Home / รักโบราณ / หอบลูกหนีสามีทรราช / บทที่ 9 ทำตามหนังสือต้องห้าม

Share

บทที่ 9 ทำตามหนังสือต้องห้าม

Author: BigM00N
last update publish date: 2026-02-16 18:57:37

คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงนิ่งงันไป เขายื่นมือไปตรวจจับชีพจรของนางแล้วก็ใช้ฝ่ามือวัดไข้ที่หน้าผากของนางด้วย หลังจากนั้นเขาจึงได้เอ่ยถามนางออกมาด้วยน้ำเสียงแดกดัน

“เจ้าก็ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยนี่นา ชีพจรของเจ้าก็ไม่ได้ผิดปกติ สงสัยว่าเจ้าจะใช้หัวคิดไปกับการต่อสู้กับอนุเฉียวจนหมดแล้ว ยามนี้จึงได้มักจะทำแต่เรื่องที่ไร้หัวคิดเช่นนี้” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงพลันมีสีหน้าบึ้งตึงในทันที

“ข้าก็แค่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ข้าจะทำเพื่อตนเอง แต้มพรหมจรรย์นี่ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนต้นคิด มันไม่ใช่แค่เพียงจุดสีแดงที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ของสตรีแต่เป็นสิ่งที่ตีตราว่าสตรีผู้นั้นประพฤติตนอยู่ในกรอบที่บรรดาบุรุษเป็นผู้กำหนดหรือไม่เพียงเท่านั้น ยิ่งหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยาที่ท่านพ่อของข้าอยากให้ข้ายึดถือ ไม่ว่าจะมองทางทิศไหนก็ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้สตรีต้องตกเป็นเบี้ยล่างของบุรุษเป็นส่วนใหญ่” ฮวาจื่อชิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“สามเชื่อฟัง เชื่อฟังข้อที่หนึ่งก็คือสตรีก่อนแต่งงานต้องเชื่อฟังบิดา เชื่อฟังข้อที่สองก็คือสตรีหลังแต่งงานต้องเชื่อฟังสามี ส่วนเชื่อฟังข้อที่สามก็คือสตรีที่สามีเสียชีวิตต้องเชื่อฟังบุตรชาย ไม่ว่าจะเป็นข้อไหนล้วนกำหนดให้สตรีต้องยินยอมเชื่อฟังบุรุษในครอบครัวทั้งสิ้น ยังไม่ต้องพูดถึงสี่จรรยา ทั้งประพฤติงาม วาจาไพเราะ กิริยาและหน้าตาต้องงดงาม ยังมีงานฝีมือต้องงดงามอีกด้วย หลักสี่จรรยานี้ก็เป็นแค่สิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้แก่บุรุษเพียงเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดที่สตรีสามารถทำเพื่อตนเองเลย” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยจบฮวาจื่อเฉิงก็ยกมือเป็นทำนองว่าเขายอมแพ้แล้ว

“ไม่ต้องนำหลักการเหล่านั้นมาพูดกับข้าหรอก แค่เจ้าบอกกับข้ามาตามตรงว่าเจ้าคิดจะเอาเปรียบคนผู้นี้แล้วใช้เรื่องการสูญเสียความบริสุทธิ์ของตนเองมาขอความเห็นใจจากเซี่ยโหวใช่หรือไม่” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้ารับ

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าห้ามเสียใจในภายหลังนะ” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้า เขาทอดถอนใจออกมาแล้วจึงได้เดินไปที่เตากำยานล้วงสมุนไพรหลายชนิดออกมาแล้วก็บ่นออกมาด้วยความจนใจ

“ทำไมข้าจะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าด้วย วันหน้าเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำเรื่องนี้เป็นแน่และตัวข้าเองก็คงจะต้องเสียใจกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางหันไปมองบุรุษที่นอนแผ่หลาแขนและขาถูกผูกติดกับเสาเตียงด้วยความเห็นใจ หากเป็นชายหนุ่มที่มีจิตใจชั่วช้าเมื่อได้รู้ว่าอีกสักครู่จะได้เอาเปรียบสตรีที่งดงามเช่นญาติผู้น้องของเขาคนชั่วช้าผู้นั้นจะต้องรู้สึกยินดีเป็นแน่ แต่ชายหนุ่มที่กำลังนอนอยู่บนเตียงกลับไม่ได้มีท่าทีรู้สึกยินดีแถมยังเต็มไปด้วยความโกรธเคืองเสียด้วยซ้ำ เขาจึงได้เอ่ยกับชายหนุ่มผู้นั้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ

“ส่วนท่านก็ยอมหลับหูหลับตาให้นางเอาเปรียบสักหน่อยเถิด ถือเสียว่าวันนี้ท่านดวงตกมากที่ดันมาพบกับพวกข้าเข้าก็แล้วกัน” เมื่อเอ่ยจบเขาก็จุดไฟเผาสมุนไพรในเตากำยานแล้วรีบถอยห่างออกมาในทันที

“ข้าจะไปถ่วงเวลาเซี่ยโหวเอาไว้ สิ่งที่คิดจะทำก็รีบทำเสีย หากเปลี่ยนใจก็แค่ดับไฟในเตากำยานนั่นแล้วเปิดหน้าต่างระบายควันออกไปให้หมดก็ได้แล้ว” เมื่อเอ่ยจบเขาก็รีบวิ่งออกจากห้องแล้วปิดประตูให้นางในทันที

หลังจากออกจากห้องมาแล้วฮวาจื่อเฉิงทอดถอนใจออกมาด้วยความหนักอึ้ง เขาคิดว่านางไม่จำเป็นต้องทำลายตนเองเช่นนี้ แต่เมื่อคิดได้ว่าการทำลายตนเองในครั้งนี้อาจจะทำให้นางเป็นอิสระจากคนในครอบครัวเขาจึงได้ยินยอมให้ความร่วมมือ เซี่ยโหวคือผู้อาวุโสที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เขาเชื่อว่าหากเซี่ยโหวพบเห็นว่าญาติผู้น้องของเขาสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วย่อมไม่อาจจะตัดใจนำตัวนางส่งกลับไปให้บิดาของนางที่สกุลฮวาแน่

แต่เมื่อเขาเดินทางตรงไปหาเซี่ยโหว สิ่งที่เซี่ยโหวทำให้เขารู้สึกประหลาดใจก็คือเซี่ยโหวผู้นี้อยากจะให้บุตรชายได้แต่งงานกับญาติผู้น้องของเขามากจนถึงขั้นต้องพาคนมาตามหานางมากมายถึงขนาดนี้เลยหรือ

“คารวะเซี่ยโหว บังเอิญจริงข้ากำลังต้องการความช่วยเหลือจากท่านอยู่พอดี” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยออกมาพลางเดินตรงเข้าไปหาเซี่ยจ้งหวายที่ในยามนี้บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดอย่างที่ฮวาจื่อเฉิงไม่เคยเห็นมาก่อน

ในขณะที่ฮวาจื่อเฉิงกำลังหาวิธีเหนี่ยวรั้งคนของเซี่ยโหวเอาไว้ฮวาจื่อชิงที่อยู่ในห้องตามลำพังกับบุรุษคุ้นหน้าก็กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ยามนี้บุรุษผู้นั้นกำลังนอนหายใจแรงขึ้นและมีใบหน้าแดงก่ำอยู่บนเตียง ควันที่ล่องลอยออกมาจากเตากำยานมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ที่นางไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนและก็ทำให้นางรู้สึกร้อนรุ่มจนยากจะทนรับไหว 

นางเดินไปใกล้เขาดึงเสื้อคลุมตัวนอกของตนเองออกแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงเอนกายซบลงไปที่ร่างกายของเขา แม้ว่านางจะละโมบอยากจะสูดดมกลิ่นหอมจากร่างกายของเขามากเพียงใด แต่นางก็รู้ดีว่าต้องทำอย่างเบามือและพยายามระมัดระวังไม่ให้โดนบาดแผลของเขา

ผิวเนื้ออันตึงแน่นและน่าสนิทเสน่หาของเขาทำให้นางอยากแนบชิดมากยิ่งขึ้น กลิ่นกายของเขาที่ก่อนหน้านี้นางไม่เคยรู้สึกว่าน่าดึงดูดใจแต่ยามนี้มันกลับทำให้นางอดใจเอาไว้ไม่ไหวฝังจมูกลงไปที่ซอกคอของเขาเพื่อสูดดมกลิ่นหอมให้มากขึ้นแล้วนางก็พบว่ากลิ่นกายเฉพาะตัวของเขามันทำให้นางรู้สึกหลงใหลจนยากจะไถ่ถอน 

“อื้อ!” เสียงคำรามด้วยความไม่พอใจของเขาทำให้นางเงยหน้าขึ้นจากซอกคออันเย้ายวนใจของเขา ความร้อนรุ่มที่มากขึ้นทำให้นางถอดเสื้อคลุมตัวในออกแล้วใช้ร่างกายของตนเองแนบชิดกับเรือนกายอันแข็งแกร่งของเขามากยิ่งขึ้น

“ทั้งที่ดวงตาของท่านไม่แจ่มใสเช่นเมื่อครู่นี้แล้ว แต่ยังคิดจะต่อต้านข้าอีก วางใจเถิดข้าจะรีบลงมือให้เร็วที่สุดและที่สำคัญข้าจะพยายามอ่อนโยนกับท่านให้มาก รับรองว่าจะไม่ทำให้ท่านได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน” เมื่อเอ่ยจบนางก็ลงมือกับเขาตามความเข้าใจของตนเอง 

นางเคยช่วยฮวาจื่อมู่เพาะพันธุ์ม้ามาก่อนย่อมรู้วิธีการบางอย่างอยู่บ้าง นางปลดผ้าผูกเอวของเขาออกปลดกางเกงของเขาลงยื่นมือไปลูบคลำสิ่งที่นางรู้ว่ามันจะสามารถทำลายความบริสุทธิ์ของตนเองได้ด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว แล้วหลังจากนั้นจึงได้ลงมือทำตามที่นางเคยเห็นผ่านตาจากรูปวาดในหนังสือต้องห้าม แน่นอนว่าหนังสือต้องห้ามเหล่านั้นยิ่งเขียนหน้าปกเอาไว้ว่าเป็นหนังสือต้องห้ามคนเช่นนางก็ยิ่งอยากเปิดดู…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : เซี่ยหย่งเป่า

    ข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งเป่า เป็นบุตรชายคนที่สองของอดีตอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นอวิ๋นเซี่ยเหวินหลาง มารดาของข้าคือสตรีสกุลฮวามีนามว่าฮวาจื่อชิง ข้ามีพี่ชายและพี่สาวอย่างละหนึ่งคน พี่ชายมีนามว่าเซี่ยหย่งฉี ส่วนพี่สาวของข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งหนิงข้ามีหลานชายถึง 4 คน เป็นบุตรชายที่ถือกำเนิดจากพี่ชายของข้าเซี่ยหย่งฉี และท่านหญิงฉางอู่ผู้เป็นพี่สะใภ้ของข้า ส่วนพี่สาวของข้าแม้ว่านางจะยังไม่มีทายาท แต่ด้วยยาที่ข้าพึ่งจะปรุงให้นางไปทำให้ยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์ใกล้จะมีทายาทให้แก่สกุลจี้ซึ่งเป็นสกุลของสามีของนางแล้ว“พี่หญิงตั้งครรภ์แล้วเช่นนี้ จี้ซูหรานก็คงไม่กล้าปากมากพูดจาเสียดสีพี่หญิงแล้วกระมัง” ฮวาเยี่ยนชีเอ่ยพลางเลื่อนจานผลไม้ให้พี่หญิงของข้า ฮวาเยี่ยนชีคือบุตรสาวของท่านลุงรองทางฝั่งสกุลเดิมของมารดาของข้า ตั้งแต่พี่หญิงของข้าตั้งครรภ์ทั้งฮวาเยี่ยนชีและข้าก็ต่างไม่กล้าวางใจปล่อยให้นางต้องเผชิญกับความขัดแย้งในสกุลจี้เพียงลำพัง ดังนั้นช่วงนี้ข้าและฮวาเยี่ยนชีจึงมักจะมาเป็นแขกที่จวนสกุลจี้เป็นประจำ“ต่อให้นางอยากจะพูดจาเสียดสีก็ช่างเถิด ถึงอย่างไรนางก็ทำอันใดข้าที่เป็นทั้งท่านหญิงหย่งหนิงและพี่สะใภ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 2

    “หนึ่ง สอง สาม สี่ ฮ่าๆ ดูเหมือนว่านายของพวกเจ้าจะให้เกียรติฝีมือของข้ามากเลยนะ จึงได้ส่งพวกเจ้ามาถึงสี่คนเช่นนี้”“ฉีเสี่ยวเสวียนอย่าได้พูดมาก ยินยอมตามพวกข้ากลับไปแต่โดยดีเสียเถิดเจ้าจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยออกมาพลางพุ่งเข้ามาโจมตีนาง ข้าทนเห็นสตรีผู้หนึ่งถูกรุมโจมตีไม่ไหวจึงออกหน้าช่วยเหลือ เพียงแต่ข้าหาได้ตั้งใจเรียนวิชายุทธ์ดังเช่นน้องชาย สุดท้ายวิชายุทธ์ดุจแมวสามขาของข้าจึงทำได้แค่เพียงทำให้ชายชุดดำเหล่านั้นเสียรูปกระบวนในการโจมตีเพียงเท่านั้นสุดท้ายนางก็กำจัดชายชุดดำได้จนหมดนางมองชายชุดดำสี่คนที่นอนสิ้นชีพอยู่บนพื้นแล้วก็รีบเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ในทันที ข้าเองก็รีบติดตามนางไปเช่นเดียวกัน บุรุษแต่งกายแบบชาวยุทธ์หลายคนสิ้นชีพอยู่บริเวณนี้ความเศร้าโศกเสียใจของนางทำให้ข้าพึ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนางหาได้ติดตามข้ามาเพียงลำพัง แต่ยังมีคนของนางติดตามมาด้วยอีกหลายคนและยามนี้คนของนางก็สิ้นชีพไปเสียแล้ว“ท่านช่วยข้าฝังศพคนเหล่านี้ได้ไหม” เมื่อนางเอ่ยถามเช่นนี้ข้าก็จำต้องออกแรงช่วยนางขุดหลุมฝังคนทั้งหมด ข้าและนางใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการจัดการศพแล้วหลังจา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 1

    ข้าชื่อฮวาจื่อเฉิง เป็นบุตรชายคนที่สองของฮวาเฉินกับต่งฟางหรู ท่านปู่ของข้าคือฮวาเหลียงมหาราชครูผู้ได้รับความนับหน้าถือตาจากบรรดาขุนนางทั้งหลาย ตั้งแต่เด็กข้าเป็นคนที่มีความจำดีมาก มากเสียจนทุกคนในจวนต่างตั้งความหวังว่าข้าจะเก่งกาจมากกว่าพี่ใหญ่ของข้าที่สามารถท่องจำสี่ตํารา ห้าคัมภีร์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ แต่สุดท้ายข้าก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาตั้งความหวังเอาไว้ เพราะข้ากลับไปฝากตัวเป็นศิษย์หมอเทวดาที่มารักษาอาการป่วยให้แก่ท่านปู่ที่จวนของข้าความสามารถทางด้านการรักษาของข้านั้น ข้าสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าหากไม่นับอาจารย์ของข้าเข้ามาด้วยข้าก็ถือว่าเป็นผู้มีฝีมือทางด้านการรักษาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ทั้งการวินิจฉัยโรคและการปรุงยาแม้แต่อาจารย์ยังเคยชมว่าข้าคือลูกศิษย์ที่เขาภูมิใจมากที่สุดข้ามีญาติผู้น้องอยู่ผู้หนึ่ง นางมีนามว่าฮวาจื่อชิงเป็นเด็กสาวที่น่ารักและน่าสงสาร ข้ารักนางเสียยิ่งกว่าน้องสาวแท้ๆ ซึ่งนางมักจะพูดว่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะข้าไม่มีน้องสาวร่วมสายเลือดเลยสักคน…ฮวาจื่อชิงมีพละกำลังมหาศาลตรงข้ามกับใบหน้าอันน่ารักและรูปร่างอันบอบบางของนางเป็นอย่างมาก แต่นางและมา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 67 จากนี้และตลอดไป (ตอนจบ)

    “ความทุกข์ยากและกาลเวลาช่วยพิสูจน์ความจริงใจของคน” ฮวาจื่อชิงได้เห็นแล้วว่าคำพูดประโยคนี้คือความจริง เซี่ยเหวินหลางเป็นทั้งสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ อย่างแท้จริง เขาช่วยนางอบรมเลี้ยงดูลูกๆ จนเติบใหญ่ เขาเป็นกำลังใจในทุกครั้งที่นางต้องเผชิญกับปัญหา ยามที่นางคิดถึงตอนที่ตนเองเคยหนีไปจากเขาขึ้นมา นางก็ได้แต่ขบขันความคิดอันโง่งมของตนเอง แม้ว่าเซี่ยเหวินหลางจะไม่สามารถละทิ้งอำนาจในมือได้ทั้งหมด แต่เขาก็สามารถทำให้นางและลูกรู้สึกว่าตนเองคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขายามนี้นางไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดข่มขู่เขาอีกต่อไปแล้วว่าถ้าหากเขาทำไม่ดีต่อนางหรือว่านำสตรีอื่นเข้ามาเป็นคู่ร่วมชีวิต นางก็จะพาลูกๆ หนีไปจากเขา เพราะตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันมาจนกลายเป็นท่านปูและท่านย่า เขาก็ไม่เคยทำให้นางอยากจะหนีไปจากเขาอีกเลย“กำลังคิดอะไรอยู่ ฟ้ามืดแล้วอากาศก็เริ่มจะหนาวเย็นขึ้นมาแล้วนะ” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางถอดเสื้อคลุมของตนเองมาคลุมให้นาง“ข้ากำลังคิดถึงเรื่องราวในกาลก่อนที่ข้าเคยทำโง่ๆ อย่างเช่นการคิดว่าตนเองจะสามารถหนีการแต่งงานกับท่านไปได้” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เซี่ยเหวินหลางก็หัวเราะออกมาเบาๆ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 66 ไร้ซึ่งความกังวล

    ความห่างไกลสำหรับคู่รักบางคู่อาจจะทำให้เกิดความห่างเหิน แต่สำหรับเซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงแล้วความห่างไกลทำให้เขาและนางรู้หัวใจตนเองว่าต่างฝ่ายก็ต่างขาดกันและกันไม่ได้ ช่วงที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแม้ว่านางจะพยายามทำตนเองให้ยุ่งเข้าไว้ ทั้งทำการค้าและทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับเรื่องการเพาะปลูก แต่ยามค่ำคืนที่ต้องอยู่คนเดียวนางมักจะคิดถึงเขาอยู่เสมอฉีเหม่ยเจินและเซี่ยจ้งหวายก็เช่นกันเดิมที่เซี่ยจ้งหวายวางแผนเอาไว้ว่าจะให้เซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงอารักขาฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นว่าเมืองหลวงสงบสุขดีแล้วเขาจึงได้เร่งเดินทางมาเพื่อมารับฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง“ข้าไม่กลับ!” คำพูดของฉีเหม่ยเจินทำให้ เซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงรีบพาลูกๆ กลับเรือนของตนเองในทันที ส่วนบรรดาสาวใช้ก็รีบจากไปเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่คนทั้งคู่“เหตุใดจึงไม่กลับเล่า เจินเจินความเข้าใจผิดในกาลก่อนเจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าหาใช่ความผิดของข้า พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วยามนี้เจ้ายังคิดจะทิ้งให้ข้าต้องใช้ชีวิตคนเดียวอีกหรือ” คำพูดของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฉีเหม่ยเจินยิ้มออกมา“ก็เพราะเคยร

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 65 โชคดี

    ฮวาจื่อชิงหันไปมองยังทิศทางของเสียงแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเซี่ยเหวินหลางที่เดินขึ้นบันไดมาบนชั้นสอง นางรีบวิ่งไปหาเขาในทันทีโดยไม่รักษากิริยา นางยื่นมือของตนเองไปจับมือของเขาเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาหาข้าได้เสียที”“ข้าสะสางกิจธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบมาหาเจ้าในทันที” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางยื่นมืออีกข้างมาลูบศีรษะของนางฮวาจื่อชิง นางรู้สึกดีกับการกระทำของเขาแต่เมื่อคิดว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีผู้อื่นอยู่ นางจึงได้คลายมือของตนออกจากฝ่ามือของเขาแล้วขยับห่างจากร่างของเขาเล็กน้อยเพื่อรักษากิริยาของตนเองในสายตาของผู้อื่น แต่เซี่ยเหวินหลางกลับไม่ยอมเขายื่นมือมาจับกุมมือของนางเอาไว้แล้วจูงมือพานางเดินตรงไปยังทิศทางที่เหอเจาและจี้อวิ๋นหนานยืนอยู่“ลูกๆ ของข้าซุกซนข้าต้องขออภัย เมื่อข้าพาพวกเขากลับไปถึงบ้านแล้วข้าจะอบรมสั่งสอนพวกเขาด้วยตนเอง แต่เจ้าเล่ามาเอ่ยวาจาก้าวร้าวแถมยังแนบชิดกับบุรุษอื่นที่มิใช่สามี เจ้าคิดว่าตนเองวางตัวดีแล้วหรือ” คำถามของนางทำให้เหอเจาเม้มปากแน่น ส่วนจี้อวิ๋นหนานที่รับรู้ได้ถึงกระแสความเกลียดชังจากเซี่ยเหวิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status