Home / วาย / เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม / นางร้าย นางเอก และตัวร้ายลูกหมา

Share

นางร้าย นางเอก และตัวร้ายลูกหมา

Author: tartarussword
last update Last Updated: 2026-01-20 17:19:54

เสียงอาวุธโลหะกระทบกันอย่างดุเดือด และเสียงเชียร์ดังลั่น ในขณะที่ผมนั่งดูฉากตื่นตาตรงหน้าอยู่ใต้ร่มของต้นแอปเปิ้ล

อาซาไค ทหารรับจ้างที่ท่านพ่อจ้างมาทำอะไรบางอย่างที่ผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไร กำลังประลองดาบ กับริชาร์ดอัศวินในตระกูลอะควาเซียของผมที่ลานฝึกซ้อมของตระกูล

กิลด์ข้อมูลอะควาเซีย เป็นธุรกิจซื้อขายข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรอาร์ค นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ท่านพ่อไม่ค่อยอยู่บ้านเพราะต้องไปดูแลกิจการที่กิลด์ และทำให้ตระกูลของผมแตกต่างจากตระกูลสามัญชนทั่วไป มีทั้งอัศวินประจำตระกูลและทหารรับจ้างเข้าออกอยู่เป็นปรกติ เพราะมีสวัสดิการที่พักและลานฝึกซ้อมอย่างดีให้แก่ผู้ที่ทำงานให้ตระกูล

ที่ลานฝึกซ้อม บางครั้งก็จะมีการประลองของอัศวินและทหารรับจ้างให้ดูอย่างเช่นวันนี้

“ฟันมันสิโว้ยยย” เอ็กซาร์ร้องเชียร์ เขาเป็นหัวหน้าอัศวินในที่นี้ และเพื่อนอัศวินต่างร้องเชียร์ ในขณะที่ทหารรับจ้างอีก 2-3 คนจิบเบียร์ดูอยู่นิ่งๆ

“ท่านพี่เรย์ว่าใครชนะ” เซอร์เบอรอสที่มาจากไหนไม่รู้มานั่งข้างผม

“ข้าคิดว่าอาซาไคน่าจะชนะมั้ง เขาดูแรงเยอะกว่า” ผมมองอาซาไคด้วยแววตาชื่นชม พลางคิดว่าทำไมเกิดใหม่ทั้งทีผมไม่ได้ร่างกายแบบนั้นบ้าง หรืออย่างน้อยก็ร่างกายปกติที่ไม่เอาแต่เป็นลมแบบนี้ ผมจะได้เรียนวิชาดาบเหมือนลูกชายตระกูลใหญ่ในอาณาจักรอาร์ค

เซอร์เบอรอสทำหน้าครุ่นคิด

ทั้งสองคนสู้กันพักใหญ่แล้วแต่ยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ รอบนี้อาซาไคผู้มีผิวสีเข้มและร่างใหญ่เหมือนนักรบกองโจรในทะเลทราย เป็นฝ่ายได้จังหวะฟัน

ส่วนริชาร์ดที่ดูเป็นอัศวินเหมือนแปะป้ายว่า นี่คืออัศวินจ้า ด้วยผมสีทองกับดวงตาสีฟ้า ร่างเขาปราดเปรียวด้วยกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเบี่ยงหลบและเตะไปกลางลำตัว คาดไม่ถึงอาซาไคจับขาเขาไว้ได้และเหวี่ยงเขาออกไปกะให้ชนต้นไม้ แต่ริชาร์ดตั้งตัวได้และถีบต้นไม้ ฟันอาซาไคเสียดายที่นักรบร่างใหญ่หลบได้ ก่อนจะโดนอาซาไคเตะเข้าอย่างจัง ทั้งสองสู้กันอย่างสูสี ริชาร์ดฟันดาบอาซาไคจนหลุดมือ แต่อาซาไคได้โอกาสต่อยโดนเพียงทีเดียวริชาร์ดที่หลบไม่พ้นลงไปกลิ้งกับพื้น หมัดเดียวจอด

“ขอบคุณท่านที่ให้เกียรติประลองฝีมือ” ริชาร์ดเอ่ย ในขณะที่อาซาไคจับมือเขาลุกขึ้น แล้วโค้งให้กัน จากนั้นการประลองก็เปลี่ยนคู่

ผมนั่งดูการประลองไปอย่างเพลิดเพลินและกินเค้กน้ำผึ้งไปด้วย ส่วนเซอร์เบอรอสที่ไม่รู้ว่าหิวหรืออะไรก็มางับเค้กจากมือผม ผมเลยหยิบมาป้อนให้ ถึงจะยังไม่ชินที่เขาทำตัวเป็นเด็กน้อยขี้อ้อนหลังจากเป็นเด็กเปรตมาตลอดก็เถอะ

จนการประลองระหว่างอัศวินและทหารรับจ้างสิ้นสุด ผมกับเซอร์เบอรอสเดินมาบริเวณหน้าคฤหาสน์

“ท่านเซอร์เบอรอส บังเอิญจังเลยนะคะ” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเข้ามาทักทาย

“อ่อ อื้ม” ดยุกน้อยมองด้วยสายตาเย็นชาสุดๆ แล้วเดินนำผมไป

เมินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

“นั่นใครน่ะ” ผมแอบกระซิบถามเขา

“อ่อ นั่นน่ะ ชาเลจ” เซอร์เบอรอสตอบแบบไม่เต็มใจจะตอบ

ชาเลจ ชาร์ล็อต อิลเลียเรล อีกหนึ่งคนที่มีบทบาทเป็นนางร้าย เอาแต่แกล้งนางเอก อย่างไม่มีที่มาที่ไปนั่นน่ะเหรอ หรือว่าจริงๆ มีเหตุผลที่แกล้งนะ เหมือนจะเป็นเพราะว่า…

“ไม่ใช่ว่านางเป็นคู่หมั้นของเจ้าเหรอ” ผมกระซิบถาม “เมินแบบนั้นจะดีเหรอ”

“ไม่ใช่คู่หมั้น ตระกูลนางอยากให้เป็น แต่ข้าให้ท่านพ่อปฏิเสธไปแล้ว” ดยุกน้อยตอบ เรื่องราวเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยจุดนี้ เพราะในต้นฉบับชาเลจเป็นคู่หมั้นกับเซอร์เบอรอส

“ทำไมล่ะ นางก็สวยนะ หรือเจ้าไม่ชอบแนวนี้” แม้ว่าเซอร์เบอรอสจะตอบแบบไม่อยากตอบสุดๆ แต่ผมก็ถามต่อเพราะเราเป็นคนไทย เรื่องแบบนี้เลยอยากใส่ใจ

จากที่ผมเห็นผ่านๆ ชาเลจเป็นเด็กสาวผมสีน้ำตาลเข้มหน้าตาก็สวยแต่คนละแบบกับมารีน นางดูเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจในขณะที่มารีนดูสวยน่ารักสดใส เมื่อหันไปมองด้านหลัง ชาเลจแอบมองเซอร์เบอรอสอยู่หลังต้นไม้

เซอร์เบอรอสหันมามองผมด้วยสีหน้าแปลกๆ แล้วส่ายหัว

“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว” มารีนวิ่งมาหาผมด้วยยิ้มที่เหมือนกับนางฟ้า ผมจับมือเธอแล้วเข้าบ้านไปพร้อมกัน ขณะที่เซอร์เบอรอสเดินมาจับมือผมไว้ด้วย เลยกลายเป็นเราจูงกันสามคนเข้าบ้านทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคุณครูอนุบาลหมีน้อย แล้วต่อมาก็เหมือนคุณพ่อลูกสองด้วย เพราะสลับตักอาหารที่อยู่ใกล้ให้เด็กสองคนที่ตักไม่ถึง

จู่ๆ ชาเลจก็โผล่ออกมาจากใต้โต๊ะ ระหว่างเก้าอี้ของผมกับเซอร์เบอรอส

“เฮ้ยยยยย” ผมแทบถีบเพราะตกใจ

“ท่านเซอร์เบอรอส หรือว่าที่ท่านปฏิเสธการหมั้นกับข้า นั่นเป็นเพราะ นังเด็กคนนี้เหรอ” ชาเลจที่เอาแค่หัวโผล่ขึ้นมาจากใต้โต๊ะพูดแล้วหันหน้าไปที่มารีนด้วยสายตาโกรธเคือง

“เจ้าคิดว่าข้าคิดอะไรกับยัยสายไหมนี่เหรอ” เซอร์เบอรอสพูด

“ข…ข้าก็ไม่ได้ชอบท่านดยุกน้อยเหมือนกัน” มารีนที่ทำหน้าเหมือนรวบรวมความกล้าสวนไปในขณะพูดจับมือผมแน่น ซึ่งทำผมประทับใจ ไม่คิดว่ามารีนจะกล้าพูด เพราะปกตินางเอกตัวน้อยจะเกร็งกับคนแปลกหน้ามากๆ น่าจะไม่ชอบเซอร์เบอรอสมากจริงๆ ถึงโพล่งออกมา

“จากสายข่าวที่ข้าสืบมา ท่านไม่ได้ไปตระกูลไหนเลยนอกจากอะควาเซียในช่วง 2-3 เดือนมานี้” ชาเลจพูด “ท่านมาทำอะไร”

นี่ขนาดยังไม่ใช่คู่หมั้นนะ ถ้าใช่จะขนาดไหน ถ้าผมเป็นเซอร์เบอรอสผมก็ปฏิเสธ น่ากลัวเกิน

“ข้าก็มาหาท่านพี่เรย์คาลัสน่ะสิ” เซอร์เบอรอสตอบง่ายๆ เหมือนว่ามันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

หา ที่เมื่อก่อนมาก่อความวุ่นวายไม่เว้นวันนั่นเรียกว่ามาหาผมเหรอ

“แล้วท่านหญิงชาเลจมาทำอะไรเหรอขอรับ” ผมถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ข้าก็ต้องมาตามท่านเซอร์เบอรอสอยู่แล้ว อุบ” ชาเลจเอามือปิดปาก คงเพิ่งนึกได้ว่าท่านหญิงตระกูลดยุกอิลเลียเรลผู้สูงศักดิ์ไม่ควรมาวิ่งตามเด็กผู้ชายที่เพิ่งปฏิเสธการหมั้นหมาย แถมยังวิ่งตามมาถึงตระกูลสามัญชนอีกต่างหาก

อาณาจักรอาร์คแห่งนี้มีตระกูลดยุกทั้งหมด 4 ตระกูลเท่านั้น (ไม่รู้ว่า ท่านแอตลาสพ่อของเรย์คาลัสไม่รู้ไปทำอีท่าไหนถึงสนิทกับตระกูลดยุกเฮลดันไฮม์ได้) ซึ่งตระกูลเฮลดันไฮม์นั้นค่อนข้างมีสายสัมพันธ์กับราชวงศ์มากกว่าอีก 3 ตระกูลที่เหลือ

เรียกว่าสูงส่งจนมีแต่ลิฟท์ที่จะเอาเซอร์เบอรอสลงได้

ไม่แปลกที่จะมีสาวตามจีบแต่เด็ก

“อะแฮ่ม คือข้าได้ยินว่าที่นี่มีเด็กอายุเท่าๆ กับข้าอยู่ ข้าก็เลยมาที่นี่เท่านั้นเอง” ชาเลจออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วเอามือปัดๆ กระโปรง “จากนี้ไปข้าก็จะมาที่นี่บ่อยๆ เหมือนกัน”

เอ๊า กลายเป็นจะมาบ่อยๆ ซะงั้น ผมหันไปมองเซอร์เบอรอสที่เมินอีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการก้มหน้าก้มตากินซี่โครงย่าง

ผมออกไปดูการประลองดาบอีก แต่หนนี้แค่จะเดินกลับเองก็หน้ามืด ต้องให้คนหามกลับมา

นี่มันร่างกายหรืออะไรเนี่ย ผมเดินไปห้องครัวของคฤหาสน์เพื่อจะหาน้ำดื่ม แต่ดันได้ยินอะไรบางอย่างเข้าเลยหยุด เพื่อแอบฟัง

“คิดว่าตัวเองดีนักเหรอ เจ้าก็เหมือนพวกข้านั่นแหละวะ ไม่ได้เป็นคุณหนูมาตั้งแต่เกิด” เสียงหนึ่งพูด ผมคุ้นว่าน่าจะเป็นเสียงแม่ครัวใหญ่ของที่นี่

“ไม่อยากรับใช้เลย จริงๆ เจ้าต้องเป็นคนใช้เหมือนพวกข้าด้วยซ้ำ แค่โชคดีคุณชายใหญ่เมตตา” อีกเสียงพูดตามด้วยน้ำเสียงล้อเลียน

“หิวงั้นเหรอ ดัดจริตนัก งั้นกินนี่เข้าไปนังลูกคนใช้”

“อึก อึก” ได้ยินเสียงสำลัก

ผมตกใจใจแทบร่วงถึงปลายเท้า “เห้ย มารีน” วิ่งเข้าไปในห้องครัวเห็นพวกแม่ครัวทั้งสามคนกำลังเอาของกินที่เสียแล้วยัดปากมารีน

“ว้าย คุณชาย” แม่ครัวกรี๊ดปล่อยมารีนลงพื้น เด็กหญิงลงไปกองอยู่ที่พื้นแล้วอ้วกออกมาอย่างน่าสงสาร “ท่านพี่” เห็นมารีนที่มองน้ำตาคลอ

“มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะคะ คุณชายใหญ่ พวกเราแค่จะป้อนอาหารคุณหนูค่ะ” แม่ครัวอีกคนแก้ตัว แต่ฟังไม่ขึ้น นั่นมันขนมปังขึ้นราชัดๆ

“มาลากตัวไอ้พวกนี้ออกจากบ้านข้า” ผมตะโกนด้วยความโมโห พ่อบ้านในคฤหาสน์วิ่งมาดูแล้วเรียกคนมาลากตัวแม่ครัวออกไป “เอาพวกมันไปโบย” ในโลกแฟนตาซีมีการโบยหรือเปล่านะ ไม่ใช่นางทาสซะหน่อย แต่ก็น่าจะเข้าใจกันล่ะมั้ง “ไล่ออกด้วย อย่าให้ข้าเห็นคนพวกนี้อีก”

ผมพยุงตัวมารีนที่ยังไอไม่หยุดลุกขึ้น แล้วพาเธอไปล้างตัว

“ขอโทษนะมารีน ที่พี่ทำให้มาเจออะไรแบบนี้” มารีนเอาแต่ไอไม่ตอบผมแล้วร้องไห้จนผมน้ำตาจะไหลตามรู้สึกผิดที่คิดว่าดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังพลาดจนได้ “ถ้ามีใครทำแบบนี้อีกมาบอกได้เลยนะ พี่จะไล่มันออก”

เพราะถ้าขืนผมพลาดนิดเดียวผมอาจจะไปจบอยู่ในคูน้ำอีกก็ได้

มารีนที่น้ำตาคลอเหลือบตามองผม “ล..ไล่ออกเลยเหรอคะ”

“ใช่ เอาแต่ใจได้เลยนะ” ผมบอก “แค่ไล่เพราะว่าไม่ชอบหน้าก็ได้ พี่อนุญาต”

มารีนยังปาดน้ำตาแต่สีหน้าจะดีขึ้นมาหน่อย “จริงๆ นะมารีน ถ้าใครทำไม่ดีกับน้อง หรือถ้าอยากให้ไล่ใครออก ให้มาบอกพี่” ถึงผมจะรู้ว่ามารีนเป็นคนดีเกินกว่าที่จะทำอะไรแบบนั้นก็เถอะ เพราะงั้นผมจะบอกพ่อบ้านกับสาวเมดให้คอยดูไม่ให้ใครทำไม่ดีกับมารีนอีก

ขณะรอมารีนเปลี่ยนชุดอยู่หน้าห้อง พ่อบ้านก็มาบอกผมว่า

“ค… คุณชาย คือว่า ท่านไล่แม่ครัวออกหมด”

“แล้วทำไม มีปัญหาอะไรเหรอ” ผมขมวดคิ้วถามกลับไป

“เย็นนี้คฤหาสน์เราไม่มีอะไรกินนะขอรับ”

“…”

ไข่สีเหลืองที่ทอดอยู่ในกระทะกลมๆ ที่ผมทอดเองเริ่มควันขึ้น ในครัวมีเตาถ่านง่ายๆ ที่ก่อด้วยอิฐไว้ให้ใช้หลายเตา ในละครย้อนเวลาหรือนิยายเกิดใหม่ เหล่าพระเอกนางเอกก็จะทำอาหาร และทำได้อร่อยสุดๆ แต่ปัญหาคือ

ผมกากอะครับ

ขอโทษที่คนเกิดใหม่คนนี้ทำให้ผิดหวัง ถึงผมจะเคยทำงานร้านอาหาร แต่ก็เป็นแผนกหั่นเตรียมเครื่องเท่านั้นไม่เคยปรุงเอง ก็ปกติน้องสาวทำให้กิน ตอนเป็นไรเดอร์ก็แง้นไปซื้อเอา ไม่ก็สั่งเอา แถมโลกแฟนตาซีไม่มีน้ำปลา ไม่มีผงนัว ไม่มีน้ำจิ้มสำเร็จรูป

ผมถอนใจ จะทำอาหารฝรั่งก็ทำไม่เป็น ใบกะเพราก็ไม่มี ผมเลยสับๆ หมู หอมใหญ่ มะเขือเทศ แครอท ทำไข่ยัดไส้กินกับมารีน วันนี้ในครัวครึกครื้นไปด้วยเหล่าคนงานในคฤหาสน์ เนื่องจากผมไล่แม่ครัวออกกะทันหัน ทุกคนเลยมาช่วยกันทำอาหารกินเอง

ไม่เว้นแม้แต่ผม ที่ทำให้ตัวเองกับมารีน เพราะจากเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ผมก็ไม่อยากให้มารีนต้องกังวลว่าใครจะทำอะไรแปลกๆ กับอาหารของเธอ

“มันพอกินได้ไหมน่ะมารีน” ผมลองป้อนให้เธอชิม เด็กสาวผมสีชมพูพยักหน้า

“กินได้จริงเหรอ” ผมมองแบบไม่แน่ใจ

“กินได้ค่ะ” กินได้ที่แปลว่าได้อยู่ ได้อยู่ที่แปลว่าไม่ได้หรือเปล่านะ

ผมลองชิมเองดู มันก็ได้นะ ได้แบบ ได้อยู่

เฮ้อ คิดถึงผัดกะเพราไข่ดาวเว้ย

.

.

.

.

.

.

มีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับตัวข้า

ซึ่งข้าเองไม่รู้ว่ามันคืออะไร

มีเสียงอยู่ในหัวข้าอยู่เสมอ เสียงนั้นเบาบ้าง หนักบ้าง บ้างหัวเราะ บ้างเย้ยหยัน และเสียงทุกเสียงพูดในเรื่องที่ข้าไม่อยากจะฟัง เสียงพวกนั้นบีบคั้นข้า กดดันข้า เหยียบย่ำข้า กรรโชกข้า อารมณ์ของพวกมันเหมือนไฟนรกที่โกรธเกรี้ยว ทุกวันข้าต้องทนฟังพวกมันพล่าม

แล้ววันหนึ่งข้าก็กลายเป็นมัน

กลายเป็นเสียงนั่น

ท่านพ่อของข้าเองก็ยอมแพ้ต่อเสียงนั่น ทุกคนมีมันอยู่ในตัว ทุกคนในตระกูลเฮลดันไฮม์ ท่านแม่ของข้ายอมแพ้และจากไปก่อนแล้ว คงเหลือแค่เพียงท่านพ่อกับข้า ข้างในลึกๆ ท่านพ่ออาจจะรักข้าก็ได้ แต่ท่านไม่อาจให้ข้าอยู่ใกล้จนเกินไป บางทีอาจเป็นเพราะเสียงนั่นเช่นกัน

ปราสาทแห่งเงามืดที่ดำทะมึนเหมือนกับสถานที่อยู่ของปีศาจ ข้าเกลียดที่นี่

แต่ข้าก็เกลียดสถานที่อื่นก็เช่นกัน ท่านพ่อของข้าเคยพาข้าไปพบกับเด็กวัยเดียวกันอยู่ 2-3 ครั้ง พวกนั้นเกลียดข้าแม้ไม่กล้าแสดงออกมา ไม่ก็จ้องจะประจบประแจง

ข้าอ่านพวกมันออก และสะอิดสะเอียน

ทำให้พวกมันทำหน้าหวาดผวาสิ นั่นน่าจะทำให้เจ้าสนุกนะ เสียงในหัวข้าบอกแบบนั้น ลองบีบคอพวกมันสิ หรือทำให้ของเหลวสีแดงไหลดีล่ะ ยัง ยังก่อน ข้าจะไม่ทำอะไรแบบนั้นเพื่อไม่ให้ท่านพ่อหงุดหงิด ข้าคุยกับเสียงในหัวแบบนั้นก็จริง แต่ระบายอารมณ์กับสิ่งของแทน จนล่าสุดที่ท่านพ่อพยายามให้ข้าเข้าสังคม ข้าได้ทำลายสมบัติประจำตระกูลของตระกูลนั้นไป ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้ ในร่างกายข้าเหมือนมีไฟลุกโชนบางอย่าง ข้าต้องการปลดปล่อยมันออกมา ปล่อยออกมาให้หมด

“เจ้าเลิกทำตัวแบบนี้ได้แล้ว ควบคุมพลังไม่เป็นเหมือนเด็กๆ ไปได้” ท่านดยุกพ่อของข้าหงุดหงิดที่ข้าทำลายข้าวของอีก เลยเอามีดฟันข้าที่แขนและตะโกนใส่ “เมื่อไหร่จะเลิกทำข้าขายหน้าซักที” ข้าหลบแต่ก็ยังได้แผลถากเป็นรอยยาว เมื่อเห็นข้าหลบ ท่านพ่อเลยต่อยข้าอีกหนึ่งทีจนลงไปกองกับพื้น เขามักทำแบบนี้เมื่อข้าก่อเรื่อง ข้าชินแล้ว หรือไม่ข้าก็พยายามบอกตัวเองว่าชิน

ข้าเอามือกุมหน้าแล้วพูดกับเขา “ข้าจะไปอะควาเซีย วันนี้ไม่กลับ” ท่านพ่อทำมือไล่ ประมาณว่าให้ข้าไปให้พ้นหน้าเขาซะ ข้าลุกแล้วเดินออกไปจากห้องและไปที่คฤหาสน์อะควาเซีย เมื่ออยู่ที่นั่น เสียงในหัวข้าจะเบาลงนิดหน่อย อาจมีที่นั่นที่เดียวที่ทำให้ข้ารู้สึกดี คฤหาสน์ที่สวยงามและร่มรื่นนั่นที่ดูเหมือนที่อยู่ของมนุษย์

“อ้าว ท่านดยุกน้อย วันนี้มาเย็นนะ” เรย์คาลัสที่กำลังจดจ่ออยู่กับเศษไม้ กระดาษทราย และเลื่อย เขาเป็นเด็กหนุ่มที่โตกว่าข้าและมีเส้นผมสีเขียวผิวขาวซีดเผือด เป็นคนจริงจังที่ชอบทำอะไรบางอย่างอยู่เสมอ ข้าไม่เคยเห็นเขานอนเล่นเลย ตอนแรกๆ ข้าคิดว่าเขาก็เกลียดข้าไม่ต่างจากคนอื่น แต่ภาพเขาที่ร่างกายไม่แข็งแรงแต่ก็ช่วยข้าอย่างเต็มใจทำให้ข้ารู้สึกว่าอย่างน้อยมีคนที่พยายามจะช่วยปีศาจอย่างข้าอย่างจริงจัง

“ข้ากำลังขัดไม้ให้เรียบอยู่น่ะ” เมื่อเขาหันหน้ามามองข้า เขาก็จ้องแล้วทำหน้าตกใจ

“เห้ย เจ้าไปโดนอะไรมา” เรย์คาลัสถามข้าด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบไปเอาผ้าเช็ดหน้าและเอาน้ำแข็งใส่ไว้ในผ้า ให้ข้านั่ง แล้วค่อยๆ ประคบหน้าให้เบาๆ “เจ้าต้องประคบนะ มันจะช่วยให้หายบวม”

ข้ามองดวงตาสีน้ำตาลของเขา แล้วข้าเห็นความรู้สึกที่แทบไม่เคยเห็นจากคนอื่น

สีหน้าเป็นห่วงเป็นแบบนี้สินะ

“ท่านพี่เรย์ คือว่าข้า…”

“เฮ้ยเดี๋ยวนะ มีเลือดด้วย รอแป๊บนะเดี๋ยวข้าไปเอากล่องปฐมพยาบาลมา” เรย์คาลัสบอกข้าด้วยสีหน้ากังวลแล้ววิ่งออกไป “พ่อบ้านนน”

ไม่นานเขาก็วิ่งกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล แล้วค่อยๆ พันแผลให้ข้า ใบหน้าที่ตั้งใจของเขาดูดีมาก ข้ามองขนตางอนยาวและดวงตาสีน้ำตาลของเขาที่จดจ่ออยู่กับแผลของข้า และริมฝีปากที่ดูนุ่มนิ่มเม้มแน่น เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกว่าใครบางคน ‘ดูน่ามอง’

ข้าเกลียดมนุษย์ ข้าไม่เคยมองว่ามนุษย์น่ามองมาก่อนเลย เสียงในหัวของข้าดังขึ้นและข้าก็เห็นด้วย

“ข้าเองก็เหมือนกัน” ข้าหลุดพูดตอบเสียงในหัว

“เจ้าว่ายังไงนะ” เรย์คาลัสที่มัววุ่นวายกับผ้าพันแผลจนไม่ได้ยินสิ่งที่ข้าพูดกับตัวเอง

“ไม่มีอะไรหรอกท่านพี่เรย์ ข้าแค่จะขอบคุณน่ะ” เรย์คาลัสทำหน้าเบ้เหมือนไม่เชื่อที่ได้ยินคำนั่นจากข้า ไม่แปลก ข้าไม่ค่อยทำตัวมีมารยาทนัก

‘ข้าอยากครอบครองสีหน้านี้ไว้คนเดียว ให้เขาทำมันแค่กับข้า’ ข้าไม่แน่ใจว่านี่คือเสียงในหัวหรือเสียงของข้าเองกันแน่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status