Masukหลังเลิกเรียนในวันรุ่งขึ้น ไหมรีบหันมาหาขิมด้วยรอยยิ้มกว้าง
"ขิม! เย็นนี้ไปอู่เฮียไทกับกูนะ"
ขิมทำหน้าเซ็งทันที "ไม่เอาอะ! ไม่อยากไปเจอพี่มึง กูกลัวว่าถ้าไปเจออีกรอบ กูจะเผลอเอาประแจในอู่ฟาดหัวพี่มึงจริง ๆ"
"โถ่... อย่าพึ่งใจร้อนดิ ไปเถอะ วันนี้เฮียกูเลี้ยงหมูกระทะที่อู่นะจ้ะ" ไหมกระซิบด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ
ทันทีที่ได้ยินคำว่า "หมูกระทะ" ดวงตาที่เหนื่อยล้าของขิมก็พลันตาลุกวาวขึ้นมาทันที ขิมเป็นสาวกตัวยงของหมูกระทะที่กินได้ไม่จำกัดเลยจริงๆ
"หมูกระทะจริงดิ? ที่อู่เฮียมึงเนี่ยนะ" ขิมถามด้วยความตื่นเต้น
"เออ นั่นแหละ ไปเถอะ พี่กูเป็นคนออก ไปแดกเอาเงินเฮียมันมาให้หมดตัวเลย ถือเป็นการแก้แค้นที่กวนตีนมึงไง!" ไหมใช้แผนยั่วให้ขิมร่วมมือ
ขิมคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วต้องยอมแพ้ภัยตัวเองต่อความหอมหวานของหมูกระทะ แค่คิดถึงเสียงตอนย่างของหมูในกระทะก็ทำให้เธอน้ำลายไหลแล้ว
"ก็ได้ ไปก็ไป แต่มีข้อแม้... มึงต้องพากูไปทำธุระให้เสร็จก่อน"
"ธุระอะไรวะ?"
"พาไปคอนโด ไอ้ภาค หน่อย... กูจะเอาของที่มันเคยให้ไปคืนให้หมด กูต้องมูฟออนอย่างจริงจังแล้ว"
ไหมทำหน้าไม่เห็นด้วยทันที "ไปคืนมันทำไม! เผาทิ้งไปเลยยังจะดีกว่า เอาไปคืนแล้วมึงจะเสียใจเปล่า ๆ ที่เห็นหน้าเหี้ยๆของมันนะขิม"
"ไม่ได้! กูไม่อยากเก็บอะไรไว้ให้ระลึกถึงอีก นะไหม ถือว่าช่วยเพื่อนตาดำๆคนนี้ตัดขาดจากอดีต แค่แป๊บเดียวเอง" ขิมขอร้องด้วยสายตาอ้อนวอน
สุดท้ายไหมก็ใจอ่อน "โอเค ๆ ก็ได้ แต่แป๊บเดียวนะ กูหิวหมูกระทะแล้ว"
ไหมขับรถไปที่คอนโดของภาคอย่างรวดเร็ว ขิมลงจากรถพร้อมกับถุงกระดาษใส่ของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ภาคเคยให้เธอไว้
ขิมเดินไปเคาะประตูห้องของภาคด้วยมือที่สั่นเทา
ก๊อก ๆ ๆ!
ประตูถูกเปิดออก... แต่คนที่เปิดไม่ใช่ภาคเป็นผู้หญิงหน้าตาเฉี่ยวคนหนึ่งที่พึ่งเจอในห้องนอนของภาคอย่างแน่นอน
"มาหาใครคะ?" ผู้หญิงคนนั้นถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรนัก
ขิมยืนอึ้ง... ภาพที่เธอจินตนาการไว้คือการเจอภาคแล้วคืนของอย่างสง่างาม... แต่ความจริงคือการเจออีบ้าที่มาแย่งแฟนเธอต่อหน้าต่อตา
น้ำตาของขิมเริ่มคลอเบ้าขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่อยู่
"เอ่อ... คือ... ฝาก... ฝากคืนของให้ ภาค หน่อยนะคะ" ขิมพูดด้วยเสียงสั่นเครือ แล้วยื่นถุงกระดาษให้ผู้หญิงคนนั้น
ผู้หญิงคนนั้นรับไปอย่างไม่ใส่ใจ แล้วมองขิมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่แสดงความเหนือกว่า ขิมรับไม่ได้กับสายตาแบบนั้น เธอพยักหน้าเล็กน้อยแล้วรีบหมุนตัววิ่งหนีออกมาทันที
น้ำตาของขิมไหลลงมาอย่างรวดเร็ว เธอวิ่งกลับมาที่รถของไหมแล้วรีบเปิดประตูเข้าไปนั่ง
"ไหม! ฮึก... ไปเถอะ ไปเลย" ขิมร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
ไหมพอจะเดาเหตุการณ์ทั้งหมดได้ เธอรีบขับรถออกจากคอนโดทันทีและหันมาปลอบเพื่อน
"เห้อ! กูบอกแล้ว มึงอย่าเอาไปคืนมัน ไอ้ผู้ชายเหี้ย ๆ ไม่ต้องไปสนใจแล้ว ร้องไห้ทำไม ร้องให้ไปมันก็ไม่เห็นค่าหรอก เลิก ไป ไปแดกหมูกระทะ ไปล้างซวย มึงทำได้อยู่แล้ว"
ขิมพยายามหยุดร้องไห้ แต่ตาก็บวมแดงก่ำ
อู่เฮียไท
พอทั้งสองไปถึงอู่ ไทกับเพื่อน ๆ ก็ตั้งเตาหมูกระทะเรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมของหมูย่างโชยมาเตะจมูกของขิมทันที
ไทเห็นขิมเดินตามไหมเข้ามา ด้วยสภาพตาบวมแดงก่ำก็อดที่จะแซวไม่ได้
"อะไรกันวะขิม ทำไมตาบวมเหมือนลูกมะนาวเลยละ โดนผึ้งต่อยมาเหรอ" ไทพูดแซวตามนิสัยเดิม
ขิมเงียบสนิท ไม่ตอบโต้ ไทรู้สึกว่าบรรยากาศแปลก ๆ ก็หันไปมองไหมอย่างขอคำอธิบาย
ไหมรีบเดินเข้ามาตีแขนไทเบา ๆ แล้วกระซิบเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ชายฟัง
"เฮีย! อย่าไปแซวมัน เมื่อกี้ขิมไปเจออีผู้หญิงคนใหม่ของแฟนเก่ามันมา มันคงช็อกอะเฮีย"
ไทได้ยินดังนั้นก็ถึงกับหน้าตึงทันที ความรู้สึกโกรธแทนขิมพุ่งขึ้นสูงปรี๊ด
"อะไรวะ จะไปอาลัยอาวรณ์ให้ไอ้เหี้ยนั่นทำไม มูฟออนไปหาผัวใหม่ดิ ไอ้ผู้ชายไม่รู้จักพอนั่นน่ะ ปล่อยให้มันไปอยู่กับคนที่นิสัย เหมือนมันดิ" ไทบ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด
ไทเห็นขิมยังคงทำหน้าซึมเศร้าและนั่งก้มหน้าอยู่ข้างเตา ก็รู้สึกสงสารแต่ไม่รู้วิธีปลอบใจที่ดีกว่าการทำให้เธอเป็นตัวของตัวเอง
"เอ้า! ขิม มานั่งกินนี่สิ ปิ้งไว้ให้แล้ว หมูชิ้นใหญ่ ๆนี่แหละ ยัดใส่ปากไป เดี๋ยวก็ลืมไอ้เหี้ยนั้นได้เพราะกูใส่ยาเสน่ห์ลงไป" ไทพูดพร้อมกับคีบหมูชิ้นใหญ่ใส่จานขิม
ขิมรับจานมาแล้วเริ่มกินอย่างเงียบ ๆ แววตาก็ยังคงเศร้าสร้อย
ไทเห็นท่าไม่ดี เขาต้องใช้ไม้ตาย... การกระตุ้นด้วยคำหยาบ
"นี่ขิม มึงแดกเงียบจังวะ กูปิ้งให้มึงก็ต้องด่ากูหน่อยดิ ด่ามาเลย ด่าเหมือนเมื่อวานไม่งั้นกูจะคิดว่ามึงป่วยนะ!" ไทพูดกวนประสาท
ขิมเงยหน้าขึ้นมามองไทอย่างงุนงง แล้วมองใบหน้าคมเข้มที่กำลังพยายามทำให้เธอหัวเราะ
"เฮีย... เฮียบอกให้หนูด่าเฮียเหรอ?"
"เออ! ด่ามา ด่ากูว่าไอ้เฮียบ้า ไอ้ปากหมา อะไรก็ได้ที่มึงสบายใจ เร็ว" ไทคะยั้นคะยอหญิงสาวข้างๆ
ขิมมองหน้าไทอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างขำขันกับความบ้าบอของเขา
"ฮ่า ๆ ๆ เฮียไท ไอ้เฮียบ้า ใครเขาอยากจะให้ด่าตัวเองวะ บ้าสะมั้ง เฮียสติยังดีอยู่ปะ" ขิมด่าออกไปตามที่ใจคิด แล้วหัวเราะออกมาอย่างโล่งอก
ไทที่เห็นขิมหัวเราะได้แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
"นั่นแหละ ดีแล้ว กูชอบฟัง แดกหมูกระทะเข้าไปเยอะ ลืมไอ้เหี้ยนั่นสักทีสิ มึงต้องไปหาผัวใหม่ที่แม่งจริงใจกว่านี้ อย่างกูไง" ไทพูดพร้อมกับยิ้มกวน ๆ
ขิมหัวเราะอีกครั้ง แล้วคีบหมูเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
การกินหมูกระทะดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ไทคอยดูแลขิมไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ไม่มีการแซวรุนแรงอีก มีแต่การหยอกล้อเบา ๆ และการด่าคำหยาบที่ช่วยให้ขิมรู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่าลังเลที่จะแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนะคะ เค้าอ่านทุกข้อความ และทุกความคิดเห็นของคุณรี้ดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลงานในอนาคตของเค้า ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกการติดตามและกดหัวใจ หวังว่าการเดินทางของการอ่านและการเขียนของเค้าจะดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขค่ะ🙏🏻🥰
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
อู่เฮียไท... ไทที่กำลังนั่งตรวจเช็คอะไหล่รถอย่างอารมณ์ดี เขามองนาฬิกาเป็นระยะ รอเวลาเมียกลับมาจู๋จี๋กันตามที่นัดไว้ติ๊ง!เสียงข้อความเข้า ไทหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม เพราะนึกว่าเป็นขิม แต่พอเปิดดู รอยยิ้มของไทกับหายวับไปกับตา ตัวแข็งค้างราวกับหินที่ถูกสาปภาพที่ส่งมาจากเมสเสจภาค คือภาพ ขิมท
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน ความรักของไทและขิม ยังคงหวานชื่นจนใครๆ ก็ต่างที่จะอดอิจฉาไม่ได้ ลูกน้องทุกคนต่างยินดีกับไทที่สมหวังกับความรักในครั้งนี้ พวกเขาเห็นขิมที่อยู่ในอู่และคอยช่วยไทคิดบัญชีจนชินตากัน เธอแทบไม่ได้กลับไปนอนคอนโดตัวของเองเลย เพราะไทประเคนทั้งเงิน ทั้งทอง ทั้งตัว (ที่ขยันทำการบ้าน…)
ไทวางขิมลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือแต่แววตากับฉายแววพลุ่งพล่านไปด้วยความหื่นกระหาย เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ รีบตามขึ้นมาคร่อมร่างบางไว้ทันที"เฮีย! พอแล้ว ขิมเหนื่อย เมื่อกี้ก็ทำกันไปในห้องน้ำเอง" ขิมประท้วงพลางเอามือดันอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว"เหนื่อยอะไรนี่มันพึ่งเริ่มเอง เมื่อกี้ในห้องน้ำมันแค่
ขิมและไทอยู่ใต้ฝักบัว น้ำอุ่น ๆ เปิดใส่ตัวเปียกโชกไปทั่วทั้งสองร่าง ไทก้มลงมาจูบปากขิมอย่างดูดดื่ม แลกลิ้นสลับกันไปมาเปียกปอนไปด้วยน้ำลาย ไทครางออกมาเมื่อลิ้นเล็ก ๆ เป็นฝ่ายแทรกลึกเข้ามาในอุ้งปากของเขาเสียเอง ขิมตวัดลิ้นหวาน ๆ นั้นกับลิ้นใหญ่ของเขา ก่อนจะดูดกลืนมันคล้ายกับลิ้นของไท ไม่ต่างจากขนมหวา







