หญิงอัปลักษณ์เช่นข้าขอเกิดเป็นปลาเค็มดีกว่าเป็นภริยาของท่าน

หญิงอัปลักษณ์เช่นข้าขอเกิดเป็นปลาเค็มดีกว่าเป็นภริยาของท่าน

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-10-19
โดย:  เฟยหรงจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 การให้คะแนน. 2 ความคิดเห็น
78บท
9.2Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

คืนหนึ่งลี่หลินได้หนังสือนิยายมาจากเพื่อน เธออ่านจนถึงกลางเรื่องแต่ก็ผลอยหลับไป เมื่อตื่นมาอีกครั้งเธอดันพบว่าตัวเองได้เข้ามาอยู่ในร่างของเหมยลี่ หญิงอัปลักษณ์ซึ่งเป็นภริยารองแสนชังของท่านแม่ทัพตัวร้าย และพบว่าเหมยลี่กำลังตั้งครรภ์เธอจึงคิดหนีเพื่อไปใช้ชีวิตแสนสุขกับลูกเพียงลำพัง

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 ลี่หลินเชฟฝึกหัดแห่งหางโจว

Peyton Shaw froze when he saw me.

He hurriedly pushed the plate of spaghetti toward me.

"You're back. I made you some spaghetti."

He wore an apron over his bare chest.

He was over six feet tall, with striking features, broad shoulders, and a narrow waist.

I swallowed and couldn't help looking at him a little longer.

Then I saw his clean skin, and my nose stung with tears.

I suddenly thought of Gavin Zane.

His chest, back, and thighs were covered in clusters of red rashes.

He never let me turn off the lights. He said I had to look at his body and remember who my man was.

When I asked for a divorce, he grabbed me by the throat and slammed me against the wall.

"If you tell anyone, I'll make sure everyone you care about suffers!"

Peyton noticed my red eyes and quickly lifted the spaghetti with his fork.

He brought the two eggs hidden underneath to the top. "I made you two eggs today."

I glanced at his plate. He didn't have any eggs.

I sat down, twirled some spaghetti around my fork, and took a bite.

For the first time in three years, I ate at a table.

I didn't have to kneel as punishment from my in-laws.

I didn't have to lie on the floor and eat from a dog bowl because I hadn't gotten pregnant.

A tear fell onto my plate.

Peyton panicked. He reached out to wipe my tears, but stopped halfway and drew his hand back.

He lowered his head, took a beautiful little box from his pocket, and carefully pushed it toward me.

"I bought the necklace you liked the other day."

He paused, then spoke more softly.

"Sasha, once I pay off my debts, I'll get you something even better."

I looked at the necklace, which cost nearly two thousand dollars, and felt a sudden ache in my chest.

[Sasha, your life wasn't unhappy. You just weren't satisfied with it.]

While Peyton washed the dishes, Sasha sent me a photo.

I opened it. It showed a pregnancy test with two lines.

[Shayla Moore, I'm pregnant. My mother-in-law was so happy she doubled my monthly spending money from one million to two million dollars on the spot.]

[Don't blame me. Everyone has to look out for themselves. We're best friends, after all, so I'll enjoy your good fortune for you!]

I stared at the screen, my fingers motionless.

My in-laws didn't know their son had HIV.

That was why they once made me kneel for three days and nights after they caught me secretly taking birth control pills.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

You Euro
You Euro
อัพน้อยเกินไปมั้ย อาทิตย์ละตอนเอง เป็นวันละ 1-2 ตอนได้มั้ย
2025-07-13 09:42:30
0
0
Thep Euro
Thep Euro
จบยังคะ กี่ตอนจบคะ
2025-06-21 18:00:50
0
0
78
บทที่ 1 ลี่หลินเชฟฝึกหัดแห่งหางโจว
เมืองหางโจวภายในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองหางโจว มีกลุ่มนักศึกษาต่างพากันปั่นจักรยานไปเรียนในตอนเช้าซึ่งเป็นฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ข้างทางจึงพากันผลัดเปลี่ยนสีของใบจากเขียวกลายเป็นส้มบ้างแดงบ้างลมหนาวเริ่มมาเยือนปะทะใบหน้าอ่อนหวานของหญิงสาววัยยี่สิบปีนักศึกษาคณะคหกรรม ซึ่งวันนี้เธอแต่งกายด้วยเสื้อไหมพรมพร้อมพับผ้าพันคอไว้โดยสวมกางเกงขายาวเพื่อให้ร่างกายได้อุ่นขึ้นลี่หลินกำลังปั่นจักรยานไปยังอาคารเรียนที่อยู่ไกลจากหอพัก ด้วยความมีนักศึกษาเป็นจำนวนมากจึงต้องแย่งกันในทุกย่างก้าวเพื่อจะได้ไปให้ถึงตามเวลา เพราะการเป็นเชฟต้องรักษาเวลาให้เป็นอย่างดี ช้าเพียงเสี้ยววินาทีเดียวอาหารเลิศรสอาจเปลี่ยนรสชาติไปได้สาวผมยาวทรงสละสลวยยามโต้ลมทำให้พลิ้วไหวและดูสวยงามราวกับเส้นของขนมไหมฟ้า ลี่หลินโดดเด่นด้วยหน้าตาและคำพูดคำจาที่ดูฉลาดเฉลียว ทว่าเธอยังไม่เคยต้องมือชายเลยสักครั้ง ซึ่งใคร ๆ ก็ว่าเธออาภัพ แต่ลี่หลินไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น“มาเร็วลี่หลิน” เสียงเรียกของเพื่อนตาเฉี่ยวชั้นเดียวสวมแว่นสายตาผมสั้นประบ่ากำลังโบกมือเรียกเธอจากใต้อาคารเรียนสูงหลายชั้นลี่หลินจึงเร่งถีบจักรยานไปให้ถึงที่จอด แล้ววิ่งไปหาเพ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 นิยายของหญิงอัปลักษณ์
หน้าเตาที่มีเหล่าเชฟฝึกหัดยืนอยู่เรียงราย กำลังขะมักเขม้นตั้งใจทำปลาต้มผักกาดดองให้เสร็จและมีรสชาติใกล้เคียงกับของอาจารย์ ซึ่งลี่หลินมีสีหน้าเป็นกังวลด้วยความตั้งใจเกินร้อยจึงทำให้กดดันตัวเอง เธอถกแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมงจัดการต้มน้ำไว้รอเดือด แล้วจับปลาที่ถูกแช่อยู่ในน้ำแข็งมาชำแหละเป็นชิ้น ปลายมีดแหลมคมเฉือนเนื้อปลาไปถึงก้างเพื่อเลาะเอาเนื้อปลาชิ้นสวยออกมาวางเรียง ก่อนละมือไปเตรียมอย่างอื่นต่อ“เก่งจังเลยลี่หลิน” ปิงปิงเอ่ยชม เมื่อเห็นว่าเพื่อนทำได้คล่อง ซึ่งต่างจากเธอที่ยังเงอะงะเรียงลำดับก่อนหลังไม่ถูก จนต้องแอบชำเลืองมองเพื่อน“เมนูนี้ฉันทำให้แม่กินบ่อยน่ะ”“เมื่อไหร่อาจารย์จะสอนทำอาหารอย่างอื่นบ้าง อาหารไทยก็น่าสนใจนะ” ปิงปิงบ่นพร้อมทำหน้ามุ่ย“เราเรียนทำอาหารจีนไม่ใช่”“ฮ่า ๆ จริงด้วย คงต้องไปหาเรียนหลักสูตรสั้น ๆ แทน”“นี่ลี่หลิน”“...?”“ฉันได้หนังสือนิยายมาใหม่แหละ อยากอ่านไหม”“มีกี่เล่มจบ ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยว่างด้วยกลัวเอาไปอ่านนาน”“แค่ไม่กี่เล่มหรอก อ่านแป๊บ ๆ ก็จบแล้ว”ลี่หลินชั่งใจ “งั้นฉันยืมเธออ่านก็แล้วกัน”“ได้เลยเพื่อนรัก ว้าย!” มัวแต่คุยกันน้ำในหม้อที่ปิงปิงตั้ง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 แม่ทัพตระกูลกู้
เรือนตระกูลกู้ซึ่งใหญ่โตโอ่อ่าสมกับตำแหน่งท่านแม่ทัพฝ่ายหน้า ซึ่งมีผู้คนมากมายทั้งบ่าวไพร่ที่คอยรับใช้และเจ้าของเรือนที่อาศัยอยู่ในเรือนแห่งนี้ พวกเขาเหล่านี้กำลังนั่งคุกเข่าและก้มหน้าจนแทบติดพื้นเพื่อเคารพแด่ขุนนางที่ถือราชโองการพร้อมตราหยกมู่หยางท่านแม่ทัพฝ่ายหน้าบุรุษร่างกำยำสมชายชาตรี เขาคือบุตรชายเพียงคนเดียวของแม่นางชิงชิงกับท่านขุนนางตงหยาง โดยมีหญิงงามคอยอยู่ข้างหลังอีกสองสามนางซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภรรยาของท่านแม่ทัพพวกเขาเหล่านี้ตั้งใจฟังสิ่งที่ขุนนางผู้นี้พูด“ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้จึงมีพระราชบัญชาให้ยกบุตรสาวแห่งแคว้นอัน พร้อมผ้าแพร เครื่องสังคโลกและเงินอีกพันเฟื้องเป็นเครื่องบรรณาการชนะศึกในครั้งนี้ ให้แด่ท่านแม่ทัพแห่งตระกูลกู้”เสียงดังก้องกังวาลของขุนนางฝ่ายขวาพูดขึ้นพร้อมอ่านพระราชโองการให้แม่ทัพผู้ชนะศึกในการสลายแคว้นน้อยใหญ่ให้เป็นบึกแผ่นมาได้ แม่ทัพมู่หยางแห่งตระกูลกู้นั่งคุกเข่าพร้อมรับราชโองการที่ขัดเสียมิได้“น้อมรับพระบัญชา ขอพระองค์ทรงอายุยืนหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”ครั้นเคารพต่อฮ่องเต้เสร็จสิ้นจึงรับสารแห่งพระราชโองการนี้ พร้อมยืนขึ้นเพื่อก้มโค้งลาท่านขุนนาง คน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 หนทางหนี
“ข้าจะไปบวชอยู่ที่วัดหลินจิง” ฟู่ฟู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม้นางจะอายุยังน้อยแต่ก็หนักแน่นเสียจนเหมยลี่มองดูนางพลันตกใจอยู่ไม่น้อย“คุณหนูฟู่ฟู่แน่ใจแล้วรึ”“แน่ใจ ข้าจะไปอยู่ที่นั่น อย่างน้อยก็ปลอดภัยสำหรับข้า”“ถ้าอย่างนั้นเราทั้งสองต้องรีบหนีไปก่อนจะไม่ทันการ” เหมยลี่ลุกขึ้น“เดี๋ยว หากไปเช่นนี้ต้องมีคนจับได้แน่” ฟู่ฟู่รั้งมือไว้“จริงด้วย ข้านี่โง่เขลานัก” เหมยลี่ยิ้มให้เล็กน้อย พลางหลุบตามมองเสื้อผ้าตัวเองสลับกับของบุตรสาวแห่งแคว้นอัน หากต้องการหลบหนีจำเป็นต้องพรางตัว“หากคุณหนูฟู่ฟู่ไม่ว่าอะไร ท่านลองสลับอาภรณ์พวกนี้กับข้าไหม?”“ได้สิ”เมื่อตกลงกันได้ ทั้งสองจึงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ซึ่งกันและกันจนดูแปลกตา คุณหนูฟู่ฟู่สวมใส่ชุดคนรับใช้ซึ่งเป็นผ้าเก่าสีซีดทั้งยังมีรอยขาดรอยปะจากการเย็บจนดูเป็นสตรีธรรมดา ส่วนเหมยลี่ที่สวมชุดสีชมพูด้วยผ้าที่ตัดอย่างดี ทำให้ดูดีอยู่ไม่น้อย หากใบหน้านี้ไม่ได้มีรอยแผลจนอัปลักษณ์นางย่อมเป็นสตรีที่งดงามดุจนางบนชั้นสวรรค์ถึงจะเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ แต่มีอยู่ชิ้นหนึ่งที่เหมยลี่จำเป็นต้องคลุมไว้ นั่นคือผ้าคลุมปิดบังใบหน้าของนางนั่นเอง แล้วมาจัดการเก็บ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 หน้าตาเจ้าอัปลักษณ์ยิ่งนัก
เสียงเหยียบกิ่งไม้ดังตามจังหวะที่เท้าของทั้งสองนางกำลังพากันวิ่งไปยังกำแพงสูงอีกด้าน วงแขนของเหมยลี่ยกขึ้นป้องกิ่งไม้ออกไปให้พ้นทาง พร้อมทั้งเปิดเส้นทางเท้าให้คุณหนูแห่งแคว้นอันวิ่งตามได้อย่างสะดวก จนเมื่อมาถึงเสียงหอบได้ดังมาก่อนเสียงพูดราวกระซิบเสียด้วยซ้ำ“รีบปีนไปเร็วคุณหนู เหยียบบนหลังข้า” เหมยลี่ก้มหลังให้“เร็วเถิดคุณหนู หากผู้ใดไหวตัวทัน หนทางหนีคงไม่มีอีกหนแล้ว”เมื่อถูกรบเร้าสตรีผู้น้อยจึงยอมเหยียบหลัง มือพยายามเอื้อมไปจับกำแพงสูง และปีนป่าย ขณะที่เหมยลี่ได้ช่วยดันตัวสตรีผู้น้อยอีกแรง“ปะ...ปีนได้แล้ว” ด้วยความตัวบางฟู่ฟู่จึงสามารถขึ้นไปอยู่บนสันกำแพงได้อย่างง่ายดาย พลางยื่นมือให้สาวรับใช้จับ“ขึ้นมาสิ”“นั่นใครน่ะ!”แต่ยังไม่ทันที่เหมยลี่จะได้ปีนกำแพงก็มีเสียงของทหารดังมา สองนางตาเบิกโพลงหันมองกันด้วยความตกใจ หญิงอัปลักษณ์ใช้คิดเพีนงครู่เดียว ก่อนรีบปีนหนี“ลงไปก่อนคุณหนู ท่านวิ่งแยกไปที่ท่าน้ำ ตรงนั้นมีเกวียนที่พาไปวัดได้ ส่วนข้าจะล่อคนพวกนั้นให้ไปอีกทางเอง” เหมยลี่พูดอย่างจริงจัง“แล้วเจี่ยเจียจะไม่เป็นอะไรหรือ”“ชีวิตข้าไร้ค่ายิ่งนัก โปรดรักษาตัวด้วย” สาวรับใช้ก้มโค้งให้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 ข้าอยากหนีไปจากท่าน
เสียงฝีเท้าวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต ฟู่ฟู่กำลังวิ่งใปให้ถึงที่หมายซึ่งเป็นท่าเรือ นางจับย่ามไว้แน่นและวิ่งจนผ้าสะบัดพลิ้วไปตามลม สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนและผู้คนซึ่งออกมาใช้ชีวิตกันเป็นปกติ ทั้งยังมีขอทานนั่งอยู่ตามมุมไม่เว้น แต่ที่น่าหวั่นกลัวคือพวกทหารต่างหากหญิงวัยแรกแย้มวิ่งหลบไปตามซอกซอยแคบ ๆ เพื่อหลบให้พ้นพวกทหารที่อาจวิ่งตามมา ทางลัดที่คุ้นเคยทำให้นางมาถึงท่าเรือจนได้ ใบหน้าผินมองรถม้าที่เหมยลี่ได้กำชับไว้ เมื่อเห็นว่ามีอยู่จริงดังว่า นางจึงรีบวิ่งไปด้วยอาการหอบเล็กน้อย“ข้าจักไปวัดหลินจิง”“สองตำลึง” บุรุษตรงหน้าพูด เขาคือเจ้าของเกวียนรถม้านั่นเอง บุรุษโพกผ้าพันศีรษะตัวสูงอย่างชายชาตรี อายุน่าจะมากกว่าฟู่ฟู่อยู่ไม่น้อย แต่ดูไม่มากเกินไปจากหน้าตาที่ดูยังหนุ่มแน่นคนคิดหนีไม่เกลี่ยงราคานางรีบมอบอัดให้ “นี่ข้าให้สี่ตำลึง รีบพาข้าไปที”คิ้วหนาขมวดเล็กน้อย มองนางด้วยความสงสัย จากการแต่งกายดูไม่น่าจะมีอัดมากมายขนาดนี้ แต่เขาไม่ถามไถ่เพียงแต่โยนอัดในมือเล่นพลางมองสาวงามผู้นี้อย่างไม่ลดสายตา“ข้าจะไปส่งเจ้า เชิญเถิดแม่นาง”ชายแปลกหน้าพูดพลางเปิดม่านบนรถเกวียนให้ ฟู่ฟู่จึงเดินขึ้นไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 ข้ามิคิดหนี
เหมยลี่เดินไปอยู่ด้านหลังท่านแม่ทัพ จากที่ตรงนี้ทำให้นางได้สังเกตบุรุษตรงหน้าอย่างถีถ้วน ร่างกายของเขาช่างดูสูงใหญ่และมีแผ่นหลังกว้าง รังสีความมีอำนาจแผ่กระจายออกมาจนใคร ๆ ต้องยำเกรง นางยืนอย่างใจกลัวพร้อมเม้มริมฝีปากล่างเล็กน้อย“รีบนวดสิ” มู่หยางปรายตามองเล็กน้อย พลางได้กลิ่นหอมจากกายหญิงอัปลักษณ์ช่างเหมือนดอกเหมยไม่มีผิด แต่ถึงแม้กลิ่นกายจะหอมเพียงใดหากใบหน้ายังอัปลักษณ์เช่นนี้ใครจะไปอภิรมย์ได้ “ปิดหน้าของเจ้าไว้ซะ ข้ายิ่งเห็นยิ่งสะอิดสะเอียน”เหมยลี่พลันดึงผ้ามาปิดบังใบหน้านี้ไว้ ด้วยความรู้สึกที่จุกอยู่ในอก นางควรชินและชาเสียบ้าง แต่พอถูกบุรุษรูปงามเอ่ยด้วยถ้อยคำดูหมิ่นก็ยิ่งรู้สึกว่านางดูไร้ค่ายิ่งนักมือเรียวบีบนวดไหล่กว้างซึ่งแข็งจนเส้นยึดจนนางบีบนวดแทบไม่ได้ ฝ่ามือพยายามกดและนวดอย่างเป็นจังหวะเพื่อให้ท่านแม่ทัพพอใจไม่คิดชักดาบมาจี้คอกันอีกมู่หยางรู้สึกเหมือนมีมดไต่ตามไหล่ เขาไม่ได้รู้สึกคลายเมื่อยแม้แต่น้อย แม่ทัพผู้นี้จึงเกิดอาการหงุดหงิดจึงได้ยกมือตั้งฉากขึ้น“พอ เจ้านี่มันไม่ได้เรื่อง ไปนั่งเสียข้าจะพาเจ้าไปเรือนข้า”เหมยลี่ไม่พูดคำใดนางยอมแลกชีวิตนี้เพื่อคุณหนูฟู่ฟู่ ยอม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 บัญชาสวรรค์มิใช่ข้า
สายฝนโปรยปรายผสมกับเสียงฟ้าร้องปนเปในยามราตรี พร้อมเสียงเกือกม้าดังเป็นจังหวะ หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษอยู่ในเกวียนกำลังนั่งตัวโยนเล็กน้อยที่เกิดจากถนนหนทางที่เต็มไปด้วยดินโคลน อากาศซึ่งมีเม็ดฝนจึงนำพาลมหนาวพัดลอดช่องผ้าม่านเข้ามาด้านใน ความมืดที่เห็นเพียงเงาเลือนรางของคนข้างกายทำให้สตรีร่างอรชรรู้สึกหวั่นกลัวอยู่ไม่น้อยเหมยลี่นั่งเกาะขอบไม้ไว้แน่น แต่ถึงอย่างนั้นฟ้าดินก็ไม่อาจเป็นใจ เมื่อล้อลากเกวียนดันตกหลุมลูกใหญ่จนกายนางต้องถลาไหลไปกองรวมอีกฝั่งซึ่งมีท่านแม่ทัพนั่งอยู่สัมผัสแข็งแรงจากกายบุรุษและจากมือใหญ่กำลังโอบรัดเอวกิ่วของนางไว้ หญิงไม่เคยถูกชายใดแตะต้องรู้สึกประหม่าเขินอายอยู่ในที ใบหน้าอัปลักษณ์ในความมืดสลัวกลับแดงระเรื่อและร้อนผ่าว นางไม่เข้าใจว่าเหตุไฉนถึงมีอาการเช่นนี้ ยิ่งกลิ่นกายบุรุษบึกบึนอยู่ใกล้เพียงปลายจมูก เลือดลมพลันโลดแล่นไปทั่วร่างราวกับถูกพลังลมปราณเข้าเล่นงาน“ข้าล่วงเกินท่านแล้ว” เหมยลี่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หัวใจของนางเต้นโครมครามยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องลั่นบนนภาในยามนี้“พอเจ้าอยู่ในความมืดเช่นนี้ค่อยน่ามองหน่อย” มู่หยางพูดอย่างใจคิด พลางมองใบหน้าของหญิงอัปลักษณ์เม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 ดอกเหมยแรกแย้ม
หญิงอัปลักษณ์เป็นได้แค่เครื่องบรรเทากำหนัดให้กับท่านแม่ทัพซึ่งดูไร้ค่ายิ่งนัก เหมยลี่เมื่อได้ฟังถ้อยคำดูหมิ่นยิ่งตรอมตรมชีวิตของนางคงเป็นได้เพียงเท่านี้ ครั้นเมื่อร่างทมิฬที่ยามนี้เห็นเลือนรางกายกำยำกำลังขยับเข้ามาใกล้และซุกไซ้คอระหง สัมผัสวาบหวามซ่านไปทั่วกายแต่ใจกลับเศร้าหมองจนแสดงออกทางดวงหน้าและดวงตาซึ่งมีหยดน้ำตาไหลริน“ท่านมีภรรยามากเช่นนี้ยังมิคิดพออีกรึ” แม้จะรู้สึกเสียใจ แต่ก็ทราบดีว่าเป็นเรื่องปรกติอันชอบธรรมที่บุรุษผู้มากซึ่งยศจักมีภรรยามากย่อมไม่ผิดแผกจากจารีต นางไม่น่าเอ่ยถามคำนี้จากบุรุษไร้ใจด้วยซ้ำมู่หยางขยับใบหน้าออกเล็กน้อยอย่างเสียดาย เขารำคาญเสียงสะอื้นไห้ซะจริง “บุรุษเช่นข้าย่อมมีความใคร่อยากเป็นธรรมดา รึเจ้าไม่คิดอยากกันเล่า ไม่สิข้าต้องพูดว่าเจ้าเองก็กำหนัดอยู่ไม่น้อยถึงได้ยอมแหวกขาให้ข้าเช่นนี้”ก้านนิ้วยาวหยอกเย้ากลีบดอกเหมยให้แย้มกลีบบานจนน้ำหวานของเกสรชุ่มฉ่ำจวนใกล้เวลาเต็มทน แม้มู่หยางไม่ชอบใบหน้าของหญิงอัปลักษณ์แต่พอยามที่ได้ยินเสียงครวญครางกลับอยากเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายยิ่งนัก“มะ...ไม่จริง อ๊า ท่าน อะ อิ ท่านแม่ทัพพอเสียเถิด” มือเรียวพยายามดันมืออีกฝ่ายให้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 เรือนของท่านแม่ทัพ
หญิงอัปลักษณ์ไร้เรี่ยวแรงแต่ต้องยืนด้วยขาทั้งสองที่สั่นไหวระริก นางเปิดผ้าคลุมศีรษะมองเรือนของท่านแม่ทัพอย่างเต็มตา ด้วยยศศักดิ์ที่มีทำให้เรือนนี้ใหญ่โตไปมาก ผู้น้อยจากแดนไกลเดินก้าวพ้นธรณีประตูรั้งเข้าไปตามเจ้าของเรือนด้วยใจหวั่นกลัว นางได้ย่างกรายเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกลูกู้ด้วยความจำยอมเสียงฝีเท้าดังมาแต่ไกลจากชานเรือนที่ทอดยาวไปตามแนวเรือนสี่ฤดูซึ่งมีโถงเป็นบ่อบัวอยู่ตรงกลาง เหมยลี่ทอดสายตามองอย่างถือดีเพราะไม่รู้ว่าหญิงสูงวัยที่กำลังเดินมาเป็นผู้ใดฮูหยินชิงชิงได้รู้ข่าวว่าบุตรชายได้เดินทางกลับมาแล้วนางจึงรีบออกมาต้อนรับโดยมีสะใภ้ทั้งสามและนางรับใช้เดินตามอีกเป็นขบวน หญิงที่เกิดจากตระกูลผู้ดีมองสารร่างสะใภ้คนใหม่จากที่ไกล ๆ พลันขมวดคิ้วและมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ไม่มีสิ่งใดเหมาะสมกับบุตรชายที่เป็นถึงท่านแม่ทัพสักนิด“นี่รึบุตรสาวแห่งแคว้นอัน” ฮูหยินพูดอย่างไม่เชื่อสายตา เหล่าสะใภ้เห็นไม่ต่างกัน ทำให้ตั้งกำแพงกีดกันไมตรีตั้งแต่แรกเห็น สายตาดูหมิ่นดูแค้นปรากฏบนใบหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้“ขอรับท่านแม่” มู่หยางยกมือขึ้นบรรจบ“เคารพท่านแม่เจ้าค่ะ” เหมยลี่ได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยอย่า
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status