LOGIN“หนี้รักราชันสีเลือด” นิยายจีนโบราณโรแมนติก ดรามา เนื้อหาเข้มข้น เมื่อชิงอี้หรานได้มอบความรักและหัวใจอันบริสุทธิ์ให้กับหนิงซีโย่ว แต่เขากลับใช้เธอเป็นเพียงหมากในกระดานแห่งการแก้แค้น หัวใจที่เธอมีถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี ความรักที่เริ่มต้นด้วยความหวานชื่นกลับต้องพบกับความเจ็บปวดทรมาน เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อครอบครัวของเธออีกครั้ง "ท่านคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้จะลืมได้ง่ายเช่นนั้นหรือ ท่านคิดว่าข้าจะสามารถลืมความทุกข์ที่ท่านได้ก่อให้ข้าได้อย่างนั้นหรือ ข้าทนข้าทุกข์ข้าทรมาน แต่ท่านกลับบอกข้าให้ลืมอย่างง่ายดาย ท่านไม่ใจร้ายกับข้ามากเกินไปหรือ" "หากท่านรักข้าจริงอย่างที่ท่านพูด ได้โปรดปล่อยข้าและครอบครัวข้าได้หรือไม่ หนี้ระหว่างท่านและข้า ชาตินี้ไม่อาจลบเลือน ขอเพียงเราทั้งสองไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก หนี้ที่มีก็ปล่อยมันพัวพันเช่นนั้นไปเถิด" “ข้าหวังเพียงท่านจะทำเพื่อข้าสักครั้งหนึ่ง โปรดมอบอิสระให้แก่ข้าเถิด” แล้วชะตาชีวิตของชิงอี้หรานจะเป็นเช่นใดต่อไป โปรดติดตามใน “หนี้รักราชันสีเลือด”
View Moreบทที่ 64 : จบบริบูรณ์ หลังจากการต่อสู้และความวุ่นวายในราชสำนักได้สงบลง หนิงซีโย่วได้สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าขุนนางในราชสำนักด้วยการประกาศเรียกตัวครอบครัวสกุลชิงเข้าวัง ในท้องพระโรงที่ประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองและภาพจิตรกรรมที่งดงามบัดนี้เสียงดังเซ็งแซ่อย่างต่อเนื่อง เหล่าขุนนางต่างเฝ้ารอดูเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างสงสัยใคร่รู้ พวกเขาต่างพากันคาดเดาเหตุการณ์ต่าง ๆ บ้างมีสีหน้าดีใจ บ้างมีสีหน้าหนักใจปะปนกันไปเมื่อทุกคนพร้อมหน้าในท้องพระโรง ขันทีก็ออกประกาศราชโองการ “ด้วยฝ่าบาทมีพระกรุณาแต่งตั้งใต้เท้าชิงหยวนเปากลับคืนสู่ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี บุตรชายทั้งสามล้วนมากความสามารถ แต่งตั้งชิงหยางบุตรชายคนโตเป็นแม่ทัพบูรพา และชิงเฟยบุตรชายคนเล็กเป็นรองแม่ทัพดูแลกองทัพรักษาดินแดน แต่งตั้งชิงหลงบุตรชายคนรองเป็นที่ปรึกษาราชกิจ จบราชโองการ”เมื่อสิ้นเสียงราชโองการ ขุนนางทั้งหลายล้วนจับต้นชนปลายไม่ถูกเมื่อเรื่องราวกลับพลิกผันเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ หลายคนพยายามเหลือบมองหนิงซีโย่วด้วยไม่อาจคาดเดาความคิดของฮ่องเต้ผู้เอาแต่ใจคนนี้ได้ คงมีเพียงหลีซานที่ยังคงรักษาท่าทีสุขุม ชาย
บทที่ 63 : ข้ายินดีให้เจ้าลงโทษข้าทุกค่ำคืนในตำหนักบรรทมที่เงียบสงบ แสงจันทร์ส่องแสงอ่อนๆ ผ่านหน้าต่างทำให้ห้องดูมีมนต์ขลัง หนิงซีโย่วและชิงอี้หรานนั่งหันหน้าเข้าหากันบนเตียงผ้าไหมเนื้อนุ่ม สายลมยามค่ำคืนพัดเข้ามาทำให้ผ้าม่านปลิวไหว เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังชัดในความเงียบ สายตาทั้งคู่ประสานกันด้วยความโหยหา ความตึงเครียดต่าง ๆ ค่อย ๆ บรรเทาลงหนิงซีโย่วมองชิงอี้หรานด้วยความรู้สึกผสมผสานทั้งความรักและความรู้สึกผิด ในขณะที่เขากำลังคิดจะพูดอะไรบางอย่างออกมา พลันทหารองครักษ์สามสี่นายก็ก้าวเข้ามาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ชิงอี้หรานทำหน้าตื่นตระหนก เธอสะดุ้งขึ้นอย่างแรง เบี่ยงตัวไปข้างหนึ่งและปกป้องหนิงซีโย่วไว้ข้างหลัง มือบางล้วงกริชสั้นชูขึ้นมา ดวงตาของเธอกวาดมองทหารเหล่านั้นด้วยความแข็งกร้าว ความหวาดระแวงทำให้หญิงสาวพลันกล่าวออกไปด้วยเสียงอันดัง "พวกเจ้าบังอาจนัก"องครักษ์คุกเข่าลง "หม่อมฉันได้ยินเสียงจากภายนอกจึงเข้ามาตรวจสอบพ่ะย่ะค่ะ"หนิงซีโย่วทำหน้าเคร่งครึม พลันตวาดไล่ทหารทั้งหมดให้ออกไป "พวกเจ้าถอยออกไปเสีย ไม่มีคำสั่งข้า ห้ามใครเข้ามารบกวนอีก" เหล่าองครักษ์รีบเร่งเดินจากไปอย่างหวาด
บทที่ 62 : เป็นเจ้าที่คิดถึงข้าหรือเป็นเพราะข้าคิดถึงเจ้ากันแน่ท่ามกลางเงามืดและแสงจันทร์ที่สาดส่อง ชิงหยางและชิงเฟยใช้ประสบการณ์และความชำนาญในการหลบเลี่ยงการสังเกตของผู้คน ทั้งคู่พาชิงอี้หรานเคลื่อนที่ผ่านเงามืดและตรอกที่เล็กแคบและมืดมิดของพระราชวังอย่างเงียบกริบ ท้องฟ้ามืดมิดแสงจันทร์ที่แทรกซึมผ่านยอดไม้ใหญ่สร้างแสงสลัวบนทางเดินที่พวกเขาเคลื่อนที่ไปช่วยให้พวกเขาเห็นทางไปยังตำหนักของหนิงซีโย่วได้ชัดเจนขึ้น เส้นทางที่พวกเขาเดินผ่านนั้นเงียบสงบอย่างน่าประหลาด ชิงอี้หรานไม่อาจห้ามใจได้ที่จะรู้สึกแปลกใจกับความเงียบงันนี้ ไม่มีเสียงของทหารยาม ไม่มีเสียงขององค์รักษ์ ราวกับทุกอย่างถูกระงับเวลาไว้ท่ามกลางความมืดและความเงียบ ชิงหยางกระซิบถามชิงอี้หรานด้วยความเป็นห่วงที่แฝงไว้ในน้ำเสียงที่เบาและอ่อนโยน "อี้หราน เจ้ารู้สึกยังไงบ้าง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาแล้วใช่ไหม" เสียงของเขาเบาและอ่อนโยน พยายามลดความกังวลใจที่นางมีชิงอี้หรานเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ คำตอบของนางแทบจะไม่มีเสียง "ข้าพร้อม ข้าต้องเห็นเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม" คำพูดของหญิงสาวดูมั่นคงแต่ก็ประหนึ่งมีอะไรบางอย่างที
บทที่ 61 : ข้าจะห่วงหาเขาทำไมกันหนึ่งวันก่อนการเดินทาง ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมจนสิ้น ชิงอี้หรานนั่งเหม่อลอยอยู่ที่สวนภายในบ้าน สวนที่เคยเต็มไปด้วยความสดใสและความงดงามของดอกไม้บัดนี้กลับดูเศร้าหมองตามความรู้สึกของนาง ใบหน้าของนางดูหม่นหมอง แววตาเศร้าสร้อยยิ่งนัก เสียงนกร้องขับกล่อม ลมที่พัดผ่านเบาๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งเหงาหงอยชิงหยาง ชิงหลง ชิงเฟยต่างมองหน้ากันไปมา พวกเขารับรู้เรื่องจากหลีซานเกี่ยวกับการที่หญิงสาวปฏิเสธชายหนุ่ม ทำให้พวกเขาต่างเข้าใจดีว่าภายในใจหญิงสาวมีใครที่แอบซ่อนไว้ ทั้งสามจึงได้แต่อดเป็นห่วงน้องสาวของตนชิงหลงมีสีหน้าเคร่งขรึมอย่างรู้สึกเป็นห่วงน้องสาว เขาหยุดมองชิงอี้หรานอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหันไปถามทั้งสองด้วยเสียงเคร่งเครียด "พวกเราปล่อยให้เป็นเช่นนี้จะดีหรือ"ชิงหยางได้แต่ส่ายหน้า เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล "อี้หรานแม้ภายนอกจะดูเรียบร้อยอ่อนโยน แต่พวกเจ้าก็รู้ดีว่านางดื้อรั้นมากเพียงใด"ชิงเฟยรีบถามกลับ "หรือเราควร...เอ่อ...ควรช่วยพวกเขากันดี"ชิงหยางได้ยินคำถามนี้ก็หันมองหน้าน้องชายด้วยสายตาโกรธขึ้ง "ชิงเฟย เจ้านี่นะ" เขาตำหนิด้วยเสียงเข้มชิงเฟยยกมือขึ้นลูบลำคอไปมา
บทที่ 53 : ใจข้าร้อนรนยิ่งนัก ทางด้านชิงอี้หรานซึ่งถูกกักบริเวณอยู่ภายในตำหนักฮองเฮา หญิงสาวมีท่าทีร้อนรนใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของนางฉายแววความวิตกกังวลและความโกรธเกรี้ยว นางเดินวนไปมาในห้องด้วยความกระวนกระวาย ใบหน้าของนางเคร่งเครียดอย่างไม่อาจปิดบังได้“พวกเจ้าหลีกไปเดี๋ยวนี้” ชิงอี้หร
บทที่ 52 : เจ้าอย่าได้โทษว่าข้าใจร้ายเลย หนิงซีโย่วเข้ามาภายในตำหนักอักษรด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ความเครียดและความระแวงที่ก่อตัวอยู่ในใจทำให้เขาไม่อาจห้ามตัวเองจากความโกรธได้ สายตาของเขาดุดัน ฉายแววรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง ภายในตำหนักอักษรที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ไม
บทที่ 51 : หากข้าร้องขอรักของเจ้าดังเดิม ข้ายังคงมีสิทธิ์อีกหรือไม่ หนิงซีโย่วยังคงนั่งอยู่ในห้องอักษรเพียงลำพัง ความเจ็บปวดในใจของเขาไม่อาจบรรยายได้ ภาพของชิงอี้หราน หญิงสาวผู้เคยอ่อนโยนและไร้เดียงสา หญิงสาวที่คอยพร่ำบอกแต่คำว่ารักที่มีให้กับเขา ตอนนี้กลายเป็นเพียงภาพลวงตา สิ่งเหล่านั้
บทที่ 50 : เหตุใดท่านจึงดื้อรั้นเช่นนี้ ณ พระราชวังหลวงยามบ่าย รัศมีสีส้มของอาทิตย์อัสดงแผ่กระจายทั่วท้องฟ้า ตำหนักใหญ่โตประดับประดาด้วยโคมไฟสะท้อนแสงระยิบระยับ ชิงอี้หรานซึ่งสวมชุดฮองเฮาสีครามเดินอย่างเงียบเชียบภายใต้ท้องฟ้าที่เริ่มหม่นแสงลง แผนการที่ชิงอี้หรานและพี่น้องของนางวางไว้เริ






reviews