำงานคนตัวเล็กยืนอยู่ใต้ฝักบัวนานพอสมควร เพื่อให้มันชำระคราบน้ำตาออก เธอยังนึกเสียดายที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ของสามีแกร็ก~ ประตูห้องน้ำได้ถูกเปิดออกมาจากคนที่อยู่ด้านใน ขาเรียวก้าวเดินออกจากห้องน้ำมา แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่หน้ากระจกบานใหญ่ของห้องนั้นด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายอยู่ สายตางามมองกระจกไม่ยอมกระพริบ เพราะคิดว่าตัวเองมองผิด"เราคิดถึงเขามากขนาดนั้นเลยเหรอ" หญิงสาวคิดว่ามันเป็นภาพลวงตาที่เธอจินตนาการขึ้นมา เพรา
สองปีต่อมา ถึงตอนนี้ทั้งสองก็อายุใกล้จะ 5 ขวบแล้วมีบางทีได้ออกไปนอกบ้านบ้าง เพราะต้องให้รู้สถานที่จริงนอกจากให้ดูในหนังสือและในอินเทอร์เน็ต ส่วนเรื่องเรียน มีครูสอนพิเศษเข้ามาสอนถึงที่บ้านและตอนนี้ทุกคนในบ้านก็ชินแล้ว เพราะรู้ดีว่าความปลอดภัยของเด็กๆ ต้องมาเป็นอันดับแรกในเย็นวันนั้น.. ก่อนวันเกิดของเด็กทั้งสองเพียงแค่ไม่กี่วัน ราชทูตก็เดินทางมาขอเข้าพบเจ้าหญิงด้วยตัวเอง"อะไรนะคะ? แต่ลูกของฉันยังเล็กมาก" เมื่อได้ยินหญิงสาวแทบเข่าทรุด เพราะไม่คิดว่ามันจะมาถึงเร็วขนาดนี้"ใช่แล้วครับ พระองค์ยังอายุน้อยมาก พวกเราถึงได้เชิญเจ้าหญิงให้กลับไปเพื่อเป็นผู้สำเร็จราชการแทนไปก่อน" ตอนนี้ประชาชนได้ทำสำเร็จแล้ว พวกเขาทวงคืนทุกอย่างกลับมาได้โดยเสียเลือดเสียเนื้อเพียงไม่มาก เพราะคนข้างกายของกบฏผู้นั้นลงมือสังหารเอง"ฉันเหรอคะ" พอรู้ว่าเธอจะต้องได้ไปทำหน้าที่สำเร็จราชการแทนลูกชาย หญิงสาวรีบหันไปมองสามีที่นั่งอยู่ข้างกาย ถึงแม้ว่าจะเป็นการเข้าพบแบบส่วนตัว แต่เข็มทิศไม่ยอมปล่อยให้เธออยู่ในห้องกับพวกเขาเพียงลำพัง"แล้วแต่เจ้าหญิงจะตัดสินใจเลยครับ" มันคือเวลาที่เธอรอคอย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธออยากจะกลั
"อือ" พอความเป็นชายสอดใส่เข้ามาในร่างกาย มือเรียวก็รีบดันหน้าอกสามีไว้ เพราะกลัวว่าเขาจะโน้มตัวลงมาทับเจ้าตัวเล็ก"ผมระวังอยู่" เสียงทุ้มกระซิบออกมาแผ่วเบา พร้อมกับขยับสะโพกเบาๆ "อ้าาา" ยิ่งทำเบาก็ยิ่งมีความเสียว หรืออาจเพราะไม่ได้ปลดปล่อยนานแล้ว"อื้อออ""เจ็บเหรอครับ" เขาไม่รู้ว่าการมีอะไรกับหญิงตั้งครรภ์ต้องทำได้ประมาณไหน ยิ่งกับท่อนเอ็นลำใหญ่ของเขาแล้วกลัวว่ามันจะเข้าลึกเกินไป"เปล่าค่ะแล้วคุณจะหยุดทำไม" ที่จริงเธอก็เสียวไม่แพ้กัน ที่ครางออกมาเพราะเริ่มมีอารมณ์"ผมกลัวคุณเจ็บ" ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยรอยยิ้ม และนึกเอ็นดูที่เธอตำหนิว่าจะหยุดทำไม "ซี๊ดดด..ผมต่อเลยนะ" แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็นเพราะกลัวว่าเธอจะอาย แล้วท่อนเอ็นอุ่นก็เริ่มขยับเข้าออกโดยเพิ่มความเร็วขึ้นตามลำดับ เพราะไม่อยากจะอดกลั้นนาน"อื้อ อื้อ อื้อ // อ้าาา ปล่อยแล้วนะครับ" ทั้งสองครวญครางออกมาพร้อมกัน เพราะเริ่มทนความเสียดสีไม่ไหว และเพียงไม่นานชายหนุ่มก็รีบชักท่อนเอ็นออกมาเมื่อปล่อยน้ำออกหมดแล้ว เพราะกลัวจะเผลอไปทับเจ้าตัวเล็กเข้า"คุณจะทำอะไร" หญิงสาวถามเมื่อเขาลุกขึ้นแล้วโอบอุ้มเอาร่างของเธอขึ้นมาด
"คุณหมอรู้จักฉันเหรอคะ?" หญิงสาวนัยน์ตาสวยมองไปที่หมอคนที่เพิ่งจะเอ่ยชื่อเธอออกมา"คุณหมอรู้จักภรรยาผมได้ยังไง.." เข็มทิศก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าหมอคนนี้รู้จักภรรยาของเขาได้ยังไง"หมอเป็นใคร!" สิบทิศรีบเข้ามาขวางหน้าแก้วกานดาไว้ เพราะเขาไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าหมอคนนี้เพิ่งจะช่วยชีวิตแม่ยายของเขามา"ใจเย็นก่อนสิลูกปล่อยให้คุณหมอได้พูดบ้าง" ที่รักและไทเกอร์รีบเข้ามาห้ามลูกๆ ไว้ก่อน เพราะดูจากท่าทีแล้วหมอคนนี้คงไม่ใช่คนร้าย ถ้าไม่งั้นคงไม่ช่วยแม่ของลูกสะใภ้จนปลอดภัย"ผมคือหมอที่ถูกส่งมาเพื่อดูแลเจ้าหญิงโดยเฉพาะครับ เพราะตอนนี้เจ้าหญิงกำลังทรงพระครรภ์องค์รัชทายาท" ที่จริงหมอคนนี้แค่รอเวลาที่จะเดินทางมา แต่พอเกิดเหตุนี้ขึ้น ก็เลยรีบปรากฏตัวก่อน เพราะไม่อยากจะให้เจ้าหญิงอัญมณี มีความทุกข์ใจเกี่ยวกับญาติของสามี กลัวจะส่งผลถึงองค์รัชทายาทที่อยู่ในครรภ์ของเธอ"ขอบคุณเจ้าหญิงมากนะคะ" ได้ยินแบบนั้นละอองดาวรีบหันมายกมือไหว้ขอบคุณแก้วกานดา"อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ เราเป็นญาติกันไม่ใช่เหรอคะ" แก้วกานดารีบรับไหว้ด้วยการไหว้กลับ แล้วใบหน้างามก็หันไปมอง.. "คุณหมอรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ" เธอหมายถึ
พอคุยงานกับผู้เป็นพ่อเสร็จเขาก็รีบกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง"พ่อนะพ่อ.. เรื่องแค่นี้" เข็มทิศเหมือนคุยกับตัวเอง แต่อยากจะให้เธอถามมากกว่า "คุณเป็นอะไร" พอเธอไม่ถามเขาก็เลยเดินแวะไปที่โต๊ะของเธอก่อน"เปล่าค่ะ""จะอายทำไม..ไม่มีอะไรหรอก" มือหนายื่นไปลูบผมภรรยาที่นั่งอยู่เบาๆ เพราะรู้ดีว่าเธอคงจะอาย
"หึง..คำนี้มันต้องใช้กับคนที่รักกันไม่ใช่เหรอ" เธอพูดออกมาแค่แผ่วเบา แต่เขาก็ได้ยิน.."เข็มทิศรักเจ้าหญิงแก้วกานดานะครับ" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับมองเข้าไปนัยน์ตาหวานคู่นั้น"คะ? ..เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ""รัก""คุณรักฉันเหรอ?" ดวงตากลมมองสบตาผู้เป็นสามีแบบไม่เชื่อหู "คุณจะรักฉันได้ยังไง แล้วรักตอนไหน""ท
ความต้องการในตัวเธอมันเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา เข้าใกล้เธอทีไรเลือดในกายก็ร้อนผ่าว ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงคนแรก แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย อย่างที่พูดไว้คือเขาก็เหมือนผู้ชายทั่วไป..มีแอบดูคลิปและเคยสัมผัสความเป็นชายของตัวเองมาบ้างแล้ว แต่กับผู้หญิงเขาเก็บไว้ให้คนที่คิดว่าใช่เท่านั้น"พอแล
เข็มทิศใช้เวลาเพียงไม่นานก็กลับมาถึงบริษัท ..พอมาถึงเขาก็ตรงไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิด"กล้องเสียครับ" พนักงานที่ประจำอยู่ในห้องนั้นได้ตรวจเช็คแล้วก็เลยแจ้งเขาไป"มันจะเสียได้ยังไง พวกนายทำงานกันยังไงถึงปล่อยให้กล้องเสีย!""ขอโทษครับที่ทำงานสะเพร่า""เช็คดูกล้องทุกตัวที่สามารถจะจับภาพตรงนั้นได้""





