ท่านอ๋องโปรดปล่อยข้าไป!

ท่านอ๋องโปรดปล่อยข้าไป!

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-17
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
43Bab
841Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เขารักนางในแบบที่ปีศาจรักเหยื่อ นางเกลียดเขาในแบบที่นักโทษเกลียดผู้คุมเมื่อความอดทนพังทลายและการตามล่าเริ่มต้นขึ้น ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งความชังที่ไม่มีวันสิ้นสุด!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ช่วยคน

"เหมี่ยวเหมี่ยว หากขายผักเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านนะลูก"

"เจ้าค่ะท่านแม่"

หญิงสาวเอ่ยรับคำผู้เป็นมารดา ก่อนจะรีบสะพายกระบุงที่มีผักสดขึ้นบนบ่า แล้วจึงมุ่งหน้าเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว นางย่ำฝีเท้าไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบจนกระทั่งมาถึงแผงตลาด จากนั้นก็เริ่มจัดเรียงเปิดแผงขายของทันที

นางมีนามว่า ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยว ปีนี้อายุสิบแปดปีแล้ว แต่กลับยังไม่ได้แต่งงานเสียที อีกทั้งยังต้องตรากตรำขายผักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงมารดา เดิมทีตระกูลฟ่านเป็นตระกูลคหบดีที่ร่ำรวย แต่เพราะบิดาของนางติดการพนันจนนำจวนไปเข้าจำนองกับพวกอันธพาล ทำให้พวกนางถูกเจ้าหนี้ตามทวงจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนและถูกยึดบ้านจนต้องบากหน้ามาขออาศัยอยู่ในบ้านมุงฟางเก่าๆ ของเพื่อนบ้านผู้มีเมตตา ส่วนบิดาเมื่อหมดตัวก็ปลิดชีพตนเองเพื่อหนีปัญหา ทิ้งให้นางและมารดาต้องตกระกำลำบากอยู่เพียงลำพัง

ก่อนหน้านี้ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวมีสัญญาหมั้นหมายกับ ไป๋เฟิ่งอวี้ เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลคหบดีเช่นเดียวกันกับนาง แต่พอบ้านของนางตกต่ำ คนตระกูลไป๋ก็เริ่มตีตัวออกห่าง เรื่องราวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่ออวี้เจียหลินกงจู่ซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตของอวี้อ๋องเกิดมาถูกตาต้องใจไป๋เฟิ่งอวี้เข้า นางจึงใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหลอกล่อครอบครัวตระกูลไป๋ว่าหากไป๋เฟิ่งอวี้แต่งงานกับนางแล้วจะมีแต่ความมั่งคั่งไปชั่วชีวิต

ไป๋เฟิ่งอวี้มีความสามารถและเรียนหนังสือเก่ง จึงเป็นที่ถูกใจอวี้อ๋องอย่างมาก ไม่นานก็ถูกเรียกตัวเข้าวังอ๋องไปรับใช้ใกล้ชิดอยู่ข้างกายอวี้อ๋อง เมื่อเริ่มมีอำนาจในมือ เขาก็ตัดเยื่อใยจากฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างไม่ไยดี ซึ่งฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเองก็ไม่ใช่คนที่มีนิสัยชอบตามตื้อ นางไม่คิดจะยื้อบุรุษที่หมดใจให้อยู่ข้างกายตนอย่างแน่นอน นางจึงไม่ไปตามตอแยเขาอีก หลังจากนั้นไม่นานไป๋เฟิ่งอวี้ก็แต่งงานกับอวี้เจียหลิน งานมงคลนั้นจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะธิดาคนโตที่อวี้อ๋องรักใคร่ อวี้อ๋องรักบุตรสาวคนนี้มากกว่าหลินหมินบุตรชายคนเล็กเสียอีก ต่อให้อวี้เจียหลินจะเอาแต่ใจมากเพียงใดหรือทำร้ายผู้ใดอย่างทารุณแค่ไหน อวี้อ๋องก็ไม่เคยเอ่ยปากตำหนินางเลยแม้แต่คำเดียว

ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย นี่สินะคืออำนาจ ผู้ที่มีอำนาจล้วนกระทำการใดก็ได้ตามใจตน ส่วนพวกนางที่เป็นเพียงคนสามัญชนธรรมดากลับถูกมองราวกับเป็นเศษดินเศษหญ้าข้างถนน

"ผักจ้าผัก วันนี้มีผักกาดหัวงามๆ ต้นหอมอวบๆ มาขายจ้า"

หญิงสาวไม่สนใจเรื่องไร้สาระอีก ตอนนี้สิ่งที่นางต้องกังวลมากที่สุดก็คือเรื่องของปากท้อง มารดาของนางสุขภาพไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าใดนัก แต่ละเดือนต้องใช้เงินไปกับค่ารักษาไม่น้อย ทำให้นางต้องทำงานหนักกว่าแต่ก่อน นอกจากขายผักแล้วยังต้องรับจ้างเก็บสมุนไพรไปขายที่ร้านยาอีกด้วย

ตอนที่ท่านปู่ยังอยู่ นางมีชีวิตสุขสบายอย่างยิ่ง แต่ไม่คิดเลยว่าความสุขนั้นจะแสนสั้นราวกับสายลมพัดผ่านไป

ตลาดเช้าวันนี้ค่อนข้างคึกคักไม่น้อยเลย มีผู้คนเดินขวักไขว่เพื่อจับจ่ายซื้อของกันเป็นระยะ ลูกค้าหลายคนแวะเวียนมาซื้อผักจากแผงลอยของนางไม่ขาดสาย เสียงพูดคุยที่ดังจอแจช่วยทำให้จิตใจที่หม่นหมองของฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวดีขึ้นไม่น้อย

แต่ทว่าฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งจะนั่งขายของได้ไม่นาน กลับมีสตรีผู้หนึ่งยกเท้าขึ้นมาเตะแผงผักของนางจนกระจัดกระจายลงไปบนพื้น เมื่อฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นอวี้เจียหลินนั่นเอง

หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย อวี้เจียหลินแม้จะแต่งงานกับไป๋เฟิ่งอวี้ไปแล้วแต่กลับไม่ยอมเลิกตามราวีนาง เพียงเพราะนางเคยเป็นคู่หมั้นของไป๋เฟิ่งอวี้เท่านั้นอวี้เจียหลินจึงหึงหวงจนหน้ามืดตามัวกลัวว่าไป๋เฟิ่งอวี้จะกลับมาหานางอีกครั้ง

"มองหน้าข้าทำไม อยากลองดีหรือ"

อวี้เจียหลินเอ่ยเย้ยหยันอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวกำมือแน่น เพราะนางเป็นเพียงแม่ค้าขายผักจึงไม่อาจลงมือทุบตีคนสูงศักดิ์อย่างอวี้เจียหลินได้ ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางพยายามไม่สนใจสตรีน่ารำคาญผู้นี้อีก จากนั้นก็รีบก้มหน้าก้มตาเก็บผักที่กระจายเกลื่อนอยู่บนพื้นใส่กระบุงเตรียมสะพายกลับบ้าน อย่างไรวันนี้ก็ขายได้พอประมาณแล้ว และนางก็ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับอวี้เจียหลินด้วยจึงคิดจะหลีกเลี่ยงไปเสีย

ด้านอวี้เจียหลินเห็นว่าอีกฝ่ายไม่กล้าต่อกรกับตน อีกทั้งยังทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เมื่อไม่มีเรื่องสนุกให้ทำแล้วอวี้เจียหลินจึงกลับไปหาสามีสุดที่รักของตนเองทันที ผู้คนรอบข้างต่างมองมาที่ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยแววตาสงสารเห็นใจอย่างสุดซึ้ง แต่หญิงสาวกลับไม่ใส่ใจ นางรีบเดินออกจากตลาดไปทันที

หลังจากออกมาจากตลาด ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็มุ่งหน้าไปยังโรงหมอทันที นางมักจะมาซื้อยาที่โรงหมอแห่งนี้อยู่เสมอ ท่านหมอจ้าวเอ่ยทักทายนางสองสามประโยคก่อนจะไปจัดยาให้ อีกทั้งยังคิดเงินเพียงครึ่งราคาเพราะสงสารหญิงสาวที่ต้องแบกภาระดูแลมารดาเพียงลำพัง ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวซาบซึ้งใจมาก และยังเคารพท่านหมอจ้าวเหมือนบิดาอีกคน เพราะท่านหมอจ้าวใจดีและมีเมตตากับครอบครัวของนางมาก

"ท่านลุงจ้าว พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาให้ท่านนะเจ้าคะ คาดว่าครั้งนี้อาจจะต้องเดินทางออกนอกเขตแคว้นอวี้เสียหน่อย"

ท่านหมอจ้าวเมื่อได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

"เหมี่ยวเอ๋อร์เอ๋ย เจ้าระวังตัวให้มากหน่อยนะ ได้ยินว่ายามนี้ แคว้นเซียวเพิ่งเปลี่ยนท่านอ๋ององค์ใหม่ขึ้นครองเมือง ชื่อเสียงของเขาโหดเหี้ยมมาก ทั้งสังหารมารดาเลี้ยง ฆ่าน้องชายต่างมารดาที่อายุเพียงสิบสามปีอย่างอำมหิต อีกทั้งยังคิดจะบุกตีแคว้นอื่นเพื่อรวบรวมอำนาจอีกด้วย สถานการณ์ในยามนี้อันตรายมาก เจ้าจงระวังตัวให้มาก"

"เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านลุงจ้าวมาก"

หญิงสาวเอ่ยรับคำ ก่อนจะจัดการเก็บห่อยาใส่กระบุงแล้วมุ่งหน้ากลับบ้านทันที เมื่อถึงบ้านนางก็จัดการต้มยาให้มารดาและปรุงอาหารง่ายๆ สองอย่างเอาไว้กินกันสองคนแม่ลูก เมื่อเห็นว่ามารดากินข้าวอิ่มแล้วนางจึงป้อนยาให้มารดากินอย่างใส่ใจ ก่อนจะรีบเข้านอนแต่หัววันเพื่อเตรียมตัวขึ้นเขาในเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น

เช้ามืดวันต่อมา ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปเก็บสมุนไพรในทันที ก่อนไปนางยังต้มโจ๊กและอุ่นยาเตรียมไว้ให้มารดาเรียบร้อยอีกด้วย แม่ของนางยังพอเดินเหินได้จึงสามารถลุกขึ้นมากินอาหารและยาเองได้ยามนางต้องออกไปทำงาน

ก่อนหน้านี้แคว้นอวี้ไม่ได้เข้มงวดเรื่องการเดินทางเข้าออกเมืองเท่าใดนัก แต่ระยะนี้อาจเพราะสถานการณ์รอบนอกตึงเครียดทำให้ต้องกวดขันเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม กว่านางจะออกจากเมืองได้ก็ใช้เวลาไปพอสมควร นายทหารกำชับให้นางกลับมาก่อนท้องฟ้าจะมืดค่ำ หญิงสาวรับปากอย่างนอบน้อมจากนั้นก็แบกกระบุงมุ่งหน้าขึ้นเขาไปทันที

ภูเขาที่นางขึ้นไปนั้นเดิมทีอยู่ในเขตแดนของแคว้นอวี้ แต่เพราะมีผู้คนมาเก็บสมุนไพรไปเกือบหมด ทำให้นางต้องเดินลึกเข้าไปในป่าที่เป็นเขตเชื่อมต่อระหว่างแคว้นเซียวกับแคว้นอวี้ซึ่งนางไม่เคยเดินล่วงล้ำมาจนถึงที่นี่เลย นี่นับว่าเป็นครั้งแรก เมื่อมาถึงก็พบว่ามีสมุนไพรมากมายขึ้นอยู่เต็มไปหมด ทั้งสมุนไพรห้ามเลือด สมุนไพรบำรุงร่างกายและสมุนไพรแก้พิษ หญิงสาวดีใจมากจึงรีบเก็บสมุนไพรเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าหนนี้คงจะได้เงินหลายตำลึง พอเป็นค่ายาให้มารดาได้อีกหลายเดือนเลยทีเดียว

แต่ทว่าในขณะที่นางกำลังก้มเก็บสมุนไพรอยู่นั้น กลับมีมือของใครบางคนยื่นมาปิดปากของนางเอาไว้ ก่อนที่คนผู้นั้นจะลากนางเข้าไปในป่าลึกอย่างไม่ปรานีปราศรัย แรงลากนั้นมหาศาลจนรองเท้าของนางหลุดลุ่ย เท้าที่ครูดไปกับดินถูกกิ่งไม้เกี่ยวจนเป็นบาดแผลมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามขัดขืนแต่กลับไม่เป็นผล นางถูกลากมาจนถึงหลังกอไผ่ใหญ่ ก่อนจะถูกจับเหวี่ยงลงพื้นหญ้าอย่างแรง จากนั้นก็มีบุรุษผู้หนึ่งโถมกายเข้ามาหานาง

"ช่วยข้าที ข้าไม่ไหวแล้ว!"

สิ้นคำเขาก็บังคับจูบนางทันที สัมผัสของชายหนุ่มไม่ได้อ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังป่าเถื่อนดุดันอย่างเห็นได้ชัด ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามเบือนหน้าหนีแต่เขากลับยิ่งบังคับจูบนางอย่างบ้าคลั่ง ความหวาดกลัวเริ่มปกคุลมจิตใจของฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยว นางตัวสั่นเทาเป็นอย่างมาก หญิงสาวพยายามตั้งสติพยายามผลักเขาออกแต่กลับไม่เป็นผล ใบหน้าของบุรุษปริศนาหล่อเหลาเอาการแต่กลับแดงระเรื่ออย่างผิดสังเกต ลมหายใจของเขาก็ถี่กระชั้นไม่น้อย ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักไปทันที อยู่ๆ หญิงสาวก็พลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของชายหนุ่มตรงหน้า เพราะคลุกคลีอยู่ที่ร้านยาบ่อยครั้งและท่านหมอจ้าวก็เคยสอนนางอยู่บ้าง ทำให้ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มคาดเดาว่าคนตรงหน้าอาจจะถูกวางยาปลุกกำหนัดมา!

นางรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกแล้วใช้เท้าของตนยื่นไปยันกางลำตัวเขาเอาไว้ ดวงตาคู่สวยสอดส่ายมองไปโดยรอบ จนพบเข้ากับลำธารสายหนึ่ง ตอนนี้ชายหนุ่มปริศนาเริ่มอ่อนแรงลงไปมาก นางจึงรีบประคองเขาไปที่แม่น้ำแล้วลากตัวเขาลงไปแช่ในน้ำทันที ความเย็นของสายน้ำช่วยทำให้อาการของเขาดีขึ้นเล็กน้อย ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวอาศัยจังหวะนี้คว้าหยิบสมุนไพรบางอย่างมายัดใส่ปากเขา นางบังคับให้เขาเคี้ยวและกลืนลงไป สมุนไพรนี้มีฤทธิ์ยับยั้งและบรรเทาอาการจากยาปลุกกำหนัดได้ ชายหนุ่มตรงหน้ามีท่าทีดึงดั้นไม่ยอมกินสมุนไพรนั้นแต่นางก็พยายามทุกวิถีทางจนเขายอมกลืนยาสมุนไพรลงไป ไม่นานใบหน้าของเขาก็เริ่มหายแดง ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมอมากขึ้น จากนั้นชายหนุ่มก็หมดสติไปทันที

ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มคิดหนัก หญิงสาวทั้งหวาดกลัวและระแวง นางจ้องมองเขาอย่างไม่ลดละก่อนจะพบว่าบุรุษผู้นี้หน้าตาหล่อเหลายิ่งนัก เขาสวมชุดหรูหรามีราคาเหมือนพวกคุณชายสูงศักดิ์ที่นางเคยเห็น นางไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัวในป่าลึกนี่และไม่รู้ว่าระหว่างทางเกิดเรื่องใดขึ้นจึงทำให้เขาถูกวางยาเช่นนี้

เพราะนางออกมาจากเมืองนานแล้วเดิมทีควรจะรีบกลับ แต่ก็อดรู้สึกเวทนาชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ เขาหมดสติไปแล้วอีกทั้งที่นี่ยังเป็นป่าไร้ผู้คนเดินสัญจรไปมา หากเขาถูกสัตว์ร้ายมาทำร้ายเข้าจะทำเช่นไร แม้จะโมโหที่เขาลวนลามตนเมื่อครู่นี้ แต่ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่อยากถือสาเมื่อรู้ว่าเขาถูกฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด แล้วยังรู้สึกสงสารเขาขึ้นมาอีกด้วย

ช่างเถอะ รอให้เขาฟื้นก่อนแล้วนางค่อยจากไปก็แล้วกัน อย่างน้อยก็คิดว่ามีเมตตาต่อคนใกล้จะตาย เผื่อว่าบุญกุศลนี้จะช่วยให้มารดาของนางหายป่วยในเร็ววัน

เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงพยุงเขาขึ้นจากน้ำมานั่งพิงใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะก่อไฟเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับเขา ทั้งที่ตนเองก็เจ็บเท้าไม่น้อยเลยแต่ต้องพยายามอดทนเอาไว้ เพราะก่อนหน้านี้เขากินสมุนไพรแก้พิษยาเข้าไป ไม่นานนักชายหนุ่มก็ได้สติกลับคืนมา เขายกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วที่ปวดหนึบอย่างทรมาน รู้สึกว่าร่างกายค่อนข้างร้อนระอุอยู่เล็กน้อย

"ท่านฟื้นแล้วหรือ เป็นเช่นไรบ้าง ดื่มน้ำก่อนเถิด"

ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวที่เห็นว่าชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาแล้วก็พอจะเบาใจลงไปได้บ้าง นางเอ่ยถามเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ในเมื่อเขาได้สติแล้วนางจะได้รีบกลับบ้านไปหาท่านแม่เสียที

แต่ทว่าอยู่ๆ ชายหนุ่มคนนั้นกลับหันมาจ้องมองนางด้วยแววตาที่วาวโรจน์ ก่อนจะพุ่งเข้ามากดตัวนางลงไปกับพื้นหญ้าแล้วจึงใช้มีดสั้นวางพาดลงมาบนลำคอระหงของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

"สตรีต่ำช้า เจ้ากล้าล่วงเกินข้าหรือ!"

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Ying Ngampongsai
Ying Ngampongsai
สนุก มากแต่เนื้อหายืดไปหน่อย
2026-07-24 11:49:02
0
0
43 Bab
บทที่ 1 ช่วยคน
"เหมี่ยวเหมี่ยว หากขายผักเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านนะลูก""เจ้าค่ะท่านแม่"หญิงสาวเอ่ยรับคำผู้เป็นมารดา ก่อนจะรีบสะพายกระบุงที่มีผักสดขึ้นบนบ่า แล้วจึงมุ่งหน้าเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว นางย่ำฝีเท้าไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบจนกระทั่งมาถึงแผงตลาด จากนั้นก็เริ่มจัดเรียงเปิดแผงขายของทันทีนางมีนามว่า ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยว ปีนี้อายุสิบแปดปีแล้ว แต่กลับยังไม่ได้แต่งงานเสียที อีกทั้งยังต้องตรากตรำขายผักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงมารดา เดิมทีตระกูลฟ่านเป็นตระกูลคหบดีที่ร่ำรวย แต่เพราะบิดาของนางติดการพนันจนนำจวนไปเข้าจำนองกับพวกอันธพาล ทำให้พวกนางถูกเจ้าหนี้ตามทวงจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนและถูกยึดบ้านจนต้องบากหน้ามาขออาศัยอยู่ในบ้านมุงฟางเก่าๆ ของเพื่อนบ้านผู้มีเมตตา ส่วนบิดาเมื่อหมดตัวก็ปลิดชีพตนเองเพื่อหนีปัญหา ทิ้งให้นางและมารดาต้องตกระกำลำบากอยู่เพียงลำพังก่อนหน้านี้ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวมีสัญญาหมั้นหมายกับ ไป๋เฟิ่งอวี้ เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลคหบดีเช่นเดียวกันกับนาง แต่พอบ้านของนางตกต่ำ คนตระกูลไป๋ก็เริ่มตีตัวออกห่าง เรื่องราวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่ออวี้เจียหลินกงจู่ซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตของอวี้อ๋อง
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ไม่หวังสิ่งตอบแทน
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี ดวงตาที่มองชายหนุ่มตรงหน้าฉายแววหวาดกลัวระคนโมโหในคราวเดียวกัน ให้ตายเถอะ! นางอุตส่าห์ช่วยเขาเอาไว้แท้ๆ แต่พอเขาฟื้นขึ้นมากลับไม่ฟังเหตุผลไม่ถามไถ่ต้นสายปลายเหตุก็คิดจะลงมือกับนางเสียแล้วแม้จะไม่พอใจมากเพียงใดแต่ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้ดีว่าสถาณการณ์ในยามนี้ไม่เหมาะที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขาเท่าใดนัก"คุณชายโปรดฟังข้าก่อน เมื่อครู่ข้าเป็นคนช่วยท่านเอาไว้ เพราะท่านถูกยาปลุกกำหนัด แล้วยัง เอ่อ คิดจะลวนลามข้า แต่ท่านไม่ต้องกังวล พวกเราไม่ได้ทำสิ่งใดเกินเลยแม้แต่น้อย ข้าพาท่านไปแช่น้ำและเอายาสมุนไพรแก้พิษของยาปลุกกำหนัดให้ท่านกินแล้ว อีกไม่นานอาการของท่านก็จะดีขึ้น ข้าไม่ได้ทำร้ายท่านจริงๆ นะ"ชายหนุ่มตรงหน้ามองฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างไม่วางตาราวกับต้องการจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางเพื่อให้แน่ใจว่านางไม่ได้พูดโกหก เมื่อเห็นว่าดวงตาใสกระจ่างคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง เขาจึงยอมปล่อยนางให้เป็นอิสระ ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรีบขยับกายถอยห่างออกจากเขาด้วยท่าทีประหม่า ยามนี้เขากำลังยกมือขึ้นนวดขมับ ส่วนมืออีกข้างยังคงกำมีดสั้นเอาไว้แน่น ราวกับว่าหากนางพุ่งเ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 สูญเสีย
กว่าฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวจะเดินทางกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาเกือบค่ำมืดเสียแล้ว โชคดีที่นางพอจะรู้จักมักคุ้นกับทหารเฝ้าเวรยามอยู่บ้าง พวกเขาเคยเห็นหน้านางอยู่บ่อยครั้งจึงยอมผ่อนปรนให้นางเข้าเมืองได้โดยไม่ถูกตรวจสอบ อีกทั้งยังสอบถามว่าเท้าของนางไปโดนอันใดมา หญิงสาวเพียงตอบบ่ายเบี่ยงว่าลื่นล้มมาเท่านั้น ทหารที่เฝ้าหน้าประตูจึงรีบมอบยาให้นางเอาไว้ทาจะได้หายเร็วขึ้น ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรับยามาถือเอาไว้และเอ่ยขอบคุณพวกเขาอย่างซาบซึ้งใจนางรีบนำสมุนไพรที่เก็บได้ระหว่างเดินลงเขาซึ่งเหลืออยู่ส่วนหนึ่งไปขายให้กับท่านหมอจ้าว ท่านหมอจ้าวเห็นนางเดินกระเผลกๆ จึงช่วยตรวจให้โดยไม่คิดเงินและยังบอกให้นางพักให้มาก ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรับคำก่อนจะรีบเดินออกมาจากร้านหมอทันที เมื่อได้เงินมาแล้วหญิงสาวจึงแวะไปซื้อเนื้อหมูและผักสดที่ตลาดยามเย็นเพื่อนำกลับมาปรุงอาหารให้มารดาได้กิน ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวเดินกลับมาที่บ้านในทันที เมื่อกลับมาถึงบ้านฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะเห็นว่าภายในบ้านเงียบเชียบอย่างยิ่งและยังมืดสนิทอีกด้วยเหตุใดท่านแม่จึงไม่จุดเทียนเล่า?หญิงสาวพลันย่นหัวคิ้ว รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ท
Baca selengkapnya
บทที่ 4-1 ยึดแคว้น
อวี้เจียหลินในตอนนี้รู้สึกแข้งขาอ่อนขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เรี่ยวแรงที่ใช้ตบตีฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพลันหายไปจนหมดสิ้น นางตรงเข้าไปหาทหารผู้นั้นก่อนจะเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"เจ้าโกหกข้าใช่หรือไม่!""เรียนท่านหญิง ข้าน้อยเอ่ยตามความจริงขอรับ หากท่านไม่รีบหนี เห็นทีคงจะรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้แล้ว ยามนี้ทหารของพวกเราล้วนตกตายไปเกือบหมดแล้ว ไม่มีผู้ใดคุ้มครองท่านได้อีกต่อไปแล้วขอรับ!"เอ่ยจบทหารผู้นั้นก็วิ่งหนีจากไปทันที เหล่าข้ารับใช้เมื่อได้ยินว่านายเหนือหัวถูกศัตรูฆ่าตายแล้ว ความกลัวก็เข้าครอบงำทันที พวกนางรีบวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่นฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่รู้จะสมเพชหรือสมน้ำหน้าอวี้เจียหลินดี แม้นางจะไม่ชอบใจเท่าไรนักที่อวี้เจียหลินมาหาเรื่องนางเพราะไป๋เฟิ่งอวี้ แต่อีกใจหนึ่งนางก็เข้าใจความรู้สึกของอวี้เจียหลินที่ต้องสูญเสียบิดาและพี่ชายไปอย่างไม่มีวันกลับ จึงรู้สึกเวทนาอวี้เจียหลินไม่น้อยด้านไป๋เฟิ่งอวี้เมื่อได้ยินว่าอวี้อ๋องและซื่อจื่อถูกสังหารแล้ว เขาก็รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปเก็บของมีค่าทั้งหมดของตนทันที ไม่เพียงเท่านั้นเขายั
Baca selengkapnya
บทที่ 4-2 ยึดแคว้น
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเปล่งเสียงที่แหบพร่าร้องเรียกชื่อของเขาด้วยความหวาดหวั่น เยี่ยฉิงชางปรายตามองนางราวกับมองเศษดินเศษหญ้า ใบหน้าของเขาฉายแววคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม"ข้ามาตอบแทนบุญคุณของเจ้าแล้วเหมี่ยวเหมี่ยว"ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะในใจสับสนเป็นอย่างยิ่ง เหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่ แล้วเสื้อเกราะที่เขาสวมใส่นั่นมันคือสิ่งใดกัน เขาเป็นทหารหรือ?ความคิดสับสนวุ่นวายตีกันในหัวของฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปหมด ท่าทางทุกอิริยาบถของนางล้วนตกอยู่ในสายตาของเยี่ยฉิงชางทั้งสิ้น ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากก่อนจะบังคับม้าให้หยุดนิ่งอยู่กับที่แล้วจึงหันไปเอ่ยกับองครักษ์ของตน"จัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่""พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง ยามนี้แคว้นอวี้ไม่เหลือเชื้อพระวงศ์แม้เพียงคนเดียวแล้ว ส่วนทหารที่เหลือต่างยอมศิโรราบต่อพระองค์หมดแล้ว""ดี! ส่วนคนของแคว้นอวี้ที่เหลือก็จับไปเป็นเชลยให้หมด""พ่ะย่ะค่ะ"ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขาก็ใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก นางไม่ใช่คนโง่ เพียงเท่านี้นางก็เข้าใจได้แล้วว่าสถานะของอาชางผู้นี้ไม่ธรรมดาเขาคือเซียวอ๋องที่โหดเหี้ยมผู้นั้น เขาคือคนที่ฆ่ามารดาเ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 เสียสติ
หนทางจากแคว้นอวี้ไปถึงแคว้นเซียวนั้นใช้เวลาราวสองชั่วยามก็เดินทางมาถึงแล้วเพราะทั้งสองแคว้นอยู่ห่างกันไม่มาก ระหว่างทางฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวอาเจียนออกมาหลายครั้งเพราะนางไม่คุ้นชินกับการต้องมานั่งอยู่บนหลังม้าเช่นนี้ อีกทั้งเยี่ยฉิงชางก็ยังไม่สนใจด้วยซ้ำว่านางจะรู้สึกเช่นไร เขาควบม้ามุ่งหน้ากลับแคว้นเซียวโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้นเมื่อมาถึงแคว้นเซียว เชลยที่ถูกจับมาได้ต่างถูกส่งไปขังเอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยรอรับคำสั่งว่าจะถูกส่งตัวไปทำงานรับใช้ที่ใด ก่อนหน้านี้เชลยที่ถูกจับได้จากต่างแคว้นเล็กๆ บางคนถูกนำไปเป็นบ่าวรับใช้ในวังอ๋อง บางคนถูกนำไปใช้แรงงานเยี่ยงทาสช่างน่าเวทนาไม่น้อยเลยแต่ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวกลับต่างออกไป แม้เยี่ยฉิงชางจะบอกว่านางคือเชลยศึกแต่กลับไม่ได้จับนางไปขังรวมเอาไว้กับเชลยคนอื่นๆ ที่ถูกจับตัวมา แต่กลับพานางมายังบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับวังอ๋องของเขา บ้านหลังนี้ใหญ่โตโอ่อ่ามาก อีกทั้งด้านในยังปลูกดอกไม้เอาไว้นานาชนิด แล้วยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีดอกบัวแสนสวยขึ้นชูช่อเต็มสระอีกด้วย บรรยากาศรอบบริเวณบ้านช่างดูร่มรื่นไม่น้อยเลย"อยู่ที่นี่ไปก่อน แล้วข้าจะมาหาเจ้าใหม
Baca selengkapnya
บทที่ 6 บังคับตอบแทน
ด้านฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวนั้น นางยังไม่ค่อยคุ้นชินกับการที่มีคนมาช่วยอาบน้ำเท่าใดนัก นานมากแล้วที่นางไม่เคยมีสาวใช้มาปรนนิบัติอาบน้ำเช่นนี้ นับตั้งแต่ตระกูลฟ่านตกต่ำนางก็สู้ชีวิตและช่วยเหลือตนเองมาโดยตลอด นางทำทุกอย่างด้วยตนเองจนรู้สึกเคยชินกับมันไปเสียแล้วหลังจากอาบน้ำเสร็จสาวใช้ก็ยกอาหารเข้ามาให้นาง อาหารเหล่านี้หน้าตาน่ากินมาก แต่ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่มีความรู้สึกอยากอาหารเลยแม้แต่น้อย นางคีบอาหารตรงหน้ากินไปเพียงสองสามคำก็รู้สึกอิ่มเสียแล้ว"อาหารไม่ถูกปากเจ้าหรือ"น้ำเสียงเย็นชาที่แสนคุ้นเคยของเยี่ยฉิงชางทำเอาฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวต้องรีบเงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตาของนางฉายแววตื่นตระหนกอย่างไม่ปิดบัง เยี่ยฉิงชางที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา นางจะกลัวเขาไปทำไมกัน เขาไม่ชอบท่าทางเช่นนี้ของนางเลย แต่ก่อนตอนเจอกันในป่านางยังเข้าหาเขา คอยช่วยทำแผลให้เขา ดวงตาของนางที่ใสกระจ่างและไร้เดียงสามันทำให้เขาจดจำไม่ลืม ตั้งแต่เกิดมาเขาแทบไม่เคยเจอสตรีใดที่มองเขาด้วยดวงตากระจ่างใสไร้ริ้วคลื่นเช่นนั้นแต่วันนี้นางกลับมองเขาเหมือนมองคนบ้าและยังดูหวาดกลัวเขาอีกด้วย มันทำให้เขารู้สึกไม่พอใจขึ้นมาฟ่า
Baca selengkapnya
บทที่ 7-1 โรงเลี้ยงม้า
เมื่อกลับมาถึงวังอ๋องแล้ว เยี่ยฉิงชางที่ยังมีอารมณ์โมโหไม่หาย จึงขว้างปาข้าวของในตำหนักจนแตกกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดเต็มพื้น เหล่าข้ารับใช้ต่างพากันก้มหน้างุดไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยวาจาใดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ เมื่อได้ระบายโทสะลงกับข้าวของจนพอใจแล้ว ชายหนุ่มก็พอจะคลายโทสะลงไปได้บ้าง แต่เมื่อคิดถึงใบหน้าของฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวโทสะในใจก็เริ่มจะเดือดพล่านขึ้นมาอีกหนเขาไม่เข้าใจสตรีหน้าโง่คนนั้นเลย ทั้งที่เขาปฏิบัติกับนางดีกว่าคนอื่นๆ เขาตั้งใจมอบทุกอย่างให้กับนาง หากว่านางอยากเป็นอนุภรรยาของเขา เขาก็ยินดีจะรับนางเข้าวังอ๋อง แต่นางกลับไม่รู้ดีชั่ว แล้วยังปฏิเสธเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำราวกับไม่เห็นคุณค่าในตัวของเขาเลยแม้แต่น้อย มันช่างน่าโมโหยิ่งนัก!เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกที่ซับซ้อนในใจยามนี้มันทำให้เขาไม่เข้าใจตนเองสักเท่าไรนัก เขาไม่อยากจะสนใจนาง เพราะอย่างไรนางก็เป็นแค่เชลย แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดภาพของนางจึงปรากกฏในหัวของเขาซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยกมือของตนเองขึ้นมาดู เมื่อครู่ตอนที่เขาเขวี้ยงแจกันจนแตก เศษของมันเผลอกระเด็นมาบาดนิ้วของเขาเข้าพอดี
Baca selengkapnya
บทที่ 7-2 โรงเลี้ยงม้า
ท่านหมอจ้าวอยู่พูดคุยกับฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวไม่นานก็มีคนมาเรียกเขาไปทำงานทันที แม้เขาจะเคยรักษาคนไม่เคยรักษาสัตว์ แต่เมื่อถูกส่งตัวมาแล้วก็ย่อมต้องรู้จักพลิกแพลงไปตามสถานการณ์ ส่วนฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทิ้งกายนั่งลงที่ข้างคอกม้า พร้อมกับเหม่อมองไปโดยรอบ นางเริ่มจะคุ้นชินกับกลิ่นเหม็นอับของที่นี่มากขึ้นแล้ว เพราะอย่างไรคงต้องอยู่ที่นี่อีกนานย่อมต้องปรับตัวให้เคยชินเข้าไว้หญิงสาวยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนจะหันไปเอ่ยกับท่านหมอจ้าว"ข้าไปหาบน้ำก่อนนะเจ้าคะท่านลุงจ้าว""อืม รีบไปรีบกลับเล่า ให้ข้าไปช่วยหาบหรือไม่""ไม่ต้องเจ้าค่ะ ท่านลุงทำงานต่อเถอะ"ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะแบกกระบุงใส่น้ำมุ่งหน้าไปตักน้ำยังแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลในทันที แม่น้ำสายนี้ไม่ใหญ่มาก ผู้คนในวังอ๋องก็มักจะตักน้ำจากแม่น้ำสายนี้มาใช้สอยกันทั้งสิ้นฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเท้าไปเรื่อยๆ จนมาถึงริมแม่น้ำ ก่อนจะจัดการตักน้ำจนเต็มและหาบน้ำกลับไปที่โรงเลี้ยงม้า แต่ระหว่างทางกลับได้พบกับใครบางคนที่นางไม่อยากเจอเข้าเสียก่อนยามนี้เยี่ยฉิงชางกำลังนั่งอยู่บนเกี้ยวอ่อนด้วยท่วงท่าสูงส่ง เมื่อเขาเห็นนางห
Baca selengkapnya
บทที่ 8 อ้อนวอนข้าสิ
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะต้องมาพบเจอกับเรื่องบัดซบเช่นนี้ นางพยายามต่อต้านอย่างหนักร่างกายของหญิงสาวเริ่มร้อนผะผ่าวและบังเกิดความต้องการในเรื่องอย่างว่าแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางรู้ได้ทันทีว่าตนเองคงจะถูกวางยาปลุกกำหนัดเข้าให้แล้ว และยานี้ยังมีฤทธิ์รุนแรงมากเสียด้วยหญิงสาวพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง ในขณะที่สถาณการณ์กำลังย่ำแย่จนถึงขีดสุด อยู่ๆ ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครอีกคนก้าวเดินเข้ามาในห้องนอนของนาง จากนั้นทหารกลุ่มนั้นก็ถูกลากตัวออกไปจากห้อง ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังแว่วมาจากด้านนอกเพียงไม่กี่ครั้ง หลังจากนั้นไม่นานเสียงเหล่านั้นก็เงียบหายไปทันที ต่อมาก็มีคนอุ้มนางออกมาจากห้อง นางพยายามเพ่งสายตามองคนที่มาช่วยแต่เพราะฤทธิ์ยาทำให้ดวงตาของนางพร่ามัวมองเห็นคนตรงหน้าไม่ชัด นางรู้เพียงว่าเขาเป็นบุรุษแต่กลับไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน นางได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่เหนื่อยหอบของเขาและรับรู้ได้ว่าเขากำลังเร่งฝีเท้าก้าวเดินอย่างบ้าคลั่ง ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามต่อสู้กับสภาพจิตใจของตนเองอย่างหนักแต่สุดท้ายก็ไม่อาจทนไหวจึงหมดสติไปในทัน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status