로그인คาร์ลอสเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นคนขับและเหยียบคันเร่งมุ่งตรงกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลใหญ่อย่างรีบร้อน เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาตัวโชกไปด้วยเลือดสดสีแดงฉานที่ไหลซึมออกจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ขวาของเจ้านาย น่าแปลกมากที่กระสุนถูกยิงเข้าที่หัวไหล่แต่กลับทำให้นายท่านอาการสาหัสได้ขนาดนี้ ยังไม่รู้สาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่เพียงว่าต้องรีบส่งเจ้านายไปถึงมือหมอโดยเร็ว "ฮึก...พี่ราม ไลขอโทษ... ไลไม่ได้ตั้งใจ ไลไม่คิดว่าพวกมันจะรู้ว่าเราอยู่ที่นั่น ฮือ..."ไลลาที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน ร่างกายสั่นเทาด้วยความขวัญเสีย มือบางพยายามถือผ้าเช็ดหน้าซับเลือดให้เขาด้วยท่าทีลนลาน รังสิมันต์กัดฟันข่มความเจ็บปวด พลางใช้มือซ้ายที่เหลืออยู่เอื้อมไปกุมมือเธอไว้เบาๆ "พี่ไม่เป็นไร แค่นี้ไกลหัวใจ" ปากบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่อาการเหมือนจะหมดสติอยู่ตลอด เขาผ่านการโดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้รู้สึกจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง ทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงผู้หญิงข้างๆเป็นอย่างมาก เพราะเป้าหมายของพวกมันคือเธอ ไม่ใช่เขา!ทันทีที่รถหรูจอดเทียบจอดหน้าประตูคฤหาสน์ การ์ดนับสิบชีวิตต่างวิ่งเข้ามากระจายกำลังรักษาความปลอดภัย และ
เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์แผดร้องลั่นถนนยามค่ำคืน รังสิมันต์กดคันเร่งจมมิดเหยียบทะยานมุ่งหน้าสู่คอนโดหรูใจกลางเมือง หัวใจของชายหนุ่มบีบรัดแน่นด้วยความร้อนรุ่มและรู้สึกผิด ภาพพราวฟ้าถูกลบออกจากหัวอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงภาพน้ำตาของไลลา ผู้หญิงที่เขารักหมดหัวใจ ทันทีที่คีย์การ์ดแตะประตูห้องเพนท์เฮาส์เปิดออก ความเงียบสงบภายในห้องกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง ไลลานั่งร้องไห้อยู่บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ดวงตาคู่สวยบวมแดง ร่างบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร รังสิมันต์ไม่รอช้า รีบก้าวเข้าไปทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ มือหนากุมมือบางที่เย็นเฉียบไว้แน่น"ไลฟังพี่นะ เรื่องเมื่อครู่พี่แค่ต้องการแกล้งยายดารานั่นให้กลัวจนถอนหมั้นไปเอง พี่ไม่ได้คิดจะยุ่งเกี่ยวกับเธอจริงๆ""พี่รามคิดว่าไลเป็นคนโง่เหรอคะ? ในสายตาพี่ ไลคงจะโง่มากใช่ไหมคะ" ไลลาสะบัดมือออกอย่างรุนแรง น้ำตาไหลรินเปรอะแก้มเนียน เธอร้องไห้ฟูมฟายเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายแพ้น้ำตาผู้หญิง สิ่งเดียวที่ทำให้ผู้ชายเข้มแข็งคนนี้แตกสลายได้คือน้ำตาของเธอ "คำพูดประจานกลางโต๊ะอาหารขนาดนั้น ถ้าคุณแม่ไม่โทรมาบอก ไลคงไม่รู้ว่าพี่เปลี่ยนกฏการทำเด็กใหม่ พี่อยากน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสงบลงฉับพลัน มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบาๆ ที่พราวฟ้าพยายามกลบความตื่นตระหนก สายตาคมกริบของรังสิมันต์ยังคงจับจ้องที่ใบหน้าหวานไม่ลดละ รอยยิ้มหยันจุดขึ้นตรงมุมปากเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย สายตาของเขาบ่งบอกว่าเขาคิดร้ายกับเธอตลอดเวลา"คนจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ลองขึ้นเตียงกันก่อนสักรอบ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร" ประโยคที่พูดออกมาแต่ละอย่าง ทำเอาคนแก่ที่ฟังหัวใจจะวาย ปู่ย่ากุมขมับกับหลายชาย"หนูพราว... ไม่ต้องไปฟังตารามเขานะลูก ตารามแค่ชอบแกล้ง" ผู้เป็นย่าเอ่ยปรามเสียงเข้ม พยายามคลายความอึดอัดให้ฝั่งครอบครัวของหญิงสาว หลานชายตัวดีพูดอะไรไม่เห็นหัวผู้ใหญ่เลย "ตรงไหนที่บอกว่ามีแกล้งครับ ผมแค่อยากจะ 'สร้างความคุ้นเคย' ให้เร็วที่สุด ตามที่คุณปู่ต้องการก็เท่านั้นเอง" รังสิมันต์รวบช้อนส้อมลงบนจานก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างอันสมบูรณ์แบบในชุดเชิ๊ตดำพับแขนยังคงความดูน่าเกรงขาม "อิ่มแล้วใช่ไหมครับ... คุณว่าที่ภรรยา"พราวฟ้าเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูง ดวงตาคู่สวยฉายแววไหววูบเล็กน้อยก่อนจะปรับให้เรียบตึง เขาคิดอะไรถึงได้พูดกับเธอแบบนี้ ท่าทางแบบนี้คงจะหาเรื่องแกล้งอะไรเธออีกใช
# เวลา 20:00 น. 'นับจากวันนี้แกจะต้องหาเวลามาอยู่กับว่าที่ภรรยา นี่คือคำสั่ง! ' คำสั่งของคนบอกยังคงติดอยู่ในโซนประสาทและทำให้เขาหงุดหงิดเป็นอย่างมาก คุณปู่ไม่เพียงแต่ใช้อำนาจบีบบังคับให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่ท่านเลือก แต่ท่านยังบงการให้เขาใช้ชีวิตร่วมกับเธออยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าท่านกำลังกีดกันเขาจากใครบางคนอยู่ แน่นอนว่าเขาจะไม่มีวันให้ท่านได้เลยว่าเขาคบกับไลลา นอกจากศัตรูที่รายล้อมอยู่รอบกายแล้ว เขาต้องปกป้องไลลาจากครอบครัวของตัวเองอีกด้วย หึ! รังสิมันต์ที่ทำอะไรไม่ได้มากในตอนนี้จึงได้แค่เดินออกมาดูบุหรี่และต่อสายหาไลลาผู้หญิงที่น่าจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้ ( ไม่เป็นไรเลยค่ะ พี่ทานข้าวกับครอบครัวก่อนก็ได้ ทานเสร็จค่อยกลับมาหาไล) และเธอก็เข้าใจเขาจริงๆ เธอคือคนเดียวที่ทำให้เขายิ้มได้มีเวลาที่ต้องเจอกับเรื่องแย่ๆ ไม่ว่าเขาจะเหนื่อยจากงานหรือมีปัญหาเรื่องอะไรเธอก็จะช่วยทำให้เขาผ่อนคลายได้เสมอ เธอใช้ความเข้าใจและร่างกายผ่อนคลายให้เขามาตลอดหลายปี ( จริงๆคุณแม่บอกให้ไลไปงานเลี้ยงตอนรับภรรยาของพี่ด้วย ) " มาสิ จะได้เห็นว่าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับผู้ห
" เจอตัวหรือยัง?" รังสิมันต์ที่ยืนดูดบุหรี่อยู่ข้างรถได้เอ่ยถามคนสนิทอย่างหัวเสีย หลังจากตามหาหลายชั่วโมง หากเรื่องไปถึงหูคนของปู่คงจะเกิดเรื่องแน่ๆ เขาคิดภาพออกเลยว่าท่านจะพูดว่ายังไง 'แค่ผู้หญิงคนเดียวยังดูแลไม่ได้ แล้วจะไว้ใจให้ดูแลอะไรได้' ประโยคคลาสสิคที่ใช้พูดเมื่อหลานชายอย่างเขาทำพลาดไป เขาได้ยินมาจนชิน หากไม่ติดว่าปู่กำลังป่วยอยู่ เขาจะไม่สนใจประโยคนั้นเลย "ยังไม่เจอครับ ผมให้คนของเราตรวจสอบบริเวณร้านและพื้นที่ใกล้เคียงหมดแล้ว " น่าแปลกมากที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยทั้งที่มีลูกน้องมาเฟียเฝ้าอยู่ตั้งหลายคน และคนของพวกเขาก็ยืนไม่รู้เรื่องอยู่หน้าร้าน ไม่รู้แม้กระทั่งว่าพราวฟ้าออกไปตอนไหน "ในร้านมีใครน่าสงสัยไหม? " " ไม่มีครับ คนเข้าออกที่ร้านส่วนมากจะเป็นผู้หญิง มีสาวLGBT อยู่ไม่กี่คน" รังสิมันต์เริ่มหัวเสีย เขาไม่ได้ห่วงเธอหรอกนะ แต่เรารู้สึกเสียดายเวลาอันมีค่าของตัวเอง เวลาที่เขาควรจะได้อยู่กับคนรัก แต่กลับต้องมาทำอะไรไร้สาระแบบนี้ " บ้านเพื่อนล่ะ" "คุณพราวฟ้าไม่มีเพื่อนสนิทที่ไหนครับ" ไม่ใช่ว่าไม่มีเพื่อน แต่พราวฟ้าตั้งใจจะปิดเรื่องส่วนตัวมาตลอด ย
ถ้าได้ทำกับคนรักงั้นเหรอ ? รังสิมันต์นิ่งงันไป เขาเองก็รู้สึกแบบนั้น เขาอยากจะมีลูกมีครอบครัวกับไลลาคนที่เขารัก ไม่ใช่เธอคนนี้ที่ผู้ใหญ่หาให้ ไม่ว่าท่านจะหาผู้หญิงที่สวยสักแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ หัวใจของเขามีเพียงแค่ไลลา "ไปที่ร้านหรือไปรับคุณไลลาก่อนครับ?" คนสนิทถามเจ้านายหลังจากที่ขับรถออกมาได้สักพัก เป็นการเอ่ยถามที่มีความเกรงใจอยู่ในนั้น คงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆหากให้วพราวฟ้ารู้ว่าไลลาเป็นใคร พวกเขามีหน้าที่ทำตามคำสั่งของเจ้านายเพียงเท่านั้น "ไปร้าน" พอได้ยินคำตอบของเจ้านายอหนุ่มทุกคนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา อย่างน้อยเจ้านายก็ให้เกียรติภรรยาไม่พาผู้หญิงของตนไปด้วยให้เสียน้ำใจ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาคิดผิด ทันทีที่รถจอดสนิทรังสิมันต์ก็หันไปบอกกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยท่าทางเย็นชา ไม่ได้มีท่าทางเห็นใจแต่อย่างใด "ลงไป ! " นอกจากจะไม่แคร์ความรู้สึกของว่าที่ภรรยาแล้ว เขายังรีบไปหาผู้หญิงอีกคนอีกด้วย เป็นการกระทำที่ทำเอาคนรอบข้างเห็นใจพราวฟ้าขึ้นมาในทันที ดาราเบอร์ต้นที่สวยเรากำลังฟ้ากำลังถูกไล่ลงจากรถเหมือนหมูเหมือนหมา "อะ..อะไรนะคะ? " พราวฟ้าแทบจะไม่เชื่อสายตากับสิ่







