Mag-log inเจียวเอินจวิ้น ฮองเฮาผู้เลอโฉม การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในวังหลังนั้นเป็นมาทุกสมัย และเจียวเอินจวิ้นคือผู้กุมอำนาจนั้น เหนื่อยเหลือเกินกับการแย่งชิง เหนื่อยเหลือเกินกับการยื้ออำนาจเอาไว้ในมือ ชาตินี้นางพอแล้ว เจียวเอินจวิ้น ฮองเฮาผู้เลอโฉม การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในวังหลังนั้นเป็นมาทุกสมัย และเจียวเอินจวิ้นคือผู้กุมอำนาจนั้น ฮึก!! กระบี่เรียวยาวบักลงที่กลางอกพระนาง ผู้ที่ถือกระบี่นั้นไม่ใช่ใคร องค์รัชทายาท โอสรพระองค์เดียวของนางอำนาจมันหอมหวานขนาดนั้นเลยเหรอ บุตรถึงลงมือสังหารมารดาได้อย่างเลือดเย็นขนาดนี้ เหนื่อยเหลือเกินกับการแย่งชิง เหนื่อยเหลือเกินกับการยื้ออำนาจเอาไว้ในมือ หาได้มีใครรักนางด้วยความจริงใจขนาดคนที่นางคลอดเลี้ยงดูอุ้มชูมาด้วยสองมือยังทรยศ หักหลัง หากชาติหน้ามีอยู่จริง ขอเกิดเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ต้องแก่งแย่งชิงกับใคร
view morePROLOGUE
SERENA POV
I didn’t scream. I didn’t cry. I didn’t even collapse the way my body begged me to.
Despite all the pain, suffering, torment and agony I am going through right now. It hurts so much that I feel like dying.
I stood there, frozen in the shadowed corridor of the palace, my hand pressed hard against my chest as pain tore through me like claws ripping flesh from bone.
The mate bond was screaming. Burning.
Breaking. Fading. I tasted blood.
Not from my mouth, but from my soul, it's bleeding every second.
Every breath felt like knives in my lungs. Every heartbeat sent another wave of agony crashing through me, sharp and merciless.
I had felt pain before. I had endured rejection, humiliation, heartbreak and all kinds of suffering. But nothing felt like this—This was different.
This was betrayal carved directly into the bond itself. Artemis was howling inside me, her pain so violent it nearly drove me mad. He’s hurting us, she cried. Our mate, he’s with another. He’s breaking us.
“No,” I whispered, my voice barely sound.
“No… this isn’t happening.”
But the bond didn’t lie. It never did. I felt it all. The intimacy. The connection. The unmistakable sensation of my mate touching another woman. Claiming her. Choosing her. Having sex with her.
My knees finally gave way, and I slammed my hand against the cold palace wall to keep from collapsing. The marble burned under my palm, but it was nothing compared to what was happening inside me.
I followed the pain. Every step toward the source of my agony felt like walking into my own execution. It was as if shards of glass littered the floor beneath my feet, slicing into me with each step, punishing me for moving forward, yet I couldn’t stop.
The door was slightly open.
Light spilled through the crack.
And then I saw him. Jayden. My other half. My mate. My king.
His back was to me, powerful and bare, his head bent toward the woman beneath him. Her pale skin glowed in the candlelight, her silver hair spilling across silk sheets. Aira the dragon princess.
Her arms were wrapped around him.
Her mouth was on his skin.
And the bond, our bond, confirmed it.
This was real. This was happening. The pain exploded.
I staggered back as if struck, my vision blurring, my chest convulsing violently. Artemis screamed, a sound so raw and broken it echoed through my bones.
He chose her, she sobbed. He chose her over us. He betrayed us. “No”
I pressed my fist against my mouth to silence the sound clawing its way out of me. If I screamed now, I would shatter.
If I confronted him, I would collapse. I couldn’t breathe. I couldn’t think.
All I knew was that whatever fragile hope I had carried, whatever foolish belief that our love might survive anger, and that we are fine already, had just been obliterated.
This was no misunderstanding.
This was a Betrayal. A Rejection. Again.
Only this time, it wasn’t with words. It was with flesh.
I turned away before he could see me.
Before the bond destroyed me completely.
I ran.
Barefoot through the palace corridors, ignoring the burning in my lungs, the blood trailing down my arm where my nails had cut into my skin. Servants called out in shock. Guards stared. No one stopped me. Perhaps everyone in the royal pack must have sensed it.
A queen being born. Or a mate being destroyed. By the time I reached the gates, the night air hit my skin like ice. The moon hung high above the kingdom, cold and indifferent, watching as I crossed the boundary that had once meant everything to me.
I didn’t look back.
Not at the palace.
Not at the throne.
Not at the man who had broken me.
The bond writhed violently, screaming for me to return, to fight, to claim.
I clenched my fists and forced it down.
“Enough,” I whispered, my voice shaking but firm. “He doesn't get to hurt me anymore.”
Artemis went silent. Not in submission. In acceptance. She was also hurt by what he did to us.
With every step away from the kingdom, something inside me hardened.
The girl who begged.
The woman who waited. The one who endures. The one who prioritized everyone above herself. The mate who loved blindly and was ready to sacrifice. She died tonight.
I didn’t know where I was going.
I didn’t know who I would become.
But I knew one thing for sure: I can never stay here or come back here again, with terrifying clarity as I disappeared into the darkness beyond the gates.
I would never bow again.
And if fate ever brought Jayden and me face to face once more.
He would not recognize the woman I had become.
ตอนพิเศษ2“โอ๊ยๆ เบาฮูหยิน เบาๆ เดี๋ยวเนื้อข้าหลุด” แม่ทัพที่คุมทหารนับแสน ถูกภรรยาหยิบเข้าที่สีข้างก็ร้องโอดโอย ราวกับถูกกระบี่ฟันเขาแค่ล้อเล่นไหม ใครจะยกลูกให้คนอื่นยืมได้อย่างไรเล่า ตั้งใจปั้นมาขนาดนี้“เจ้าจะเดินทางไปรับเสด็จจูล่งฮองเต้ที่เมืองหน้าด่านที่ลี่เจียงหรือเปล่า” หลังจากฟัดพุงกลมๆ แก้มนิ่มๆ จนพอใจ ก็ส่ง ทารกน้อยหลิวไป๋อิงคืนให้บิดาของนางหลิวเสวี่ยอวี้รับบุตรสาวมานั่งลงบนตักแกร่ง“ไม่ล่ะ ข้าไม่อยากให้เสวี่ยเอ๋อร์อยู่กับเด็กๆ ตามลำพัง อีกอย่างนางตั้งครรภ์อยู่ เกิดเจ้าสามแสบชนหกล้มไปจะทำอย่างไร ข้าไม่ไว้ใจคนอื่นให้ดูแลแทน”เฉิงตงกลอกตามองบน เหตุผลมันก็พอฟังขึ้นอยู่ แต่ไม่ใช่เพราะความรักฮูหยิน ที่มากจนเกินไปหรืออย่างไร ทำให้เสี่ยวไป๋ท้องไม่เคยว่าง ตั้งแต่เดินทางมาอยู่แคว้นฉู่ จนย่างเข้าปีที่ 5 แล้วไม่เคยได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวที่แคว้นเว่ยเลย จนทำให้จูล่งฮองเต้ถึงกับต้องเสด็จมาเยี่ยมพระขนิษฐาด้วยพระองค์เองถึงแคว้นฉู่“ข้าอยู่ได้ สามแสบก็ใช่ไม่รู้ความ ข้าปรามอะไรก็ฟังตลอด มีเพียงตอนอยู่กับท่านพี่เท่านั้น ที่พูดอะไรก็ทำเป็นหูทวนลม” ตลอด 5 ปีที่อยู่แคว้นฉู่ นางไม่เคยได้กลับบ้า
ตอนพิเศษ1เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังลั่นไปทั้งสวนดอกไม้ สี่พ่อลูกกำลังวิ่งปลุกปล้ำกันมันมาอย่างสนุกสนาน“ท่านพี่ ถ้าต้นดอกไม้ข้าหัก ข้าจะให้ท่านไปนอนที่เรือนรับรอง” ฮูหยินเล็ก จูไป๋เสวี่ย ตะโกนปรามแม่ทัพและเด็กชายแฝดทั้งสาม ตอนนี้เด็กแฝดทั้งสามอายุได้ 4 หนาวแล้ว ชอบเล็กกันรุนแรงจนบ่าวไพร่ พี่เลี้ยงสู้แรงไม่ไหว นอกจากบิดาเท่านั้นที่รับมือนั้นได้ วันหยุดจึงมักจะมาเล่นกันที่สวนปลดปล่อยพลังกันอย่างอย่างบ้าคลั่งหลิวเสวี่ยอวี้ผินหน้ามามองภรรยาด้วยความรู้สึกผิด แต่จะให้เขาทำยังไง เด็กทั้งสามคนซนเหลือเกิน วิ่งจับคนนั้นคนนี้วิ่งหนี วิ่งจับคนนี้คนนั้นวิ่งหนี พอจับสองคนอีกคนก็กระโดดขี่คอ แฝดสามยังเด็กนักบางครั้งจึงไม่รู้น้ำหนักมือของตนเอง พลั้งมือลงแรงมากเกินไปทำเอาบ่าวไพร่เจ็บตัว จนไม่มีใครกล้าเล่นด้วย มีเพียงเขาคนเดียวที่รับมือไหว“สมน้ำหน้า อยากมีสิบคนใช่ไหม ข้าจะคลอดให้ท่านเลี้ยงให้ครบเลย” จูไป๋เสวี่ยขำเครือ เมื่อเห็น สามีถูกเด็กแสบทั้งสามคนตะลุมบอน“ข้าว่าอีกไม่นานหรอกสวนดอกไม้ของเจ้าต้องเหลือแต่ชื่อ” เฉิงตง สอดมือใต้รักแร้ทารกน้อยวัย 1 ขวบเศษ หลิวไป๋อิง นางช่างน่ารักน่าชังเหลือเกิน จนเฉิงตงอดไม่ไ
บทที่37ขุนนางทั้งหลายจากเดิมไม่คิดที่จะให้บุตรสาวแต่งกับแม่ทัพหลิวเพราะคิดว่าภายใต้หน้ากากเหล็กนั้นคือบุรุษอัปลักษณ์ อีกทั้งองค์หญิงฉู่เฉียวหมายปองอยู่คิดกันแค่เพียงว่าองค์หญิงอยากแต่งเพราะเป็นสหายมาตั้งแต่เยาว์วัยและอำนาจทหารที่สกุลหลิวถืออยู่ จึงไม่มีขุนนางคนไหนมาทาบทามไปเป็นเขย แต่หลังจากงานเลี้ยง พอได้เห็นใบหน้าและความมั่นคงของสกุลหลิวแล้ว ก็อยากให้บุตรสาวแต่งเข้าจวนแม่ทัพ ส่งเทียบเชิญไปงานเลี้ยงมาไม่ได้หยุดหย่อน หรือไม่ก็สั่งให้บุตรสาวไปเดินผ่านให้แม่ทัพเห็นสักครั้ง หากแม่ทัพถูกตาต้องใจก็จะได้แต่งเข้าจวน ยิ่งข่าวลือที่ว่าแม่ทัพรักมั่นต่อองค์หญิงเท่าไร สาวงามในเมืองหลวงยิ่งเพ้อฝันอยากแต่งเข้าจวนแม่ทัพ เพราะอยากได้สามีที่รักมั่นกับตนเองแบบนั้นบ้าง แต่ก็ถูกแม่ทัพพูดจาหักหน้าตรงๆ จนเสียหน้าไปหลายราย“ท่านพี่ไม่คิดที่จะไปตามเทียบเชิญบ้างเลยเหรอ ข้าเห็นวันก่อนเสนาบดีฝ่ายขวาก็ส่งเทียบเชิญให้ท่านไปงานเลี้ยงวันเกิด”“ไม่ล่ะ ข้าขี้เกียจปั้นหน้า เดิมแต่ก่อนตัวข้าก็แทบไม่เคยอยู่เมืองหลวงนาน ไม่ตรวจตราตามหัวเมืองชายแดน ก็ไปแอบดูเจ้าที่เมืองหยิ่งตู่” ริมฝีปากหนาก้มลงจุมพิตหน้าท้องขาวนวลที่ขึ้
บทที่36ขบวนราชบุตรเขยและองค์หญิงแห่งแคว้นเว่ยเดินทางมาถึงเมืองหลวงของแคว้นฉู่ในที่สุด ชาวเมืองออกมายืนขนาบสองข้างถนนจนแน่นขนัด ถนนสองข้างทางประดับประดาไปด้วยกระดาษสีแดงและสีทองขบวนรถขับเคลื่อนไปถึงประตูวังหลวง ฮองเต้แคว้นฉู่ และเหล่าขุนนางเตรียมงานเลี้ยงรอไว้ต้อนรับอย่างดีเป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็นใบหน้าของแม่ทัพหลิวเสวี่ยอวี้ชัดๆ เพราะที่ผ่านมาเห็นแค่ครึ่งหน้าเท่านั้น แต่พอล่ะสายตามายังสตรีที่เดินเคียงข้างมาแม้กระทั่งฮองเต้ยังตกตลึงไม่คิดว่าองค์หญิงจูไป๋เสวี่ยจะงดงามได้ถึงเพียงนี้ด้านองค์หญิงฉู่เฉียวที่แต่งตัวงดงามกว่าวันไหนๆ รีบมายืนประจำตำแหน่งของตนเอง ลอบเยาะยิ้มสตรีผู้นั้นบังอาจลงมือทำร้ายพระองค์แถมข่มขู่ไม่ให้บอกใคร แล้วเป็นอย่างไรสุดท้ายก็ถูกแม่ทัพหลิวทิ้งไปแต่งงานกับองค์หญิงต่างแคว้น อยากจะเห็นใบหน้าองค์หญิงจูไป๋เสวี่ยนัก ว่าจะต่อกรกับสตรีหยาบช้าอย่างฮูหยินเอกของหลิวเสวี่ยอวี้ได้หรือไม่“ถวายบังคมฝ่าบาท” แม่ทัพหลิวพาองค์หญิงแห่งแคว้นเว่ยเข้าเฝ้าหน้าพระพักตร์เมื่อได้ยินเสียงองค์หญิงฉูเฉียวรีบเงยหน้าขึ้นมอง ขนกายลุกชู่ไปทั้งร่าง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เลื่อนหายไป สีหน้าคล้า
บทที่34หลิวเสวี่ยอวี้อาการดีวันดีคืนด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดของฮูหยิน จูไป๋เสวี่ยตัดสินใจรับตำแหน่งจากพี่ชาย ในฐานะพระขนิษฐาของฮองเต้อีกทั้งยังเป็นฮูหยินของแม่ทัพแห่งแคว้นฉู่ จะช่วยเสริมสร้างฐานอำนาจจูล่งฮองเต้ได้อย่างมาก ใครจะกล้านางได้รู้ความจริงอันเจ็บปวดอีกอย่างจากเจียวเจี้ย ตอนที่เจียวก้านยัง
บทที่33ร่างบางเฝ้าคนที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียงไม่ห่าง ค่อยป้อนยา เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ตลอด ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว บาดแผลเริ่มดีขึ้นมากแล้ว แต่แม่ทัพหลิวก็ยังไม่ฟื้น พี่ใหญ่หรือจูล่งฮองเต้ส่งราชทูตและสารกระชับไมตรีไปยังแคว้นฉู่ คนที่ถือสารไปไม่ใช่คนอื่นไกล เฉิงตงนั้นเอง เฉิงตงเดินทางกลับแคว้นพร้อมขบวนทห
บทที่32จูล่งสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจูล่งฮองเต้ โดยใช้ยังคงใช้พระนามเดิมที่บิดามารดาตั้งให้ ขึ้นนั่งบัลลังก์มังกรโดยที่ขุนนางไม่มีใครคิดที่จะจะขัดขวาง วังหลังก็ถูกกวาดล้าง จูล่งฮองเต้สั่งให้ถอดถอนสนมทุกนางให้กลับบ้านเก่าพร้อมจ่ายเบี้ยรายปีให้เป็นครั้งสุดท้าย ส่วนองค์หญิงองค์ชายทุกคนถูกถอดถอนบรรดาศักดิ์
บทที่31แม้จะต้องสังหารคนที่เคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่มาก่อน จูล่งก็ไม่ลังเล เขารู้ฝีมือองครักษ์ของฮองเต้ทุกคนเป็นอย่างดี แต่องครักษ์ทุกคนก็รู้ฝีมือเขาเช่นกันเมื่อถูกลุมล้อม จูล่งจึงพลาดพรั้ง ถูกปลายกระบี่จองฮองเต้แทงเข้าที่หัวไหล่ขวา ฮองเต้หลงหมายจะซ้ำอีกดาบสังหารกบฏแท่ทัพหลิวเห็นจูล่งพลาดพลั้ง จึงก






Rebyu