คุณหมอผู้แสนดีทะลุมิติมาเป็นคนไร้ค่า

คุณหมอผู้แสนดีทะลุมิติมาเป็นคนไร้ค่า

last updateLast Updated : 2025-02-12
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
8
2 ratings. 2 reviews
30Chapters
7.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

คนอื่นทะลุมิติมาเป็นพระสนมพระชายา ทำไมเธอถึงทะลุมิติมาเป็นเมียคนสวนกันเล่า ในนิยายเธอเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ทำไมชีวิตถึงกลายเป็นคนไร้ค่า สวรรค์ไม่ต้องเมตตาลูกก็ได้ถ้าจะทำกันแบบนี้!!!

View More

Chapter 1

บทที่ 1 แพทย์หญิงจางหมิ่น

—Ay papi, ya no sigas, me voy a venir…

El Auditorio estaba hasta el tope, un mar de gente que no paraba de empujar. Yo me pegué a propósito a la chica que tenía enfrente. Traía una faldita de colegiala que apenas le tapaba nada.

Se la levanté un poco y le di arrimón en sus nalgotas. Lo mejor es que la tela de su tanga era tan delgada que parecía que no había nada. Ese culo redondito me hizo perder la cabeza en segundos. Y lo más cabrón: ella también se me puso.

Me llamo Javier Castillo y siempre había oído que en los conciertos abundan las morritas jóvenes y que se sueltan rapidísimo. Por eso me apuré para conseguir una entrada del cantante del momento, a ver si era cierto.

Llegué al Auditorio y sí era un desmadre de gente. De un vistazo: puro muchachita de veintitantos, todas enseñando pierna y tetas, bien buenas.

Las mismas que en la calle te hacen el feo o que tardan tres años en soltarse con su novio. Aquí, en cuanto vieron al ídolo en el escenario, se volvieron locas, gritando como si les pagaran.

Se ponían de puntitas, brincaban sin importarles que se les viera todo, con tal de que el cantante les echara aunque fuera una miradita. Hasta una gritó: “¡Te amo, mi amor, cógeme!”

Seguí la voz y era una chica guapísima con faldita de colegiala, cortísima. Cada que se empinaba, se le veía la tanga blanca. Esa onda de “inocentita pero caliente” me prendió de inmediato.

Me abrí paso entre la gente hasta ponerme detrás de ella. Estaba tan metida en la música que ni cuenta se daba, movía la cintura al ritmo y la falda se le subía y bajaba sola. Me empezó a latir rápido el corazón, me sudaban las manos, pero no me atrevía a nada.

El ambiente estaba bien prendido, todos empujando. Alguien me dio un empujón por detrás y quedé pegadísimo a su espalda. Ella ni se dio cuenta, toda su atención en el escenario. En un concierto así, que te rocen o te peguen es más que normal. Aunque estuviera encima de ella, ni se quejaba.

Entonces me envalentoné y me le puse encima, sintiendo lo suavecito que era su cuerpo. A lo mejor me pasé porque volteó un segundo, se retorció un poquito.

—No te me arrimes tanto, me incomodas.

Retrocedí un paso y me agaché para hablarle al oído.

—Perdón, es que atrás me están aplastando.

—No pasa nada —me sonrió y volvió a perderse en la música.

Ese breve contacto me dejó loco. Nunca había tocado a una morrita tan rica. Ahí la tenía, a centímetros, y me comía la ansiedad. Esta vez fui más listo: ya no me le pegué entero. Lo que hice fue sacar cadera y meterle debajo de la falda, echándome un poco para atrás para disimular.

Ella era bien movida y el concierto estaba en su apogeo. Sus nalgotas perfectas se movían de un lado a otro, rozándome sin parar, haciéndome temblar.

Y cuando llegó el coro que todos se saben, empezó a brincar como loca. Arriba, abajo, arriba, abajo… chocando contra mí con todo. Esa fricción tan fuerte hizo que en menos de nada se me parara durísimo, se me marcó un bulto que ni cómo esconder.

Valió la pena la reventa. Afuera, una vieja así te cuesta un dineral y ni te pela. Aquí la tenía yo, agarrándola como se me antojara, sin que nadie dijera nada. Con tanta gente alrededor, esa sensación de prohibido me ponía mil veces más caliente.

Y ella lo notó, claro que lo notó. Sentía algo duro entre las piernas y, en vez de correr, dejó escapar unos gemiditos suaves, como de gusto. Lo que nunca me imaginé es que no solo no se apartó… sino que ella misma empujó las nalgas hacia atrás y me apretó más con sus muslos.

Sentí que encontré en su entradita, que hasta me envolvió un poquito. Desde mi ángulo veía todo: esas nalgas enormes y firmes, y la tela de la tanga hundida por la presión. Ella seguía agitando la linterna del celular como loca, gritando al escenario:

—¡Te amo! ¡Te amo tanto!

Parecía toda una santita por fuera, pero por dentro estaba que ardía. Seguro se estaba imaginando que el que la tenía agarrada así era el cantante.
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Mookda Bouabayone
Mookda Bouabayone
อ่านแล้วงงมันอะไรยังไง...
2025-06-24 23:27:12
1
0
P α i nT۫۰۪ ꪔ̤̮
P α i nT۫۰۪ ꪔ̤̮
งงอะไรมันคืออะไรยังไง ทั้งชื่อคน เนื้อเรื่อง ประโยค? คือ ?
2025-09-09 01:17:58
1
0
30 Chapters
บทที่ 1 แพทย์หญิงจางหมิ่น
ในหมู่นี้มาในชาวเมืองของเสฉวนมักเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนบ่อยครั้ง แต่ซ้ำร้ายที่เหตุมักเกิดในบริเวณจุดเดียวกันราวกับว่าเป็นตัวตายตัวแทน ซึ่งในระยะหลายๆปีที่ผ่านมาก็เห็นจะมีเพียงปีนี้ที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นติดต่อกันหลายเคส ร่วมๆก็ย่างเข้าเคสที่ 35 ไปแล้วแพทย์เองก็ทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนเคยหวั่นใจว่าจะมีเหตุเกิดขึ้นอีกหรือไม่ยิ่งกู้ภัยก็ขยันเก็บเคสมากๆซึ่งในโค้งที่ว่านี้ตั้งอยู่ในที่เป็นทางผ่านออกนอกเมืองแต่กลับมีสถานที่รกร้าง สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบที่มองไม่เห็นทางออก ต้นไม้โค้งงอมาเชื่อมกันบนเหนือถนนราวกับว่าเป็นอุโมงค์ยักษ์ที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่งที่ย่างกลายเข้าไป ไม่มีผู้คนอาศัย ดูอับชื้นและวังเวงแม้จะเป็นตอนกลางวันต้นไม้เหล่านี้ก็ปิดแสงจากดวงอาทิตย์เหมือนกับว่าเป็นตอนกลางคืนอยู่ตลอดเวลาจึงไม่แปลกที่อุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นที่นี่ผู้คนที่อาศัยในชนบทละแวกใกล้เคียงเล่าลือและล้วนเห็นพ้องต้องกันว่า ทางเส้นนี้ 'น่ากลัว' ซึ่งจะเป็นหัวข้อหยิบยกขึ้นมาตั้งวงนินทาหากจะมีลูกหลานใครในละแวกต้องเดินทางผ่านอุโมงค์นี้ ผู้คนมักจะมากล่าวคำร่ำลาเหมือนกับว่าเป็นวันสุดท้ายแล้วของคนผู้นั้นเรื่องนี้ถูกนำ
last updateLast Updated : 2025-02-02
Read more
บทที่ 2 ที่ไหนกัน
ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนเหมือนลูกกวางทรายค่อยๆ ปรือขึ้นมา สายตาคู่นั้นค่อยๆ กวาดไปในสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ควรซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลหรือในรถของเธอเอง แต่ในใจลึกๆเธอยังภาวนาให้เธอเห็นว่านี่คือห้องนอนของเธอและทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝันฉากนึงเท่านั้นแต่ที่เธอคาดหวังและคิดไว้ก็ไม่ใช่สักอย่างแต่ภาพที่เธอเห็นคือห้องเก่าๆ ฝุ่นเขลอะหยากไย่เกาะทั่วมุมหลังคาสังกะสีที่เก่าเหมือนร้อยปีที่แล้วดวงตาสีใสเริ่มค่อยๆมองไปทางทิศที่แสงแยงเข้ามาในดวงตาของเธอ พบบานหน้าต่างเก่าๆที่ปิดเข้ามาไม่สนิท'แต่หากก็คงจะพอบังฝนได้แต่หากลมพัดมาแรงๆคงไม่วายหลุดกระเด็น'จางหมิ่นที่คิดคำนึงภายในใจก็แต่คิดใคร่หัวเราะออกมาพร้อมๆ กับการพยุงตัวขึ้นและอวดครวญจากการเมื่อยตัวเพราะนอนอยู่บนพื้นแข็งๆ ที่มีเพียงฟางปูนอนเท่านั้นสายตาคู่สวยมองไปยังฝุ่นที่เขลอะฉาบหนาหลายชั้นบนพื้นที่มีฟางวางระนาบยาวไปทั่วห้องก่อนจะลองใช้นิ้วแตะๆ จิ้มๆ จึงพบว่าที่เธอเห็นใต้ฟางหาได้ใช่ฝุ่นไม่แต่มันคือดินแห้งๆ อย่างกับสภาพอากาศร้อนจนดินแตกกร้าน"ก็ท่านพี่เจี้ยนหยีไม่รู้จะแต่งนางเข้ามาทำไมขี้เกียจตัวเป็นขน!"เสียงผู้หญิงที่มีวัยประมาณ 12-13 ปีเล็ดผ่า
last updateLast Updated : 2025-02-02
Read more
บทที่ 3 คนไร้ค่า
จางหมิ่นในร่างของสาวน้อยหลินเฟิงนั่งพินิจดอกบัวและสระบัวอยู่ครู่ใหญ่ราวๆหนึ่งก้านธูปเห็นจะได้พลันก็หมุนเม็ดบัวรสฝาดไปมาในมือเรียวยาว"เม็ดบัวนี้ดูเหี่ยวเร็วจังทั้งๆที่พึ่งเด็ดขึ้นมา"ร่างบางพึมพำก่อนที่ฟันซี่สวยจะค่อยๆบรรจงลงที่เนื้อเม็ดบัวอีกครา มันมีรสชาติดีขึ้นนิดหน่อยดีบัวก็ไม่ขมมากเหมาะยิ่งกับการนำไปทำอาหารหากแต่ทว่าเม็ดบัวนี้คงมีค่าคาร์บอนไดออกไซด์สูงในน้ำเนื่องจากแดดร้อนและสภาพอากาศที่แห้งแล้งแต่ก็ดูขัดแย้งที่สระน้ำแห้งนี้น้ำใสอีกทั้งดอกบัวยังบานสะพรั่งเต็มสระอีก"คนเขียนนิยายเล่มนั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ ถึงได้สร้างให้ออกมาย้อนแย้งขนาดนี้"เธอไม่ครุ่นคิดเพียงอย่างเดียวมือเรียวของเธอยื่นไปคว้าก้านใบบัวก้านหนึ่งและหักมัน'แกร๊ก'ใบบัวก้านนั้นถูกมือเรียวยาวหักพลันสอดส่องดูในข้อต่อที่ถูกหักเมื่อสักครู่อย่างใคร่รู้ใคร่เห็นและสิ่งที่เธอได้พบก็เป็นที่น่ายินดีและประหลาดใจนักเหตุเพราะก้านบัวทั่วไปหากถูกหักจะมีใยๆคล้ายคลึงกับใยแมงมุมบางๆยาวแต่หากสิ่งที่เธอพบคือในใยบัวเป็นช่องลึกโหลมีเนื้อหุ้มขาวๆเป็นเส้นอยู่รอบภายในก้านของใบเบาอย่างสม่ำเสมอและยาวสั้นเท่าๆ กันเพียงแต่ภายนอกของก้านบัว
last updateLast Updated : 2025-02-02
Read more
บทที่ 4 ชีวิตที่แสนน่าเบื่อ
แสงแดดแก่ๆของยามเว่ยส่องกระทบแผดเผาร่างบางของสาวน้อยหลินเฟิง ที่นอนขนาบราบบนโขดหินข้างสระบัว หญ้าสูงรอบสระบังเรือนร่างของสาวน้อยจนมิดเหตุเพราะบัดนี้ผู้คนในบ้านได้ขึ้นเขาเพื่อไปในป่าลึกที่จะหาของป่ามาไว้ทำอาหารเย็นเสียจนหมดแล้วเหลือเพียงร่างเล็กที่ถูกทิ้งไว้เฝ้าบ้านราวกับลูกหมาเหตุเพราะความคิดมากมายที่อยู่ในใจแม้แสงแดดจะร้อนหญิงสาวก็ลืมความร้อนไปจนสิ้นเหลือเพียงความคิดยิ่งใหญ่ของเธอที่จะทำอย่างไรให้เม็ดบัวในสระนำมาขายสร้างกำไรให้กับครอบครัวนี้ได้"อืม.. แดดร้อนขนาดนี้แต่บัวก็ยังอยู่ได้คาร์บอนในน้ำคงจะสูงมากแน่ๆอีกทั้งค่า ph คงจะสูงตาม""แต่หากให้แสงแดดส่องลงมาแต่พอดีล่ะ?"จางหมิ่นครุ่นคิดว่าหากจะสร้างซุ้มบังแดดให้ส่องเข้ามาได้แต่เพียงพอดีกรดในน้ำก็จะน้อยลงแล้วเม็ดบัวก็จะไม่เหี่ยวเร็วและฝาดกว่าเม็ดบัวจะฝาดก็คงมีเวลาพอที่เธอจะสามารถเก็บเม็ดบัวเหล่านี้เข้าไปขายอยู่ในตัวตำบลไข่โจวที่ตั้งอยู่ใกล้ๆบ้านพระเอกก็ได้อยู่ ให้พอได้หาทุนได้สักนิดจะได้ซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูก แต่จะซื้ออะไรมาปลูกล่ะ? ในเมื่อดินก็แห่งกรังได้ขนาดนี้ตัวเธอเรียนจบหมอนะไม่ได้เรียนจบเกษตรกรความคิดของจางหมิ่นแล่นอยู่ในหัวข
last updateLast Updated : 2025-02-02
Read more
บทที่ 5 คนร้ายกาจ
เธอหยิบรากบัวที่ดึงขึ้นมาจากน้ำได้รากบัวอวบๆก็ถูกจับมุ่งหน้าไปยังครัวไฟ หลินเฟิงมีดเล่มเล็กที่มีอยู่เล่มเดียวในครัวมาปลูกเปียกนอกของรากบัวออกก่อนจะเอาไปล้างน้ำให้สะอาด พร้อมขึ้นเคียงหั่น รากบัวสีขาวราวหิมะถูกหั่นออกมาเป็นแว่นๆอย่างสวยงามร่างบางหลังจากหั่นรากบัวแช่น้ำเรียบร้อยแล้วเธอจึงหันไปทางตะเเกรงไฟสามขาที่ไฟกำลังลุกอีกทั้งประกายไฟก็แตกออกมาอย่างร่าเริงหม้อดินเผาที่ใส่น้ำครึ่งหม้อถูกยกขึ้นค้างบนตะแกรงเหนือไฟ หญิงสาวทิ้งน้ำในหม้อร้อนเดือดขึ้นจึงหยิบตะเกียงไฟเก่าๆฝุ่นเขลอะเหมือนไม่ได้ใช้งานมาราวๆร้อยกว่าปีแล้วอีกทั้งเชื้อเทียนที่อยู่ด้านในก็ยังเหลือเยอะอยู่หญิงสาวรีบจุดไฟในตะเกียงเพื่อให้ใช้น้ำทางไปยังสระบัวหลังบ้านอีกครั้งเพื่อที่จะไปเก็บฝักบัวเพื่อนำดีบัวด้านในมาต้มชาให้กลายเป็น "ชาดีบัว" พอเธอไปถึงก็พบว่าน้ำขึ้นสูงกว่าเมื่อตอนกลางวันมากนั่นก็เป็นเพราะนี่คือตอนกลางแถมซ้ำยังเป็นคืนจันทร์เต็มดวงแสงจันทร์สีทองอร่ามไปทั่วพอกระทบกับน้ำที่อยู่ในสระก็เป็นแสงระยิบระยับชวนมองมือเรียวรีบเอื้อมลงไปเก็บฝักบัวและเมื่อได้ตามต้องการแล้วจึงใคร่ยืนดูน้ำที่มีแสงจันทร์สะท้อนเกือบลืมไปว่าเธอค้างห
last updateLast Updated : 2025-02-02
Read more
บทที่ 6 เริ่มมีประโยชน์
หลังจากที่หลงเหยาเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปตามหานเจียเจิงผู้เป็นพ่อและหานเจี้ยนหยีพี่ใหญ่ของเขาตัวหลินเฟิงจึงค่อยๆ หยิบดินเผาที่ต้มรากบัวในนั้นมาถ้วยหนึ่งก่อนจะตักขึ้นมาเป่าให้เย็น"ในนี้คือต้มรากบัวมันมีรสหวานอ่อนๆ เจ้าไม่ควรกินของรสจัดรากบัวนี้ไม่มีพิษเหมือนเห็ดที่เจ้ากินเข้าไปเมื่อเช้าหรอกนะ"เธอพูดคาดโทษหญิงสาวตัวน้อยที่นั่งเอามือกุมท้องเบาๆแต่อย่างน้อยเด็กสาวก็ไม่ร้องไห้ทุรนทุรายแล้วละ"รากบัวกินได้ด้วยเหรอพี่สะใภ้ใหญ่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย"หญิงสาวถามเสียงอ่อนน้ำเสียงของเธอดีขึ้นกว่าตอนที่พูดกับเธอก่อนหน้านี้มากโข จนจางหมิ่นเองยังปรับตัวด้วยไม่ทันเลย"อืมกินได้สิอร่อยด้วยลองกินดูนะ"เธอค่อยๆป้อนน้ำซุปของต้มรากบัวเข้าปากเด็กสาวจื่อรุ่ยอย่างอ่อนโยนแววตากลมโตของเด็กสาวก็ลุกเป็นมันวาวอย่างประหลาดใจจากน้ำซุปรสละมุน ที่ออกหวานนิดๆมันเป็นรสชาติที่เธอโหยหามาหลายปีจนแทบจะลืมว่าหวานรสชาติเป็นอย่างไร"อร่อยจัง ท่านทำอาหารเป็นด้วยหรือข้าไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยท่านคงไม่ได้คิดจะวางยาข้าใช่มั้ย"เมื่อจบประโยคของจื่อรุ่ยหลินเฟิงถึงกลับกั้นขำแทบตายเพราะเด็กน้อยคนนี้ไร้เดียงสาเสียจริงแต่ก็คงผ่านมรส
last updateLast Updated : 2025-02-08
Read more
บทที่ 7 คุณหนูหลินเฟิง
ขนตาหนาเป็นแพค่อยๆ ปรือตื่นขึ้นในรุ่งอรุณวันถัดมาดวงตาสีน้ำตาลสวยกวาดไปรอบๆ บริเวณเสียงเเดดเรไรสาดส่องกระทบผิวหน้านวลผ่องของหญิงสาวร่างกายของหลินเฟิงค่อยๆ พยุงตื่นขึ้นพร้อมทั้งบิดขี้เกียจฟังเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วตอนเช้าอย่างสดชื่น แม้ว่าเมื่อคืนจะนอนน้ำตาตกอยู่หมาดๆก็ตาม"ตื่นเถอะยามเหม่าแล้วถ้ายังไม่ตื่นจะทิ้งไว้บ้านอีกวันนะ แต่ก็คงจะดีใจสิท่า"เสียงดังประชดประชันของชายหนุ่มเมื่อคืนดังอยู่อีกฝากของประตูไม้ไผ่บานเก่าดังเข้ามาข้างใน แต่เดี๋ยวก่อนนี่ยามเหม่าแล้วเหรอ.. ว่าแต่ยามเหม่านี่กี่โมงนะ จางหมิ่นใคร่ครวญในใจ'อืม...คงไม่น่าถึง7โมงเช้าหรอกมั้งเเดดยังอ่อนๆอยู่เลย"หญิงสาวร่างบางพึมพำเงียบๆ ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปเปิดประตู ด้วยที่เธอติดนิสัยรีบเร่งทำให้สะดุดเกือบหัวคะมำโชคยังดีที่ไม่ทันได้ล้มเพราะมีเจี้ยนหยียืมเฝ้าอยู่หน้าประตูเขารับร่างกายบางๆ ของเธอไว้ได้สบายๆ"เจ้าจะรีบใยกันข้าไม่ได้จักไปเดี๋ยวนี้ ก็รอเจ้าอยู่แต่ท่านพ่อกับน้องรองน้องเล็กขึ้นเขาไปเสียตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง""ในเมื่อตื่นขึ้นมาได้แล้วก็ไปเตรียมตัวตะกร้าอยู่ตรงนั้นสะพายออกมาข้าจะไปรอเจ้าอยู่หน้าบ้าน"หลังจากที่ชายหนุ่มเสียงทุ้
last updateLast Updated : 2025-02-08
Read more
บทที่ 8 ของล้ำค่า
ลี่อินพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและหนักแน่นเหมือนกับว่านางจะพร้อมทำทุกอย่างที่ทำได้ถึงทำไม่ได้นางก็จะทำหากคุณหนูของนางถูกเขารังแกก็จริงอยู่ที่ลี่อินกับแม่ของนางไม่ได้ทำงานให้กับตระกูลอ้ายแล้วก็ตามแต่ถึงยังไงกับหลินเฟิงก็ยังใคร่และผูกพันแน่นแฟ้นเจี้ยนหยีทำได้เพียงคำนับกลับเท่านั้นเขาไม่ได้ตอบโต้ใดๆหรือเปล่งเสียงพูดใดๆออกมาเลยแม้แต่คำเดียวก็ตาม"แม่นมข้ากับสามีคงต้องไปก่อน ถนอมตนด้วย"แม่นมกอดคุณหนูอย่างแนบแน่นก่อนจะโบกมือให้อย่างอาลัยอาวรณ์แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป นางกับลี่อินลูกสาวก็ค่อยๆก้าวย่างออกไปจากป่าต้นไม้ยืนต้นตายนี้ในทางที่เธอกับเจี้ยนหยีเดินเข้ามาสายตาของหลินเฟิงจับจ้องไปที่หญิงทั้งสองคนที่วัยต่างกันจนพวกเธอหายลับไปจากระยะสายตาสาวน้อยจึงได้ก้มดูกำไรหยกที่ดูล้ำค่ายิ่งในมือเรียวของเธอ"ดูพวกนางคงรักเจ้ามาก"เสียงเจี้ยนหยีดังขึ้นเป็นครั้งแรกในระยะเวลาเกือบสองเค่อที่เขาไม่พูดไม่จาอะไรเลย ที่ทำเพียงแต่ยืนมองเธอคุยกัน"คงอย่างนั้น.. "หลินเฟิงพูดขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่กำไลในมือแต่ไม่ได้ยินเสียงของเจี้ยนหยีตอบกลับมาเธอจึงหันไปมองแต่ก็ไม่พบเขาแล้ว"เจี้ยนหยี! เจ้าอยู่ไหน!"จ
last updateLast Updated : 2025-02-12
Read more
บทที่ 9 บุตรบุญธรรม
ทั้งสามคนเดินทางออกจากตีนเขาในป่าแห้งเเล้งเพื่อกลับไปยังบ้าน ที่พ่อน้องชายและน้องสาวเจี้ยนหยีรออยู่พอไปถึงก็พบว่าทุกคนกำลังรอกินข้าวพร้อมกัน แต่ที่ยิ่งทำให้สงสัยคือมือของหลินเฟิงมีมือเล็กๆของเด็กน้อยจับอยู่แน่นเขาดูประหม่าแต่พอเห็นจื่อรุ่ยหน้าตาพลันระรื่นขึ้นมาเพราะเขาเห็นจื่อรุ่ยขึ้นเขาบ่อยๆ และชอบขอลูกไม้ป่ากับนางบ้างหากมีเยอะ"พี่หญิงจื่อรุ่ย!"เสียงเจื้อยแว้วดังขึ้นพร้อมความตกตะลึงของคนในครอบครัวมีเพียงหานเจียเจิงที่พอจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเขาไม่ได้ว่าอะไรเพราะครั้งหนึ่งเคยเอ่ยปากชวนเด็กคนนี้กลับบ้านแล้ว แต่เด็กน้อยเกรงใจเกินจะตอบว่าตกลง"หวัง..หวังจิ้ง"จื่อรุ่ยที่เห็นก็โผลเข้ากอดเด็กน้อยอย่างอารมณ์ดีตัวเธอเองก็เคยชวนเด็กน้อยคนนี้กลับบ้านเหมือนกันแต่เขาก็ไม่ยอมแต่แปลกที่เขายอมกลับมากับหลินเฟิง"พี่หญิงจื่อนั่นพี่สาวของข้า!"เสียงเด็กน้อยเจื้อยแจ้วพลันชี้มือไปทางหลินเฟิงโดยที่ไม่รู้เลยว่าหลินเฟิงเป็นอะไรกับครอบครัวนี้"พี่สาวงั้นเหรอ?"เสียงหรงเหยาดังมาจากโต๊ะไม้เก่าๆที่ถัดจากตัวของจื่อรุ่ยไปไม่กี่ก้าว ขาดูสงสัยที่เด็กน้อยพูดมาว่าใช่ความจริงหรือเปล่า? หัวหน้าตระกูลอ้ายมีลูกสาวส
last updateLast Updated : 2025-02-12
Read more
บทที่ 10 เลิกทำตัวเกียจคร้าน
จื่อรุ่ยพูดทีเล่นทีจริงอย่างสนุกสนานพลันแกล้งผละตัวออกจากหลินเฟิงไปด้วย ตัวหลินเฟิงถึงกับขำแห้งเลยในทันทีมือเรียวเล็กก็เอื้อมไปตีแขนเด็กสาวเบาๆอย่างอยากล้อหรือทำตัวไม่ถูกอันนี้ก็ชักจะไม่แน่ใจแล้วจริงๆ"นี่เจ้าตีข้าทำไมข้าพูดความจริงนะหลินเฟิง"จื่อรุ่ยโวยวายเล็กน้อยก่อนจะตามมาด้วยเสียงขบขันของสองสาว ไม่นานมากต้มรากบัวก็เสร็จสมบูรณ์แต่วันนี้พิเศษกว่าสักหน่อยเพราะมีเม็ดบัวเชื่อมกับต้มมันม่วงด้วยอาหารถูกจื่อรุ่ยนำมาจัดไว้บนโต๊ะอย่างสวยงามทุกอย่างดำเนินต่อไปเหมือนกับเมื่อวานแต่วันนี้กลับมีเสียงเด็กน้อยเจื้อยแจ้วตัวของจื่อรุ่ยก็ไม่ปวดท้องทุกคนกินอาหารกันอย่างสบายใจมากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าในอาหารจะถูกวางยาพิษแล้ว"เจี้ยนหยีหากแต่จะนับเป็นน้อง เจ้าเองก็รับหวังจิ้งเป็นลูกเถอะ เด็กมันจะได้สมบูรณ์ ซ้ำยังเป็นเด็กชายอีก ชื่อแซ่ก็ไม่มี ช่างอาภัพนัก "ชายวัยย่างหกสิบเสนอพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มบนใบหน้า ตัวของหลินเฟิงสังเกตเห็นและรู้ว่านี่คือแผนของหานเจียเจิงเป็นแน่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรหากเจี้ยนหยีตกลงเธอก็จะทำหน้าที่แม่บุญธรรมของเด็กน้อยคนนี้ให้เป็นอย่างดีเท่าที่จะเป็นไปได้"ถ้าท่านพ่อเห็นสมควรข้า
last updateLast Updated : 2025-02-12
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status