หน้าหลัก / รักโบราณ / หอบลูกหนีสามีทรราช / บทที่ 9 ทำตามหนังสือต้องห้าม

แชร์

บทที่ 9 ทำตามหนังสือต้องห้าม

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-16 18:57:37

คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงนิ่งงันไป เขายื่นมือไปตรวจจับชีพจรของนางแล้วก็ใช้ฝ่ามือวัดไข้ที่หน้าผากของนางด้วย หลังจากนั้นเขาจึงได้เอ่ยถามนางออกมาด้วยน้ำเสียงแดกดัน

“เจ้าก็ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยนี่นา ชีพจรของเจ้าก็ไม่ได้ผิดปกติ สงสัยว่าเจ้าจะใช้หัวคิดไปกับการต่อสู้กับอนุเฉียวจนหมดแล้ว ยามนี้จึงได้มักจะทำแต่เรื่องที่ไร้หัวคิดเช่นนี้” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงพลันมีสีหน้าบึ้งตึงในทันที

“ข้าก็แค่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ข้าจะทำเพื่อตนเอง แต้มพรหมจรรย์นี่ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนต้นคิด มันไม่ใช่แค่เพียงจุดสีแดงที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ของสตรีแต่เป็นสิ่งที่ตีตราว่าสตรีผู้นั้นประพฤติตนอยู่ในกรอบที่บรรดาบุรุษเป็นผู้กำหนดหรือไม่เพียงเท่านั้น ยิ่งหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยาที่ท่านพ่อของข้าอยากให้ข้ายึดถือ ไม่ว่าจะมองทางทิศไหนก็ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้สตรีต้องตกเป็นเบี้ยล่างของบุรุษเป็นส่วนใหญ่” ฮวาจื่อชิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“สามเชื่อฟัง เชื่อฟังข้อที่หนึ่งก็คือสตรีก่อนแต่งงานต้องเชื่อฟังบิดา เชื่อฟังข้อที่สองก็คือสตรีหลังแต่งงานต้องเชื่อฟังสามี ส่วนเชื่อฟังข้อที่สามก็คือสตรีที่สามีเสียชีวิตต้องเชื่อฟังบุตรชาย ไม่ว่าจะเป็นข้อไหนล้วนกำหนดให้สตรีต้องยินยอมเชื่อฟังบุรุษในครอบครัวทั้งสิ้น ยังไม่ต้องพูดถึงสี่จรรยา ทั้งประพฤติงาม วาจาไพเราะ กิริยาและหน้าตาต้องงดงาม ยังมีงานฝีมือต้องงดงามอีกด้วย หลักสี่จรรยานี้ก็เป็นแค่สิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้แก่บุรุษเพียงเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดที่สตรีสามารถทำเพื่อตนเองเลย” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยจบฮวาจื่อเฉิงก็ยกมือเป็นทำนองว่าเขายอมแพ้แล้ว

“ไม่ต้องนำหลักการเหล่านั้นมาพูดกับข้าหรอก แค่เจ้าบอกกับข้ามาตามตรงว่าเจ้าคิดจะเอาเปรียบคนผู้นี้แล้วใช้เรื่องการสูญเสียความบริสุทธิ์ของตนเองมาขอความเห็นใจจากเซี่ยโหวใช่หรือไม่” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้ารับ

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าห้ามเสียใจในภายหลังนะ” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้า เขาทอดถอนใจออกมาแล้วจึงได้เดินไปที่เตากำยานล้วงสมุนไพรหลายชนิดออกมาแล้วก็บ่นออกมาด้วยความจนใจ

“ทำไมข้าจะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าด้วย วันหน้าเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำเรื่องนี้เป็นแน่และตัวข้าเองก็คงจะต้องเสียใจกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางหันไปมองบุรุษที่นอนแผ่หลาแขนและขาถูกผูกติดกับเสาเตียงด้วยความเห็นใจ หากเป็นชายหนุ่มที่มีจิตใจชั่วช้าเมื่อได้รู้ว่าอีกสักครู่จะได้เอาเปรียบสตรีที่งดงามเช่นญาติผู้น้องของเขาคนชั่วช้าผู้นั้นจะต้องรู้สึกยินดีเป็นแน่ แต่ชายหนุ่มที่กำลังนอนอยู่บนเตียงกลับไม่ได้มีท่าทีรู้สึกยินดีแถมยังเต็มไปด้วยความโกรธเคืองเสียด้วยซ้ำ เขาจึงได้เอ่ยกับชายหนุ่มผู้นั้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ

“ส่วนท่านก็ยอมหลับหูหลับตาให้นางเอาเปรียบสักหน่อยเถิด ถือเสียว่าวันนี้ท่านดวงตกมากที่ดันมาพบกับพวกข้าเข้าก็แล้วกัน” เมื่อเอ่ยจบเขาก็จุดไฟเผาสมุนไพรในเตากำยานแล้วรีบถอยห่างออกมาในทันที

“ข้าจะไปถ่วงเวลาเซี่ยโหวเอาไว้ สิ่งที่คิดจะทำก็รีบทำเสีย หากเปลี่ยนใจก็แค่ดับไฟในเตากำยานนั่นแล้วเปิดหน้าต่างระบายควันออกไปให้หมดก็ได้แล้ว” เมื่อเอ่ยจบเขาก็รีบวิ่งออกจากห้องแล้วปิดประตูให้นางในทันที

หลังจากออกจากห้องมาแล้วฮวาจื่อเฉิงทอดถอนใจออกมาด้วยความหนักอึ้ง เขาคิดว่านางไม่จำเป็นต้องทำลายตนเองเช่นนี้ แต่เมื่อคิดได้ว่าการทำลายตนเองในครั้งนี้อาจจะทำให้นางเป็นอิสระจากคนในครอบครัวเขาจึงได้ยินยอมให้ความร่วมมือ เซี่ยโหวคือผู้อาวุโสที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เขาเชื่อว่าหากเซี่ยโหวพบเห็นว่าญาติผู้น้องของเขาสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วย่อมไม่อาจจะตัดใจนำตัวนางส่งกลับไปให้บิดาของนางที่สกุลฮวาแน่

แต่เมื่อเขาเดินทางตรงไปหาเซี่ยโหว สิ่งที่เซี่ยโหวทำให้เขารู้สึกประหลาดใจก็คือเซี่ยโหวผู้นี้อยากจะให้บุตรชายได้แต่งงานกับญาติผู้น้องของเขามากจนถึงขั้นต้องพาคนมาตามหานางมากมายถึงขนาดนี้เลยหรือ

“คารวะเซี่ยโหว บังเอิญจริงข้ากำลังต้องการความช่วยเหลือจากท่านอยู่พอดี” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยออกมาพลางเดินตรงเข้าไปหาเซี่ยจ้งหวายที่ในยามนี้บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดอย่างที่ฮวาจื่อเฉิงไม่เคยเห็นมาก่อน

ในขณะที่ฮวาจื่อเฉิงกำลังหาวิธีเหนี่ยวรั้งคนของเซี่ยโหวเอาไว้ฮวาจื่อชิงที่อยู่ในห้องตามลำพังกับบุรุษคุ้นหน้าก็กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ยามนี้บุรุษผู้นั้นกำลังนอนหายใจแรงขึ้นและมีใบหน้าแดงก่ำอยู่บนเตียง ควันที่ล่องลอยออกมาจากเตากำยานมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ที่นางไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนและก็ทำให้นางรู้สึกร้อนรุ่มจนยากจะทนรับไหว 

นางเดินไปใกล้เขาดึงเสื้อคลุมตัวนอกของตนเองออกแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงเอนกายซบลงไปที่ร่างกายของเขา แม้ว่านางจะละโมบอยากจะสูดดมกลิ่นหอมจากร่างกายของเขามากเพียงใด แต่นางก็รู้ดีว่าต้องทำอย่างเบามือและพยายามระมัดระวังไม่ให้โดนบาดแผลของเขา

ผิวเนื้ออันตึงแน่นและน่าสนิทเสน่หาของเขาทำให้นางอยากแนบชิดมากยิ่งขึ้น กลิ่นกายของเขาที่ก่อนหน้านี้นางไม่เคยรู้สึกว่าน่าดึงดูดใจแต่ยามนี้มันกลับทำให้นางอดใจเอาไว้ไม่ไหวฝังจมูกลงไปที่ซอกคอของเขาเพื่อสูดดมกลิ่นหอมให้มากขึ้นแล้วนางก็พบว่ากลิ่นกายเฉพาะตัวของเขามันทำให้นางรู้สึกหลงใหลจนยากจะไถ่ถอน 

“อื้อ!” เสียงคำรามด้วยความไม่พอใจของเขาทำให้นางเงยหน้าขึ้นจากซอกคออันเย้ายวนใจของเขา ความร้อนรุ่มที่มากขึ้นทำให้นางถอดเสื้อคลุมตัวในออกแล้วใช้ร่างกายของตนเองแนบชิดกับเรือนกายอันแข็งแกร่งของเขามากยิ่งขึ้น

“ทั้งที่ดวงตาของท่านไม่แจ่มใสเช่นเมื่อครู่นี้แล้ว แต่ยังคิดจะต่อต้านข้าอีก วางใจเถิดข้าจะรีบลงมือให้เร็วที่สุดและที่สำคัญข้าจะพยายามอ่อนโยนกับท่านให้มาก รับรองว่าจะไม่ทำให้ท่านได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน” เมื่อเอ่ยจบนางก็ลงมือกับเขาตามความเข้าใจของตนเอง 

นางเคยช่วยฮวาจื่อมู่เพาะพันธุ์ม้ามาก่อนย่อมรู้วิธีการบางอย่างอยู่บ้าง นางปลดผ้าผูกเอวของเขาออกปลดกางเกงของเขาลงยื่นมือไปลูบคลำสิ่งที่นางรู้ว่ามันจะสามารถทำลายความบริสุทธิ์ของตนเองได้ด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว แล้วหลังจากนั้นจึงได้ลงมือทำตามที่นางเคยเห็นผ่านตาจากรูปวาดในหนังสือต้องห้าม แน่นอนว่าหนังสือต้องห้ามเหล่านั้นยิ่งเขียนหน้าปกเอาไว้ว่าเป็นหนังสือต้องห้ามคนเช่นนางก็ยิ่งอยากเปิดดู…

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 15 หนีออกนอกเมือง

    เมื่อออกจากจวนสกุลเซี่ยได้นางก็วิ่งลัดเลาะไปยังคลองระบายน้ำ เมื่อไปถึงตรอกแห่งหนึ่งก็มีขอทานน้อยสองคนออกจากตรอกอันมืดมิดวิ่งตรงมาหานางแล้วก็แบมือขอเงินจากนางในทันที ฮวาจื่อชิงมอบถุงเงินอันหนักอึ้งให้สองขอทานน้อยคนละถุง พวกเขายิ้มแย้มแล้วรับเงินไปด้วยความยินดี เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อชิงมีสาวใช้ติดตามมาด้วยอีกสองคนพวกเขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์“แม่นางที่พวกเราเคยตกลงกันไว้มีแค่แม่นางเพียงผู้เดียวมิใช่หรือ” “นั่นมันข้อตกลงเมื่อสามเดือนที่แล้ว พวกเจ้าได้รับเงินที่ข้าส่งมาให้พวกเจ้าทุกเดือนมาโดยตลอดมิใช่หรือ อีกทั้งข้ายังส่งยารักษาโรคที่ดีที่สุดมาให้พวกเจ้าอีก พวกเจ้าไม่คิดว่าควรจะตอบแทนข้าให้มากขึ้นอีกสักหน่อยหรือ” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันไปปรึกษากันแล้วสุดท้ายก็หันมาพยักหน้าให้นาง“ได้ ถ้าเช่นนั้นรบกวนพวกท่านตามข้าสองคนมา ก่อนอื่นพวกท่านจะต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่พวกข้าหามาให้ก่อน พวกท่านจะได้ดูกลมกลืนกับพวกข้า” เมื่อเด็กน้อยเอ่ยเช่นนี้ทั้งฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ต่างพยักหน้า ขอทานน้อยทั้งสองจึงพาพวกนางไปยังตรอกที่เป็นแหล่งกบดานของพวกเขา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 14 หนีออกจากจวน

    “ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะคิดถึงข้ามากเป็นพิเศษนะ ไม่เพียงเรียกตัวข้าให้มาหาท่านบ่อยครั้งขึ้น แถมช่วงนี้ยังยินดีจ่ายให้ข้ามากเป็นพิเศษอีกด้วย” เสียงอันเย้ายวนของสตรีภายในห้องทำให้ฮวาจื่อชิงรีบหยุดฝีเท้าแล้วหยุดยืนฟังอยู่ไกลๆ ขอแค่เพียงได้ยินสิ่งที่คนด้านในพูดคุยกันนางก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้“ย่อมต้องจ่ายหนักเป็นธรรมดา ข้าใจร้อนอยากจะรีบสะสางเรื่องยุ่งยากรอบกายของข้าให้เร็วที่สุด” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจน้ำเสียงของเขาไม่เหมือนน้ำเสียงของบุรุษที่ใช้พูดคุยกับสตรีที่ตนเองถูกใจ‘หรือว่าจะไม่ใช่นาง’ ฮวาจื่อชิงได้แต่คิดอยู่ในใจ หูก็ฟังเสียงความเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยของคนในเรือน“รีบสะสางถือเป็นเรื่องดีเพียงแต่รอบนี้ท่านก็เบามือลงสักหน่อยเถิด หากเลือดนองผืนดิน ศีรษะแขวนเต็มประตูเมืองอย่างเช่นรอบที่แล้วไม่เพียงทำให้ผู้คนเสียขวัญแต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวในตัวท่านด้วย” เสียงสตรีภายในห้องเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงแต่เซี่ยเหวินหลางกลับตอบนางด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ“พวกเขาอยากจะกลัวข้าก็ให้กลัวไป ยิ่งกลัวมากก็ยิ่งดี วันหน้าจะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านข้าอี

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 13 นางจิ้งจอก

    ฮวาจื่อชิงใช้ชีวิตภายในจวนสกุลเซี่ยอย่างผ่อนคลาย นางไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังเรื่องพละกำลังของตนเองอีก ถึงอย่างไรสามีของนางก็รู้อยู่แล้วว่านางมีพละกำลังมากว่าผู้อื่น ส่วนพ่อสามีและแม่สามีก็หาได้รังเกียจเรื่องนี้อีกทั้งยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีอีกด้วย“วันหน้าเมื่อเจ้ามีหลานๆ ให้ข้า พวกเขาอาจจะได้พละกำลังอันแข็งแกร่งมาจากเจ้าก็ได้นะ มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นถือเป็นเรื่องดีอย่างน้อยพวกเขาก็คงจะสามารถปกป้องตนเองได้ดีกว่าคนทั่วไป” ฉีเหม่ยเจินเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ นางสูญเสียบุตรชายไปแล้วสองคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ทุกครั้งที่ต้องเห็นป้ายวิญญาณของลูกหัวใจของนางก็ราวกับถูกกระชากออกจากอก ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ไม่มีมารดาคนไหนอยากจะให้เกิดกับตนเอง“จะมีพละกำลังหรือไม่มีก็ไม่เป็นไรขอให้เจ้ามีหลานให้พวกเราอุ้มเร็วๆ ก็พอ” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางยิ้มออกมา ส่วนฮวาจื่อชิงนางทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาอย่างเอียงอายเพียงเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าถ้าหากพูดออกมาตามความเป็นจริงคงจะเป็นเรื่องยากที่นางและเซี่ยเหวินหลางจะมีลูกด้วยกันได้ในเร็ววัน เพราะนางและเขาในยามนี้แทบจะไม่ได้อยู่ร่วมห้องกันตามลำพังอ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 12 สะใภ้สกุลเซี่ย

    ยามเช้าเมื่อฮวาจื่อชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของนางร้าวระบมไปเกือบทั้งตัว แม้ว่านางไม่อยากจะตื่นขึ้นมามากเพียงใด แต่ในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหม่จำต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อไปคารวะน้ำชายามเช้าต่อพ่อสามีและแม่สามี ยามนี้ภาพลักษณ์ของนางในใจพ่อสามีและแม่สามีน่าจะเสียหายไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือพยายามทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีไม่ขัดหูขัดตาพวกเขาก็พอ“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” มารขัดขวางความตั้งใจของนางไม่ได้แค่เพียงพูดห้ามปราม เขายังสอดแขนมาที่เอวของนางแล้วเหนี่ยวรั้งนางให้เอนกายลงไปซบร่างกายของเขาอีกด้วย“ปล่อยข้า วันนี้ข้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่สามี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนของเขาออกซึ่งเขาก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าตนเองสู้แรงของนางไม่ได้ ส่วนฮวาจื่อชิงที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพละกำลังของนางกลับคืนมาแล้วก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปจ้องมองเขาในทันที“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สิ้นไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น” คำถามของนางทำให้เซี่ยเหวินหลางขยับกายลุกขึ้นแล้วก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่ทำให้นางอดรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังไม่ได้“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เรี่ย

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 11 พิธีมงคล

    งานมงคลของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยและคุณหนูสกุลฮวาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เกี้ยวเจ้าสาวได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา เจ้าบ่าวที่ขี่ม้านำหน้าขบวนดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหล่าของเซี่ยเหวินหลางทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็อดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับรูปโฉมและความประพฤติอันโหดเหี้ยมของเขา พวกนางหวาดกลัวว่าทรราชเซี่ยจะไม่มีผู้ใดยินยอมแต่งงานด้วยจนผลสุดท้ายทรราชผู้นั้นจะหันมาหมายปองพวกนาง ตอนที่ได้รู้ว่าคุณหนูสกุลฮวาออกทุกข์แล้วพวกนางพากันยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นอย่างเต็มที่ ด้วยคิดว่าต่อไปพวกนางก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพ่อสื่อจากจวนสกุลเซี่ยอาจจะวิ่งเข้าไปทาบทามพวกนางจนถึงในจวน แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเซี่ยเหวินหลางอย่างเต็มตา พวกนางต่างก็พากันรู้สึกเสียดายที่คนที่ได้นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไม่ใช่พวกนางฮวาจื่อชิงนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในเมื่อนางแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่เพียงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเท่านั้น หากนางเดาไม่ผิดสาวใช้สองคนที่เซี่ยเหวินหลางส่งมาคงกำลังเดินตามประกบติดตามเกี้ยวของนางอย่าง

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 10 อย่าได้คิดก่อเรื่อง

    ท่ามกลางกลิ่นอายอันเย้ายวนและหอมกรุ่น ฮวาจื่อชิงที่ถูกควันหอมของสมุนไพรทำให้สติเลือนรางก็ลงมือทำเรื่องบางอย่างตามความเข้าใจของตนเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในยามนี้แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วเช่นเดียวกัน หาไม่ใช่เพราะเขาถูกผูกแขนและขาเอาไว้ นางเชื่อว่าเขาจะต้องเป็นคนลงมือทำเรื่องชั่วร้ายแทนนางเป็นแน่“เจ็บชะมัด!” นางเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาส่วนคนที่อยู่ใต้ร่างของนางยามนี้ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้กระทั่งในยามที่นางหยุดค้างเพราะความเจ็บปวดแต่เขากลับพยายามดิ้นรนที่จะหาหนทางปลดปล่อยตนเอง สะโพกที่ไม่อยู่นิ่งของเขาทำให้นางยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความสามารถของญาติผู้พี่ของนางจะต้องเหนี่ยวรั้งเซี่ยโหวเอาไว้ไม่ได้นานแน่ นางจึงยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดีแม้ว่าความเจ็บปวดจะทำให้นางหลุดพ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกเผาอยู่ในเตากำยานแล้วก็ตาม“อ๊า...” เสียงคำรามจากลำคอของคนที่อยู่ด้านล่างและการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายของสะโพกของเขาทำให้นางรู้ว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยๆ ขยับกายของตนเองลงจากร่างของเขา ความตึงแน่นและความเปียกชื้นบริเวณช่วงล่างทำให้นางรู้สึกไม่สบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status