เข้าสู่ระบบบรรยากาศการฉลองยังคงเป็นไปอย่างสนุกสนาน อาหารถูกเอามาเติมอยู่เรื่อย ๆ เบียร์ก็หมดไปทีละขวดสองขวด และเสียงพูดคุยยิ่งดังมากขึ้นเมื่อทุกคนเริ่มเมาเพราะฤทธิ์ของเบียร์ที่ดื่มเข้าไป
และสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ ๆ มีหญิงสาวรูปร่างอวบอ้วนคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าที่เดือดดาล เธอมุ่งหน้ามายังโต๊ะที่พวกเจียงเถาเฟยกำลังนั่งฉลองกันอยู่ ท่าทีฮึดฮัดไม่พอใจของเธอนั้น ทำให้รูปร่างที่อวบอ้วนดูอึดอัดยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อมาถึงเธอก็ยืนตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับส่งสายตามองไปยังเจียงเถาเฟยอย่างไม่สบายใจ
“นี่คุณ กลับมาแล้วทำไมถึงไม่บอกฉันเลยสักคำ เห็นฉันเป็นอะไร ไม่อยากเจอหน้ากันถึงขนาดนั้นเลยเหรอ” เหอเหลียนชิงพูดอย่างไม่พอใจ หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธผสมกับความเหนื่อย
“โธ่...อาชิง ผมก็แค่อยากมีเวลาสังสรรค์กับเพื่อน ๆ เท่านั้น นี่ผมก็เพิ่งกลับมาได้แค่สองสามวันเอง คุณไม่เห็นต้องโกรธอะไรขนาดนี้นี่” เจียงเถาเฟยตอบอย่างหงุดหงิด เขาทำหน้าตาไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร
“คุณคิดเหรอว่าฉันไม่รู้ว่าคุณตั้งใจจะหลบหน้าฉัน ทั้ง ๆ ที่คุณแอบไปพบกับลูกพี่ลูกน้องของฉันมาแล้ว จะว่าไปแล้ว คุณไปพบเธอเป็นคนแรกซะอีก คุณสองคนแอบคบหากันลับหลังฉัน ”
เหอเหลียนชิงพูดอย่างฉุนเฉียว คำพูดนั้นแสดงความอัดอั้นตันใจของเธอเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้เธอสืบมาได้ว่า ระหว่างที่เจียงเถาเฟยไปเรียนต่อที่เมืองนอกนั้น เขาก็ไปกับเหออี้เฉา ลูกพี่ลูกน้องของเธอ
“คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไร” เจียงเถาเฟยถามอย่างตกใจ สีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ทว่าก็ไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด
“ฉันรู้มาปีกว่าแล้ว อีกอย่าง คนอย่างอี้เฉามีหรือจะไม่มาคุยโวโอ้อวดเยาะเย้ยฉัน แค่มองจากท่าทีของอี้เฉา มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว” เหอเหลียนชิงตอบกลับไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ถ้าอย่างนั้นในเมื่อคุณรู้แล้ว ผมก็จะไม่ปิดบังอีกต่อไป พวกเราก็จบกันแค่นี้เถอะ” เจียงเถาเฟยพูดอย่างจริงจัง
“คุณพูดง่าย ๆ อย่างนี้ได้ยังไงกัน” เหอเหลียนชิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว น้ำตาคลอเบ้าทั้งสองข้าง “พวกเราคบกันมาตั้งสิบปี คุณคิดจะบอกเลิกกัน ก็บอกเลิกได้เลยอย่างนี้เหรอ คุณไม่คิดถึงความรู้สึกของฉันบ้างเลยหรือยังไง”
บรรยากาศที่เฮฮาตอนนี้กลับกลายเป็นตึงเครียดแล้ว บรรดาเพื่อนของเจียงเถาเฟยที่กำลังกินดื่มฉลองกันอยู่อย่างสนุกสนาน ก็ถึงกับต้องหยุดชะงักลง และต่างมองมายังเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดีแล้ว พวกเขาต่างก็นิ่งเงียบ ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งหรือพูดอะไรทั้งนั้น
“อาชิง ที่ผ่านมาคุณไม่เคยรู้สึกบ้างเลยเหรอว่า ความสัมพันธ์ของพวกเราน่ะมันจืดจางกันมาตั้งนานแล้ว ที่เรายังอยู่กันถึงทุกวันนี้ ก็เป็นเพียงเพราะว่าความผูกพันเท่านั้น มันไม่ใช่ความรัก” เจียงเถาเฟยพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง
“คุณต่างหาก คุณคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น ฉันยังรักมั่นคงกับคุณมาตลอด แต่ถ้านี่คือสาเหตุที่คุณจะบอกเลิกกับฉันแล้วล่ะก็ อย่าคิดนะว่าฉันจะยอมง่าย ๆ ” เหอเหลียนชิงพูดทั้งน้ำตา น้ำเสียงสั่นเครือเพราะเจ็บแค้นยิ่งนัก
“แล้วจะให้ผมทำยังไง ตอนนี้ผมไม่ได้รักคุณแล้ว คนที่ผมรักคืออี้เฉา ผมว่าพวกเราจบกันแค่นี้เถอะนะ อย่าทำให้เรื่องมันบานปลายเลย ผมขอร้องล่ะ” เจียงเถาเฟยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงคล้ายรำคาญ เขามองหญิงสาวอย่างแน่วแน่ ราวกับว่าจะยืนยันคำพูดของตัวเองให้เธอยอมรับให้ได้
เวลาผ่านไปอีกสิบห้าปี ตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนกับเฟยฟางอี้โตเป็นหนุ่มแล้ว เฟยเจ๋อหยวนรับช่วงต่อกิจการของตระกูลเฟยอย่างที่เฟยเจียงเหลียงวางแผนเอาไว้ ส่วนเฟยฟางอี้ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยในปีสุดท้าย ปีหน้าเขาก็จะออกมาเรียนรู้งานและรับช่วงต่อกิจการของเหอซินหยวนและเฟยหลานเยว่ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เธอเป็นเด็กสาวที่หน้าตาสะสวยจนทุกคนที่ได้เห็นต้องตะลึง เด็กสาวมีความฝันว่าอยากเป็นดารานักแสดง ซึ่งเฟยเจียงเหลียงกับเหอซินหยวนต่างก็สนับสนุนลูกสาวอย่างเต็มที่ เวลาที่มีการรับสมัครนักแสดงทั้งหลาย พวกเขาก็มักจะพาเฟยหลานเยว่ไปสมัครอยู่เสมอค่ำคืนหนึ่ง สมาชิกครอบครัวตระกูลเฟยมานั่งรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องรับประทานอาหาร วันนี้เป็นวันที่เฟยฟางอี้เรียนจบระดับมหาวิทยาลัยพอดี ดังนั้นอาหารเย็นวันนี้จึงเหมือนการเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ ให้กับเขา เมื่อจบอาหารมื้อเย็น ทุกคนก็ออกมานั่งเล่นและจิบชาด้วยกันที่ลานหน้าบ้าน ท่ามกลางแสงจันทร์นวลที่สาดส่องลงมา ทำให้บรรยากาศมีความอบอุ่นมาก“ฟางอี้ นับจากวันนี้ไปก็ถือว่าหลานเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ” เฟยตงที่อยู่ในวัยชราหันไปพูดกับหลานชาย “จะเที่ยวเล่นสนุกสนา
ตอนพิเศษ 2ในที่สุดเหอซินหยวนก็คลอดลูกสาวให้สามีสมใจ เฟยเจียงเหลียงถึงกับกระโดดโลดเต้นอยู่หน้าห้องคลอด เมื่อพยาบาลออกมาบอกว่าครั้งนี้เขาได้ลูกสาว เขาแทบจะวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด เพื่อกอดลูกกับภรรยา แต่ยังดีที่พยาบาลห้ามเอาไว้ก่อนนับตั้งแต่ได้ลูกสาว เฟยเจียงเหลียงเองก็เริ่มทำงานน้อยลงเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่ดูแลภรรยากับลูก ๆ ให้มากขึ้น กิจการของตระกูลเฟยไม่มีอะไรให้เป็นห่วงมากนัก เพราะตอนนี้งานทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้วและคนของเขาแข็งแกร่งพอที่จะสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ หากว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ ก็ไม่ต้องถึงมือของเฟยเจียงเหลียง เหอซินหยวนเองช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับการเลี้ยงลูกเล็ก งานทุกอย่างของเธอจึงตกไปเป็นของเสี่ยวฮวา ตอนนี้เสี่ยวฮวาพัฒนาตัวเองจนเก่งขึ้นมาก สามารถดูแลเรื่องต่าง ๆ แทนเจ้านายได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเวลาผ่านไปห้าปีตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนพี่ชายคนโตอายุได้สิบสองปีแล้ว ส่วนเฟยฟางอี้ก็อายุได้เจ็ดปี และลูกสาวคนสุดท้ายอย่างเฟยหลานเยว่ก็อายุได้ห้าปีเฟยเจ๋อหยวนเป็นพี่ชายที่มีความคิดความอ่านโตกว่าอายุมาก เขาถูกปลูกฝังมาตลอดว่าเขาคือทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลเฟย และมีหน้า
กลับมาถึงบ้านแล้วบทสนทนาก็ยังไม่จบ สองสามีภรรยายังคงพูดคุยกันถึงเรื่องความหลังเมื่อครั้งวันวานกันอยู่ เหอซินหยวนพูดถึงตอนที่เฟยตงไปรับตัวเธอให้มาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฟยแห่งนี้ให้เฟยเจียงเหลียงฟัง ส่วนเฟยเจียงเหลียงเองก็เล่าเรื่องตอนที่เขาพบเธอครั้งแรกให้เธอฟังเช่นกันทั้งสองเดินเข้ามาในห้อง และทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างผ่อนคลาย“พี่รู้ไหมว่าตอนที่ฉันรู้ข่าวว่าพ่อของฉันขายฉันให้แต่งงานกับพี่น่ะฉันโมโหขนาดไหน” เหอซินหยวนพูดยิ้ม ๆ พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเธอก็อดที่จะหัวเราะให้กับการกระทำของตัวเองในวันนั้นไม่ได้“ยังไงเหรอ เล่าต่อสิ” เฟยเจียงเหลียงเบิกตาโต แล้วหันหน้ามาตั้งใจฟัง“ตอนนั้นฉันโกรธพ่อของฉันมาก และฉันยื่นคำขาดว่ายังไงก็ไม่มีทางแต่งกับคนที่ไม่รู้จักเด็ดขาด แล้วก็ยังยืนยันอีกด้วยว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ให้เอง” เหอซินหยวนพูดถึงความหลังด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม“ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่ก็คงไม่ได้พบกับภรรยาคนสวยของพี่แล้วล่ะสิ” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างหยอกล้อ “แล้วยังไงต่อล่ะ”“ฉันน่ะถึงขั้นหนีออกจากบ้านเลยนะ” เหอซินหยวนเล่าต่อ “ฉันหนีขึ้นไปบนเขา ไปอยู่ตรงที่ดินของปู่กับย่า ที่นั่นมีกระท่อมร้างอยู่ ฉ
ตอนพิเศษ 1เย็นวันหนึ่งของฤดูหนาว หิมะที่ด้านนอกตกหนัก ทำเอาคนที่ด้านในหนาวจนร่างกายสั่นสะท้าน เหอซินหยวนนั่งอยู่ในห้องทำงานที่โรงงานใหญ่ของบริษัทซินเฟยกรุ๊ปในกรุงปักกิ่ง บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารและอาหารตัวอย่าง ที่วางเรียงรายเต็มไปหมด แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้แตะต้องอาหารเหล่านั้นเลยสักนิดเฟยเจียงเหลียงที่เพิ่งเลิกการประชุมที่ตึกกิจการตระกูลเฟย ก็รีบมาหาภรรยาที่โรงงานทันที ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าภรรยาจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนลืมกินอาหารเย็น เขามาพร้อมกับน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ของโปรดของภรรยา เมื่อมาถึงก็งุนงงเล็กน้อยที่เห็นอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ“นี่อะไรกัน อาหารมากมายเต็มไปหมด ยังไม่เห็นแตะสักคำเลยนี่ พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าทำงานหนักได้ แต่ว่าก็ต้องกินข้าวด้วย” เฟยเจียงเหลียงมาถึงก็บ่นภรรยายกใหญ่ที่ไม่ดูแลตัวเอง“ของพวกนี้เป็นอาหารตัวอย่างค่ะ พ่อครัวใหญ่เอามาให้พวกเราชิมน่ะค่ะ พี่มาพอดีเลย จะได้ชิมด้วยกัน” เหอซินหยวนพูดขึ้นมายิ้ม ๆ เธอยื่นตะเกียบคู่หนึ่งให้สามี“มีอะไรบ้างเนี่ย” เขารับตะเกียบมาแล้วถามขึ้น“จานนี้เป็นข้าวผัดธัญพืช เป็นอาหารอิงหลักโภชนาการสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แต่ว่าคนทั่วไปที่ร
“ไม่เป็นไรหรอก” เหอฟงตอบกลับมา “ที่ร้านยาน่ะมีอาเจียงกับอาหว่านดูแลอยู่แล้ว เพียงแค่เขาเขียนจดหมายมารายงานพ่อทุกสัปดาห์ก็ไม่เป็นไรแล้ว อาเจียงกับอาหว่านไว้ใจได้” เขาพูดอย่างสบายใจ“งั้นถ้าพ่อสบายใจ และทางนั้นไม่มีปัญหาก็ไม่เป็นไรค่ะ” เหอซินหยวนบอกยิ้ม ๆเหอฟงอุ้มหลานชายเดินไปเดินมาในห้อง จู่ ๆ ฟางอี้น้อยก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา เหอฟงทำตัวไม่ถูกเขารีบเขย่าหลานชายยกใหญ่ แล้วพูดปลอบให้หลานชายหยุดร้อง“พ่อส่งลูกมาให้ฉันเถอะค่ะ ได้เวลากินนมแล้ว” เหอซินหยวนบอกกับพ่อของตัวเอง และเอื้อมมือออกไป“อ้อ...จริงสิ พ่อไม่ได้เลี้ยงเด็กมานาน ลืมไปเลยว่าเขาต้องกินนมเป็นเวลา” เหอฟงพูดพลางยื่นหลานชายในมือให้เหอซินหยวนเพียงไม่กี่วัน เหอซินหยวนก็ได้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน เฟยเจียงเหลียงยังทำหน้าที่ดูแลภรรยาเช่นเคย เขาถึงขั้นไล่คนขับรถลงแล้วตัวเองขึ้นไปขับแทน เพราะกลัวว่าคนขับรถจะขับไม่ระวัง แล้วเหอวินหยวนกับเฟยฟางอี้จะได้รับการกระทบกระเทือน คนทั้งบ้านต่างก็หัวเราะเขาและบอกว่าเขาดูจะเป็นกังวลมากเกินไปกลับมาที่บ้านตระกูลเฟยแล้ว เฟยตงก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานชายตัวน้อยกันภายในครอบครัว งานนี้เป็นงานเลี้ยงท
ทายาทคนที่สองกลับมาถึงบ้าน คนทั้งคฤหาสน์ก็ร้องเฮกันยกใหญ่“ตระกูลเฟยมีข่าวดีอีกแล้ว นายหญิงน้อยกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง” อาตวนประกาศเสียงดัง“จริงเหรอ ดีจังเลย” ทุกคนพูดอย่างยินดี ไม่ว่าใครก็ดีใจทั้งนั้น และคนที่ดีใจที่สุดก็ไม่พ้นเฟยเจียงเหลียง“คราวนี้ฉันอยากได้ลูกสาวบ้าง ฉันอยากอุ้มลูกสาวตัวเล็ก ๆ หน้าตาน่ารัก ๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วคฤหาสน์” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างดีใจเฟยตงเองก็ดีใจไม่แพ้กัน เขาให้คนจัดหาของขวัญชิ้นใหญ่ให้เหอซินหยวน ในฐานะที่มีทายาทให้แก่ตระกูลเฟยอีกคนเฟยเจ๋อหยวนเองก็ดีใจมากที่จะมีน้อง เขาอยากมีน้องสักคนมาวิ่งเล่นด้วยกันตั้งนานแล้ว เพราะนอกจากลูกชายของเฟยเจียงซูที่นาน ๆ มาครั้ง ที่บ้านก็ไม่มีใครวิ่งเล่นด้วยอีก คุณปู่เองก็วิ่งตามเขาไม่ทัน“แม่ครับ แล้วน้องจะออกมาเมื่อไร” เฟยเจ๋อหยวนถามขึ้น ดวงตากลมแป๋วจ้องมองท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยของแม่อย่างสงสัย“ต้องรออีกเจ็ดเดือน เดี๋ยวน้องก็ออกมา” เหอซินหยวนตอบอย่างอ่อนโยน“เจ็ดเดือน” เด็กชายยกมือขึ้นมานับนิ้ว แล้วพูดขึ้น “โห...นานเหมือนกันนะครับ”“ไม่นานหรอก เจ็ดเดือนสำหรับแม่ก็แค่แป๊บเดียว สำหรับลูกก็แค่ปิดเทอมหน้า” เ







