คุณหมอผู้แสนดีทะลุมิติมาเป็นคนไร้ค่า

คุณหมอผู้แสนดีทะลุมิติมาเป็นคนไร้ค่า

last updateDernière mise à jour : 2025-02-12
Par:  อัญธิญาน์Complété
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
8
2 Notes. 2 commentaires
30Chapitres
7.4KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

คนอื่นทะลุมิติมาเป็นพระสนมพระชายา ทำไมเธอถึงทะลุมิติมาเป็นเมียคนสวนกันเล่า ในนิยายเธอเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ทำไมชีวิตถึงกลายเป็นคนไร้ค่า สวรรค์ไม่ต้องเมตตาลูกก็ได้ถ้าจะทำกันแบบนี้!!!

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 แพทย์หญิงจางหมิ่น

ในหมู่นี้มาในชาวเมืองของเสฉวนมักเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนบ่อยครั้ง แต่ซ้ำร้ายที่เหตุมักเกิดในบริเวณจุดเดียวกันราวกับว่าเป็นตัวตายตัวแทน ซึ่งในระยะหลายๆปีที่ผ่านมาก็เห็นจะมีเพียงปีนี้ที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นติดต่อกันหลายเคส ร่วมๆก็ย่างเข้าเคสที่ 35 ไปแล้วแพทย์เองก็ทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนเคยหวั่นใจว่าจะมีเหตุเกิดขึ้นอีกหรือไม่ยิ่งกู้ภัยก็ขยันเก็บเคสมากๆ

ซึ่งในโค้งที่ว่านี้ตั้งอยู่ในที่เป็นทางผ่านออกนอกเมืองแต่กลับมีสถานที่รกร้าง สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบที่มองไม่เห็นทางออก ต้นไม้โค้งงอมาเชื่อมกันบนเหนือถนนราวกับว่าเป็นอุโมงค์ยักษ์ที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่งที่ย่างกลายเข้าไป ไม่มีผู้คนอาศัย ดูอับชื้นและวังเวง

แม้จะเป็นตอนกลางวันต้นไม้เหล่านี้ก็ปิดแสงจากดวงอาทิตย์เหมือนกับว่าเป็นตอนกลางคืนอยู่ตลอดเวลาจึงไม่แปลกที่อุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นที่นี่

ผู้คนที่อาศัยในชนบทละแวกใกล้เคียงเล่าลือและล้วนเห็นพ้องต้องกันว่า ทางเส้นนี้ 'น่ากลัว' ซึ่งจะเป็นหัวข้อหยิบยกขึ้นมาตั้งวงนินทาหากจะมีลูกหลานใครในละแวกต้องเดินทางผ่านอุโมงค์นี้ ผู้คนมักจะมากล่าวคำร่ำลาเหมือนกับว่าเป็นวันสุดท้ายแล้วของคนผู้นั้น

เรื่องนี้ถูกนำมาพิจารณาหลายครั้งต่อหลายครั้งรวมทั้งถูกใส่สีตีไข่จนไม่มีใครแน่ใจแล้วว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรรู้เพียงว่าในนั้นมักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ

ในรัศมีที่ห่างออกไปประมาณ 2กิโลเมตรกำลังมีรถแล่นมาตามถนนด้วยความเร็วเกินกว่าลิมิตที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้กำหนดพร้อมกับเปิดเพลงเสียงดังและมีอาการเมาจากฤทธิ์สุราด้วยเกินครึ่งทำให้สติจากเดิมที่ไม่มีอยู่แล้วพอมาเปิดเพลงก็ไม่มีสมาธิในการจดจ่อท้องถนนเบื้องหน้าเข้าไปใหญ่

ไม่ทันได้เข้าไปในปากอุโมงค์คนขับก็โดนลิงตัดหน้ารถเขาจึงหักหลบอย่างรวดเร็วจนรถตกลงไปข้างทางโชคยังดีที่เขาไม่ได้เข้าไปลึกอีกหน่อยไม่งั้นคงไม่มีโอกาสได้กลับออกมา

เหตุเพราะบริเวณนั้นยังพอจะมีรถคนในพื้นที่สัญจรไปมาบ้างพอแต่ประปรายทำให้เขาถูกคนพบเห็นและช่วยเรียกรถกู้ชีพให้มานำตัวเขาส่งเข้าโรงพยาบาลในตัวเมืองได้

พอมาถึงเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนแม้ว่านี่จะเป็นตอนเที่ยงวันก็ตามที่เหล่าหมอและพยาบาลต่างพากันออกไปรับประทานข้าวเที่ยงกันตามประสา

รวมถึงตัวจางหมิ่นด้วยที่ออกมาอ่านหนังสือผ่อนคลายสมองที่ห้องสมุดส่วนกลางของโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่

“แต่ท่านพ่อข้าไม่อยากเข้าหอเลยเจ้าค่ะ หากเข้าไปข้าคงราวกับตกนรกแน่ๆ เลยเจ้าค่ะท่านพ่อ”

จางหมิ่นกำลังอ่านอย่างสนุกสนานและเอาใจช่วยพระเอกเจี้ยนหยี ด้วยความจนทำให้นางเอกอย่างซูหรานรังเกียจเดียดฉันท์เขา ราวกับว่าเขาเป็นตัวเงินตัวทองแต่น้องสาวสุดประสาทของนางเอกกลับชอบพระเอกสะอย่างนั้น

"อืมในเมื่อหลินเฟิงชอบพระเอกแล้วทำไมเจี้ยนหยีจึงไม่มีเธอในสายตาบ้างหรือเพราะเธอค่อนข้างมีเนื้อหนังกว่าพี่น้องหรือ แต่ถ้าเป็นเพราะนิสัยที่ หลินเฟิงหยาบกระด้างแต่ก็สามารถเปลี่ยนกันได้นิ"

จางหมิ่นเพ้อรำพันวิเคราะห์ในสิ่งที่เธอได้อ่านกับตัวเองเบาๆที่มีเพียงตัวเธอเองที่จะได้ยินในสิ่งที่ตนเองพูดออกมาเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสมาธิผู้อื่นในการอ่านถึงแม้ในโซนหนังสือนันทนาการจะมีเพียงเธอที่นั่งอยู่ก็ตาม

'ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด---'

โทรศัพท์จางหมิ่นสั่นราวกับเจ้าเข้าทำให้เธอมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีกับเหตุการณ์ที่เธอกำลังจะได้รับรู้และก็ตามคาดเป็นอย่างที่เธอกังวลจริงๆด้วย

"คุณหมอจางหมิ่นมาที่ห้องผ่าตัดด่วนผู้ป่วยอยู่ในอาการโคม่าแล้ว"

เสียงผู้ชายปลายสายพูดขึ้นทันทีที่เธอรับโทรศัพท์และยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบใดๆสายก็ชิงตัดไปเสียก่อน

หลังจากนั้นเธอก็รีบเร่งวิ่งฝ่าอาคารมากมายเพื่อไปที่ตึกที่เธอประจำการอยู่การจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องผ่าตัดซึ่งหน้าประตูมีญาติผู้ป่วยที่นั่งร้องห่มร้องไห้

พอเธอเข้ามาถึงทุกคนก็เตรียมที่จะผ่าตัดเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงรอให้เธอมากำกับควบคุมในการผ่าตัดครั้งนี้ทุกวินาทีมีค่าเพราะมันต้องแข่งกับเวลายมทูตที่จะมาเอาชีวิตชายผู้นี้ไป

การผ่าตัดใช้เวลาร่วมถึงประมาณ12ชม.หากตีเป็นตัวเลขกลมๆก่อนจะส่งตัวผู้ชายรายนั้นไปที่ห้องพักฟื้นก่อนจะออกไปคุยกับญาติผู้บาดเจ็บ

"ขอโทษนะคะไม่ทราบว่าใช่ญาติของคุณโจวเฉินรึเปล่าคะ?"

หญิงสูงวัยที่กำลังร้องไห้จนน้ำตาแห้งขลอดเงยหน้าขึ้นมองจางหมิ่นหญิงสาวพยาบาลแสนสวย ก่อนที่หญิงชราคนนั้นพยักหน้าหงึกหงักพร้อมสะอึกสะอื้น ดวงตาแดงก่ำและปูดโปน

"ยินดีด้วยนะคะตอนนี้คุณโจวเฉินพบขีดอันตรายแล้วหากแต่กระดูกซี่โครงหักหลายท่อนจะตักพักฟื้นที่โรงพยาบาลจนกว่าร่างกายจะฟื้นฟูค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวนะคะ"

เธอพูดด้วยรอยยิ้มปลอบใจและเดินออกมาเพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบ้านพระนี่ก็เที่ยงคืนกว่าๆแล้วร่างกายเธอเองก็เริ่มล้าหลายส่วนก็ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและไม่เป็นเวล่ำเวลาของเธอ

เธอรีบเดินไปที่รถด้วยสังขารที่อ่อนล้าจากการจดจ่อสมาธิผ่าตัดติดต่อกันหลายชั่วโมงเธอจึงสตาร์ทรถเก๋งที่เธอมีจากการทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเธอเองล้วนๆ

พอเธอขับรถออกไปไม่นานสมองเธอที่เกินจะฝืนไหวก็ค่อยๆปิดตัวเอง ทำให้อวัยวะเธอเริ่มลวนอย่างเช่นดวงตาที่ค่อยๆปิด มือไม้ที่เสียการควบคุม รวมถึงตัวเธอเองที่ฟุบลงกลางพวงมาลัยรถ

ในขณะนั้นได้มีรถพ่วงสวนทางมาทำให้เกิดเหตุปะทะกันขึ้นอย่างจังผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งสัญจรผ่านไปมาในเวลานั้นต่างออกและหยุดรถดูหากแต่ว่าก็มามุงดูเฉยๆ แต่ที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดกว่านั้นคือรถพ่วงชนแล้วหนีทิ้งไม้เพียงเสียง 'โครม!' กับสภาพรถที่พลิกคว่ำ

กว่าจะมีคนนึกได้ว่าควรโทรแจ้งรถกู้ภัยให้มากู้ชีพผู้หญิงที่นอนเลือดอาบในรถก็เกือบ 10 นาทีตอนนี้แต่ก็ยื้อเวลาให้ชีวิตดวงน้อยๆ ของจางหมิ่นหมดไปช้าๆ อย่างทรมานจากพิษบาดแผล

พอรถกู้ภัยมาถึงเธอเห็นเพียงเสียงวูบวาบที่แยงเข้าตาเธอพร้อมเสียงคนโหวกเหวกอย่างตื่นกลัว ชุดพยาบาลสีขาวโชกไปด้วยเลือด

ตอนนี้พนักงานกู้ภัยกำลังแงะรถเธอแต่ลมหายใจเธอก็รวยรินลงทุกที่ก่อนจะค่อยๆดับไปภาพในดวงตาคู่สวยก็ค่อยๆ เลือนรางไม่นานนักก็เข้าสู่ความมืด

ภาพในความทรงจำของเธอค่อยๆเล่นถอยหลังในจิตใต้สำนึกของเธอที่ยังไม่ดับไป ต้องแต่เหตุการณ์ที่เธอรีบวิ่งไปดูแลเคสผ่าตัดและไล่ลงไปเรื่อยๆ ในแต่ละช่วงชีวิตของเธอที่กว่าจะสอบผ่านเข้ามหาลัยคณะแพทย์ได้เธอต้องตรากตรำร้องไห้บ้างก็อ่านหนังสือจนน้ำตาไหลแล้วภาพก็ฉายไปเรื่อยๆ จนถึงวัยเด็กของเธอที่ยืนดูเด็กแถวบ้านกินไอศกรีมเสียบไม้แต่เธอก็ไม่ได้กินแม้ไอศกรีมจะมีราคาเพียงแค่หยวนเดียวก็ตาม

เธอเฝ้ามองเด็กคนนั้นที่เริ่มร้องไห้น้อยใจในชีวิตของเธอที่อยากจะลิ้มรสไอศกรีมสักครั้งจนเด็กคนนั้นได้มีเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าเธอจะหาเงินให้ได้มากพอที่เธอจะสามารถกินไอศกรีมได้มากตามที่เธอต้องการ

ภาพเด็กน้อยใฝ่ฝันไอศกรีมค่อยๆดับไปเปลี่ยนมาเป็นภาพตึกเก่าๆ ทรุดโทรมเถาไม้เถาตำลึงเลื้อยทั่วตัวตึกซึ่งเป็นบ้านเช่าแต่ครอบครัวของเธอเพียงแต่อาศัยอยู่หลังตึกในป่ารกๆ เท่านั้นเพราะยากข้นแค้นนักไม่สามารถที่จะเช่าหรือซื้อบ้านพักในตึกนี้ได้แม้แต่อาหารมื้อเดียวเธอก็ยังไม่ได้มีโอกาสพอที่จะกินให้อิ่มท้องเล็กๆ ของเธอ

ทุกเรื่องราวฉายวนไปซ้ำๆ จนดับไปอย่างสมบูรณ์

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Mookda Bouabayone
Mookda Bouabayone
อ่านแล้วงงมันอะไรยังไง...
2025-06-24 23:27:12
1
0
P α i nT۫۰۪ ꪔ̤̮
P α i nT۫۰۪ ꪔ̤̮
งงอะไรมันคืออะไรยังไง ทั้งชื่อคน เนื้อเรื่อง ประโยค? คือ ?
2025-09-09 01:17:58
1
0
30
บทที่ 1 แพทย์หญิงจางหมิ่น
ในหมู่นี้มาในชาวเมืองของเสฉวนมักเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนบ่อยครั้ง แต่ซ้ำร้ายที่เหตุมักเกิดในบริเวณจุดเดียวกันราวกับว่าเป็นตัวตายตัวแทน ซึ่งในระยะหลายๆปีที่ผ่านมาก็เห็นจะมีเพียงปีนี้ที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นติดต่อกันหลายเคส ร่วมๆก็ย่างเข้าเคสที่ 35 ไปแล้วแพทย์เองก็ทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนเคยหวั่นใจว่าจะมีเหตุเกิดขึ้นอีกหรือไม่ยิ่งกู้ภัยก็ขยันเก็บเคสมากๆซึ่งในโค้งที่ว่านี้ตั้งอยู่ในที่เป็นทางผ่านออกนอกเมืองแต่กลับมีสถานที่รกร้าง สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบที่มองไม่เห็นทางออก ต้นไม้โค้งงอมาเชื่อมกันบนเหนือถนนราวกับว่าเป็นอุโมงค์ยักษ์ที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่งที่ย่างกลายเข้าไป ไม่มีผู้คนอาศัย ดูอับชื้นและวังเวงแม้จะเป็นตอนกลางวันต้นไม้เหล่านี้ก็ปิดแสงจากดวงอาทิตย์เหมือนกับว่าเป็นตอนกลางคืนอยู่ตลอดเวลาจึงไม่แปลกที่อุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นที่นี่ผู้คนที่อาศัยในชนบทละแวกใกล้เคียงเล่าลือและล้วนเห็นพ้องต้องกันว่า ทางเส้นนี้ 'น่ากลัว' ซึ่งจะเป็นหัวข้อหยิบยกขึ้นมาตั้งวงนินทาหากจะมีลูกหลานใครในละแวกต้องเดินทางผ่านอุโมงค์นี้ ผู้คนมักจะมากล่าวคำร่ำลาเหมือนกับว่าเป็นวันสุดท้ายแล้วของคนผู้นั้นเรื่องนี้ถูกนำ
Read More
บทที่ 2 ที่ไหนกัน
ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนเหมือนลูกกวางทรายค่อยๆ ปรือขึ้นมา สายตาคู่นั้นค่อยๆ กวาดไปในสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ควรซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลหรือในรถของเธอเอง แต่ในใจลึกๆเธอยังภาวนาให้เธอเห็นว่านี่คือห้องนอนของเธอและทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝันฉากนึงเท่านั้นแต่ที่เธอคาดหวังและคิดไว้ก็ไม่ใช่สักอย่างแต่ภาพที่เธอเห็นคือห้องเก่าๆ ฝุ่นเขลอะหยากไย่เกาะทั่วมุมหลังคาสังกะสีที่เก่าเหมือนร้อยปีที่แล้วดวงตาสีใสเริ่มค่อยๆมองไปทางทิศที่แสงแยงเข้ามาในดวงตาของเธอ พบบานหน้าต่างเก่าๆที่ปิดเข้ามาไม่สนิท'แต่หากก็คงจะพอบังฝนได้แต่หากลมพัดมาแรงๆคงไม่วายหลุดกระเด็น'จางหมิ่นที่คิดคำนึงภายในใจก็แต่คิดใคร่หัวเราะออกมาพร้อมๆ กับการพยุงตัวขึ้นและอวดครวญจากการเมื่อยตัวเพราะนอนอยู่บนพื้นแข็งๆ ที่มีเพียงฟางปูนอนเท่านั้นสายตาคู่สวยมองไปยังฝุ่นที่เขลอะฉาบหนาหลายชั้นบนพื้นที่มีฟางวางระนาบยาวไปทั่วห้องก่อนจะลองใช้นิ้วแตะๆ จิ้มๆ จึงพบว่าที่เธอเห็นใต้ฟางหาได้ใช่ฝุ่นไม่แต่มันคือดินแห้งๆ อย่างกับสภาพอากาศร้อนจนดินแตกกร้าน"ก็ท่านพี่เจี้ยนหยีไม่รู้จะแต่งนางเข้ามาทำไมขี้เกียจตัวเป็นขน!"เสียงผู้หญิงที่มีวัยประมาณ 12-13 ปีเล็ดผ่า
Read More
บทที่ 3 คนไร้ค่า
จางหมิ่นในร่างของสาวน้อยหลินเฟิงนั่งพินิจดอกบัวและสระบัวอยู่ครู่ใหญ่ราวๆหนึ่งก้านธูปเห็นจะได้พลันก็หมุนเม็ดบัวรสฝาดไปมาในมือเรียวยาว"เม็ดบัวนี้ดูเหี่ยวเร็วจังทั้งๆที่พึ่งเด็ดขึ้นมา"ร่างบางพึมพำก่อนที่ฟันซี่สวยจะค่อยๆบรรจงลงที่เนื้อเม็ดบัวอีกครา มันมีรสชาติดีขึ้นนิดหน่อยดีบัวก็ไม่ขมมากเหมาะยิ่งกับการนำไปทำอาหารหากแต่ทว่าเม็ดบัวนี้คงมีค่าคาร์บอนไดออกไซด์สูงในน้ำเนื่องจากแดดร้อนและสภาพอากาศที่แห้งแล้งแต่ก็ดูขัดแย้งที่สระน้ำแห้งนี้น้ำใสอีกทั้งดอกบัวยังบานสะพรั่งเต็มสระอีก"คนเขียนนิยายเล่มนั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ ถึงได้สร้างให้ออกมาย้อนแย้งขนาดนี้"เธอไม่ครุ่นคิดเพียงอย่างเดียวมือเรียวของเธอยื่นไปคว้าก้านใบบัวก้านหนึ่งและหักมัน'แกร๊ก'ใบบัวก้านนั้นถูกมือเรียวยาวหักพลันสอดส่องดูในข้อต่อที่ถูกหักเมื่อสักครู่อย่างใคร่รู้ใคร่เห็นและสิ่งที่เธอได้พบก็เป็นที่น่ายินดีและประหลาดใจนักเหตุเพราะก้านบัวทั่วไปหากถูกหักจะมีใยๆคล้ายคลึงกับใยแมงมุมบางๆยาวแต่หากสิ่งที่เธอพบคือในใยบัวเป็นช่องลึกโหลมีเนื้อหุ้มขาวๆเป็นเส้นอยู่รอบภายในก้านของใบเบาอย่างสม่ำเสมอและยาวสั้นเท่าๆ กันเพียงแต่ภายนอกของก้านบัว
Read More
บทที่ 4 ชีวิตที่แสนน่าเบื่อ
แสงแดดแก่ๆของยามเว่ยส่องกระทบแผดเผาร่างบางของสาวน้อยหลินเฟิง ที่นอนขนาบราบบนโขดหินข้างสระบัว หญ้าสูงรอบสระบังเรือนร่างของสาวน้อยจนมิดเหตุเพราะบัดนี้ผู้คนในบ้านได้ขึ้นเขาเพื่อไปในป่าลึกที่จะหาของป่ามาไว้ทำอาหารเย็นเสียจนหมดแล้วเหลือเพียงร่างเล็กที่ถูกทิ้งไว้เฝ้าบ้านราวกับลูกหมาเหตุเพราะความคิดมากมายที่อยู่ในใจแม้แสงแดดจะร้อนหญิงสาวก็ลืมความร้อนไปจนสิ้นเหลือเพียงความคิดยิ่งใหญ่ของเธอที่จะทำอย่างไรให้เม็ดบัวในสระนำมาขายสร้างกำไรให้กับครอบครัวนี้ได้"อืม.. แดดร้อนขนาดนี้แต่บัวก็ยังอยู่ได้คาร์บอนในน้ำคงจะสูงมากแน่ๆอีกทั้งค่า ph คงจะสูงตาม""แต่หากให้แสงแดดส่องลงมาแต่พอดีล่ะ?"จางหมิ่นครุ่นคิดว่าหากจะสร้างซุ้มบังแดดให้ส่องเข้ามาได้แต่เพียงพอดีกรดในน้ำก็จะน้อยลงแล้วเม็ดบัวก็จะไม่เหี่ยวเร็วและฝาดกว่าเม็ดบัวจะฝาดก็คงมีเวลาพอที่เธอจะสามารถเก็บเม็ดบัวเหล่านี้เข้าไปขายอยู่ในตัวตำบลไข่โจวที่ตั้งอยู่ใกล้ๆบ้านพระเอกก็ได้อยู่ ให้พอได้หาทุนได้สักนิดจะได้ซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูก แต่จะซื้ออะไรมาปลูกล่ะ? ในเมื่อดินก็แห่งกรังได้ขนาดนี้ตัวเธอเรียนจบหมอนะไม่ได้เรียนจบเกษตรกรความคิดของจางหมิ่นแล่นอยู่ในหัวข
Read More
บทที่ 5 คนร้ายกาจ
เธอหยิบรากบัวที่ดึงขึ้นมาจากน้ำได้รากบัวอวบๆก็ถูกจับมุ่งหน้าไปยังครัวไฟ หลินเฟิงมีดเล่มเล็กที่มีอยู่เล่มเดียวในครัวมาปลูกเปียกนอกของรากบัวออกก่อนจะเอาไปล้างน้ำให้สะอาด พร้อมขึ้นเคียงหั่น รากบัวสีขาวราวหิมะถูกหั่นออกมาเป็นแว่นๆอย่างสวยงามร่างบางหลังจากหั่นรากบัวแช่น้ำเรียบร้อยแล้วเธอจึงหันไปทางตะเเกรงไฟสามขาที่ไฟกำลังลุกอีกทั้งประกายไฟก็แตกออกมาอย่างร่าเริงหม้อดินเผาที่ใส่น้ำครึ่งหม้อถูกยกขึ้นค้างบนตะแกรงเหนือไฟ หญิงสาวทิ้งน้ำในหม้อร้อนเดือดขึ้นจึงหยิบตะเกียงไฟเก่าๆฝุ่นเขลอะเหมือนไม่ได้ใช้งานมาราวๆร้อยกว่าปีแล้วอีกทั้งเชื้อเทียนที่อยู่ด้านในก็ยังเหลือเยอะอยู่หญิงสาวรีบจุดไฟในตะเกียงเพื่อให้ใช้น้ำทางไปยังสระบัวหลังบ้านอีกครั้งเพื่อที่จะไปเก็บฝักบัวเพื่อนำดีบัวด้านในมาต้มชาให้กลายเป็น "ชาดีบัว" พอเธอไปถึงก็พบว่าน้ำขึ้นสูงกว่าเมื่อตอนกลางวันมากนั่นก็เป็นเพราะนี่คือตอนกลางแถมซ้ำยังเป็นคืนจันทร์เต็มดวงแสงจันทร์สีทองอร่ามไปทั่วพอกระทบกับน้ำที่อยู่ในสระก็เป็นแสงระยิบระยับชวนมองมือเรียวรีบเอื้อมลงไปเก็บฝักบัวและเมื่อได้ตามต้องการแล้วจึงใคร่ยืนดูน้ำที่มีแสงจันทร์สะท้อนเกือบลืมไปว่าเธอค้างห
Read More
บทที่ 6 เริ่มมีประโยชน์
หลังจากที่หลงเหยาเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปตามหานเจียเจิงผู้เป็นพ่อและหานเจี้ยนหยีพี่ใหญ่ของเขาตัวหลินเฟิงจึงค่อยๆ หยิบดินเผาที่ต้มรากบัวในนั้นมาถ้วยหนึ่งก่อนจะตักขึ้นมาเป่าให้เย็น"ในนี้คือต้มรากบัวมันมีรสหวานอ่อนๆ เจ้าไม่ควรกินของรสจัดรากบัวนี้ไม่มีพิษเหมือนเห็ดที่เจ้ากินเข้าไปเมื่อเช้าหรอกนะ"เธอพูดคาดโทษหญิงสาวตัวน้อยที่นั่งเอามือกุมท้องเบาๆแต่อย่างน้อยเด็กสาวก็ไม่ร้องไห้ทุรนทุรายแล้วละ"รากบัวกินได้ด้วยเหรอพี่สะใภ้ใหญ่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย"หญิงสาวถามเสียงอ่อนน้ำเสียงของเธอดีขึ้นกว่าตอนที่พูดกับเธอก่อนหน้านี้มากโข จนจางหมิ่นเองยังปรับตัวด้วยไม่ทันเลย"อืมกินได้สิอร่อยด้วยลองกินดูนะ"เธอค่อยๆป้อนน้ำซุปของต้มรากบัวเข้าปากเด็กสาวจื่อรุ่ยอย่างอ่อนโยนแววตากลมโตของเด็กสาวก็ลุกเป็นมันวาวอย่างประหลาดใจจากน้ำซุปรสละมุน ที่ออกหวานนิดๆมันเป็นรสชาติที่เธอโหยหามาหลายปีจนแทบจะลืมว่าหวานรสชาติเป็นอย่างไร"อร่อยจัง ท่านทำอาหารเป็นด้วยหรือข้าไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยท่านคงไม่ได้คิดจะวางยาข้าใช่มั้ย"เมื่อจบประโยคของจื่อรุ่ยหลินเฟิงถึงกลับกั้นขำแทบตายเพราะเด็กน้อยคนนี้ไร้เดียงสาเสียจริงแต่ก็คงผ่านมรส
Read More
บทที่ 7 คุณหนูหลินเฟิง
ขนตาหนาเป็นแพค่อยๆ ปรือตื่นขึ้นในรุ่งอรุณวันถัดมาดวงตาสีน้ำตาลสวยกวาดไปรอบๆ บริเวณเสียงเเดดเรไรสาดส่องกระทบผิวหน้านวลผ่องของหญิงสาวร่างกายของหลินเฟิงค่อยๆ พยุงตื่นขึ้นพร้อมทั้งบิดขี้เกียจฟังเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วตอนเช้าอย่างสดชื่น แม้ว่าเมื่อคืนจะนอนน้ำตาตกอยู่หมาดๆก็ตาม"ตื่นเถอะยามเหม่าแล้วถ้ายังไม่ตื่นจะทิ้งไว้บ้านอีกวันนะ แต่ก็คงจะดีใจสิท่า"เสียงดังประชดประชันของชายหนุ่มเมื่อคืนดังอยู่อีกฝากของประตูไม้ไผ่บานเก่าดังเข้ามาข้างใน แต่เดี๋ยวก่อนนี่ยามเหม่าแล้วเหรอ.. ว่าแต่ยามเหม่านี่กี่โมงนะ จางหมิ่นใคร่ครวญในใจ'อืม...คงไม่น่าถึง7โมงเช้าหรอกมั้งเเดดยังอ่อนๆอยู่เลย"หญิงสาวร่างบางพึมพำเงียบๆ ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปเปิดประตู ด้วยที่เธอติดนิสัยรีบเร่งทำให้สะดุดเกือบหัวคะมำโชคยังดีที่ไม่ทันได้ล้มเพราะมีเจี้ยนหยียืมเฝ้าอยู่หน้าประตูเขารับร่างกายบางๆ ของเธอไว้ได้สบายๆ"เจ้าจะรีบใยกันข้าไม่ได้จักไปเดี๋ยวนี้ ก็รอเจ้าอยู่แต่ท่านพ่อกับน้องรองน้องเล็กขึ้นเขาไปเสียตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง""ในเมื่อตื่นขึ้นมาได้แล้วก็ไปเตรียมตัวตะกร้าอยู่ตรงนั้นสะพายออกมาข้าจะไปรอเจ้าอยู่หน้าบ้าน"หลังจากที่ชายหนุ่มเสียงทุ้
Read More
บทที่ 8 ของล้ำค่า
ลี่อินพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและหนักแน่นเหมือนกับว่านางจะพร้อมทำทุกอย่างที่ทำได้ถึงทำไม่ได้นางก็จะทำหากคุณหนูของนางถูกเขารังแกก็จริงอยู่ที่ลี่อินกับแม่ของนางไม่ได้ทำงานให้กับตระกูลอ้ายแล้วก็ตามแต่ถึงยังไงกับหลินเฟิงก็ยังใคร่และผูกพันแน่นแฟ้นเจี้ยนหยีทำได้เพียงคำนับกลับเท่านั้นเขาไม่ได้ตอบโต้ใดๆหรือเปล่งเสียงพูดใดๆออกมาเลยแม้แต่คำเดียวก็ตาม"แม่นมข้ากับสามีคงต้องไปก่อน ถนอมตนด้วย"แม่นมกอดคุณหนูอย่างแนบแน่นก่อนจะโบกมือให้อย่างอาลัยอาวรณ์แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป นางกับลี่อินลูกสาวก็ค่อยๆก้าวย่างออกไปจากป่าต้นไม้ยืนต้นตายนี้ในทางที่เธอกับเจี้ยนหยีเดินเข้ามาสายตาของหลินเฟิงจับจ้องไปที่หญิงทั้งสองคนที่วัยต่างกันจนพวกเธอหายลับไปจากระยะสายตาสาวน้อยจึงได้ก้มดูกำไรหยกที่ดูล้ำค่ายิ่งในมือเรียวของเธอ"ดูพวกนางคงรักเจ้ามาก"เสียงเจี้ยนหยีดังขึ้นเป็นครั้งแรกในระยะเวลาเกือบสองเค่อที่เขาไม่พูดไม่จาอะไรเลย ที่ทำเพียงแต่ยืนมองเธอคุยกัน"คงอย่างนั้น.. "หลินเฟิงพูดขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่กำไลในมือแต่ไม่ได้ยินเสียงของเจี้ยนหยีตอบกลับมาเธอจึงหันไปมองแต่ก็ไม่พบเขาแล้ว"เจี้ยนหยี! เจ้าอยู่ไหน!"จ
Read More
บทที่ 9 บุตรบุญธรรม
ทั้งสามคนเดินทางออกจากตีนเขาในป่าแห้งเเล้งเพื่อกลับไปยังบ้าน ที่พ่อน้องชายและน้องสาวเจี้ยนหยีรออยู่พอไปถึงก็พบว่าทุกคนกำลังรอกินข้าวพร้อมกัน แต่ที่ยิ่งทำให้สงสัยคือมือของหลินเฟิงมีมือเล็กๆของเด็กน้อยจับอยู่แน่นเขาดูประหม่าแต่พอเห็นจื่อรุ่ยหน้าตาพลันระรื่นขึ้นมาเพราะเขาเห็นจื่อรุ่ยขึ้นเขาบ่อยๆ และชอบขอลูกไม้ป่ากับนางบ้างหากมีเยอะ"พี่หญิงจื่อรุ่ย!"เสียงเจื้อยแว้วดังขึ้นพร้อมความตกตะลึงของคนในครอบครัวมีเพียงหานเจียเจิงที่พอจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเขาไม่ได้ว่าอะไรเพราะครั้งหนึ่งเคยเอ่ยปากชวนเด็กคนนี้กลับบ้านแล้ว แต่เด็กน้อยเกรงใจเกินจะตอบว่าตกลง"หวัง..หวังจิ้ง"จื่อรุ่ยที่เห็นก็โผลเข้ากอดเด็กน้อยอย่างอารมณ์ดีตัวเธอเองก็เคยชวนเด็กน้อยคนนี้กลับบ้านเหมือนกันแต่เขาก็ไม่ยอมแต่แปลกที่เขายอมกลับมากับหลินเฟิง"พี่หญิงจื่อนั่นพี่สาวของข้า!"เสียงเด็กน้อยเจื้อยแจ้วพลันชี้มือไปทางหลินเฟิงโดยที่ไม่รู้เลยว่าหลินเฟิงเป็นอะไรกับครอบครัวนี้"พี่สาวงั้นเหรอ?"เสียงหรงเหยาดังมาจากโต๊ะไม้เก่าๆที่ถัดจากตัวของจื่อรุ่ยไปไม่กี่ก้าว ขาดูสงสัยที่เด็กน้อยพูดมาว่าใช่ความจริงหรือเปล่า? หัวหน้าตระกูลอ้ายมีลูกสาวส
Read More
บทที่ 10 เลิกทำตัวเกียจคร้าน
จื่อรุ่ยพูดทีเล่นทีจริงอย่างสนุกสนานพลันแกล้งผละตัวออกจากหลินเฟิงไปด้วย ตัวหลินเฟิงถึงกับขำแห้งเลยในทันทีมือเรียวเล็กก็เอื้อมไปตีแขนเด็กสาวเบาๆอย่างอยากล้อหรือทำตัวไม่ถูกอันนี้ก็ชักจะไม่แน่ใจแล้วจริงๆ"นี่เจ้าตีข้าทำไมข้าพูดความจริงนะหลินเฟิง"จื่อรุ่ยโวยวายเล็กน้อยก่อนจะตามมาด้วยเสียงขบขันของสองสาว ไม่นานมากต้มรากบัวก็เสร็จสมบูรณ์แต่วันนี้พิเศษกว่าสักหน่อยเพราะมีเม็ดบัวเชื่อมกับต้มมันม่วงด้วยอาหารถูกจื่อรุ่ยนำมาจัดไว้บนโต๊ะอย่างสวยงามทุกอย่างดำเนินต่อไปเหมือนกับเมื่อวานแต่วันนี้กลับมีเสียงเด็กน้อยเจื้อยแจ้วตัวของจื่อรุ่ยก็ไม่ปวดท้องทุกคนกินอาหารกันอย่างสบายใจมากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าในอาหารจะถูกวางยาพิษแล้ว"เจี้ยนหยีหากแต่จะนับเป็นน้อง เจ้าเองก็รับหวังจิ้งเป็นลูกเถอะ เด็กมันจะได้สมบูรณ์ ซ้ำยังเป็นเด็กชายอีก ชื่อแซ่ก็ไม่มี ช่างอาภัพนัก "ชายวัยย่างหกสิบเสนอพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มบนใบหน้า ตัวของหลินเฟิงสังเกตเห็นและรู้ว่านี่คือแผนของหานเจียเจิงเป็นแน่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรหากเจี้ยนหยีตกลงเธอก็จะทำหน้าที่แม่บุญธรรมของเด็กน้อยคนนี้ให้เป็นอย่างดีเท่าที่จะเป็นไปได้"ถ้าท่านพ่อเห็นสมควรข้า
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status