Home / วาย / เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม / ดยุกน้อยแห่งเฮลดันไฮม์

Share

ดยุกน้อยแห่งเฮลดันไฮม์

Author: tartarussword
last update Last Updated: 2026-01-20 17:19:26

ในนิยายนั้นกล่าวว่า “แอตลาส” ผู้นำตระกูลผู้ซึ่งเป็นพ่อของเรย์คาลัสนั้น ตามใจเรย์คาลัสจนเสียคน เพราะเขารู้สึกผิดต่อ “ริเวียเอลล่า” ภรรยาหลวงที่ด่วนจากไปด้วยโรคร้าย ดูจากรูปที่ติดบริเวณโถงของคฤหาสน์ มารดาของเรย์คาลัสเป็นผู้หญิงตัวเล็กมีผมสีเขียวเข้ม หน้าตาดูเศร้าสร้อยทุกข์ระทม

“เรย์คาลัส ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะโตขึ้นขนาดนี้ ข้าไปเล่าให้เพื่อนข้าทุกคนฟังเลยนะว่าลูกชายคนโตของข้าเป็นผู้มีจิตใจงดงาม แม้ว่าข้าจะพาลูกสาวนอกสมรสเข้ามาในคฤหาสน์ คิดว่าเจ้าจะอาละวาดยกใหญ่ แต่ผิดคาด กลับจัดเตรียมที่หลับที่นอนซื้อชุดอย่างดีให้เด็กคนนั้น

โอ้ ลูกชายของข้า ข้าซาบซึ้งใจเหลือเกิน ริเวียเอลล่า หากเจ้ามองอยู่จากบนสวรรค์นั้น ลูกชายของเราเติบโตแล้วนะ” ชายหนุ่มวัย 40 ต้นๆ รูปร่างสันทัดและไว้หนวดโง้ง กำลังพร่ำเพ้อพรรณากับฟากฟ้านอกหน้าต่าง แต่ก็เพ้อให้ผมในร่างเรย์คาลัสที่งงเป็นไก่ตาแตกได้ฟังด้วย

จากที่ผมอ่านนิยาย แอตลาสเป็นพ่อแม่ประเภท ลูกฉันเป็นคนดี อยู่นิดหน่อย

แม้เรย์คาลัสในนิยายจะทำตระกูลล่มสลาย ก็ไม่มีฉากท่านพ่อด่าเขาสักคำ มีแต่ฉากเสียใจที่ไม่อบรมสั่งสอนเขาให้ดีเท่าที่ควร

ต้องขอบใจนายนะ เรย์คาลัสตัวจริง

จากนี้ท่านพ่อของนายก็ไม่ต้องหนักใจแล้ว

“ข้าอายุ 15 ปีแล้วนะขอรับ ท่านพ่อ น้องสาวเพียงคนเดียวผม เอ๊ย ข้าดูแลได้ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง” ผมพูดพลางยิ้มทำเอาแอตลาสยิ่งซึ้งจนน้ำตาไหล

“ไอ้ลูกพ่อ ข้าดีใจเหลือเกินที่เจ้าโตขึ้น” พูดพลางโผเข้ามากอดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

“แอ่ก ใจเย็นๆ ครับท่านพ่อ”

ลึกๆ แล้ว ถึงผมจะดูแลตัวเองและรวิผ่านความลำบาก จนรอดปลอดภัยมาได้ แต่ผมก็โหยหาคำปลอบโยนอยู่เหมือนกัน หากพ่อกับแม่ผมไม่ด่วนจากไป ผมคงได้รับคำชม ได้รับคำถามว่าเหนื่อยไหม ได้รับคำตอบเมื่อถามว่าผมทำได้ดีหรือเปล่า การมีพ่ออย่างแอตลาส ผมคงได้รับสิ่งที่โหยหาสินะ

“คือแบบนี้นะลูก เห็นเจ้าทำได้ดีพ่อเลยมีเรื่องให้ช่วย” แอตลาสเอ่ยขณะที่ผมกำลังน้ำตาซึม จากนี้ผมจะยอมรับความจริงและใช้ชีวิตเป็นเรย์คาลัสให้ดีที่สุด

“คือว่าพ่อมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง… ที่จะเรียกว่าเพื่อนก็ไม่เชิง คือท่านดยุกแห่งเฮลดันไฮม์น่ะ เจ้ารู้จักใช่ไหม”

อ๋อ ก็ต้องรู้จักสิ

เขาคือพ่อของตัวร้าย คนนั้น นี่นา

“เขามีลูกชายคนเดียว เกิดมาโดดเดี่ยวคงเหงายิ่งนัก พ่อว่าจะชวนเขามาเล่นที่คฤหาสน์ดู เหล่าชนชั้นสูงหากไม่จับคู่กันเอง ก็แบ่งฝักแบ่งฝ่าย คงไม่มีเพื่อนเล่นที่จริงใจเท่าใดนัก ให้เขามาเล่นกับพวกลูกน่าจะดีนะ เรย์ เจ้าเองถึงร่างกายจะไม่แข็งแรงก็ควรมีสังคมเอาไว้บ้าง” แอตลาสพูด

“เอ่อ ลูกชายคนที่ว่า คงไม่ใช่ เซอร์เบอรอสใช่ไหมครับ” ผมเหงื่อแตกพลั่ก

ก็เซอร์เบอรอสที่ว่านั่นน่ะคือ คนที่ฆ่าเรย์คาลัสในนิยาย

คนที่ผลักเรย์คาลัสที่ผีพนันเข้าสิงตกคูน้ำตายไม่ให้เป็นพิษเป็นภัยต่อนางเอก ตัวร้ายหมาบ้า เซอร์เบอรอส

“เจ้ารู้จักอยู่แล้วเหรอ ดีเลย ที่พ่อพูดถึงก็คือท่านดยุกน้อยแห่งเฮลดันไฮม์ เซอร์เบอรอส เฮลดันไฮม์ คนนั้นนั่นล่ะ”

คุณเคยจินตนาการไหม หากคุณได้พบคนที่รู้ว่าอนาคตจะมาฆ่าตัวเอง คุณจะทำอย่างไร?

ผมนึกภาพตัวเองเป็นผีตายโหงเฝ้าคูน้ำในโลกแฟนตาซีแล้วก็อนาถใจ เพิ่งตายมาเกิดแป็ปเดียวตายอีกคงไม่ไหว ผมเลยนั่งลองคิดวิธีแก้ปัญหา

1.ชิงฆ่าก่อนเลย

2.สร้างเหตุผลที่ทำให้เขาฆ่าเราไม่ได้

3.หาหนทางป้องกันตัว

ผมตัดข้อ 1 ออก ก่อนตายแค่ผมจะตบยุงยังต้องคิด จนเพื่อนๆ ที่บาร์โฮสเรียกผมว่าพ่อพระ เพราะผมไม่ชอบทำร้ายทั้งคนและสัตว์ ต่อให้มาเกิดในโลกแฟนตาซีแล้วก็ตาม การจับดยุกน้อยกดน้ำหรือวางยาพิษเป็นอะไรที่โหดร้ายเกินไปสำหรับผม ถึงการวางยาพิษจะใช้ไม่ได้ผลกับคนตระกูลเฮลดันไฮม์ก็เถอะ

ข้อ 2 ยังคิดไม่ออก ผ่านก่อน

ข้อ 3 หาหนทางป้องกันตัว อันนี้อาจจะเป็นไปได้บ้าง เพราะจากการได้อ่านต้นฉบับ ทำให้ผมรู้จักสิ่งต่างๆ ในโลกแฟนตาซีนี้ที่อาจช่วยได้

แต่ก่อนอื่นผมต้องมาเผชิญหน้ากับมัจจุราชตัวจิ๋วสูงประมาณ 135 ซม. ที่อาจจะมาคร่าชีวิตผมในวันข้างหน้า แม้ว่าผมจะพยายามหลบเลี่ยง ท่านดยุกกับท่านพ่อก็พามาจนได้ แล้วพวกเขาก็หลบไปคุยกันสองคนที่ห้องหนึ่งในคฤหาสน์ ในขณะที่ปล่อยตัวร้ายตัวน้อยไว้กับผมและมารีน

เซอร์เบอรอสดยุกน้อยที่ว่าคือเด็กชายผู้หล่อเหลาแก้มป่องเหมือนซาลาเปาอายุ 13 ปี ผู้มีดวงตาสีทับทิมที่ดูดื้อรั้นและปากกระจับดูน่าเอ็นดูพร้อมกับฟันเขี้ยวเล็กๆ ผมสีดำสนิทที่ขับผิวให้ดูผ่องขึ้นอีก เขาอยู่ในชุดสีดำขลิบทองดูหรูหรา จนตอนแรกที่ผมเห็นเขาผมคิดว่า หล่อขนาดนี้แต่ไม่ใช่พระเอกได้ไง

แต่นั่นเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก เหมือนที่เขาว่ากันว่าอย่าตัดสินหนังสือที่หน้าปก

“ท.. ท่านพี่เรย์” มารีนหันมามองผมด้วยสีหน้าหวั่นๆ “แบบนั้นจะไม่เป็นไรเหรอคะ” พูดพลางชี้ไปที่เหตุการณ์เบื้องหน้า

“เป็นสิ เฮ้อ” ผมถอนใจมองเซอร์เบอรอส ดยุกน้อยที่สนุกกับการเอาดาบไม้ฟันรูปปั้นในคฤหาสน์ของผมให้แตก ต่อจากนั้นก็วิ่งวุ่นพยายามปาของขึ้นไปบนแชนเดอร์เลียท่ามกลางเหล่าสาวเมดที่ร้องกรี๊ดกร๊าด

“เป็นเด็กแรงเยอะนี่ดีจังเลยนะ” ผมพูดออกไปแบบนั้นแต่ด่าในใจว่าไอ้เด็กเปรต ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน เปลี่ยนใจเลือกแผนกดน้ำดีไหม มิน่าล่ะมารีนในนิยายถึงเกลียดเจ้าเด็กนี่ ใครจะชอบมันก่อน นิสัยแบบนี้ ต่อให้ตอนเด็กจะหน้าตาดีก็เถอะ

แต่ตอนโตตามนิยายบรรยายว่าจะสูงใหญ่น่ากลัวเต็มไปด้วยบาดแผลหรืออะไรสักอย่าง

“ท่านดยุกน้อยหยุดเถอะครับ เดี๋ยวของหล่นลงมาใส่จะบาดเจ็บ” ผมพยายามปั้นหน้ายิ้ม ทั้งที่ใจคุกรุ่นเดือดปุดอยากซัดหน้าไอ้เด็กนี่

“เจ้ากล้าห้ามข้าเหรอ เจ้ารู้ไหมว่าพ่อข้าเป็นใคร” เซอร์เบอรอสหันมามองผมกับยิ้มร้ายไม่สมเป็นเด็ก ใบหน้าหล่อเหลาก็จริงแต่นี่มันปีศาจน้อยชัดๆ ตัวเองไม่รู้เหรอว่าพ่อตัวเองเป็นใครถามมาได้

“ก็เพราะรู้ถึงให้ท่านหยุดไง ท่านดยุกน้อย ถ้าท่านบาดเจ็บพวกเราจะเอาหัวไว้ที่ไหน”

“นั่นสินะ ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน” เซอร์เบอรอสพูดพลางปาลูกแก้วไปที่แชนเดอร์เลียจนหลอดไฟแตกโพละท่ามกลางเสียงกรี๊ดของเหล่าเมดอีกระลอก แล้ววิ่งมาใกล้ๆ ผมกับมารีนที่กำมือผมแน่น

“เจ้าหัวเหมือนสาหร่ายเลยนะ” พูดกับผมแล้วหันไปที่มารีน “ส่วนยัยนี่ ยัยหัวสายไหม” พูดพลางดึงผมเปียของมารีนจนเด็กหญิงร้องไห้ออกมา

“หยุดนะ” ผมแกะดึงผมเปียออกจากมือเซอร์เบอรอส “นางเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้ถ้าท่านดึงแบบนั้นนางจะเจ็บ”

“เจ้า กล้าดียังไงมาสั่งให้ข้าหยุด” เซอร์เบอรอสหน้าเสีย

“เจ้าหยุดข้าไม่ได้หรอก” พูดพลางเปลี่ยนมาดึงผมของผมอย่างแรง แต่ด้วยเพราะผมของผมที่ผูกเป็นหางม้าลวกๆ นั้นสั้นกว่าของเปียของมารีนทำให้ลื่นหลุดจากมือและไม่เจ็บมากนัก

“เหอะ” เซอร์เบอรอสทำหน้าไม่พอใจ และเหมือนกำลังคิดจะทำอะไรสักอย่างเพื่อแกล้งผม

“เซอร์เบอรอส ถึงเวลากลับแล้ว” เสียงทุ้มต่ำดยุกตะโกนเรียกมาทางบันไดช่วยผมไว้

“ฝากไว้ก่อนเถอะ” เซอร์เบอรอสลุกขึ้นมาแลบลิ้นใส่พวกผมสองพี่น้อง แล้วก็วิ่งกลับไป

.

.

.

.

.

.

“ข้าดีใจที่ข้าได้เป็นน้องท่านพี่” มารีนร้องไห้งอแงในวันหนึ่งขณะผมกำลังอ่านนิทานให้เธอฟัง เพราะห้องกว้างเกินไปทำให้มารีนหลับเองได้ยาก ส่วนผมที่ไม่มีอะไรทำในโลกแฟนตาซีที่ไม่มีเกมส์ให้เล่น ก็เลยมาอ่านนิทานให้เธอฟัง ที่แปลกมากก็คือความรู้ภาษาของเรย์คาลัสได้ถูกส่งทอดมายังผมด้วย รวมถึงความทรงจำบางส่วน แต่จะเหมือนกับเราดูหนังผ่านฟิลเตอร์เบลอๆ เล็กน้อย

“ท่านแม่บอกว่า ข้าเป็นลูกนอกสมรสทำให้ทุกคนในบ้านนี้เกลียดข้า ไม่ยอมรับข้า” มารีนเล่า “แต่เมื่อท่านแม่จากไปข้าไม่มีทางเลือก ต้องมาที่นี่ …ข้ากลัวมาก”

“ข้าดีใจมากค่ะ…ที่ท่านพี่ไม่เกลียดข้า” พูดพลางน้ำตาร่วงเผาะๆ

ผมเช็ดน้ำตาให้เธอ ถ้าผมเป็นเรย์คาลัสตัวจริงผมอาจจะเกลียด เพราะการที่พ่อของเรย์คาลัสมีแม่ของมารีนทำให้แม่ของเรย์คาลัสตรอมใจตาย แต่ผมไม่ใช่เรย์คาลัส และเด็กคนนี้น่าสงสารออก

“ไม่เป็นไรแล้วนะ จากนี้พี่จะดูแลน้องเองอย่างดีเท่าชีวิตพี่เลย” เพื่อไม่ให้ผมตายอีกรอบ

“แต่ว่าข้ากลัวท่านดยุกน้อยมากเลยค่ะ” มารีนพูดถึงเซอร์เบอรอสขึ้นมา ช่วงนี้เซอร์เบอรอสไม่รู้ติดใจอะไร เขาชอบมาเล่นที่คฤหาสน์นี้มากๆ ทำเอาข้าวของที่ต้องซ่อมต้องซื้อมีมากมายก่ายกอง แต่ดูเหมือนแอตลาสกับท่านดยุกจะตกลงกันได้ในเรื่องนี้

“โอ้ลูกรัก ข้าเข้าใจว่าเจ้ารู้สึกลำบาก” ท่านพ่อที่ไม่ค่อยอยู่บ้านเอ่ยด้วยสีหน้าปั้นยาก “แต่พ่อเชื่อว่าหากเจ้าดูแลดยุกน้อยที่น่าสงสาร ครอบครัวเราต้องได้พบสิ่งดีๆ เป็นแน่”

‘น่าสงสารกี่โมง แล้วพ่อไม่สงสารผมกับเมดคฤหาสน์ที่ต้องเก็บเศษของแตกบ้างเหรอ แล้วสิ่งดีๆ ที่ว่าคืออะไร พ่อรับเงินเขามาเท่าไหร่กันแน่’ ผมหงุดหงิดจนต้องไปนั่งถอนหญ้ากับคนสวน เพื่อระบายอารมณ์ จนหน้ามืดต้องให้คนหามเข้ามา

ถึงตอนนี้ผมจะกลายเป็นคุณชายที่นอนดื่มไวน์โปรยเงินเล่นทั้งวันก็ไม่มีใครว่า แต่ผมรู้สึกผิดที่ว่างจนเกินไปอยู่ดี เพราะความเคยชินจากการใช้ชีวิตที่ผ่านมาทำให้ผมกลายเป็นคนที่อยู่ว่างๆ ไม่ได้

เป็นเรื่องแปลกอยู่เหมือนกันที่ท่านแอตลาสตามใจผมทุกอย่างแต่เรื่องนี้กลับขอร้องให้ผมช่วยสนิทกับเซอร์เบอรอส ในขณะที่ผมนั้น ถ้ามีกูเกิ้ลผมคงเสิร์ช วิธีกำจัดเด็กเปรตใกล้ฉัน

ช่วงนี้นอกจากขยันทำของแตกแล้ว ไอ้ท่านดยุกน้อยยังมีงานอดิเรกใหม่ เที่ยวไล่ยิงสัตว์เล็กสัตว์น้อยในคฤหาสน์ด้วยธนู กระรอก กบ นกเอยกระต่ายเอยกระเจิงไปหมด และเวลาผมพยายามอย่างจริงจังเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำลายข้าวของเขาก็จะบอกว่า

“ใครก็ห้ามข้าไม่ได้หรอก เจ้าหัวสาหร่าย” แล้วแลบลิ้นใส่ผม

ไอ้เด็กเปรต! ท่านดยุกเก็บไอ้เด็กนี่กลับไปที

แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้

วันนั้นเป็นวันที่ดยุกน้อยเซอร์เบอรอสมาเล่นที่คฤหาสน์ของผมตามปกติ แต่ในตอนเย็นนั้นเขาก็หายตัวไปเฉยๆ ทุกคนวิ่งวุ่นอลหม่านตามหากัน

“ท่านดยุกน้อยขอรับ ท่านอยู่ที่ไหนเหรอขอรับ” บรรดาข้ารับใช้ของดยุก กับคนในคฤหาสน์ของผมวิ่งวุ่นไปทั่ว แต่ด้วยความที่คฤหาสน์นี้น่ะมันกว้างมากๆ แค่โซนคฤหาสน์หลักก็น่าจะประมาณ 5-6 ไร่ ไม่นับป่าด้านหลังที่ผมไม่แน่ใจว่ามันกว้างแค่ไหน อีกทั้งยังมีเรือนเล็กเรือนน้อยสำหรับเป็นที่พักคนงานอีก จึงหาได้ยากมากว่าไปอยู่ที่ไหน ตระกูลดยุกก็วิ่งวุ่นเกณฑ์คนมาช่วยกันหาเพิ่ม แต่ล่วงเข้ายามดึกแล้วกลับยังหาไม่เห็น

“ท่านพี่คะ พวกเราก็ไปช่วยหาด้วยดีไหมคะ” มารีนพูดขึ้น

“คนมาช่วยหาตั้งเยอะยังไงก็เจออยู่แล้ว เราจะไปช่วยตามหาเด็กเปรตแบบนั้นทำไม มารีนเจ้าก็ใจดีเสมอเลยนะ” เพราะเป็นนางเอกเหรอเลยทำให้ใจดีแบบนี้

มีเพียงเด็กหญิงคนเดียวที่ตั้งใจหาท่านดยุกน้อยจากใจจริง

จู่ๆ อักษรในนิยายก็เด้งขึ้นในหัวผม คำบรรยายถึงมารีน นางเอกเป็นคนเดียวที่ตั้งใจตามหาเซอร์เบอรอสที่หายไป แม้ว่าจะไม่ชอบเขาก็ตาม สิ่งที่มารีนพูดขึ้นทำให้ผมเพิ่งคิดได้….

“เชี่ย นี่มันเหตุการณ์ในนิยายนี่หว่า” ผมเผลอสบถออกมา ‘ทำไมนึกไม่ถึงนะ’

“ขอบคุณนะมารีน” ผมขอบคุณมารีน เด็กหญิงเบิกตากว้างทำหน้างงๆ ว่าขอบคุณเรื่องอะไร ก่อนผมจะรีบวิ่งออกจากบ้านไปจนเกือบลืมตะเกียง

เหตุการณ์นี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องบ้าๆ อีกเรื่องของชีวิตมารีนในต้นฉบับ นั่นก็คือเธอไปช่วยไอ้เด็กนี่ เอ่อ ผมหมายถึงเซอร์เบอรอสน่ะ การช่วยเพียงครั้งเดียวทำให้หมอนั่นวุ่นวายกับเธอจากนั้นเป็นต้นมา ด้วยความที่เธอเป็นเด็กดีแบบนี้แหละ ถึงแม้จะไม่ชอบแต่เธอก็ยังไปช่วยค้นหา ซึ่งตามเนื้อเรื่องฉบับเดิม มารีนเธอโดนเรย์คาลัสและเหล่าคนในคฤหาสน์แกล้งอย่างหนัก เธอเลยชอบไปเล่นหลังคฤหาสน์ ซึ่งตรงนั้นจะมีก้อนหินก้อนใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง รุ่งเช้าเธอจึงไปหาที่นั่นและพบกับเซอร์เบอรอส และทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ในนิยายกลายเป็นนางเอกกับตัวร้ายไป

เพราะงั้นผมต้องหยุดมันเดี๋ยวนี้ ก่อนชีวิตเธอจะชิ*หาย

ผมเรียกพ่อบ้านและอีกคน 2-3 คนให้ไปด้วยแล้วช่วยกันเอาไฟส่องด้านหลังคฤหาสน์

เวรละ หินโคตรเยอะ

ในนิยายนั้นบรรยายว่าเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ ผมหาอยู่ไม่นานก็พบหิน และโพรงไม้หลังหินที่ว่าตอนแรกผมคิดว่าเป็นแค่โพรงธรรมดาที่กระต่ายไปทำรัง แต่ของจริงใหญ่เกินโพรงกระต่ายไปมาก หรืออาจจะเป็นรังมอนสเตอร์

“อ๊ากกกกกกกก” ผมลื่นไถลลงไปในโพรงที่ว่านั่นเหมือนเล่นสไลเดอร์ลงไปจนกลิ้งไปถึงด้านล่าง โพรงนั่นลึกประมาณ 4-5 เมตรได้แต่มันคดเคี้ยวเล็กน้อยเหมือนสไลเดอร์ในสวนน้ำ ที่ขรุขระกว่า เมื่อผมลงไปถึงข้างล่างพร้อมตะเกียง ก็พบกับเซอร์เบอรอสที่นั่งหลับตาตัวสั่นอยู่ในสุดทาง

“เฮ้” อีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นมา

“จ..เจ้า” เซอร์เบอรอสเอ่ยขึ้น ดวงตาสีแดงดูมีน้ำตาปริ่มๆ เหมือนเพิ่งร้องไห้มา

“ท่านดยุกน้อยสภาพดูไม่จืดเลยนะขอครับ” ผมแอบล้อเขาที่ทำตาขวางใส่ผม

“เฮ้ย ด้านบน ขอเชือกหน่อย” ไม่นานเชือกเส้นใหญ่ก็หย่อนลงมา ผมผูกกับเอวตัวเอง พันไปพันมาหลายทบ ผูกเงื่อนให้แข็งแรง และตรงเข้าไปอุ้มเซอร์เบอรอสขึ้น แม้ว่าการอุ้มคนด้วยร่างกายที่อ่อนแอของผมจะทำให้ร่างเหมือนหลุดเป็นชิ้นๆ โชคดีว่าเซอร์เบอรอสยังตัวเล็กอยู่ ส่วนร่างของผม หมายถึงร่างของเรย์คาลัสอยู่ในช่วงยืดตัวของวัยรุ่น ผมเลยพออุ้มเขาขึ้นมาได้

“ดึงพวกเราขึ้นไปที” ผมตะโกน ดินตรงนั้นเป็นสภาพเละๆ เพราะก่อนหน้านี้มีฝนตกไม่แปลกที่เซอร์เบอรอสจะขึ้นเองไม่ได้ จะเรียกใครก็แทบไม่ได้ยินเพราะโพรงค่อนข้างลึกถ้าไม่อยู่บริเวณปากโพรงพอดีแบบที่ทำอยู่ขณะนี้เสียงคงหลุดรอดออกไปได้ยาก ไม่นานผมที่มีเชือกมัดเอวก็ปีนอย่างทุลักทุเลขึ้นไปถึงพื้นดินหลังคฤหาสน์ คนของท่านดยุกต่างมารุมล้อมพวกเราไว้

“ท่านดยุกน้อยเลอะโคลนไปทั้งตัวเลย นี่ก็ดึกแล้ว ข้าว่าพวกท่านค้างที่นี่ก่อนเถอะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว ค่อยกลับกัน” ผมพูดพลางกัดฟันเพราะเจ็บเอวกับชายโครงไปหมดเพราะถูกเชือกรัด แถมตัวเองก็เลอะไปด้วยโคลน

ที่นี่มีห้องว่างเยอะ และมีที่พักรับรองแขกเป็นเรือนเล็กเรือนน้อยนอกคฤหาสน์อีกจึงไม่เป็นปัญหาที่จะให้คนของดยุกที่มาช่วยค้นหาพักได้ ส่วนท่านดยุกเหมือนจะโกรธที่เซอร์เบอรอสซนจนทำให้ทุกคนวุ่นวาย เมื่อหาเจอเลยหันหลังให้ไม่ได้พูดอะไรกับลูกชายเลยแม้แต่คำเดียว

ผมมองเซอร์เบอรอสที่มองตามหลังท่านดยุกไป ก่อนภาพตรงหน้าจะดับวูบไป

เป็นลมอีกแล้ว

โธ่ ไอ้ร่างกายพรรค์นี้

“ท่านพี่เรย์ ท่านพี่เรย์” เสียงมารีนกำลังเรียกพร้อมจับมือข้างซ้ายของผม แถมยังมีอีกเสียงหนึ่งด้วย มีอีกมือนึงที่จับมือขวาของผม

“ท่านพี่เรย์ ท่านฟื้นแล้ว” เป็นเซอร์เบอรอสที่จับมือขวาของผม เขาพูดพลางยิ้ม ดวงตาสีแดงแวววับนั้นยิ้มตามทำให้เขาเหมือนเทวทูตตัวน้อยๆ ที่นิสัยจริงเป็นปีศาจน้อยมากกว่า ว่าแต่ เขาเรียกผมว่าอะไรนะ

“ท่านพี่เรย์ ท่านรู้สึกเป็นยังไงบ้าง” ท่านพี่เรย์? มึงใคร กูช่วยเด็กขึ้นมาผิดคนหรือเปล่า?

เด็กเปรตเรียกผมว่าท่านพี่ พรุ่งนี้พระอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตก?

ผมทำหน้าเหวอแดกมองเซอร์เบอรอส เด็กนั่นยังคงจับมือผม “ขอบคุณนะ ที่ช่วยข้าเอาไว้”

นั่นโพรงเปลี่ยนนิสัยเหรออยู่ๆ ก็เป็นเด็กดีมีมารยาท ผิดกับก่อนหน้านี้คนละคน เฮ้อ นี่ผมฝันอยู่หรือเปล่า?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status