หน้าหลัก / รักโบราณ / หอบลูกหนีสามีทรราช / บทที่ 10 อย่าได้คิดก่อเรื่อง

แชร์

บทที่ 10 อย่าได้คิดก่อเรื่อง

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-17 20:15:52

ท่ามกลางกลิ่นอายอันเย้ายวนและหอมกรุ่น ฮวาจื่อชิงที่ถูกควันหอมของสมุนไพรทำให้สติเลือนรางก็ลงมือทำเรื่องบางอย่างตามความเข้าใจของตนเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในยามนี้แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วเช่นเดียวกัน หาไม่ใช่เพราะเขาถูกผูกแขนและขาเอาไว้ นางเชื่อว่าเขาจะต้องเป็นคนลงมือทำเรื่องชั่วร้ายแทนนางเป็นแน่

“เจ็บชะมัด!” นางเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาส่วนคนที่อยู่ใต้ร่างของนางยามนี้ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้กระทั่งในยามที่นางหยุดค้างเพราะความเจ็บปวดแต่เขากลับพยายามดิ้นรนที่จะหาหนทางปลดปล่อยตนเอง สะโพกที่ไม่อยู่นิ่งของเขาทำให้นางยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความสามารถของญาติผู้พี่ของนางจะต้องเหนี่ยวรั้งเซี่ยโหวเอาไว้ไม่ได้นานแน่ นางจึงยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดีแม้ว่าความเจ็บปวดจะทำให้นางหลุดพ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกเผาอยู่ในเตากำยานแล้วก็ตาม

“อ๊า...” เสียงคำรามจากลำคอของคนที่อยู่ด้านล่างและการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายของสะโพกของเขาทำให้นางรู้ว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยๆ ขยับกายของตนเองลงจากร่างของเขา ความตึงแน่นและความเปียกชื้นบริเวณช่วงล่างทำให้นางรู้สึกไม่สบายตัว นางจึงได้รีบเก็บเสื้อผ้าขึ้นมาสวมแล้วรีบไปชำระล้างร่างกายในห้องสำหรับอาบน้ำที่อยู่ในห้องถัดไปในทันที ทิ้งให้คนบนเตียงนอนสิ้นไร้เรี่ยวแรงด้วยสภาพที่ไม่ค่อยจะน่าดูนัก ดังนั้นยามที่เซี่ยโหวเปิดประตูเข้ามาโดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของฮวาจื่อเฉิงเขาจึงได้เห็นบุตรชายในสภาพที่เขาไม่เคยจะคาดคิดมาก่อน

“ซานหลาง!” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยเรียกบุตรชายด้วยความตื่นตกใจ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้พบเจอบุตรชายในสภาพอเนจอนาถเช่นนี้ ส่วนเซี่ยเหวินหลางเมื่อเห็นบิดาก็รีบส่งเสียงในลำคอแล้วใช้มือกระตุกเชือกส่งสัญญาณให้บิดาช่วยแก้มัดให้เขา เซี่ยจ้งหวายจึงรีบเดินไปดึงผ้าห่มมาปกคลุมสภาพอันไม่น่ามองของบุตรชายก่อนแล้วจึงได้ใช้ดาบในมือฟันเชือกที่ล่ามแขนขาของบุตรชายของเขาเอาไว้ ทันทีที่เป็นอิสระเซี่ยเหวินหลางรีบดึงผ้าออกจากริมฝีปากแล้วชี้ไปที่ฮวาจื่อเฉิงที่ติดตามเซี่ยจ้งหวายมาทางด้านหลังในทันที

“จับตัวเขาไว้” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางชี้ไปที่ฮวาจื่อเฉิง ทำให้ลูกน้องของเขาที่ติดตามมาทางด้านหลังรีบช่วยกันจับกุมฮวาจื่อเฉิงเอาไว้ในทันที

“ซานหลาง เหตุใดเจ้าจึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้” คำถามของบิดาทำให้เซี่ยเหวินหลางเม้มริมฝีปากแน่นแล้วหันไปมองฮวาจื่อชิงที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพอดี

นางมองไปทางฮวาจื่อเฉิงก่อน แล้วจึงได้มองเซี่ยจ้งหวายและบุรุษที่นางพึ่งจะล่วงเกิน สุดท้ายแล้วนางก็ดึงเขาให้มายืนอยู่ทางด้านหลังนาง นางคุกเข่าลงตรงหน้าของเซี่ยจ้งหวายแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด นางไม่สังเกตเลยสักนิดว่าในยามนี้ญาติผู้พี่ของนางกำลังพยายามส่งสัญญาณบางอย่างให้นางอยู่

“ขอท่านโหวได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย ข้าน้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ แต่ข้ากับบุรุษผู้นี้มีความชอบพอต่อกันด้วยใจจริงจึงได้กระทำความผิดเช่นนี้ ขอท่านโหวได้โปรดปล่อยพวกข้าไปเถิดเจ้าค่ะ ตัวข้ามีมลทินแล้วเช่นนี้ไม่อาจจะกลับไปทำให้ท่านโหวและท่านอัครเสนาบดีต้องแปดเปื้อนได้” คำพูดของนางทำให้เซี่ยจ้งหวายมีสีหน้าสับสนและมึนงง เขาก้มลงมาจ้องมองฮวาจื่อชิงก่อนแล้วจึงได้เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามบุตรชายด้วยน้ำเสียงกังขา

“นี่พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่ ซานหลางเหตุใดเจ้ากับคุณหนูฮวาจึงได้ทำเรื่องเช่นนี้ อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานมงคลของพวกเจ้าแล้วเหตุใดจึงไม่รอให้ถึงวันมงคลเล่า” คำถามของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฮวาจื่อชิงนิ่งงันไป นางเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาสอบถามฮวาจื่อเฉิง เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อเฉิงพยักหน้านางจึงทิ้งร่างลงไปนั่งบนพื้นอย่างหมดท่า นางหันหน้าไปทางด้านหลังแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองบุรุษที่นางพึ่งจะล่วงเกินไปเมื่อครู่นี้

“คนเช่นข้ารอนางมาตั้งสามปีมีหรือที่จะรอต่อไปอีกไม่ได้ แต่เป็นคุณหนูฮวาที่อดใจรอต่อไปไม่ไหว สภาพของข้าก็เลยไม่ค่อยจะน่าดูอย่างที่ท่านพ่อเห็น” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงถึงกับเหม่อลอยไปในทันที นางจ้องมองเขาอีกครั้งแล้วก็หันไปขึงสายตาใส่ญาติผู้พี่ของตนเอง

“พี่รอง!” เมื่อเอ่ยจบนางก็แสร้งเป็นลมล้มพับไปในทันที วิธีการที่ดีที่สุดของนางในยามนี้ทำได้แค่เพียงพยายามหมดสติหนีปัญหาไปเพียงเท่านั้น เคราะห์ดีที่นางแอบเก็บเข็มเคลือบยาสลบของฮวาจื่อเฉิงเอาไว้ด้วยกังวลว่าตนเองจะหมดสติได้ไม่แนบเนียนนางจึงได้ยอมเสี่ยงใช้เข็มเคลือบยาสลบกับตนเองเพื่อจะได้หลบเลี่ยงความผิดที่นางกระทำในวันนี้

ยามที่นางลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่านางนอนอยู่บนเตียงของตนในจวนสกุลฮวาแล้ว เซี่ยเหวินหลางไม่ได้ลงมือคิดบัญชีกับนางอย่างที่นางเคยหวาดกลัว เขาทำแค่เพียงส่งสาวใช้ที่มีพละกำลังมากกว่านางมาคอยดูแลนางถึงสองคน แม้ว่าจะรู้สึกประหลาดใจว่าเซี่ยเหวินหลางสามารถหาสาวใช้ที่มีความสามารถพิเศษเช่นนี้มาคอยดูแลนางได้อย่างไร แต่นางก็ไม่กล้าเอ่ยปากสอบถามออกมา ทำได้แค่เพียงพยายามสงบปากสงบคำรอเกี้ยวรับเจ้าสาวของสกุลเซี่ยมารับนางเพื่อเข้าพิธีกับเซี่ยเหวินหลางตามที่สาวใช้ทั้งสองบอกกับนางเพียงเท่านั้น

“หากข้าอยากจะไปหาพี่รองของข้า ข้าจะไปได้หรือไม่” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยถามออกมาเช่นนี้สาวใช้ทั้งสองก็พลันส่ายหน้าแล้วตอบปฏิเสธนางออกมาพร้อมกันในทันที

“ไม่ได้เจ้าค่ะ” คำตอบของพวกนางทำให้ฮวาจื่อชิงทอดถอนใจออกมา

เซี่ยเหวินหลางส่งตัวนางกลับเข้าจวนมาอย่างไรนางไม่สามารถรับรู้ได้ รู้แค่เพียงเมื่อตื่นขึ้นมาก็เป็นยามสายของอีกวันแล้ว ทุกคนภายในจวนต่างก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางแอบลักลอบหนีออกจากจวน ทุกคนต่างก็เข้าใจไปในทางเดียวกันว่านางล้มป่วยจนทำให้ปลุกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่น ในขณะที่ทุกคนต่างพากันกังวลใจว่านางจะล้มป่วยหนักแถมพวกเขายังตามหาฮวาจื่อเฉิงไม่เจอ ทางจวนสกุลเซี่ยก็ส่งสาวใช้สองคนมาคอยปรนนิบัติฮวาจื่อชิงพร้อมกับฮวาจื่อเฉิงที่ถูกกักตัวในจวนสกุลเซี่ยมาแล้วทั้งคืน แม้ว่าฮวาจื่อเฉิงจะเป็นคนทำให้นางฟื้นคืนสติขึ้นมาแต่เขากลับไม่ได้เอ่ยอันใดกับนางมากนักนอกจากจะพูดกับนางว่า

“ท่านอัครเสนาบดีฝากข้ามาบอกกับเจ้าว่าช่วงนี้เจ้าจงอยู่ในจวนสกุลฮวาอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว อย่าได้ทำสิ่งใดที่เป็นการยั่วโทสะของเขา สาวใช้สองคนนี้เขาตั้งใจเลือกมาเพื่อคอยรับมือกับเจ้าดังนั้นอย่าได้คิดก่อเรื่องอีกเป็นอันขาด” เมื่อเอ่ยจบฮวาจื่อเฉิงก็เดินจากไปแล้วหลังจากนั้นนางก็ไม่ได้พบหน้าของฮวาจื่อเฉิงอีกเลย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 15 หนีออกนอกเมือง

    เมื่อออกจากจวนสกุลเซี่ยได้นางก็วิ่งลัดเลาะไปยังคลองระบายน้ำ เมื่อไปถึงตรอกแห่งหนึ่งก็มีขอทานน้อยสองคนออกจากตรอกอันมืดมิดวิ่งตรงมาหานางแล้วก็แบมือขอเงินจากนางในทันที ฮวาจื่อชิงมอบถุงเงินอันหนักอึ้งให้สองขอทานน้อยคนละถุง พวกเขายิ้มแย้มแล้วรับเงินไปด้วยความยินดี เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อชิงมีสาวใช้ติดตามมาด้วยอีกสองคนพวกเขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์“แม่นางที่พวกเราเคยตกลงกันไว้มีแค่แม่นางเพียงผู้เดียวมิใช่หรือ” “นั่นมันข้อตกลงเมื่อสามเดือนที่แล้ว พวกเจ้าได้รับเงินที่ข้าส่งมาให้พวกเจ้าทุกเดือนมาโดยตลอดมิใช่หรือ อีกทั้งข้ายังส่งยารักษาโรคที่ดีที่สุดมาให้พวกเจ้าอีก พวกเจ้าไม่คิดว่าควรจะตอบแทนข้าให้มากขึ้นอีกสักหน่อยหรือ” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันไปปรึกษากันแล้วสุดท้ายก็หันมาพยักหน้าให้นาง“ได้ ถ้าเช่นนั้นรบกวนพวกท่านตามข้าสองคนมา ก่อนอื่นพวกท่านจะต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่พวกข้าหามาให้ก่อน พวกท่านจะได้ดูกลมกลืนกับพวกข้า” เมื่อเด็กน้อยเอ่ยเช่นนี้ทั้งฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ต่างพยักหน้า ขอทานน้อยทั้งสองจึงพาพวกนางไปยังตรอกที่เป็นแหล่งกบดานของพวกเขา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 14 หนีออกจากจวน

    “ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะคิดถึงข้ามากเป็นพิเศษนะ ไม่เพียงเรียกตัวข้าให้มาหาท่านบ่อยครั้งขึ้น แถมช่วงนี้ยังยินดีจ่ายให้ข้ามากเป็นพิเศษอีกด้วย” เสียงอันเย้ายวนของสตรีภายในห้องทำให้ฮวาจื่อชิงรีบหยุดฝีเท้าแล้วหยุดยืนฟังอยู่ไกลๆ ขอแค่เพียงได้ยินสิ่งที่คนด้านในพูดคุยกันนางก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้“ย่อมต้องจ่ายหนักเป็นธรรมดา ข้าใจร้อนอยากจะรีบสะสางเรื่องยุ่งยากรอบกายของข้าให้เร็วที่สุด” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจน้ำเสียงของเขาไม่เหมือนน้ำเสียงของบุรุษที่ใช้พูดคุยกับสตรีที่ตนเองถูกใจ‘หรือว่าจะไม่ใช่นาง’ ฮวาจื่อชิงได้แต่คิดอยู่ในใจ หูก็ฟังเสียงความเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยของคนในเรือน“รีบสะสางถือเป็นเรื่องดีเพียงแต่รอบนี้ท่านก็เบามือลงสักหน่อยเถิด หากเลือดนองผืนดิน ศีรษะแขวนเต็มประตูเมืองอย่างเช่นรอบที่แล้วไม่เพียงทำให้ผู้คนเสียขวัญแต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวในตัวท่านด้วย” เสียงสตรีภายในห้องเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงแต่เซี่ยเหวินหลางกลับตอบนางด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ“พวกเขาอยากจะกลัวข้าก็ให้กลัวไป ยิ่งกลัวมากก็ยิ่งดี วันหน้าจะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านข้าอี

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 13 นางจิ้งจอก

    ฮวาจื่อชิงใช้ชีวิตภายในจวนสกุลเซี่ยอย่างผ่อนคลาย นางไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังเรื่องพละกำลังของตนเองอีก ถึงอย่างไรสามีของนางก็รู้อยู่แล้วว่านางมีพละกำลังมากว่าผู้อื่น ส่วนพ่อสามีและแม่สามีก็หาได้รังเกียจเรื่องนี้อีกทั้งยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีอีกด้วย“วันหน้าเมื่อเจ้ามีหลานๆ ให้ข้า พวกเขาอาจจะได้พละกำลังอันแข็งแกร่งมาจากเจ้าก็ได้นะ มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นถือเป็นเรื่องดีอย่างน้อยพวกเขาก็คงจะสามารถปกป้องตนเองได้ดีกว่าคนทั่วไป” ฉีเหม่ยเจินเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ นางสูญเสียบุตรชายไปแล้วสองคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ทุกครั้งที่ต้องเห็นป้ายวิญญาณของลูกหัวใจของนางก็ราวกับถูกกระชากออกจากอก ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ไม่มีมารดาคนไหนอยากจะให้เกิดกับตนเอง“จะมีพละกำลังหรือไม่มีก็ไม่เป็นไรขอให้เจ้ามีหลานให้พวกเราอุ้มเร็วๆ ก็พอ” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางยิ้มออกมา ส่วนฮวาจื่อชิงนางทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาอย่างเอียงอายเพียงเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าถ้าหากพูดออกมาตามความเป็นจริงคงจะเป็นเรื่องยากที่นางและเซี่ยเหวินหลางจะมีลูกด้วยกันได้ในเร็ววัน เพราะนางและเขาในยามนี้แทบจะไม่ได้อยู่ร่วมห้องกันตามลำพังอ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 12 สะใภ้สกุลเซี่ย

    ยามเช้าเมื่อฮวาจื่อชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของนางร้าวระบมไปเกือบทั้งตัว แม้ว่านางไม่อยากจะตื่นขึ้นมามากเพียงใด แต่ในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหม่จำต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อไปคารวะน้ำชายามเช้าต่อพ่อสามีและแม่สามี ยามนี้ภาพลักษณ์ของนางในใจพ่อสามีและแม่สามีน่าจะเสียหายไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือพยายามทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีไม่ขัดหูขัดตาพวกเขาก็พอ“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” มารขัดขวางความตั้งใจของนางไม่ได้แค่เพียงพูดห้ามปราม เขายังสอดแขนมาที่เอวของนางแล้วเหนี่ยวรั้งนางให้เอนกายลงไปซบร่างกายของเขาอีกด้วย“ปล่อยข้า วันนี้ข้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่สามี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนของเขาออกซึ่งเขาก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าตนเองสู้แรงของนางไม่ได้ ส่วนฮวาจื่อชิงที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพละกำลังของนางกลับคืนมาแล้วก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปจ้องมองเขาในทันที“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สิ้นไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น” คำถามของนางทำให้เซี่ยเหวินหลางขยับกายลุกขึ้นแล้วก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่ทำให้นางอดรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังไม่ได้“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เรี่ย

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 11 พิธีมงคล

    งานมงคลของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยและคุณหนูสกุลฮวาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เกี้ยวเจ้าสาวได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา เจ้าบ่าวที่ขี่ม้านำหน้าขบวนดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหล่าของเซี่ยเหวินหลางทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็อดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับรูปโฉมและความประพฤติอันโหดเหี้ยมของเขา พวกนางหวาดกลัวว่าทรราชเซี่ยจะไม่มีผู้ใดยินยอมแต่งงานด้วยจนผลสุดท้ายทรราชผู้นั้นจะหันมาหมายปองพวกนาง ตอนที่ได้รู้ว่าคุณหนูสกุลฮวาออกทุกข์แล้วพวกนางพากันยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นอย่างเต็มที่ ด้วยคิดว่าต่อไปพวกนางก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพ่อสื่อจากจวนสกุลเซี่ยอาจจะวิ่งเข้าไปทาบทามพวกนางจนถึงในจวน แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเซี่ยเหวินหลางอย่างเต็มตา พวกนางต่างก็พากันรู้สึกเสียดายที่คนที่ได้นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไม่ใช่พวกนางฮวาจื่อชิงนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในเมื่อนางแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่เพียงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเท่านั้น หากนางเดาไม่ผิดสาวใช้สองคนที่เซี่ยเหวินหลางส่งมาคงกำลังเดินตามประกบติดตามเกี้ยวของนางอย่าง

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 10 อย่าได้คิดก่อเรื่อง

    ท่ามกลางกลิ่นอายอันเย้ายวนและหอมกรุ่น ฮวาจื่อชิงที่ถูกควันหอมของสมุนไพรทำให้สติเลือนรางก็ลงมือทำเรื่องบางอย่างตามความเข้าใจของตนเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในยามนี้แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วเช่นเดียวกัน หาไม่ใช่เพราะเขาถูกผูกแขนและขาเอาไว้ นางเชื่อว่าเขาจะต้องเป็นคนลงมือทำเรื่องชั่วร้ายแทนนางเป็นแน่“เจ็บชะมัด!” นางเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาส่วนคนที่อยู่ใต้ร่างของนางยามนี้ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้กระทั่งในยามที่นางหยุดค้างเพราะความเจ็บปวดแต่เขากลับพยายามดิ้นรนที่จะหาหนทางปลดปล่อยตนเอง สะโพกที่ไม่อยู่นิ่งของเขาทำให้นางยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความสามารถของญาติผู้พี่ของนางจะต้องเหนี่ยวรั้งเซี่ยโหวเอาไว้ไม่ได้นานแน่ นางจึงยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดีแม้ว่าความเจ็บปวดจะทำให้นางหลุดพ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกเผาอยู่ในเตากำยานแล้วก็ตาม“อ๊า...” เสียงคำรามจากลำคอของคนที่อยู่ด้านล่างและการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายของสะโพกของเขาทำให้นางรู้ว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยๆ ขยับกายของตนเองลงจากร่างของเขา ความตึงแน่นและความเปียกชื้นบริเวณช่วงล่างทำให้นางรู้สึกไม่สบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status