LOGINเมื่อดรุณีพรหมจรรย์ถูกพิษร้ายแทบวายปราณ เขาจึงจำเป็นต้องมอบพลังหยางของตนเพื่อช่วยนางถอนพิษ
View MoreCHAPTER 1:
The heavy bass from the main stage vibrated right through the concrete floor of Underground Atlanta. Neon strobes cut through the dark, throwing sharp shadows across the hundreds of college kids packed into the venue. Eleanor Vale stood near the back wall with her camera hanging around her neck. She was supposed to be taking photos for the student paper, but her hands were too steady, her eyes darting through the crowd with an edge she couldn't explain. Beside her, Amaya Vance threw her hands up as the DJ dropped the beat. She leaned over, bumping her shoulder against Eleanor’s with a bright laugh. "You’ve been standing there like a bouncer for the last twenty minutes, El," Amaya yelled over the noise. "We came out to celebrate passing midterms, not to brood in the corner." Eleanor forced a smile and took a drink from her water bottle. "I am celebrating. It’s just loud in here tonight." That was an understatement. For the past three weeks, everything had felt entirely too loud. It wasn't just the music. Eleanor could hear the two bartenders arguing about missing inventory forty feet away behind the private bar. She could smell the rain on the damp pavement outside long before the first drop even hit the Atlanta streets. It made her head throb, a low, persistent pressure right behind her eyes that refused to quit. "You look like you haven't slept in a week," Amaya said, her tone softening as she stepped closer. "Seriously, are you okay? You’ve been off all night." "I'm fine," Eleanor said, brushing a dark strand of hair behind her ear. "Just tired." A guy stumbling backward out of the crowd bumped hard into their table, knocking a glass tumbler off the high ledge. Before it could hit the concrete, Eleanor’s hand shot out. She caught the glass flat in midair, barely an inch off the table, without spilling a single drop. She froze, staring down at her own fingers wrapped around the glass. She hadn't even looked. Her arm had just moved on its own. Amaya stopped dancing. Her eyes widened as she looked from the glass up to Eleanor’s face. "Okay," Amaya said, her voice dropping out of the music. "That was weird. Since when do you have reflexes like that?" "I don't know," Eleanor muttered, quickly setting the glass back on the wood. Her heart was hammering against her ribs like a trapped bird. "I just saw it fall." "El, you didn't even turn your head." Before Eleanor could invent a better excuse, a strange chill ran up her spine. The air in her lungs turned ice-cold, smelling faintly of pine and metallic ozone, completely cutting through the heavy scent of sweat and cheap alcohol inside the club. Eleanor turned her head toward the side exit leading out to Pryor Street. Standing in the shadow of the brick archway was a tall figure in a black jacket. He was completely motionless while everyone around him moved in a blur. But it wasn't his height or his clothes that made Eleanor’s breath catch in her throat. It was his eyes. Even in the deep dark of the alley, they caught the neon light, flashing a bright, clear gold that locked straight onto hers. Eleanor took a step back, her skin breaking out in cold sweat. "El? What are you looking at?" Amaya asked, turning to follow her gaze. Eleanor blinked hard and shook her head, looking back at the archway. The shadow was gone. The alley was completely empty, with nothing but the cold night wind blowing through the street. "Nothing," Eleanor whispered, her hand trembling as she touched the back of her neck. "Let's get out of here."หนุ่มลูกน้องกระแทกอย่างบ้าคลั่งและเมามันอยู่พักใหญ่มันพานางไปที่เตียง ตัวมันนั่งลง ปล่อยคามังกรไว้ นางหมุนตัวไปทางเท้าของมันมังกรของมันจึงอยู่ในท่าที่นางจะควบขี่ได้โดยง่าย นางจึงโยกขึ้นโยกลงโยกไปทางซ้าย หมุนไปทางขวา“โอ้ว เสียวยิ่งนัก แม่นาง” มันตะโกนร้อง “มันดีอย่างนี้ได้เช่นกัน”นางผลักตัวเองออก ก่อนหันหน้ามาหามัน “ข้าชอบให้เจ้าถึงร่วมกันกับข้าทางด้านหน้า”“มิอาจมีปัญหา” มันกล่าวนางแอ่นกาย หยัดเกร็ง พลางเสียวซ่านตัวเกร็งไปทั่งสรรค์พางกาย ขยี้ปทุมถันของตนไปตามอารมณ์มุ่งหมายขณะที่มันดันมังกรเข้าถ้ำเป็นจังหวะครั้งแล้วครั้งเล่า กระแทกกระทั้นอย่างแรงไม่หยุด แล้วมันก็ดันมังกรเข้าครั้งสุดท้ายสุดแรงเกิด ร่างมันก็กระตุกเฮือกครั้งใหญ่ ก่อนจะปล่อยน้ำพลังหยางเข้าสู่ร่างกายนางนางกลับกอดร่างบุรุษแน่น ยกขาก่ายกอดรวบรัดสะโพกมันไว้ มันกระตุกอีกสองสามครา ก่อนจะฟุบร่างลงซบอกนางมันถอนกายออกเพื่อนมันอีกคนเข้าหานาง จับสะโพกนางให้โด่งเด่น แล้วดันมังกรของตนเข้าบ้างเป็นท่าสุนัขที่มันชื่นชอบนางสูดลมหายใจเข้าออก “เอาสิ อย่าช้า ข้ายังต้องการของพวกเจ้า”มันคนนี้จับสะโพกนาง โยกคลึงมังกรของตนบดเข้ากับส
ย่งฟางครางเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ แล้วที่สุดนางก็ร้องลั่นห้อง“ข้า ไม่ เคย เสียว อย่าง นี้ มา ก่อน เล ย ย ย ย ย ย ย ดี ที่สุด เลยย ย โอ้ว ย๊ากกกกกก”นางปล่อยน้ำรักผสมกับน้ำของบุรุษไหลมาตามง่ามขาหมิงป้าก้มลงซุกไซร้ไปตามใบหน้านาง ซอกคอนาง แล้วขบกัดเบา นางถึงร้องอีกคราฝ่ายหมิงจางเห็นดังนั้นจึงเล้าโลมนางอีก เขาเลียข้อเท้านาง มือก็วนคลึงสะโพกแล้วแอบสอดลิ้นตวัดเลียไปรอบถ้ำนางด้านหลัง ย่งฟางถึงกับเสียวสะดุ้งเป็นอีกความรู้สึกที่นางเพิ่งเคยได้รับหมิงจางอุ้มนางวางลงกับเก้าอี้ที่มีผ้าไหมรองตรงกลางห้อง เขาก้มลงกวาดลิ้นไล้ไปรอบปากถ้ำและรอบประตูหลัง นางแอ่นกายขึ้น แหงนหน้าสูดปากร้องอีกครา หมิงป้ายทำวนสลับไปมาเช่นนี้ อย่างมิหยุดหย่อนหมิงจางดูดเลียถันนางจากซ้ายย้ายไปขวา มันใช้มืออีกข้างคลึงเม็ดบัวนาง ขณะที่ปากก็ดูด ดุน วนเลียเม็ดบัวอีกข้าง สลับไปมาเช่นนี้อู่อีกพักหนึ่งลูกน้องคนสนิทยืนรูดมังกรขึ้นลง นางแหงนหน้ามองมันแล้วร้องวู้ มังกรมันกำยำเต็มไปด้วยหนามรัด มันจับมังกรมันถูไถไปตามขานางได้สักพัก ลูกน้องคนสนิทก็ถอยห่าง เพราะนางจ้างมันมา“เจ้าต้องรอ” หมิงปู้กล่าวหมิงปู้ว่าแล้วก็เดินไปถอดสายรัดนางอ
“พวกท่านเป็นแต่บุรุษ” “ใช่สิ พวกข้าบุรุษทั้งแท่ง” “ข้า รำไม่ได้หรอก” “หาไม่รำ ข้าจะฟ้องมารดาท่านเรื่องแอบมองมังกรของเขามังกรที่ถูกรูดขึ้นรูดลงด้วย ลองคิดดูสิ มารดาเจ้าจะเป็นเช่นไร” ย่งฟางนึกถึงมังกรกำยำใหญ่ยาวในมือนั้นแล้วร้อนวุบวาบ แอบหน้าแดง หมิงป้ายจึงพูด “ถึงกับหน้าแดงเชียว ฮ่าๆ” ย่งฟางยิ่งมีใบหน้าที่แดงมากขึ้น หมิงจางจึงถาม “ไหนลองบอกข้าหน่อยสิ เมื่อเจ้าเห็นมังกรเขาแล้ว เจ้าทำสิ่งใดต่อจากนั้น” นางก้มหน้าหลบ “ข้า ข้า มิได้ทำสิ่งใด” “เจ้ามิได้มีอารมณ์ร้อนหรือ” “มี” “แล้วเจ้าไม่ขจัดมันให้หมดหรือ” “ขจัด? ข้าทำไม่เป็น” “นี่เจ้า อย่าบอกนะว่าทำไม่เป็น” “ข้าไม่รู้จักว่ามันคืออะไร” ทั้งสี่คนหัวร่อขึ้น หมิงป้ายถึงกับพูด “โถ เจ้านี่ไร้เดียงสานัก” กล่าวจบเขาก็กระซิบที่หูนาง เคราที่เพิ่งโกนออกไปมันแหลมทิ่ม ทำเอานางจักกะจี้และรู้สึกแปลกๆ “ข้าจะสอนให้” “อย่างไร” “อย่างนี้ไง” หมิงป้ายเอื้อมไปลูบที่ต้นขานาง เขาลูบแผ่วๆจ
มังกรที่บุรุษกำอยู่นั้นขยายใหญ่ ขณะที่บุรุษหลับตาพริ้ม เขาสาวมันขึ้นลง มังกรที่ขยายใหญ่ก็เผยให้เห็นศีรษะที่แดงก่ำ เขาสูดปาก โก่งเอว หน้าท้องเขาแบนราบและเต็มไปด้วยกล้ามมัดเล็กๆ มังกรนั้นก็ยาวใหญ่พ้นมือที่กำไว้ล้นเหลือ จนนางลอบมองมือตนเองที่อาจจะเล็กกว่ามังกรของเขาก็เป็นได้ เขาสาวๆ มังกรขึ้นลงอยู่นั้นพักหนึ่งก็ต้องหยุดลง เมื่อบุรุษนายหนึ่งเดินผิวปากส่งเสียงมา มันคือหมิงป้าย คุณชายใหญ่ของพวกมันนั่นเอง บุรุษคนนั้นรีบชำระกาย เลิกสนใจมังกรตัวเองและมันก็ค่อยๆ เล็กลง บุรุษชำระกายอย่างรวดเร็วและออกจากห้องนั้น ขณะที่คุณชายใหญ่ผิวกายมาถึงห้องชำระกาย “ใครอยู่” “ข้าผู้น้อย หลินอันขอรับนายท่าน” “อืม มิมีอันใด ข้าแค่เดินเล่นผ่านมา เจ้าชำระกายอยู่หรือ ตามสบายเถิด” “ผู้น้อยธุระเสร็จแล้วนายท่าน” กล่าวจบเขาก็เปิดประตูออกมาและคำนับนายน้อย ก่อนจะเร่งเดินรุดๆ จากไป นายน้อยของพวกมันเดินไปอีกทาง พวกมันหายไปแล้ว ย่งฟางถอนหายใจอย่างเสียดาย นางกลับไปที่เตียง นั่งลงแล้วหลับตานึกถึงมังกรนำมือชายผู้นั้น ท้องน้อยนางถึงกับร้อนวูบวาบ นางไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่
รัตติกาลมาเยือน ในม่านราตรีนั้นบุรุษหล่อล่ำกับสาวสะพรั่งคู่หนึ่งภายใต้ชายคาเรือนรักอันโอ่โถง ทั้งคู่กำลังปฏิบัติการแห่งค่ำคืน “ชอบมั้ย ตรงนี้” บุรุษถามเสียงกระซิบที่ข้างหู “ฮือ” โกวเนี้ยสะคราญตอบเสียงในลำคอ ขณะที่นางซบหน้ากับหมอน “ผิวเนื้อของเจ้าช่างเนียน นุ่มมือ
ที่น่าแปลกอีกประการ กล่าวคือ ทุกครั้งของการตั้งคำถามและสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ชิงเหม่ยกับปึงซิกมีอันต้องเกิดอารมณ์รัก อยากจะทำรัก มอบรักและโรมรันกันเกิดขึ้นทันที ครั้งนี้ก็เช่นกัน นางรู้สึกหน้าท้องร้อนวูบ และต่ำลงไป นางรู้สึกคันในถ้ำอย่างบอกไม่ถูก นางเลิกชายกี่เพ้า
เมื่อตื่นมา ภาพที่เห็นคือ!!!ปึงซิกกับโกวเนี้ยน้อยนั่น สลับหัว สลับเท้ากัน โดยโกวเนี้ยจับมังกรเขารูดขึ้นรูดลง หน้าตัวเองก็เชิดขึ้น แอ่นก้นโด่ง ร้องครวญครางอย่างเสียวซ่านปึงซิกกำลังสอดใส่สอดวัตถุคล้ายกับงู มันยาวๆ ปลายทั้งสองข้างมีหัวคล้ายเห็ด มันโค้งงอได้ด้วย เอาปลายด้านหนึ่งทิ่มเข้าที่รูสะโพก อ
ปึงซิกตบอีกสองทีติดกัน แล้วก็บีบก้นของโกวเนี้ย ไม่ปีบเปล่า ปากก็พร่ำพูดว่า สะโพกนางน่านัก น่านัก...แล้วปึกซิกก็ควักมังกรของเขาออกยื่น ที่บัดนี้ชิงเหม่ยมีเวลาคิดคำนวณ มันน่าจะมีขนาดราว 6 นิ้วครึ่งได้ เขานำออกมาให้โกวเนี้ยดูดชิม วนไปมา โกวเนี้ยดูดรอบหัวมังกรที่บานเบอะราวกับเห็ดชิงเหม่ยเห็นแล้วนางก็











