INICIAR SESIÓNฮูหยินเว่ยกำลังคุยกับฉินมามาคนรับใช้ข้างกายอยู่ในห้องอย่างเงียบๆ รอคอยข่าว แต่ไม่คิดว่าสิ่งที่นางรอคอยกลับเป็นการที่จ้าวเสวี่ยถูกแบกกลับมาพร้อมกับสีหน้าของจ้าวซิ่นที่ซีดเผือด
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ฮูหยินเว่ยรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ตวาดถามเสียงดัง
เฉินมามารีบเดินไปข้างหน้า เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่ริมสระให้ฟังอย่างรวดเร็ว
ฮูหยินเว่ยเบิกตากว้าง อยากจะเข้าไปตบหน้าจ้าวเสวี่ยสักฉาด “มีคนอื่นเห็นอีกหรือไม่?”
“วันนี้มีคนมาเอาน้ำเยอะมาก คนที่อยู่ริมสระเห็นกันหมดเลย”
ฮูหยินเว่ยโกรธจนตัวสั่น นางวางแผนที่จะจัดการกับจ้าวเยี่ยนเจียวและจางเจิ้งเหอ แต่ไม่คาดคิดว่าตอนนี้กลับถูกจ้าวเสวี่ยตลบหลังเอาคืน
ด้วยความโกรธที่พุ่งพล่านอยู่ในใจ นางหยิบถ้วยชาบนโต๊ะสาดใส่จ้าวเสวี่ยที่นอนอยู่บนพื้นอย่างแรง
จ้าวเสวี่ยที่แสร้งทำเป็นหมดสติ จู่ๆ ก็ถูกน้ำร้อนสาดเข้าที่หน้า ทำให้นางตกใจจนตาเบิกโพลง
ฮูหยินเว่ยเห็นนางลืมตาขึ้น ก็เดินเข้าไปกระชากอย่างแรง “นังเด็กสารเลว หน้าไม่อาย กล้าใช้เล่ห์เหลี่ยมกับข้าอย่างนั้นหรือ!”
จ้าวเสวี่ยใบหน้าซีดเผือด เมื่อเผชิญหน้ากับการดุด่า นางทำได้แค่แกล้งทำเป็นไร้เดียงสาไม่ยอมรับว่าตัวเองวางแผนไว้ นางก้มลงคุกเข่าทันที ร้องไห้แก้ตัว “ท่านน้าสะใภ้ เป็นความผิดของเสวี่ยเอ๋อร์เอง เสวี่ยเอ๋อร์เมื่อวานนอนไม่หลับ พอไปถึงริมสระก็รู้สึกวิงเวียน ทำให้ยืนไม่มั่นคงจึงลื่นตกลงไปในสระน้ำ ทำให้คุณชายรองเว่ยเสียชื่อเสียง เป็นความผิดของเสวี่ยเอ๋อร์ ความผิดทั้งหมดเป็นของเสวี่ยเอ๋อร์เอง ขอท่านน้าสะใภ้อย่าได้โกรธเสวี่ยเอ๋อร์เลยนะเจ้าคะ”
“หุบปาก! ห้ามเจ้าพูดถึงตระกูลเว่ย!” ฮูหยินเว่ยโกรธเกรี้ยวยกเท้าขึ้น สาวใช้ของจ้าวเสวี่ยเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปปกป้องเจ้านายของตัวเอง รับฝ่าเท้าครั้งนี้ไปเต็มๆ
“ฮูหยินอย่าเพิ่งโกรธเลยเจ้าค่ะ” เฉินมามารีบปลอบ “ในวัดผู่ถัวมีคนมากมาย อย่าให้คนอื่นมาหัวเราะเอาได้ รีบกลับจวนให้ฮูหยินผู้เฒ่าจัดการเถอะเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าจะจัดการอะไรได้ ฮูหยินเว่ยโกรธจนเจ็บปวดไปทั้งใจ แค่คำว่าชื่อเสียงเสียหาย ก็สามารถทำให้จ้าวเสวี่ยแต่งงานกับเว่ยอวี่คุนได้แล้ว ด้วยฐานะของจ้าวเสวี่ยแล้ว นางไม่คู่ควรเลยสักนิด ไม่ต้องพูดถึงว่านางยังวางแผนที่จะให้บุตรสาวของตัวเองแต่งงานเข้าตระกูลเว่ยเพื่อผูกสัมพันธ์อีก
“จ้าวสี่?!” จู่ๆ ฮูหยินเว่ยก็นึกถึงจ้าวเยี่ยนเจียวขึ้นมา ความโกรธก็เพิ่มขึ้นอีก นี่เป็นความผิดของเด็กคนนี้ “จ้าวสี่ไปไหนแล้ว?”
จ้าวเสวี่ยที่ถูกสาวใช้ปกป้องอยู่ในอ้อมแขนก็ร้องไห้ออกมาอย่างอ่อนแอ ตอบว่า “น้องสี่ไม่ได้ไปที่ริมสระเจ้าค่ะ นางตั้งใจจะล่อให้คุณชายรองไปที่เขาหลังวัด แล้วขอให้น้าสะใภ้ไปตามหาในวันพรุ่งนี้”
ได้ยินดังนั้น จ้าวซิ่นที่เงียบอยู่ก็โกรธขึ้นมา นางเค้นเสียงพูดรอดไรฟันอย่างขุ่นเคืองว่า “จ้าวสี่คนหน้าไม่อาย ทำเรื่องที่น่าขายหน้าแบบนี้! ไปตามหา! เอาตัวจ้าวสี่กลับมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
“เดี๋ยวก่อน!” ฮูหยินเว่ยห้ามไว้ นางคิดอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเรื่องของจ้าวเสวี่ยกับเว่ยอวี่คุนไม่สามารถปิดบังได้แล้ว แต่ถ้าจ้าวเยี่ยนเจียวก่อเรื่องอื้อฉาวที่ใหญ่โตกว่านี้ล่ะ? อาจสามารถทำให้เรื่องนี้เบาลงได้ เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องก็จะคลี่คลาย “ไม่ต้องไปตามหา รอ! รอจนถึงวันพรุ่งนี้”
“ท่านแม่เจ้าคะ!” จ้าวซิ่นร้องอย่างไม่เชื่อหู “นี่คือชื่อเสียงของตระกูลจ้าวนะเจ้าคะ”
“หุบปาก!” ฮูหยินเว่ยกำลังปวดหัวกับเรื่องที่จ้าวเสวี่ยก่อขึ้น นางไม่เหลือแรงที่จะรับมือกับบุตรสาวที่เอาแต่ใจของตัวเองแล้ว
จ้าวซิ่นถูกตะคอกใส่ นางก็ได้แต่กระทืบเท้าด้วยความโกรธ
ในวัดผู่ถัวกำลังวุ่นวาย แต่จ้าวเยี่ยนเจียวกลับไม่รู้เรื่องอะไร
หลังจากพบฉินเยว่แล้ว จินจื่อก็มาแจ้งข่าวกับนางว่าเจอจางเจิ้งเหอแล้ว นางก็หยิบถุงผ้าขึ้นมา พาเขาเดินไปที่เขาหลังวัดอย่างมีความสุข
“คุณชายรอง!” หลี่ต้าจ้วงถูกทิ้งไว้ข้างหลังรู้สึกไม่สบายใจ
“ไม่เป็นไร” จางเจิ้งเหอเดินตามจ้าวเยี่ยนเจียวไปตามทางเดินบนภูเขา เขาไม่ได้ถามว่านางจะพาเขาไปที่ไหน แค่เดินตามไปเงียบๆ
“ทางมันชัน ท่านต้องระวังหน่อย อย่าให้ล้ม” จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ลืมที่จะหันกลับไปมองเขา แต่นางก็เผลอสะดุดเสียเอง เซถอยหลัง
จางเจิ้งเหอรีบก้าวไปข้างหน้าใช้ร่างกายของตัวเองรับนางไว้ “อย่าเอาแต่หันมามองข้า ระวังตัวเองด้วย”
นางหันกลับมา ยิ้มให้เขาจนตาปิด ยืนตัวตรงแล้วตบถุงผ้าในมือ “ข้าไม่เป็นไร เดินอีกหน่อยก็ถึงแล้ว ถ้าท่านเหนื่อยก็บอกข้าได้เลย ข้าจะอุ้มท่านไปเอง”
รอยยิ้มบนใบหน้าของจางเจิ้งเหอแข็งค้างไปเล็กน้อย พอรู้สึกตัวก็รีบกล่าวว่า “ข้าเดินเองได้”
“ท่านไม่ต้องอาย” นางหัวเราะ “ใช่ว่าข้าจะไม่เคยอุ้มท่านเสียหน่อย”
ถึงแม้เขาจะชอบนิสัยที่ตรงไปตรงมาของนาง แต่การถูกนางอุ้มถือเป็นการทำร้ายศักดิ์ศรีของเขา “ครั้งหน้าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่าอุ้มข้าในท่าเจ้าสาวอีก เข้าใจหรือไม่?”
จ้าวเยี่ยนเจียวพยักหน้า “เข้าใจ เข้าใจ แต่ถ้าท่านหมดแรงไปจะทำอย่างไร? ร่างกายของท่านไม่ดีขนาดนี้ ข้าปล่อยให้ท่านตายไม่ได้หรอก”
จางเจิ้งเหอถึงกับกุมขมับ “จริงๆ แล้วร่างกายของข้าไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก”
“ข้าเข้าใจ” นางพยักหน้าอย่างขันแข็งอีกครั้ง “ข้าจะพยายามทำให้ท่านมีความสุข จะหาทางให้ท่านมีชีวิตยืนยาวให้ได้”
ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ
“เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป
ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา
ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร
คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร
ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม







