เข้าสู่ระบบ“กอหญ้า...ถูกคนในบ้านพูดไม่ดีค่ะ พวกเขามองกอหญ้าด้วยสายตาน่ากลัว พูดกันว่า...กอหญ้าไม่รู้จักอาย แย่งสามีคนอื่น...”
เธอโผเข้าไปในอ้อมแขนของเขาทันที เสียงสะอื้นนั้นทำให้หัวใจชายหนุ่มที่ของภาคินสั่นสะท้าน เขากอดปลอบหญิงสาว พลางลูบหัวอย่างทะนุถนอม
“อย่าไปฟังคนพวกนั้น เธอไม่ได้แย่งฉัน”
“แต่กอหญ้า...กลัวค่ะ...” เธอกระซิบเบา ๆ พร้อมกับซุกหน้าลงบนอกเขา
“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่ตรงนี้”
เขาพูดออกไปราวกับคำปลอบโยนธรรมดา แต่สำหรับหญิงสาวแล้ว มันคือชัยชนะอีกครั้งหนึ่ง หรืออย่างน้อยเธอก็คิดเช่นนั้น ยามนี้เธอรู้สึกเหนือกว่าทุกสิ่ง เพราะภาคินหลงมารยาเธอจนหัวปลักหัวปลํา
“ฉันจะจัดการทุกอย่างเอง”
ภาคินกล่าวราวกับให้สัญญาว่าจะไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายเธอ
บ่ายวันเดียวกันนั้น ภาคินเดินลงมายังห้องโถงใหญ่ สีหน้าเคร่งเครียด เสียงซุบซิบเงียบลงทันทีเมื่อเขาก้าวเข้ามาพร้อมกอหญ้าข้างกาย มือหนาโอบเอวบางไว้อย่างหวงแหน จนเซเรน่าที่นั่งอยู่แค่นหัวเราะเบา ๆ
“ทุกคนมารวมกันที่นี่”
เขาสั่งเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยหงุดหงิดและไม่พอใจ ทำให้สาวใช้และพ่อบ้านต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะทยอยกันมายืนเรียงแถวตรงกลางห้อง
ทว่าเซเรน่าในเดรสลูกไม้สีขาวยังคงนั่งเช่นเดิม นัยน์คู่สวยจับจ้องไปใบหน้าน่ารักของกอหญ้า ที่ยามนี้ส่งยิ้มเย้ยหยันมาให้เธอโดยไม่ปิดบัง ขณะที่ภาคินยืนอยู่ตรงกลางห้อง มือหนึ่งโอบเอวกอหญ้าไว้แน่น
“ฉันมีเรื่องจะประกาศให้ทุกคนรู้” เสียงของเขาดังชัดเจน
“จากนี้ไป กอหญ้าจะเป็นภรรยาของฉันอีกคนหนึ่ง และเธอไม่ได้เป็นเพียงแขกในบ้านหลังนี้ แต่เป็นนายหญิงคนใหม่”
“ตั้งแต่วันนี้ ห้ามใครรังแกหรือพูดจาไม่ดีกับเธออีกเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืน แปลว่ากำลังท้าทายฉันโดยตรง!”
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของภาคิน เสียงฮือฮาเล็ก ๆ ก็ดังขึ้นทั่วห้อง แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา เขากระชับอ้อมแขนที่โอบกอหญ้าไว้แน่นขึ้น ขณะหญิงสาวซบอยู่บนอกเขาเหมือนคนอ่อนแอที่ต้องการการปกป้อง สายตาของเหล่าสาวใช้และพ่อบ้านต่างจับจ้องไปยังเซเรน่า เพื่อดูปฏิกิริยาของเธอ
ในมุมหนึ่งของห้อง เซเรน่าเพียงนั่งนิ่ง ๆ ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา ดวงตาคู่สวยเยียบเย็นราวกับไร้ความรู้สึกกับการกระทำของภาคิน ก่อนรอยยิ้มจะผุดขึ้ยบนใบหน้าสวย
รอยยิ้มที่ไม่มีใครรู้ว่าหมายถึงอะไร
รอยยิ้มบาง ๆ แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ในเกมที่นางเอกอย่างกอหญ้ากำลังเล่น
“เธอไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ” ภาคินถามเสียงแข็ง ราวกับต้องการคำยืนยันบางอย่าง
“จะให้ฉันพูดอะไรดีคะ?” เซเรน่ามองเขา ดวงตาคมลึกจับจ้องโดยไม่หลบ
“ก็...เธอเป็นภรรยาของฉันอยู่แล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงไม่ต้องการคำพูดของฉันอีกแล้วล่ะค่ะ” เธอยิ้มบาง
เสียงตอบเรียบง่ายนั้นกลับเหมือนคมมีดบางเฉียบ ภาคินนิ่งงันชั่ววินาที ราวกับไม่รู้จะพูดอะไรต่อไป ภายในใจของเขากำลังสั่นเธอเห็นท่าทีสุขุมของเธอ เขากำลังกลับบางสิ่ง บางสิ่งที่เขาไม่อยากหาคำตอบได้ในตอนนี้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“ยินดีด้วยนะกอหญ้า ที่ตอนนี้เธอไม่ต้องแอบกินอีกแล้ว”
เซเรน่าค้อมศีรษะเล็กน้อย แล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน เธอหันหลังกลับอย่างสง่างาม ก้าวเดินอย่างช้า ๆ ออกจากห้องท่ามกลางสายตาทุกคู่ หลังจากนั้นไม่นาน เสียงกระซิบกระซาบในคฤหาสน์ก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
“ทำไมคุณเซเรน่าถึงไม่โกรธเลยล่ะ...”
“นายหญิงของพวกเราน่าสงสารเกินไปแล้ว”
“ทั้งหมดมันเป็นความผิดของคุณกอหญ้า ที่เข้ามาเป็นมือที่สาม!”
จากที่เคยเอ็นดูกอหญ้า บัดนี้เหล่าสาวใช้กลับกลายเป็นมองด้วยแววตาไม่ชอบใจ
และจากที่เคยมองเซเรน่าด้วยเกลียดชัง ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นเห็นใจอย่างสุดซึ้ง
ระหว่างนั้นเซเรน่าก็เดินไปนั่งอยู่ในห้องหนังสือ เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายเมื่อครู่ มือเรียวถือถ้วยชาอุ่น ๆ ไว้เบา ๆ สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ดูเหมือนกอหญ้าคงพยายามน่าดูเพื่อกำจัดฉัน”
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องกระทบแก้วชาจนเกิดวาววับ สะท้อนแววสนุกสนานและขบขัน ในดวงตาของเซเรน่าอย่างชัดเจน
“ดูเหมือนเจ้าแกะน้อยกำลังเพลิดเพลินกับการคิดว่าตัวเองเป็นหมาป่าจริง ๆ ”
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







