เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร

เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร

last updateLast Updated : 2026-08-22
By:  SixFourTwoUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
137Chapters
855views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ลู่หลิน นักอนุรักษ์สาวที่ถูกดึงข้ามมิติมาพร้อมกับระบบ 642 ต้องแบกรับหน้าที่เพียงหนึ่งเดียวในทวีปสัตว์อสูร ภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จมาพร้อมกับความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผนึกนับพันปีเพื่อรอคอยให้เธอมาพบกับเขา

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ภายในห้องแล็บอนุรักษ์วัตถุโบราณของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่เงียบสนิท

มีเพียงเสียงแปรงขนอ่อนที่ค่อย ๆ ปัดผ่านผิวเซรามิกเก่าแก่เท่านั้น

ไป๋ลู่หลินนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่สวยจดจ่ออยู่กับแจกันโบราณยุคราชวงศ์ที่ล่มสลาย

มือเล็กขยับอย่างระมัดระวังราวกับกำลังสัมผัสสิ่งล้ำค่า

ในสายตาของคนทั่วไป แจกันใบนี้เป็นเพียงวัตถุเก่าเก็บที่มีฝุ่นเกาะตามกาลเวลา

แต่ในสายตาของลู่หลิน มันแตกต่างออกไป

เธอมองเห็นเขม่าสีเทาจาง ๆ เกาะติดอยู่ตามรอยแตกร้าวบนผิวเซรามิก ราวกับคราบสกปรกบางอย่างที่ฝังลึกอยู่ภายในตัววัตถุ

มันไม่ใช่ฝุ่นธรรมดา แต่มันคือร่องรอยพลังงานที่หลงเหลือมาจากเจ้าของเดิม

ลู่หลินมีสัมผัสพิเศษติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เธอไม่ได้เห็นผีเป็นรูปร่าง แต่สามารถมองเห็นคราบพลังงานที่ติดอยู่กับสิ่งของได้

ของบางชิ้นสะอาดบริสุทธิ์จนแทบเปล่งประกาย ขณะที่บางชิ้นกลับเต็มไปด้วยหมอกสีดำหม่นชวนให้อึดอัด

และส่วนใหญ่... สิ่งของที่มีคราบสีดำหนาแน่น มักนำพาเรื่องเลวร้ายมาให้เจ้าของเสมอ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอเคยสัมผัสแหวนโบราณวงหนึ่ง แล้วเห็นภาพเลือดสีแดงฉานกระจายเต็มห้องจัดแสดง

สามวันหลังจากนั้น เกิดเหตุโคมไฟตกใส่นักท่องเที่ยวจนบาดเจ็บหนักตรงจุดเดียวกับที่เธอเห็นภาพพอดี

นับจากวันนั้น ลู่หลินก็ยิ่งระมัดระวังกับสิ่งสกปรกที่คนอื่นมองไม่เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่เพราะเหตุนี้เอง เธอจึงกลายเป็นคนประหลาดในสายตาคนรอบตัว

“เธอยังขัดอีกเหรอ มันสะอาดแล้วนะ”

เสียงของเพื่อนร่วมงานดังขึ้นจากอีกมุมห้อง

ลู่หลินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ

“อื้อ... เหลืออีกนิดเดียวเอง”

อีกฝ่ายมองเธอเหมือนอยากพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็เพียงถอนหายใจแล้วเดินออกไป

ลู่หลินก้มหน้ากลับมาทำงานเงียบ ๆ ตามเดิม

เธอชินแล้วกับสายตาแบบนั้น หลายคนแอบเรียกเธอลับหลังว่า พวกย้ำคิดย้ำทำ บ้างก็ว่าประสาทบ้าง

เพราะเธอมักขัดทำความสะอาดวัตถุเดิมซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่มันดูสะอาดสำหรับคนทั่วไปแล้ว

แต่ไม่มีใครรู้เลย... ว่าถ้าหากเธอยังมองเห็นคราบสีดำพวกนั้น เธอก็ไม่อาจปล่อยผ่านมันไปได้จริง ๆ

หลังเลิกงาน ลู่หลินเดินทางกลับคอนโดด้วยรถประจำทางเหมือนทุกวัน

ฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่ช่วงเย็น ท้องฟ้ามืดครึ้มจนผู้คนต่างรีบกลับบ้านกัน

ระหว่างทางเธอแวะร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ หน้าสถานีรถเมล์ เธอเลือกซื้อเค้กปอนด์ชิ้นเล็กกลับไปด้วยหนึ่งกล่อง

“สุขสันต์วันเกิดนะคะ”

พนักงานพูดยิ้ม ๆ หลังเห็นวันเกิดจากแต้มสมาชิก

ลู่หลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบบางเบา

“ขอบคุณค่ะ”

และนั่นก็เป็นคำอวยพรวันเกิดเพียงคำเดียวที่เธอได้รับในวันนี้

20:00 น. ภายในคอนโดชั้นยี่สิบสอง บรรยากาศเงียบงันเหมือนทุกคืน

หลังจากเธออาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนตัวโปรด ลู่หลินก็นำเค้กก้อนเล็กมาวางบนโต๊ะหน้าโซฟา

ภายนอกหน้าต่าง ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ เสียงฟ้าร้องดังครืนจนกระจกสั่นเบา ๆ

ลู่หลินนั่งอยู่เพียงลำพังท่ามกลางห้องกว้าง

วันนี้เป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบสองปีของเธอ ชีวิตหลังเรียนจบของเธอไม่ต่างจากวงกลมเดิม ๆ

ทำงาน กลับบ้าน ใช้ชีวิตคนเดียว เรียบง่าย... และเงียบเหงาเสียจนบางครั้งก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงตัวเธอคนเดียว

ลู่หลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง หน้าจอยังคงว่างเปล่า ไม่มีข้อความใหม่ ไม่มีสายโทรเข้า แม้แต่แจ้งเตือนจากกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนก็ไม่มี

เธอหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง ก่อนจะปักเทียนเล่มเล็กลงบนเค้ก

แสงเทียนสั่นไหวท่ามกลางความเงียบ

“สุขสันต์วันเกิดนะตัวเรา...”

เธอพึมพำเบา ๆ

“ปีนี้ก็ขอให้มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นบ้างเถอะ... แค่เรื่องเดียวก็ยังดี”

ทันใดนั้นเอง…

เปรี้ยง!!!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวจนห้องทั้งห้องสะเทือน

ลู่หลินสะดุ้งสุดตัว แสงไฟในห้องดับวูบลงทันที

“ว้าย!”

เธอลนลานคว้ามือถือขึ้นมา แต่ยังไม่ทันเปิดไฟฉาย เสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เปรี้ยง!!!

คราวนี้แสงสีขาวสว่างจ้าพลันวาบเข้ามาทางระเบียงราวกับสายฟ้าฟาดลงตรงหน้า

ลู่หลินเบิกตากว้าง ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนหายไปด้วยแสงสีขาวโพลน

ร่างกายของเธอเหมือนถูกกระชากผ่านอุโมงค์มืดมิดไร้จุดสิ้นสุด

หนักอึ้ง… และ หนาวเย็น… แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง

...

เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง

สัมผัสแรกคือความนุ่มของพื้นหญ้าใต้ฝ่ามือ และกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของดอกไม้ป่าที่ลอยเข้ามาในอากาศ

ลู่หลินค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นด้วยอาการมึนงง

ภาพตรงหน้าไม่ใช่เพดานห้องคอนโดอีกต่อไป แต่เป็นท้องฟ้าสีครามสดใสที่มีหมู่เมฆสีขาวลอยเอื่อยเหนือยอดไม้สูงเสียดฟ้า

สายลมอุ่นพัดผ่านใบหน้าเบา ๆ เสียงนกร้องดังมาจากที่ไกล ๆ

“ที่นี่... ที่ไหน?”

ลู่หลินเบิกตากว้างพลางมองไปรอบตัว

ป่าขนาดมหึมารายล้อมเธอเอาไว้ ต้นไม้แต่ละต้นสูงใหญ่จนแทบมองไม่เห็นปลายยอด ราวกับป่าดึกดำบรรพ์ที่ไม่มีทางมีอยู่ในโลกปัจจุบันอย่างแน่นอน

หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นทีละนิด

“เดี๋ยวนะ... ฉันไม่ได้อยู่ที่คอนโดเหรอ?”

ทันใดนั้นเอง

ติ๊ง!

[“ยืนยันโฮสต์ ไป๋ลู่หลิน… เริ่มการถ่ายโอนข้อมูล”]

ลู่หลินสะดุ้งสุดตัว รีบหันมองรอบด้านทันที

“ใครพูดน่ะ!”

แต่รอบตัวเธอกลับว่างเปล่า

[“ถ่ายโอนข้อมูลสำเร็จ… ระบบ 642 ยินดีต้อนรับโฮสต์”]

“ระบบเหรอ...?”

เธอทวนคำอย่างงุนงง แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงบางอย่างก็พลันดังแหวกอากาศลงมาจากด้านบน

ฟึ่บ!

โครม!!!

ร่างขนาดใหญ่ตกลงมากระแทกพื้นไม่ไกลจากจุดที่เธอยืนอยู่ ฝุ่นดินฟุ้งกระจายทันที

ลู่หลินสะดุ้งเฮือก รีบคว้าท่อนไม้ใกล้ตัวขึ้นมากอดไว้แน่น หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกจากอก

“อย่าเข้ามานะ! ฉัน... ฉันมีอาวุธนะ!”

เธอมองไปที่ร่างนั้นอย่างระแวง แต่ร่างนั้นกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย

หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ลู่หลินจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างระแวดระวัง

เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง เธอก็ชะงักไปทั้งตัว ผู้ชายคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่บนพื้น

เขามีเส้นผมสีทองสว่างราวกับทองคำแท้กระจายอยู่บนพื้นหญ้า ใบหน้าคมคายงดงามจนเกินจริง แม้จะซีดเซียวจากการเสียเลือด แต่กลับยังดูสูงส่งราวกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกมนุษย์

และสิ่งที่ทำให้เธอแทบลืมหายใจคือ ปีกสีเงินขนาดใหญ่ที่แผ่อยู่ด้านหลังของเขา

“หล่อจัง...”

คำพูดหลุดออกจากปากเธออย่างไม่รู้ตัว

ลู่หลินรีบส่ายหัวแรง ๆ เรียกสติกลับมา ก่อนจะคุกเข่าลงข้างกายเขาอย่างลนลาน

“มะ... ไม่ใช่สิ! เขาบาดเจ็บอยู่นะ!”

เธอเอื้อมมือไปแตะปลายจมูกของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง

“ยังหายใจอยู่นี่...”

เสียงถอนหายใจโล่งอกหลุดออกจากริมฝีปากทันที

แต่เมื่อเห็นเลือดจำนวนมากที่ไหลออกจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ สีหน้าของเธอก็ซีดลงอีกครั้ง

[“ยินดีด้วย! คุณได้เปิดใช้งานภารกิจแบบสุ่ม”]

[“โปรดช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ… เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น คุณจะได้รับรางวัลอันล้ำค่า”]

“เดี๋ยวก่อนนะ! ภารกิจอะไร...”

ลู่หลินยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเลือดอุ่น ๆ ของเขาซึมออกมาไม่หยุด

‘เอาเถอะ... จะภารกิจอะไรก็ช่าง แต่ตอนนี้ต้องช่วยคนก่อน!’

เธอรีบฉีกชายเสื้อของอีกฝ่ายออกด้วยมือสั่น ๆ พลางพึมพำขอโทษไม่หยุด จากนั้นจึงพยายามพันแผลห้ามเลือดให้เขาอย่างทุลักทุเล

“อดทนหน่อยนะคุณทูตสวรรค์...”

ลู่หลินพูดเสียงสั่น ทั้งที่ตัวเองก็แทบร้องไห้อยู่แล้ว

“ฉันจะช่วยคุณเองนะ”

เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก หลังจากที่เธอใช้ชายเสื้อคลุมสีดำของคนตรงหน้ามาพันแผลให้เขาจนดูหนาเตอะ

แม้มือจะยังสั่นไม่หาย แต่เธอก็ยิ้มออกมาอย่างซื่อ ๆ เมื่อเห็นว่าเลือดเริ่มหยุดไหลแล้ว

สายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับหน้าอกที่เปิดกว้างของเขา

นอกเหนือจากมัดกล้ามที่เรียงตัวสวยสมบูรณ์แบบแล้ว

ตรงตำแหน่งหัวใจยังมีรอยสักจาง ๆ รูปวิหคสยายปีกที่ดูสง่างามพาดอยู่ และข้างรอยสักนั้นมีดาวดวงเล็ก ๆ สี่ดวงประดับเคียงกัน

“รอยสักเหรอ... มีดาวด้วย น่ารักจัง”

เธอพึมพำพลางใช้นิ้วจิ้มลงไปเบา ๆ อย่างลืมตัว

ทันใดนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ติ๊ง!

[“การรักษาเบื้องต้นเสร็จสิ้น ภารกิจเสร็จสมบูรณ์… ของรางวัลถูกส่งมอบแล้ว โฮสต์โปรดรับของรางวัลด้วย!”]

ตุบ!

ถุงผ้าขนาดกลางที่ทำจากหนังสัตว์ตกลงมาใส่มือของเธอพอดี ลู่หลินรีบเปิดดูด้วยความตื่นเต้นปนสงสัย

“ของรางวัลเหรอ... มีอะไรอยู่ข้างในบ้างนะ”

ของรางวัลภายในถุงถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ มีเชื้อจุดไฟ กระบอกน้ำ และหนังสือปกหนังเก่า ๆ เล่มหนึ่ง

ลู่หลินหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านทันที

“คู่มือการใช้ชีวิตใน... ทวีปสัตว์อสูรเหรอ”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างขณะไล่อ่านเนื้อหาในหนังสือ โลกแห่งนี้คือดินแดนของเหล่าสัตว์อสูรที่วิวัฒนาการมาจากสัตว์ป่า จนสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์และมีพลังเหนือธรรมชาติ

แต่เมื่ออ่านข้อความถัดมา ก็ทำให้เธอแทบสำลักลมหายใจตัวเอง

‘เนื่องจากจำนวนตัวเมียในทวีปมีน้อยมาก ตัวเมียส่วนใหญ่จึงได้รับการปกป้องและมักมีคู่ครองตัวผู้หลายคนเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์’

“หะ... หลายคนเหรอ?” ใบหน้าของเธอร้อนวูบขึ้นมาทันที

“นี่มันโลกอะไรกันเนี่ย...”

ลู่หลินรีบปิดหนังสือแล้วกอดมันไว้แน่นอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะเผลอเหลือบมองสัตว์อสูรตรงหน้าอีกครั้ง

เส้นผมสีทองของเขาสะท้อนแสงแดดจนดูเหมือนทองคำจริง ๆ ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งหล่อจนเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาด

“ไม่ได้ ๆ ลู่หลิน ตั้งสติหน่อยสิ!”

เธอตบแก้มตัวเองเบา ๆ แล้วรีบเก็บหนังสือลงถุงตามเดิม

ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการเอาชีวิตรอดต่างหาก

ลู่หลินหยิบกระบอกน้ำขึ้นมาดื่ม ก่อนจะเริ่มสำรวจพืชรอบ ๆ ตามข้อมูลในหนังสือ

“อย่างน้อยอากาศที่นี่ก็ดีกว่าโลกเดิมตั้งเยอะเลยนะ...”

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าสีสดใส ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

“แต่คืนนี้ฉันจะนอนที่ไหนล่ะ”

เธอหันกลับมามองคนเจ็บอีกครั้ง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เพื่อจัดท่านอนให้เขาสบายขึ้น

ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วแตะลงบนรอยสักรูปวิหคและดาวทั้งสี่ดวงนั้น

วูบ!

แสงสีทองนวลพลันสว่างขึ้นจากรอยสักทันที

“กะ... เกิดอะไรขึ้น”

ลู่หลินสะดุ้งตกใจ แสงสีทองไหลไปตามเส้นเลือดบนร่างของเขา ก่อนจะรวมตัวกันตรงบาดแผลที่หัวไหล่ ใต้ผ้าพันแผลที่เธอทำไว้ บาดแผลเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว

แม้แต่ปีกสีเงินขนาดใหญ่ที่เคยหักพับอยู่ข้างกายก็เริ่มขยับ พร้อมเสียงกรอบแกรบคล้ายกระดูกกำลังเชื่อมเข้าหากัน

“นี่มัน... เวทมนตร์เหรอ”

เธอได้แต่มองตาค้าง

เมื่อแสงค่อย ๆ จางลง สัตว์อสูรตรงหน้าก็ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมอ

ส่วนดาวทั้งสี่ดวงบนอกของเขากลับเปล่งประกายสีเงินชัดเจนกว่าเดิม

ติ๊ง!

[“ตรวจพบสภาวะพันธะชั่วคราวระหว่างโฮสต์และเป้าหมาย”]

[“คำเตือน โปรดระวังการสัมผัสโดยตรง หัวใจของสัตว์อสูรตัวผู้มักอ่อนไหวต่อสัมผัสของตัวเมียบริสุทธิ์”]

“พันธะอะไรนะ”

ลู่หลินเอียงคออย่างงุนงง

“ฉันแค่ช่วยทำแผลเองนะ เธออย่าพูดเหมือนนิยายรักประหลาด ๆ สิ”

[“โฮสต์โปรดจริงจังด้วย”]

คำตอบของระบบทำให้ลู่หลินถึงกับพูดไม่ออก

เธอพองแก้มเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน แล้วหันไปสนใจของกินแทน

“ในหนังสือบอกว่าผลไม้สีแดงกินได้... อ๊ะ! ตรงนั้นมีพอดีเลย”

เธอรีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปเก็บผลไม้ใกล้ ๆ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า...

เปลือกตาของสัตว์อสูรผมทองเริ่มขยับช้า ๆ แล้ว

ไม่นานท้องฟ้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม

ป่าที่เคยสดใสในยามกลางวันกลับเงียบสงัดลงจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้กับเสียงแมลงกลางคืนดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ

ลู่หลินกลับมานั่งลงข้างร่างของสัตว์อสูรอีกครั้ง ในอ้อมแขนเต็มไปด้วยผลไม้สีแดงสดที่เธอเพิ่งเก็บมา

เธอมองใบหน้าคมคายของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะหมดสติอยู่ แต่คิ้วเข้มกลับยังขมวดแน่นราวกับกำลังฝันร้าย

“หลับลึกจังเลยนะ...”

เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นปีกสีเงินขนาดใหญ่ที่เปื้อนฝุ่นกับคราบเลือดแห้ง ๆ

นิสัยรักสะอาดของเธอทำให้เธอทนมองไม่ไหว มือเล็ก ๆ จึงเอื้อมออกไปหมายจะปัดฝุ่นให้อย่างเบามือ

แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสขนนกสีเงิน

“หมับ!”

“ว้าย!”

ลู่หลินร้องสะดุ้งสุดเสียง เมื่อข้อมือถูกคว้าไว้แน่นจนผลไม้ในอ้อมแขนร่วงกระจัดกระจายเต็มพื้น

ดวงตาสีอำพันลืมขึ้นช้า ๆ ภายใต้ความมืดยามค่ำคืน

สายตาคมกริบจ้องมองนางอย่างเย็นเยียบ ราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมฉีกกระชากทุกสิ่งตรงหน้า
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
137 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status