Share

3.1 สหายน้อยขององค์ชาย

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-05 21:36:26

ฝากติดตาม คอนเม้นต์ให้แป้งด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

3.1

สหายน้อยขององค์ชาย

เสียงไม้กวาดเสียดสีกับพื้นอิฐดังแผ่วในยามสาย ลานกว้างด้านหลังอารามกวงอันเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดต้องกิ่งไผ่จนเกิดเสียงพลิ้วเบาๆ ดั่งเสียงพิณจากเบื้องบน

เกล็ดหิมะโปรยบางเบาจนมองแทบไม่เห็น ทว่าเพียงพอจะเกาะบนปลายผมของหญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีเทาอ่อน ผู้กำลังก้มหน้ากวาดพื้นอย่างตั้งอกตั้งใจ

เซี่ยหรูเยียนเอนหลังเล็กน้อย สูดลมหายใจเข้าช้าๆ อากาศเย็นเยียบจนแสบปลายจมูก แต่นางกลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด ที่นี่คือที่พำนักของนางก่อนจะก้าวเข้าสู่ความยุ่งเหยิง ที่ซึ่งไม่มีใครมองว่านางเป็นตัวซวย หากแต่เป็นเพียงสตรีที่ชื่นชอบความเรียบง่ายผู้หนึ่ง

ขณะนางเงยหน้ามองผืนฟ้าเหนือหลังคาอาราม พลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากกำแพงสูงด้านทิศตะวันตก หินกรวดหล่นกระทบพื้นเบาๆ ตามด้วยเสียงของใครบางคน

หรูเยียนสะดุ้งเฮือก หันขวับไปทางนั้น เพียงครู่เดียวร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีครามก็โผล่พ้นกำแพงขึ้นมา มือข้างหนึ่งยังจับขอบไว้แน่น อีกข้างกำลังปีนลงอย่างทะมัดทะแมง

“นี่ท่านทำอะไรอยู่เนี่ย!” หรูเยียนเอ่ยเสียงเบาแต่ดุดันไม่น้อย ทว่าก็แฝงด้วยความตกใจ “ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามสำหรับบุรุษ หากใครเห็นเข้า พวกเราจะต้องถูกลงโทษทั้งคู่”

ร่างนั้นหัวเราะเบาๆ พลางกระโดดลงมาอย่างคล่องแคล่ว เขาปัดหิมะออกจากไหล่ แล้วหันมามองนางด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

“อย่าโกรธเลยหรูเยียน ข้าปีนมาอย่างระวัง ไม่มีใครเห็นหรอกน่า”

ใบหน้าของชายหนุ่มงดงามอย่างที่น้อยคนนักจะมี ผิวขาวสะอาดราวหยกขัด แววตาเป็นประกายราวแสงจันทร์ในคืนปลอดเมฆ ท่วงท่าของเขาสง่างาม หากแต่รอยยิ้มนั่นก็ดูจริงใจและเป็นมิตรยิ่งนัก

บุรุษท่าทางขี้เล่นที่ยืนอยู่ต่อหน้านางในขณะนี้ก็คือองค์ชายรองนามว่าจ้าวอี้หลัน พระโอรสองค์ที่สองแห่งแคว้นต้าหยาง ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฉลียวฉลาดและหาญกล้า ทว่าไม่ชอบอยู่ในกรอบพิธีรีตองของราชสำนัก

“องค์ชายรอง!” หรูเยียนรีบก้าวเข้าไปห้าม เสียงของนางเบาจนแทบกระซิบ “องค์ชายเสด็จมาที่นี่ได้อย่างไรกันเพคะ หากมีคนพบเข้าจะต้องเกิดเรื่องแน่ๆ”

จ้าวอี้หลันยิ้มบางๆ ดวงตาเต็มไปด้วยแววขี้เล่น

“เจ้าลืมแล้วหรือว่าวันนี้วันอะไร”

หรูเยียนชะงัก มือที่ถือไม้กวาดหยุดนิ่งกลางอากาศ นางขมวดคิ้วเล็กน้อย

“วันอะไรหรือเพคะ”

องค์ชายทำท่าผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “วันเกิดของเจ้าอย่างไรเล่า” พูดจบ เขายื่นห่อผ้าผืนเล็กที่ผูกด้วยริบบิ้นแดงให้นาง

หรูเยียนมองของในมือเขาด้วยความแปลกใจ ในชาติก่อนวันนี้เป็นเพียงวันหนึ่งที่นางอยู่เพียงลำพังในอาราม

ไม่คนสำคัญในครอบครัวมาอวยพรให้

วันเกิดของนางคือวันที่ไม่มีใครใส่ใจมานานมากแล้ว นอกจากบรรดาแม่ชีที่อยู่ที่นี่ที่มักจะคอยสอนให้นางมีสติและไม่ยึดติดกับเรื่องทางโลกมากเกินไปจนทำให้เป็นทุกข์ ดังนั้นวันเกิดในทุกปีของนางจึงผ่านไปอย่างว่างเปล่า

แต่บัดนี้องค์ชายผู้นี้กลับปีนกำแพงสูงมาหาเพียงเพื่อบอกว่าวันนี้คือวันเกิดของนางอย่างนั้นหรือ

“หม่อมฉันไม่กล้ารับของขวัญที่ล้ำค่านี้เอาไว้หรอกเพคะ” นางตอบอย่างสุภาพ

องค์ชายหัวเราะเบาๆ “ของล้ำค่าอะไรกัน ข้าก็แค่ไปซื้อมาจากในตลาดเท่านั้น เจ้าลองเปิดดูก่อนเถิด”

เมื่อหญิงสาวเปิดห่อผ้าออกก็เผยให้เห็นขนมชิ้นกลมสีขาวแต้มลายทองจางๆ และมีกลิ่นหอมละมุนลอยออกมา มันคือขนมไร้กังวล [1] ขนมของโปรดของนางนั่นเอง

หรูเยียนเบิกตากว้าง “นี่มัน...”

“เจ้าชอบกินมิใช่หรือ” จ้าวอี้หลันยิ้มกว้าง พลางนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา ขนมไร้กังวลเป็นขนมที่หรูเยียนชื่นชอบที่สุด

“ร้านนี้เป็นร้านที่ต้องสั่งซื้อล่วงหน้ามิใช่หรือ”

หญิงสาวเอ่ยถาม เพราะบนขนมมีตราประทับชื่อร้านเอาไว้ด้วย

“วันเกิดของเจ้าทั้งทีย่อมต้องได้กินของโปรดสิ กินไปเถอะน่า ขอแค่เจ้าชอบก็พอแล้ว”

คำพูดของเขาเรียบง่าย แต่กลับกระทบใจหรูเยียนอย่างไม่ทันตั้งตัว

ความทรงจำของหรูเยียนไหลบ่าเข้ามา

เจ็ดปีก่อนหิมะ...ยังไม่ทันตก แต่หมอกหนาลอยคลุ้งไปทั่วหุบเขาฉางอวิ๋น เสียงนกร้องจากยอดไม้ไกลๆ แทบกลืนหายไปกับเสียงฝนที่เริ่มเทลงมา

เด็กหญิงวัยสิบสองปีในชุดผ้าฝ้ายซีดจางกำลังเดินเท้าเปล่าฝ่าฝนมา เนื่องจากรองเท้าของนางขาดไปแล้วก่อนหน้านี้

ดวงตากลมโตมีแต่ความมืดมัวของความกลัว นางหนีออกจากอารามในยามรุ่งสางของเมื่อสองวันก่อน เพราะหวังอยากเห็นโลกภายนอกที่พวกนางชีมักพูดถึง แต่โลกภายนอกนั้นกลับไม่ได้งดงามหรือสนุกสนานอย่างที่คิดไว้เลยสักนิด

เมื่อถึงเชิงเขา ถนนดินกลายเป็นโคลน ข้าวของที่ห่อมาก็เปียกชุ่มจนหมดสิ้น เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง สายฝนเทกระหน่ำราวกับสวรรค์กำลังสาปแช่งผู้คน

นางหลบเข้าร่มไม้ใหญ่ พยายามกอดเข่าให้ตัวอุ่น แต่ความหนาวก็ไหลซึมเข้ากระดูก

ท้องไส้ร้องจ๊อกๆ เพราะตั้งแต่เช้านางยังไม่ได้กินอะไรเลย ตอนนี้ดวงตาเริ่มพร่ามัว มือเล็กเริ่มสั่นเทา ก่อนที่ร่างบางจะล้มลงกับพื้นโคลน

“คุณชาย! ตรงนั้นมีคนนอนอยู่ขอรับ”

เสียงผู้ติดตามตะโกนขึ้นกลางสายฝน ขณะขบวนม้าสามสี่ตัวกำลังเคลื่อนที่เป็นกลุ่มก้อน

ผู้ที่ควบม้านำหน้าสวมชุดผ้าไหมสีม่วงเข้ม ผมดำถูกรวบสูงตามแบบชนชั้นสูง ใบหน้าคมคายสะอาดสะอ้าน สวมกวานที่ทำจากหยกล้ำค่า

เขากระโดดลงจากม้าอย่างไม่ลังเล ก้าวลุยฝนเข้าไปหาร่างเล็กที่นอนคว่ำอยู่ในโคลนและไปถึงเร็วกว่าผู้ติดตามของตนด้วยซ้ำ

เมื่อพลิกตัวขึ้นก็เห็นว่าเป็นเด็กหญิงอายุราวสิบสองปี ผมเปียกแนบใบหน้า ผิวกายซีดเผือดราวกับกระดาษ

“นางยังหายใจอยู่หรือไม่ขอรับ” คนติดตามถามอย่างร้อนรน

จ้าวอี้หลันตรวจวัดชีพจร พลางวางหลังมือแนบหน้าผาก

“ไข้ขึ้นสูงคงต้องรีบหาที่พักให้นางก่อน” จ้าวอี้หลันอุ้มร่างเล็กขึ้นด้วยสองแขนอย่างระมัดระวัง เสื้อคลุมของเขาเปียกโชกไปทั้งตัว แต่ใบหน้าไม่แสดงความรำคาญเลยแม้แต่น้อย

 


[1] ขนมแป้งข้าวเหนียวหวาน หรือ ขนมเกาเกา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
Usanee Heider
สนุกสนานอ่านแล้วได้ความตื่นเต้น
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   บทส่งท้าย กันและกัน

    บทส่งท้ายกันและกัน กลิ่นดอกเหมยและดอกบ๊วยจากสวนด้านนอกลอยตามลมเข้ามาเจือผสมกับกลิ่นชาหอมจางๆ ในห้องโถง ผ่านมาสองปีแล้วนับแต่คืนแต่งงาน จวนขององค์ชายรองในอดีต บัดนี้กลายเป็นจวนของว่าที่องค์รัชทายาท แม้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการออกไปยังทั่วเมืองหลวง แต่ในวันนี้ชะตาของคนสองคนกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง หรูเยียนวางมือจากผืนผ้าที่กำลังปักลายเมฆมงคล นางยกมือแตะหน้าท้องของตนอย่างเผลอไผล มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่แม้ไม่มีใครเห็นก็ยังงดงาม คำบอกของหมอหลวงเมื่อช่วงสายยังดังก้องอยู่ในหัวใบหน้าของหมอมากประสบการณ์นั้นผ่อนคลายยิ่งนักเมื่อกล่าวกับนางว่า “ขอแสดงความยินดีด้วย นี่คือชีพมงคลพ่ะย่ะค่ะ” เพียงคำไม่กี่คำ โลกของหรูเยียนก็เหมือนถูกแต้มด้วยสีที่อ่อนหวานไปทั้งใบ นางไม่ทันตอบอะไร เพียงแต่ก้มหน้าลง น้ำตาเอ่อในตาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำในชาติก่อนที่เลือนรางอยู่ส่วนลึกถูกคลื่นแห่งปัจจุบันกลืนหายไปทีละน้อย ครั้งนั้นนางไม่มีโอกาสแม้แต่จะรู้ว่าการมีชีวิตใหม่เติบโตในตัวนั้นเป็นความรู้สึกเช่นไร แต่ในชาตินี้สวรรค์เหมือนยื่นมือม

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.2 พิธีอภิเษก

    67.2พิธีอภิเษกภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยแขกเหรื่อ ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊นั่งเรียงรายตามลำดับ ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงประทับในจุดสูงสุดทอดพระเนตรโอรส และสะใภ้ด้วยความพึงพอใจ องค์หญิงสาม จ้าวอวี้หงในชุดงดงามเฉิดฉาย นั่งอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งของหรูเยียน เมื่อมีโอกาส นางก็รีบเท้าแขนบนโต๊ะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ “หรูเยียน วันนี้เจ้างดงามมาก น่าจะงามที่สุดตั้งแต่ที่เรารู้จักกันด้วย” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ ใต้ผ้าคลุม “องค์หญิงอย่าทรงล้อหม่อมฉันเลย” “ใครล้อกัน” องค์หญิงทำหน้าจริงจัง “เจ้าน่ะ ทำให้ข้าเริ่มคิดแล้วว่าถ้าข้าแต่งงานไปบ้าง จะงามได้ครึ่งของเจ้าหรือไม่” หรูเยียนอยากจะตอบว่า ‘พระองค์งามกว่านางมาก’ แต่ยังไม่ทันพูดก็มีขันทีเข้ามากระซิบบอกบางอย่าง “ของขวัญจากเป่ยเยี่ยนมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งห้องโถงเงียบลงพอสมควร ทุกสายตาหันไปที่เรือนข้างๆ ที่บ่าวกำลังขนหีบของขวัญใหญ่โตหลายใบเข้ามาขันทีเปิดหีบใบหนึ่งให้เห็นด้านในเป็นหยกหายาก ชุดผ้าไหม อาวุธสั้นฝักประดับอัญมณี และสุดท้าย กล่องลงรักสีดำเข้มประดับลายผีเสื้อทอง “ของทั้งหมดนี้เป็นของขว

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.1 พิธีอภิเษก

    67.1พิธีอภิเษก เมืองหลวงต้าหยางเหมือนสว่างเร็วกว่าทุกวัน แสงอรุณลอดผ่านหมอกบาง สีทองอ่อนทาบไปทั่วหลังคากระเบื้องของวังหลวงและจวนตระกูลใหญ่ ผู้คนทั้งในตลาดและตรอกซอกซอยล้วนจับกลุ่มพูดคุยเรื่องเดียว “องค์ชายรองจ้าวอี้หลันจะอภิเษกกับคุณหนูใหญ่สกุลเซี่ย” ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นงานมงคลของพระโอรส แต่เพราะเรื่องราวของเซี่ยหรูเยียนแพร่กระจายไปในหมู่คนมานาน ทั้งอดีตที่ถูกทอดทิ้งในอาราม ทั้งความสนิทสนมกับองค์หญิงสาม ทั้งเรื่องการรอดตายราวปาฏิหาริย์ คำว่า ‘ชะตาชีวิตไม่ธรรมดา’ ถูกเอ่ยถึงคู่กับชื่อของนางอยู่เสมอ ยามเช้าในจวนสกุลเซี่ย เรือนของหรูเยียนครึกครื้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี สาวใช้ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาจัดการเครื่องประดับและอาภรณ์ ช่างแต่งหน้ากำลังบรรจงลงแป้งบางๆ ให้กับใบหน้าที่เดิมก็ขาวผ่องอยู่แล้ว หรูเยียนนั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง มือเรียววางบนตักอย่างสงบ ทว่าในใจกลับบังเกิดความตื่นเต้นจนห้ามไม่อยู่ “วันนี้คุณหนูงามมากเจ้าค่ะ” อาเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “หากองค์ชายรองมาเห็น คงพูดไม่ออกแน่” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ เช่นกัน มุ

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   66 ข่าวจากไป๋อัน

    66ข่าวจากไป๋อัน ลมหนาวต้นฤดูโหมแรงทั่วเมืองไป๋อัน ฟ้าครึ้มจนมองเห็นเมฆต่ำเหมือนกำลังจะมีหิมะตก แม้จะยังไม่ถึงฤดูหนาวโดยสมบูรณ์ แต่ในเมืองชายแดนที่กันดารเช่นนี้ ทั้งลมและความเหน็บหนาวมาเยือนเร็วกว่าที่อื่นเสมอ ในเรือนเล็กเซี่ยเหมยหรงกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ ท้องของนางโตจนเรียวแขนต้องโอบประคองตลอดเวลา สายตาของนางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่าราวกับกำลังหาความหวังบางอย่างในผืนฟ้า แต่ก็ไม่เคยพบมันเสียที เสียงฝีเท้าของสาวใช้ทำให้เซี่ยหมยหรงละสายตา “คุณหนูเจ้าคะ มีจดหมายจากเมืองหลวงมาถึงเจ้าค่ะ” เซี่ยเหมยหรงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “จากจวนตระกูลเซี่ยหรือ” “เจ้าค่ะ” นางยื่นมือออกไปรับจดหมายที่จ่าหน้าด้วยลายมือของพ่อบ้าน แม้ยังไม่ได้เปิดอ่าน แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจว่าคงมิใช่ข่าวธรรมดา เซี่ยเหมยหรงแกะผนึกเปิดจดหมาย ดวงตาค่อยๆ กวาดอ่านข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด ใบหน้าที่อ่อนล้าของนางก็แข็งค้าง เซี่ยหรูเยียนจะได้อภิเษกสมรสกับองค์ชายรอง... มือของเซี่ยเหมยหรงสั่นจนกระดาษหลุดจากปลายนิ้วลงพื

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.2 สมรสพระราชทาน

    65.2สมรสพระราชทานอาภรณ์สีเข้มของเขาดูเรียบง่ายกว่าตอนเข้าเฝ้าในท้องพระโรง แต่กลับทำให้ดูอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “องค์ชายรอง” หรูเยียนโค้งคำนับอย่างงดงาม “ยามมืดค่ำเช่นนี้ ไฉนถึงเสด็จมาถึงที่นี่ได้เพคะ” เขามองนางนิ่งไปเพียงชั่วอึดใจ แล้วจึงยกมุมปากขึ้นน้อยๆ “หากใจอยากมาหาเจ้า ต่อให้ค่ำกว่านี้ ข้าก็จะมา” คำพูดเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจของหรูเยียนเต้นแรง นางหลบสายตาเล็กน้อย “เชิญองค์ชายรองด้านใน” ภายในห้องโถงของเรือน เงาไฟจากเชิงเทียนส่องผนังเป็นลายงดงาม อาเหยานำชาร้อนเข้ามาวาง ก่อนถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง จ้าวอี้หลันปล่อยให้ความเงียบอุ่นๆ ลอยอยู่ในห้องครู่หนึ่ง สายตาเขามองใบหน้าของหรูเยียนอย่างเก็บอารมณ์ไม่ได้ทั้งหมด “วันนี้ ได้ยินข่าวหรือยัง” เขาเปิดปากถามอย่างนุ่มนวล หรูเยียนช้อนตามองอย่างงุนงง “ข่าวใดเพคะ” “ดูท่าทางแล้วเจ้ายังไม่รู้จริงๆ” จากนั้นเขาก็หยิบกล่องไม้เล็กที่ห่อด้วยผ้าไหมสีเข้มออกมาจากแขนเสื้อ และวางลงบนโต๊ะระหว่างกันอย่างระมัดระวัง

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.1 สมรสพระราชทาน

    65.1สมรสพระราชทาน หลังการเชื่อมไมตรีระหว่างสองแคว้นผ่านไปอย่างราบรื่น บรรยากาศในวังหลวงก็เบาสบายขึ้นมาก แต่ในหัวใจของชายหนุ่มผู้หนึ่งกลับไม่ได้สงบนิ่งเช่นท้องฟ้าวันนี้ องค์ชายรอง จ้าวอี้หลัน ยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องเขียนในจวนของตน ดวงตาสีหมึกทอดมองกล่องไม้แกะลายผีเสื้อซึ่งวางอยู่บนผ้าไหมสีคราม เขาเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นปิ่นทองประดับหยกผีเสื้อสีอ่อน เนื้อหยกใสคล้ายหยดน้ำตอนรุ่งสาง ปิ่นทองนี้เป็นของที่เขาเคยสั่งช่างฝีมือเอกให้สร้างขึ้นพักใหญ่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของหรูเยียน แต่วันนี้เขามั่นใจแล้วยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น มือใหญ่แตะปิ่นหยกเบาๆ ดวงตาขององค์ชายรองวูบไหวชั่ววูบ ทั้งตื่นเต้น ทั้งตัดสินใจเด็ดเดี่ยว “วันนี้ข้าจะทูลต่อฝ่าบาทให้ทรงพระราชทานสมรสให้ข้าและหรูเยียน” หลังผ่านความเป็นความตายร่วมกัน หลังรู้ความจริงว่านางมีพิษกู่ในร่างตั้งแต่เด็ก หลังเห็นนางร้องไห้เพราะมารดาที่ตายจาก หลังเห็นนางยืนหยัดอยู่ในท้องพระโรงอย่างสง่างาม เขาก็ตระหนักชัดว่านางคือสตรีเพียงคนเดียวที่เขาจะรักไปจนชั่วชีวิต จ้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status