แชร์

บทที่ 17

ผู้เขียน: โมจิหวานน้อย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-22 00:03:28

วันต่อมาการเดินทางกลับเมืองหลวงก็ได้เริ่มต้นขึ้นเฉินหย่งเล่อเลือกที่จะไปนั่งรถม้า เมื่อวานจากนางพูดคำขอออกไปเฉินเทียนอี้ก็เดินออกไปทันทีเขาและนางไม่ได้พูดคุยสิ่งใดอีกเลยตลอดการเดินทาง มีเพียงหยวนอิงที่มาถามไถ่อาการนางหรือถามว่านางต้องการพักหรือไม่เป็นบางครั้ง

เฉินหย่งเล่อเท้าคางมองไปนอกหน้าต่างนางมองไปที่ต้นไม้ข้างทางด้วยสายตาเหม่อลอยมือบางลูบหน้าท้องนูนของนางเบาเบา ในใจนึกถึงใบหน้าเรียบเฉยของเฉินเทียนอี้ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกข้ามากกว่าอำนาจแต่ข้าก็ยังอยากจะลองร้องขอสักครั้ง

"แม่ไม่สามารถเปลี่ยนจุดจบของพวกเราได้จริงจริงหรือ..."

นางพูดกับบุตรของนางที่อยู่ในครรภ์เบา ๆ นางนึกถึงเนื้อหาในนิยายก็รู้สึกหวาดกลัวเฉินเทียนอี้หลังจากก่อกบฏก็กลายเป็นฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในอำนาจจนสุดท้ายถูกพระเอกและพระรองสังหาร ส่วนบุตรสาวที่เป็นนางร้ายก็ฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในความรัก

"เห้อออ ต้องทำเช่นไรข้าถึงจะแก้ไขทุกอย่างก่อนที่ข้าจะจากไป.."

เฉินหย่งเล่อพูดกับตัวเองพลางเหม่อมองท้องฟ้าอีกครั้ง ระหว่างที่แวะพักก็เกิดเรื่องที่น่าแปลกคือเฉินเทียนอี้ได้นำคนติดตามส่วนหนึ่งมุ่งหน้าไปเมืองหลวงก่อนทิ้งให้เฉินหย่งเล่อต้องเดินทางกับหยวนอิงและทหารคุ้มกันแทน

ผ่านไปหลายวันการเดินทางของเฉินหย่งเล่อก็จบสิ้นลงนางเดินลงจากรถม้า นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังหาบางคนเมื่อไม่พบนางจึงตัดสินใจเอ่ยถามหยวนอิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล

"หยวนอิงเทียนอี้เดินทางกลับมาที่จวนแล้วหรือยัง"

"นายท่านเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อนพวกเราหลายวันแล้วขอรับ"

เฉินหย่งเล่อที่ได้ฟังก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินเข้าไปในจวนผ่านสาวใช้และพ่อบ้านที่ยืนต้อนรับอยู่หน้าจวน ร่างบางหยุดชะงักหันไปมองพวกเขาอย่างไม่เชื่อสายตา 

ปกติไม่ใช่ว่าไม่สนใจข้าหรือ? เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากัน?

เวลาผ่านไปหลายชั่วยามเฉินเทียนอี้เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิทบ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้คนในจวนเฉินอาจจะหลับกันหมดแล้ว เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในจวนเฉิน แต่ทันทีที่ย่างกายเข้าไปเขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นพ่อบ้านวิ่งมาทางเขาด้วยท่าทางร้อนรน

"นายท่าน"

"มีอะไรเหตุใดรีบร้อนเช่นนี้"

"ฮะ...ฮูหยินรอนายท่านจนเผลอหลับไปอยู่ที่ศาลาขอรับ"

"........"

พ่อบ้านเมื่อเห็นเฉินเทียนอี้เงียบก็ใจไม่ดี เดิมทีความสัมพันธ์ระหว่างฮูหยินและนายท่านไม่ค่อยดีนักแต่หลังจากกลับมาเห็นนายท่านเรียกพวกข้าไปสั่งสอนให้ปฏิบัติกับนางให้ดีเช่นนายหญิงของจวนเฉินจึงคิดว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว

แต่นายท่านเงียบไม่ตอบเช่นนี้ เกรงว่าข้าคงคิดไปเองนายท่านยังคงไม่ชอบฮูหยินเช่นเดิมสินะ...

"เช่นนั้นให้ทหารอุ้มนายหญิงกลับห้องดีไม่ขอรับ"

"........."

ไม่มีเสียงตอบกลับมา พ่อบ้านตัดสินใจเงยหน้าขึ้นถึงอย่างไรก็ปล่อยฮูหยินไว้เช่นนั้นไม่ได้แต่พอเงยขึ้นก็ถึงกับงงเพราะพบเพียงหยวนอิงที่ยืนอยู่

"นายท่านล่ะ??"

หยวนอิงมองทางที่ไปศาลาริมสระบัว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเพราะหลังจากที่พ่อบ้านรายงานว่าฮูหยินหลับอยู่ที่ศาลา นายท่านก็รีบวิ่งไปทั้งที่ยังฟังไม่จบประโยคด้วยซ้ำ ข้าเริ่มไม่ตกใจกับท่าทีของนายท่านที่มีต่อฮูหยินแล้วสิ..

อีกด้านเฉินเทียนอี้ที่รีบวิ่งมาที่ศาลาริมน้ำเขาชะงักฝีเท้ามองเฉินหย่งเล่อในชุดสีแดงฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ ข้างกายนางมีสาวใช้กำลังยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่ เฉินเทียนอี้เดินเข้าไปในศาลาก่อนจะปรายตามองไปที่สาวใช้ที่ยืนอยู่

"เหตุใดไม่หาผ้าคลุมให้ฮูหยิน หากนางเป็นอะไรไปพวกเจ้าจะรับโทษไหวหรือไม่"

"คะ..คือ"

"คนที่อยู่ที่นี่ไปรับโทษโบยคนละสิบไม้"

เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงเรียบ เขาถอดชุดคลุมไหล่ให้เฉินหย่งเล่อก่อนจะค่อย ๆ อุ้มนางขึ้นเดินผ่านสาวใช้ที่ทรุดเข่าลงกับพื้น เมื่อก่อนพวกนางก็ละเลยฮูหยินเช่นนี้ แม้ตอนฮูหยินตกน้ำแม่ทัพยังไม่เคยสนใจแล้วเหตุใดวันนี้ถึงมีท่าทางรักนางเช่นนั้น

"อืม..กลับมาแล้วหรอ"

เฉินหย่งเล่อที่รู้สึกว่าร่างกายของนางถูกผู้อื่นสัมผัสก็ลืมตาขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังอุ้มนางคือเฉินเทียนอี้ ริมฝีปากบางก็ยกยิ้มก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

"ข้าเสียงดังทำเจ้าตื่นหรอ หลับต่อเถอะ"

"อืม"

นางขานรับเบา ๆ ก่อนจะซบหน้าลงบนอกแกร่งหลับตาลงอีกครั้ง เฉินเทียนอี้อุ้มเฉินหย่งเล่อเข้าไปในห้องก่อนจะเดินตรงไปที่เตียงวางนางลงอย่างแผ่วเบา 

"เจ้าไม่ก่อกบฏได้หรือไม่ ไม่ต้องสนใจอำนาจหรือสิ่งใด"

"ใช้ชีวิตเป็นเพียงแค่เฉินเทียนอี้คนธรรมดาไม่ใช่แม่ทัพเฉิน"

"หลังจากบุตรสาวของเราคลอดออกมา พวกเราก็มอบความรักให้นางปกป้องและเฝ้าดูนางเติบโตเช่นนี้ดีหรือไม่"

"เลือกข้าและลูก แทนอำนาจที่เจ้าต้องการได้หรือไม่..."

เฉินเทียนอี้นึกถึงทำพูดและการกระทำของเฉินหย่งเล่อในวันนั้น พลางเอื้อมมือไปลูบที่ใบหน้าของนางอย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็นแก้วที่หากเขาสัมผัสแรงจะแตกสลาย

"หย่งเล่อข้าในตอนนี้เป็นเพียงเฉินเทียนอี้คนธรรมดาตามที่เจ้าต้องการแล้ว แต่ข้าก็ไม่อาจปล่อยวางทุกสิ่งได้กำลังทหารในมือข้าจำเป็นต้องมีเพื่อปกป้องเจ้าและลูกของเราจากคนละโมบ เจ้าช่วยเข้าใจข้าหน่อยได้หรือไม่..."

เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงเรียบ สาเหตุที่เขาเดินทางล่วงหน้ามาก่อนเพราะต้องการจัดการทุกสิ่งให้เรียบร้อยตำแหน่งแม่ทัพเขาได้คืนไปหมดสิ้น ส่วนอำนาจการทหารเดิมทีมันเป็นของเขาอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องคืน ทำให้ตอนนี้ภายในแคว้นกำลังกระสับกระส่ายเพราะทหารที่เคยปกป้องแคว้นกำลังถอนกำลังตามคำสั่งของเขาทั้งหมด

ข้าเองเดิมทีก็ไม่ใช่คนดีตั้งแต่แรกหากอยากใช้งานคนของข้ามีเพียงต้องแลกเปลี่ยนสิ่งที่มีค่า กองทหารที่ข้าใช้เงินและความสามารถของตัวเองเลี้ยงดูมามีหรือจะยินยอมยกให้ผู้ใดง่าย ๆ ต่อให้ไม่ได้เป็นแม่ทัพหรือขุนนางข้าก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ผู้ที่เป็นฮ่องเต้ของแคว้นนี่สิคงกำลังนั่งไม่ติดเป็นแน่...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 25 [ END ]

    "พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."กึก!!!เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี สวบ!!!ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า""ทะ...เทียนอี้"หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีตลอด

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 24

    หลินอันอันนักเขียวสาวที่มีโปรเจ็กร่วมงานกับการนำนิยายมาทำเป็นหนัง เธอได้ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านความเป็นความตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานส่วนนิยายที่เธอเขียนก็โด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างอิจฉา"กลับมาคืนดีกันนะ ผมขอโทษ"เสียงข้อความขอคืนดีแจ้งเตือนนับร้อยฉบับในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากอดีตคู่หมั้นของหลินอันอันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจหรือสนใจเลยสักนิด ผู้ใดจะรู้ว่าชีวิตที่ทุกคนต่างอิจฉาอยู่ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการเลยสักนิดสองปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ในร่างเดิมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างเฉินหย่งเล่อก็ไม่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกเลย ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันของเธอเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง..."เทียนอี้...หรงหรง....ทุกคนมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"หลินอันอันพูดออกมาเบาเบา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสด้วยแววตาเศร้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เธอที่เป็นนักเขียนจึงต้องแวะเวียนมาดู

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 23

    สี่ปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้คนในเมืองต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น คงมีเพียงคนในจวนเฉินเท่านั้นที่ยังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีแต่พวกเขาเพียงเก็บความเศร้าไว้ในใจและเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"ท่านพ่อ"เสียงเรียกของเด็กสาววัยห้าขวบทำให้เฉินเทียนอี้หันไปทางต้นเสียง เขายกยิ้มออกมามองเฉินฟางหรงบุตรสาวที่น่ารักของเขากำลังวิ่งมาทางเขา เฉินเทียนอี้อ้าแขนรับบุตรสาวก่อนจะอุ้มนางขึ้น"หรงหรง แน่ใจหรือว่าจะเข้าวังไปกับพ่อ""ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะพาข้าไปด้วย"เฉินฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำเอาบิดาที่รักและหลงบุตรสาวยิ่งกว่าดวงใจต้องก้มลงไปฟัดแก้มของนางด้วยความเอ็นดู บ่าวรับใช้และหยวนอิงที่เห็นภาพตรงหน้าจนชินตาก็ทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา "หรงหรงน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ พ่อจะกล้าผิดคำพูดได้เช่นไร""หรงหรงรักท่านพ่อที่สุด"เฉินเทียนอี้ยกยิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินออกจากจวนขึ้นรถม้าไป หยวนอิงส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการหลงบุตรสาวของผู้เป็นนายแต่อีกใจก็รู้สึกขอบคุณเพราะหากไม่มีคุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะมีสภาพเป็นเช่นไรการเดินทางมาที่วังหลว

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 22

    เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน"นั่นอะไร""กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ "ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว""......." เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ""กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยช

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 21

    "หย่งเล่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองสตรีที่เขารักปักใจกำลังนั่นกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางห้องข้างกายของนางมีฉู่ซิงเหยียนยืนอยู่ "เจ้าออกไป ข้าต้องการอยู่กับหย่งเล่อเพียงลำพัง""เพคะ"ฉู่ซิงเหยียนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฉินหย่งเล่อมองอาหารอาบยาพิษตรงหน้าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นความกลัวและเสียใจเกิดขึ้นในใจของนาง ทั้งที่พิษที่อยู่ในร่างกายของนางหายไปหมดแล้วแท้ ๆ แต่นางต้องมาตายด้วยพิษที่ร้ายแรงกว่างั้นหรือ..."หย่งเล่อเจ้าดูซูบผอมลงนะ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ นางมือหนาลูบศีรษะของเฉินหย่งเล่ออย่างทะนุถนอมในใจเอาแต่ขอโทษนางคิดเพียงว่าที่นางผอมเช่นนี้คงตรอมใจที่ถูกกักขังอยู่ในจวนเฉินสินะ"มารหัวขนนั่นทำเจ้าตรอมใจเช่นนี้เลยหรือ หากข้าสังหารมันเจ้าจะดีใจหรือไม่"กึก!!!เฉินหย่งเล่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงัก นางถึงใบหน้าของบุตรสาวก็น้ำตาคลอ"ยะ...หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร"องค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของนางให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบลงหน้าผากของนางเป็นการปลอบประ

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 20

    กาลเวลาผ่านไปหลายเดือนข่าวการชนะศึกขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับตำแหน่งกุนซือรายงานมาถึงเมืองหลวง ชาวเมืองต่างโห่ร้องด้วยความดีใจพร้อมเตรียมการต้อนรับขบวนกองทหารที่กำลังเดินทางกลับมาในอีกหนึ่งเดือน เฉินหย่งเล่อเหม่อมองไปที่สระบัวที่อยู่เบื้องหน้าใบหน้าสวยตอนนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ในมือของนางมีผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดที่นางพึ่งไอออกมา"ฮูหยิน ภาพวาดเสร็จแล้วขอรับ"เสียงของหยวนอิงทำให้นางได้สติ เฉินหย่งเล่อแอบซ่อนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดของนางไว้ในแขนเสื้อก่อนจะปั้นหน้าฝืนยิ้มออกมาหันไปหาหยวนอิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล"นักจิตรกรได้แก้ตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ""ไหนส่งมาให้ข้าดูหน่อย"น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาของนางออกไปรับภาพวาด หยวนอิงเงยหน้ามองผู้เป็นนายหญิงด้วยใจกังวลเพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่เหลือเค้าโครงของสตรีงดงามอีกต่อไปแล้ว"เหมือนยิ่งนัก"ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองภาพวาดสตรีที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่นางคุ้นเคยมาตลอดหลายปีใบหน้าของจริงจริงของนางในโลกแห่งความจริงหลายเดือนมานี้เฉินหย่งเล่อได้ตัดสินใจว่าจะบอกความจริงทุกอย่าง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status